*/
  • Chaoying
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pkanesuan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-10
  • จำนวนเรื่อง : 533
  • จำนวนผู้ชม : 1922699
  • จำนวนผู้โหวต : 1057
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1057 คน
<< กันยายน 2017 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน 2560
Posted by Chaoying , ผู้อ่าน : 808 , 00:12:23 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน rattiya , สำรวจฟ้า และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

                           

                               ตามรอยพ่อหลวง (3) ทำโดนัทข้าวกล้องงอก ..ที่ศูนย์ศึกษาฯ ห้วยฮ่องไคร้

        ฉันดีใจมากที่ได้กลับมาที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ดอยสะเก็ด จ. เชียงใหม่อีกครั้งในต้นเดือนมีนาคม 2560 หลังจากที่ฉันเคยมาครั้งแรกเมื่อ 4 ปีมาแล้ว ในปี 2556 ซึ่งฉันได้เขียนบล็อกไว้โดยตั้งชื่อเอ็นทรีว่า “ห้วยฮ่องไคร้..หยดน้ำของพ่อ..ที่หล่อเลี้ยงชาวเชียงใหม่” (คลิกอ่านเรื่องย้อนหลัง ได้ที่)

http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying/2013/12/03/entry-1

         ฉันยังจำภาพและคำบรรยายความเป็นมาของศูนย์ศึกษาฯ วันนั้นได้ดีว่า ...

นิเวศลุ่มน้ำห้วยฮ่องไคร้ เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว สภาพพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยฮ่องไคร้ 8,500 ไร่ ป่ามีสภาพเสื่อมโทรมเหลือแต่ตอไม้ เนื่องจากการสัมปทานไม้หมอนรองรางรถไฟ ไม้ฟืนโรงบ่มใบยาสูบ การทำไม้เถื่อน ตัดไม้ทำลายป่าทุกปี ขาดน้ำเนื่องจากฝนทิ้งช่วง ดินไม่อุ้มน้ำ ปริมาณน้ำฝนต่ำกว่า 1,000 ลม./ปี ในฤดูฝนจะมีการชะล้าง กัดเซาะ จนเหลือแต่หินกรวด ไม่มีธาตุอาหารในดิน  ยากจะฟื้นฟูให้กลับคืน (ขอนำภาพกลับมาให้ชมกันอีกครั้ง)

                เมื่อดินเสื่อมโทรมเสียหายมากขนาดนี้ จะมีใครในแผ่นดินนี้ที่สามารถพลิกฟื้นคืนสภาพทำให้กลับกลายเป็นป่าไม้เขียวชะอุ่มชุ่มน้ำได้อีก หากมิใช่ด้วยพระอัจฉริยะของ “พ่อหลวง” ของปวงชนชาวไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงวิเคราะห์พื้นที่นี้ว่า.. “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ เป็น หิน กรวด แห้งแล้ง...”

และเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๐ ณ พระราชวังไกลกังวล อ. หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์  พระองค์ทรงมีพระราชดำรัส ตอนหนึ่ง ความว่า

        “...เมื่อ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ ไปตรวจเขื่อนห้วยฮ่องไคร้ตอนล่าง ซึ่งสร้างขึ้นสำหรับช่วยราษฎรในบริเวณสหกรณ์สันกำแพง ได้ปรึกษานายทินกร คมกฤต ผู้เชี่ยวชาญปศุสัตว์เรื่องลู่ทางที่จะใช้บริเวณเหนือเขื่อนสำหรับการเลี้ยงโคนม เขาบอกว่า มีแต่หิน อาจเลี้ยงได้สักสองสามตัวเท่านั้น ไม่คุ้มค่าลงทุน ครั้งนั้น ได้คิดว่าถ้าได้พื้นที่นั้นมา จะสามารถทำให้คนอิจฉาภายในห้าปี...”

        ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระราชดำริให้พิจารณาจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ ในบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยฮ่องไคร้ พื้นที่ดำเนินการ 8,500 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่กวง อ. ดอยสะเก็ด จ. เชียงใหม่ โดยยึดหลักแนวคิดที่ว่า    “ต้นทางเป็นป่าไม้ ปลายทางเป็นประมง ระหว่างทางเป็นเกษตรกรรม”

 ขาดทุนของฉัน คือ กำไรของแผ่นดิน

 และพระองค์มีพระราชดำริว่า

“...ให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนา ทำหน้าที่เสมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต หรืออีกนัยหนึ่งเป็นสรุปผลของการพัฒนาที่ประชาชนจะเข้าไปเรียนรู้และปฏิบัติได้”

        ศูนย์ศึกษาฯ ห้วยฮ่องไคร้จึงได้ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาวิเคราะห์ วิจัย ทดลอง เพื่อหารูปแบบการพัฒนาในด้านการเกษตรกรรมที่มีความเหมาะสม รวมทั้งจัดหาน้ำไว้สำหรับเพื่อการอุปโภคบริโภค ของหมู่บ้านรอบบริเวณศูนย์ฯ ตลอดจนเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดและให้บริการในด้านเทคโนโลยี อันเกิดจากการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ทดลอง ที่ส่งเสริมอาชีพ เพื่อการยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้น โดยมีการประสานงานกับส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 

ศูนย์ศึกษาฯ มีภารกิจหลัก คือ ศึกษา ทดลอง วิจัย และพัฒนาในงานด้านต่างๆ ดังนี้

  1. งานศึกษและพัฒนาแหล่งน้ำ : ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ ลุ่มน้ำขนาดเล็ก การศึกษารูปแบบที่เหมาะสมของแบบฝายต้นน้ำลำธาร การศึกษาเพื่อป้องกันการลดการตกตะกอนในอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก การฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำลำธาร
  2. งานศึกษาและพัฒนาป่าไม้ : เกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานทางอุตุนิยมวิทยา อุทกวิทยา การเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า การฟื้นฟูและพัฒนาป่าไม้ ระบบนิเวศน์ลุ่มน้ำ การควบคุมไฟป่าให้มีประสิทธิภาพ
  3. งานศึกษาและพัฒนาที่ดิน : เกี่ยวกับการพัฒนา วิธีการและรูปแบบการอนุรักษ์ดินและน้ำ การปรับปรุงบำรุงดิน การศึกษาและสาธิตการใช้หญ้าแฝก การขยายพันธุ์หญ้าแฝก
  4. งานศึกษาและพัฒนาการปลูกพืช : ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการปลูก พันธุ์พืช ปัจจัยการผลิต การปลูกพืชสวน พืชไร่ หม่อน พืชสมุนไพร และเห็ดเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน
  5. งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรมแบบประณีต : เกี่ยวกับงานรวบรวมพันธุ์พืช การใช้ประโยชน์จากพืช ขยายพันธุ์พืช เกษตรกรรมพื้นบ้าน งานหญ้าแฝก งานอนุรักษ์พันธุกรรมพืช
  6. งานศึกษาและพัฒนาการปศุสัตว์ :  สาธิตเกี่ยวกับการเลี้ยงโคนม โคเนื้อ การปลูกพืชอาหารสัตว์ในพื้นที่ป่าโปร่ง การเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ การศึกษาสัตว์เล็กและสัตว์ปีก
  7.  งานศึกษาและพัฒนาการประมง : เกี่ยวกับรูปการทำประมงในอ่างเก็บน้ำ การสำรวจชลชีววิทยาและทรัพยากรประมง ศึกษาการเพาะพันธุ์และอนุบาลลูกปลาการเลี้ยงปลาในรูปแบบต่างๆ
  8. งานศึกษาและพัฒนาการเพาะเลี้ยงกบ : ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี การเพาะเลี้ยงกบ การอนุรักษ์ การพัฒนาพันธุ์ การพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงกบที่ไม่ทำลายสภาพแวดล้อมโดยวิธีธรรมชาติ
  9. งานศึกษาพัฒนาและอนุรักษ์ข้าว : เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ข้าวที่เหมาะสมต่อสภาพอากาศของพื้นที่ ขยายผลสู่เกษตรกร บริการวิชาการ เพื่อพัฒนาเม็ดพันธุ์ที่ดี เพิ่มรายได้ที่มั่นคง และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกร
  10. งานส่งเสริมการเกษตร  : ดำเนินงานข้าวครบวงจรที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและผลิต เมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีให้แก่เกษตรกร ให้บริการโรงสีข้าว การแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าว ส่งเสริมการทำเกษตรแบบผสมผสานเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
  11. ด้านการขยายผล : ดำเนินการงานวิจัยที่โดดเด่น 19 เรื่องถ่ายทอดองค์ความรู้เป็นหลักสูตรฝึกอบรม ขยายผลให้กับเกษตรกร และประชาชนที่สนใจ และต้องการดำเนินชีวิต ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้เกิดความยั่งยืน ในการดำรงชีวิตและสามารถพึ่งตนเองได้ โดยมีศูนย์เรียนรู้ตัวอย่างความสำเร็จในรอบๆ บริเวณศูนย์ฯ

      (ข้อมูลจากแผ่นพับ) 

       

 จากภารกิจหลักทั้ง 11 ด้านข้างต้น เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่จะให้ศูนย์ศึกษาฯ “...เสมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต...ที่ประชาชนเข้ามาเรียนรู้และปฏิบัติได้”   ศูนย์ศึกษาฯ จึงจัดให้มีหลักสูตรการฝึกอบรมด้านต่างๆ จำนวน 21 หลักสูตร (ระยะเวลาในการอบรม 1-2 วัน/หลักสูตร) เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนที่สนใจ และต้องการดำเนินชีวิตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิต และสามารถพึ่งพาตนเองได้ เข้ามาเรียนรู้ในหลักสูตรที่ตนสนใจ ได้แก่

  1. การสร้างฝายต้นน้ำลำธารเพื่อการฟื้นฟูนิเวศน์ลุ่มน้ำตามแนวพระราชดำริ
  2. การเพาะเลี้ยงปลานิลในกระชัง
  3. การเลี้ยงปลาดุกอุยในบ่อซีเมนต์กลม
  4. การเลี้ยงกบบูลฟร็อกโดยวิธีเกษตรธรรมชาติ
  5. การเลี้ยงกบนาโดยวิธีเกษตรธรรมชาติ
  6. เห็ดเศรษฐกิจ ทำง่าย รายได้ดี
  7. การเลี้ยงไก่ไข่
  8. การเลี้ยงไก่พื้นเมืองพันธุ์ประดู่หางดำ
  9. การเลี้ยงสุกรลูกผสม 3 สายพันธุ์
  10. การเลี้ยงแพะนมชาแนน-แองโกล
  11. การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมแพะ  
  12. ผักปลอดภัยจากสารพิษ เพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
  13. การปลูกส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ และพันธุ์ทองดี
  14. เพาะเห็ดฟางในตะกร้า
  15. การฟื้นฟูดินด้วยปุ๋ยหมักใบไม้และน้ำหมักชีวภาพเพื่อการผลิตพืช
  16. ระบบนิเวศน์ลุ่มน้ำที่ยั่งยืน
  17. การผลิตข้าวคุณภาพดี
  18. การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ลุ่มน้ำ
  19. เกษตรทฤษฎีใหม่
  20. การผลิตไม้ดอกเป็นการค้า
  21. การปลูกพืชไร้ดิน (ไฮโดรโปนิกส์)

(ข้อมูลจากแผ่นพับ)

เลี้ยงกบ 

เลี้ยงปลา

ปลูกผักอินทรีย์ สวนผสม

ฉันสนใจการปลูกพริกไทย ที่นี่ต้นไม้แทบทุกต้น มีการปลูกพริกไทย

              

 

ดังนั้น ในการมาศึกษาดูงานที่ศูนย์ศึกษาฯ ห้วยฮ่องไคร้ของฉันและเพื่อนๆ ครั้งนี้ นอกเหนือจากการฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับความเป็นมาและงานต่างๆ ของศูนย์ศึกษาฯ แล้ว ผู้จัดทริปให้เราเลือกที่จะฝึกอบรมและทำกิจกรรมได้ 1 อย่าง จาก 3 อย่าง คือ

1. โดนัทน้ำข้าวกล้องงอก

2.ไอศกรีมข้าวกล้อง

3. สบู่

คุณคงจะเดาใจฉันถูกว่า ฉันจะเลือกทำอะไร ...

ใช่แล้ว...ฉันเลือกทำโดนัท  ด้วยเหตุผลที่ว่า ทำอะไรที่เราชอบและสนใจ ทำอะไรที่จะได้กิน  และทำอะไรที่เผื่อว่าวันข้างหน้าฉันอาจจะนำความรู้ในการทำโดนัทข้าวกล้องงอกที่อบรมจากศูนย์ศึกษาฯ ไปทำโดนัทขายก็ได้ เพื่อสร้างรายได้เลี้ยงชีพตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจอย่างพอเพียงตามคำที่พ่อหลวงสอนก็ได้

เอ็นทรีนี้ จะขอนำเพื่อนมาเรียนรู้วิธีการทำโดนัทจากน้ำข้าวกล้องงอกกันนะคะ (ไม่สงวนสูตรนะคะ)

 เตรียมพร้อม ต้องมีเอี๊ยมกันเปื้อนด้วยนะคะ ไปทำโดนัทกันเลยค่ะ

 ส่วนผสมตามนี้เลยค่ะ

                                       โดนัทข้าวกล้องงอก

ส่วนผสม

1.  แป้งขนมปัง 167 กรัม

2.  แป้งเค้ก     100 กรัม

3.  เกลือป่น    1 ช้อนชา

4.  นมผง        17 กรัม

5.  ผงฟู          2 ช้อนชา

6.  ยีสต์          2 ช้อนชา

7.  น้ำตาลทราย       20 กรัม

8.  น้ำข้าวกล้องงอก 160 มิลลิลิตร

9.  ไข่ไก่เบอร์ 2      1 ฟอง

10.เนยขาว            17 กรัม

 

วิทยากรสอนทำโดนัทกลุ่มเรา ก่อนอื่นฟังคำอธิบายเกี่ยวกับการทำน้ำข้าวกล้องงอก และอ่านส่วนผสมในคู่มือที่แจกก่อน

วิธีทำน้ำข้าวกล้องงอก

ส่วนผสม

1. ข้าวกล้องงอก 100 กรัม

2. น้ำสะอาด        2 ลิตร

วิธีทำ นำข้าวกล้องงอกล้างน้ำให้สะอาด นำข้าวกล้องงอกที่ล้างสะอาดต้มกับน้ำเปล่า โดยต้มไฟระดับปานกลางจนเดือด เคี่ยวนานประมาณ 20 นาที (สารกาบ้ายังอยู่ 70 เปอร์เซ็นต์)

ข้อควรระวัง การต้มข้าวกล้องงอก หากใช้ไฟแรงเกินไป สารกาบาจะถูกทำลายมาก ถ้าเดือดพอดีและเคี่ยว 20 นาที สารกาบาจะยังอยู่

วิธีทำ โดนัท

1.  นำส่วนผสมของแป้งทั้ง 2 ชนิด เกลือ นมผง ยีสต์ ผงฟู และน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน

2.  เทส่วนผสม น้ำ ไข่ นวดพอเข้ากัน เติมเนยขาว นวดจนกระทั่งแป้งเนียนได้ที่ พักไว้ ประมาณ 1 ชม.

3.  นำแป้งมาไล่อากาศ ตัดเป็นก้อนๆ ละ 30-40 กรัม ปั้นเป็นก้อนกลม เจาะรูตรงกลางก้อน วางบนถาดที่ทาเนย พักไว้ประมาณ 15 นาที หรือจนแป้งขึ้น

ก้อนละ 30-40 กรัม

วิทยากรปั้นให้ดูเป็นตัวอย่าง ทำให้กลม

 กลมสวย แบบนี้ค่ะ

ต่อไปก็เป็นการปั้นให้กลมเองโดยผู้เรียนค่ะ แต่ละคนฝีมือในการปั้นเยี่ยมมากค่ะ 

 

ปั้นแป้งให้กลม แล้วใส่ถาดพักไว้

 อุ้ย..บางลูกก็ใหญ่ บางลูกก็เล็ก แต่ก็กลมสวยงาม

เต็มถาดแล้ว ฝีมือของแต่ละคน

ขั้นตอนต่อไป ทำให้โดนัทเป็นรู ไม่ยากเลยค่ะ เอานิ้วชี้สองนิ้วจิ้มแป้งตรงกลางแล้วหมุนๆ แบบนี้ค่ะ

เอ้า ใครปั้นลูกไหนไว้ ก็เจาะรูแป้งลูกนั้น หมุน หมุน หมุน ให้สวยงาม 

ปั้นให้กลม ทำไมมันยากจัง

  

4.  นำไปทอดในน้ำมันร้อนจัดแต่ไฟอ่อน กลับอีกด้านหนึ่งขึ้นมา ทอดจนสุก ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน คลุกด้วยน้ำตาลทรายหรือโรยด้วยน้ำตาลไอซ์ซิ่ง

 วิทยากรทอดให้ดูเป็นตัวอย่าง

อยากทอดมั่ง รอมานานแล้ว เหมือนเวลาที่พ่อค้าทอดปาท่องโก๋ เค้าจับตะเกียบแบบนี้

ขอนิ้ง จับตะเกียบคีบบ้างค่ะ 

วิทยากรนำที่ทอดเสร็จแล้ว น่ากินมาก

จะคลุกน้ำตาลทรายแบบง่ายๆ อย่างนี้ก็ได้นะคะ

หรือจะใช้น้ำตาลไอซิ่ง ก็จะดูดีมีสกุล ไฮโซ ขึ้นมาทันใด

เป็นไงคะ ดูน่ากิน สวยงามขึ้น

 

เสริฟได้เลยค่ะ

 ขอถือถาดโดนัทถ่ายรูปหน่อยค่ะ

 

ขอถือถาดโดนัทด้วยค่ะ

 น่ากินไหมคะ อดใจไม่ไหวแล้ว ต้องชิมแล้วค่ะ

ได้เวลาพักรับประทานอาหารกลางวัน 

   

ได้เวลารับประทานอาหารเที่ยงแล้ว เครื่องปรุง ผักต่างๆ  เห็ด ที่ปลูกในห้วยฮ่องไคร้ทั้งสิ้น

   

ไอสกรีมข้าวกล้องงอก ฝีมือจากอีกกลุ่ม นำมาให้ชิมเป็นของหวานมื้อเที่ยงนี้ ก็อร่อย สูสีกับโดนัทของกลุ่มเราเลย

เราต้องไปที่อื่นกันต่อ แล้วหละ เชิญขึ้นรถครับ

 

อิ่มอร่อย ได้ความรู้เพียบ รอเดินทางค่ะ

 อย่าลืม ติดตามพวกเรา ในตอนต่อไปนะคะ พวกเราจะต้องเดินทางขึ้นถึงบนดอยก่อนที่จะเย็นมาก ต้องไปแล้วหละ

อย่าลืม ติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอขอบคุณพื้นที่ดีๆ แห่งโอเคเนชั่นค่ะ และขอขอบคุณข้อมูลจากแผ่นพับจัดทำโดยศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ค่ะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Chaoying วันที่ : 11/09/2017 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 7. สำรวจฟ้า
นั่นนะสิคะ ว่าจะออกมาทำโดนัทขาย อยากทำเหมือนกันค่ะ ทำไม่ยาก อร่อยก็อร่อย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Chaoying วันที่ : 11/09/2017 เวลา : 17.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 6. แม่หมี
นั่นสิ น่ากินทั้งไอสครีมและโดนัท แต่ถ้าให้ทำ เราก็เลือกทำโดนัท เพราะได้เล่นแป้ง ปั้นๆ เลอะมือดี

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Chaoying วันที่ : 11/09/2017 เวลา : 17.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 5 February.
ไอสครีมก็อร่อย แต่ไม่ชอบทำ ฮิๆ ถึงได้เลือกโดนัท ชอบของทอด อ้วนดี

ความคิดเห็นที่ 7 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า from mobile วันที่ : 11/09/2017 เวลา : 12.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ต้นทางเป็นป่าไม้ ปลายทางเป็นประมง ระหว่างทางเป็นพื้นที่เกษตรกรรม พระองค์คิดครบถ้วน

เจ้าหญิงลาออกมาทำโดนัทขายดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 6 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 11/09/2017 เวลา : 10.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

น่ากินทั้งโดนัทและไอศกรีม

ความคิดเห็นที่ 5 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
february26 วันที่ : 11/09/2017 เวลา : 09.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

น่ากินมากครับ คุณเจ้าหญิง ไอศกรีมข้าวกล้องก็น่าลองทำนะครับ เอ้...แต่รสชาตเป็นไงไม่ทราบนะครับ เพราะยังไม่เคยทาน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Chaoying วันที่ : 11/09/2017 เวลา : 07.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 2. ชบาตานี ที่คิดถึง
เอาเลย..สองสามลูก..ใส่ถุงให้ รับรองลูกเดียวอาจไม่พอ เพราะความหรอย..ชงกาแฟ รอไว้ได้เลย ฮิๆ หาถุงก่อน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Chaoying วันที่ : 11/09/2017 เวลา : 07.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 1. บก. ชาลี สวัสดีค่ะ
ใช่ค่ะ ทำขายเป็นอาชีพเสริมได้เลย คิดไว้อย่างนั้น เพราะทำง่ายมาก ส่วนผสมก็ไม่ยุ่งยาก และ มันน่ากิน และอร่อยด้วย ค่ะ
ขอบคุณที่มาเจิมคนแรก ...ยกให้ 1 ลูก กินกับกาแฟ..อิ่มเลยค่ะ รับรอง

ความคิดเห็นที่ 2 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 11/09/2017 เวลา : 06.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ขอสักสองสามหนวยต่ะ
จะเอามากินกะกาแควนิ

ความคิดเห็นที่ 1 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 11/09/2017 เวลา : 06.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

น่าชิมมากๆ เหมาะกับกาแฟเหลือเกิน
คุณเจ้าหญิง ทำขายเป็นงานอดิเรกได้เลยนะครับนั่น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน