*/
  • Chaoying
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pkanesuan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-10
  • จำนวนเรื่อง : 526
  • จำนวนผู้ชม : 1885777
  • จำนวนผู้โหวต : 1051
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1051 คน
<< ตุลาคม 2017 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม 2560
Posted by Chaoying , ผู้อ่าน : 740 , 13:52:59 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน สำรวจฟ้า , BlueHill และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

                                 

                                 ตามรอยพ่อหลวง (5) พระเมตตา แผ่ฟ้า..ปกขุนเขา..ห่มดินดอย..อ่างขาง

               เวลาสองทุ่ม... ความมืดมิดแห่งราตรีเดือนแรมแผ่ปกคลุมขุนเขาดอยอ่างขาง อากาศเย็นเยือกลงอย่างรวดเร็ว ลมเย็นยอดเขาพัดเข้ามาทางหน้าต่างห้องอาหารที่เปิดไว้เมื่อตอนหัวค่ำ ได้ยินเสียงของหรีดหริ่งจักจั่นบรรเลงดนตรีอึงมี่อยู่แต่ภายนอก ภายในห้องรับประทานอาหารเย็นอันอบอุ่นด้วยแสงไฟสว่างที่โรงแรมรีสอร์ทธรรมชาติอ่างขางจัดไว้ต้อนรับคณะเราสดชื่นสวยงามด้วยกุหลาบดอยอ่างขางดอกใหญ่ปักในแจกันทุกโต๊ะ แม้แต่ที่ปลายโต๊ะไลน์อาหารนั้นก็ประดับด้วยดอกไม้สวยที่ปลูกบนดอยดูแปลกตา พวกเรารับประทานอาหารอย่างอิ่มอร่อยจากเมนูอาหารคาวพร้อมกับสลัดผักปลอดสารที่ปลูกบนดอยอ่างขาง    มาสู่เมนูหวาน ซึ่งเป็นผลไม้เมืองหนาวตามฤดูกาลที่แสนพิเศษของดอยอ่างขาง นั่นคือ ลูกพีชสีส้มสด (หากจะบอกว่า มันคือลูกท้อ ทุกคนก็คงจะร้องอ๋อ) และ  สตรอว์เบอรีสีแดงสดหวาน ราชินีผลไม้ที่ปลูกบนดอยอ่างขางซึ่งออกผลในช่วงปลายกุมภาพันธ์พอดี ฉันค่อยๆ ละเลียดกินสตรอว์เบอรีอ่างขางอย่างฉ่ำใจ

               ในระหว่างนั้น คุณณัฐภาส ยศอาลัย ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมรีสอร์ท ธรรมชาติอ่างขางได้กล่าวทักทายต้อนรับคณะ และกล่าวในฐานะประชาชนชาวไทยจากพื้นราบที่ได้มาทำงานอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินของ “พ่อหลวง” บนดอยอ่างขาง ด้วยความรู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่พระองค์ได้เสด็จมาทรงงานช่วยเหลือชาวเขาให้มีความอยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ....ต่อจากนั้น มาถึงช่วงที่ทุกคนรอคอย คือฟังคำบอกเล่าจากปากของคุณสมศักดิ์ ใจรักปรางพุทธ ซึ่งเป็นชาวเขาจีนฮ่อที่ในชีวิตตั้งแต่เด็ก ได้ฟังพ่อของเขาเล่า เมื่อได้พบกับพ่อหลวง และเห็นพระองค์ทรงงานเวลาที่เสด็จมาช่วยเหลือชาวเขาบนดอยอ่างขางทุกชนเผ่าให้ได้พ้นจากความทุกข์ยากจน กระทั่งมีชีวิตความเป็นอยู่ที่อยู่ดีกินดีมีความสุขอย่างยั่งยืนเช่นทุกวันนี้

               ที่โต๊ะอาหารด้านหน้าห้องใกล้กับจอมอนิเตอร์ ฉันนั่งหันหน้าเข้าหาจอตั้งใจฟังเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  พร้อมถ่ายภาพ “พ่อหลวง” แทบจะทุกภาพที่เห็นจากจอ ราวกับว่าอยากจะบันทึกภาพของพ่อเก็บไว้ให้มากที่สุด เพื่อจะได้มองภาพพระอิริยาบถต่างๆ ของพ่อหลวงที่ก้าวเดินทรงงานไปตามที่ต่างๆ บนดอยอ่างขางอีกหลายๆ ครั้ง แม้ว่าภาพที่ถ่ายจากจอจะไม่คมชัด เลือนราง และสีซีดเก่าด้วยผ่านกาลเวลา ทว่าทุกภาพของ “พ่อหลวง” และ “แม่หลวง” กลับเห็นเด่นชัดเจนในใจฉันและของคนไทยทุกครั้งที่เห็น ฉันก็อยากจะนำภาพที่เห็นมาซึ่งถ่ายไว้โดยสถานีเกษตรหลวงอ่างขางมาให้เพื่อนๆ ชมด้วย พร้อมๆ กับการฟังเรื่องราวการทรงงานของพ่อหลวง ผ่านคำบอกเล่าจากชาวเขาตัวจริงผู้อยู่ในเหตุการณ์และเป็นผู้ที่ได้รับผลโดยตรงจากการทรงงานของพระองค์  เรื่องของ “พ่อหลวง” จะอยู่ในใจพวกเราทุกคนและได้รับการกล่าวขานให้โลกรู้ตลอดไป

               คุณสมศักดิ์ฯ ในวัยประมาณ 50 ปี ออกมายืนหน้าห้องแล้ว เล่าว่า....ตนเองเป็นลูกของชาวจีนฮ่อ พ่อเป็นทหาร อพยพมาตั้งแต่สมัยที่กองพล 95 และ 93 ถูกจีนตีแตกมาจากจีนไต้หวัน เข้ามาพึ่งร่มพระโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยอาศัยบนภูเขาของประเทศไทยแห่งนี้ ชาวเขาทุกคนเรียกพระองค์ว่า “พ่อหลวง

 พื้นที่บนดอยอ่างขางเมื่อ 40 ปีมาแล้ว มีชาวเขาเผ่าต่างๆ อาศัยอยู่ 9 หมู่บ้าน อาทิ ม้ง จีนฮ่อ ไทใหญ่ เย้า มูเซอดำ มูเซอแดง อีก้อ  ปะหล่อง (หรือดาราอัง)  

คุณสมศักดิ์ฯ บอกว่า “ ชีวิตของพวกผมไร้ค่าเหมือนก้อนดิน ไม่มีอาชีพ เด็กๆ ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่มีบัตรประชาชน มีแต่ความเป็นอยู่ที่ยากจนแร้นแค้น  อาศัยอยู่บนภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเล ถึง 1,400 เมตร ใน ต. ม่อนปิ่น อ.ฝาง บนดอยอ่างขาง ปลูกฝิ่นเป็นอาชีพ กรีดดอกฝิ่นเพื่อเอายาง การทำไร่ฝิ่นในพื้นที่ 1 ไร่บนภูเขา จะได้ฝิ่นอัดเป็นแท่งๆ เรียกว่า “จ๊อย” แท่ง ละ 400-600 บาทเท่านั้น จึงต้องใช้พื้นที่กว้างและเปลืองมาก ต้องตัดต้นไม้เผาป่าเพื่อปลูกฝิ่น ในปีต่อไปจะใช้ดินปลูกฝิ่นซ้ำอีกจนดินจืด อีกทั้งถูกน้ำชะล้างหน้าดิน พอ 4-5 ปี ก็ทิ้งไร่นี้ แล้วหาป่าที่จะโค่นต้นไม้ในที่ใหม่เพื่อทำไร่ฝิ่นต่อ กระทั่งต้นไม้ที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารถูกทำลายจนน้ำแห้งเหือด

               คุณสมศักดิ์ฯ เล่าต่อว่า... ชีวิตชาวเขาช่างไร้ค่าเสียจริงๆ บนพื้นที่สูงขนาดนี้ที่เต็มไปด้วยไร่ฝิ่น เมื่อ 40 ปีที่แล้ว.. ไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปพัฒนาช่วยเหลือ แต่วันหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถได้เสด็จมา

จากภาพนี้ จะเห็นพื้นที่ภูเขาทุกลูกโล่งเหี้ยนเตียนไม่มีต้นไม้เลย

เพราะ “พ่อหลวง” ทราบดีว่า ในพื้นที่สูงขนาดนั้นไม่มีหน่วยงานใดที่จะเข้าไปถึง พระองค์จึงเสด็จเข้าไปช่วย ซึ่งการเดินทางไปดอยอ่างขางในขณะนั้น เมื่อ 40 ปีที่แล้วยากลำบากมาก พระองค์เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์ และลงเดินเท้าข้ามเนินดอยเขาไปอีก 7 กิโลเมตร กว่าจะถึงหมู่บ้านชาวเขา

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรงฉลองพระองค์ในชุดชาวเขาเผ่าลาหู่ เมื่อไปเยี่ยมชนเผ่าลาหู่

พระองค์ทรงถามชาวเขาที่มาเข้าเฝ้าว่า ที่บนดอยอ่างขางปลูกอะไรได้บ้าง นอกจากฝิ่น ชาวเขาตอบว่าปลูกได้แต่ลูกท้อพันธุ์พื้นเมือง พระองค์จึงบอกกับชาวเขาว่า ให้ปลูกท้อแทนฝิ่น แล้วจะรวย ดังนั้น ชาวเขาจะได้รับการจัดสรรที่เพาะปลูกทำกินครอบครัวละ 1 ไร่เท่านั้น ซึ่งที่ดินนี้จะขายไม่ได้ นอกจากให้เป็นมรดกแก่ลูกๆได้ และภายในพื้นที่ 1 ไร่ ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ได้ผลผลิตมากที่สุด

ด้วยหลักการทรงงานของพ่อหลวง ที่ต้องเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ในตอนหนึ่งที่พระองค์ทรงเยี่ยมชาวเขา ผู้นำหมู่บ้านได้ต้อนรับด้วยการรินเหล้าใส่จอกซึ่งมีคราบติดอยู่ให้พระองค์ดื่ม  แต่พระองค์ก็ไม่ทรงถือ และดวดเหล้ากรึบเดียว เพื่อเป็นการซื้อใจ 

ผู้นำชาวเขาจัดที่พักถวาย เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จบ้านขอบด้ง พ.ศ. 2513 จะเห็นลักษณะการแต่งกายและการตัดผมในอดีตของชาวเผ่ามูเซอดำอ่างขาง

               พระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินและไร่บนดอยอ่างขาง และตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ เมื่อปี 2512 ต่อมาตั้งเป็นสถานีเกษตรหลวงอ่างข่าง เจ้าหน้าที่ที่ทำงานที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางกล่าวว่า “เขาไม่ใช่ข้าราชการ  เขาทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด เหมือนเกษตรกร เพื่อจะช่วยให้ชาวเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” 

เมื่อพระองค์เสด็จมาทรงงาน ได้ตรัสว่า  “จริงๆ แล้วงานที่บนภูเขา ควรจะได้ทำมาก่อนหน้านี้ตั้งแต่เมื่อวาน เพราะการปลูกฝิ่นขยายพื้นที่กว้างอย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก” พระองค์จึงทรงทำงานแข่งกับเวลา  โดยได้เสด็จมาทรงงานที่ดอยอ่างขางถึง 25 ครั้ง

                พระองค์ตรัสว่า อยากให้คนไทยได้กินผักและผลไม้เมืองหนาวเหมือนชาวต่างประเทศ และต้องเป็นผักผลไม้ที่ปลอดภัย แต่ราคาไม่แพง และเป็นการช่วยให้ชาวเขาได้มีอาชีพที่ดีขึ้น พระองค์จึงได้ให้สถานีเกษตรหลวงทำหน้าที่วิจัยพันธุ์ผลไม้ เริ่มจากลูกท้อพันธุ์พื้นเมือง โดยร่วมมือกับต่างประเทศผสมพันธุ์กับท้อต่างประเทศให้ลูกใหญ่น่ากิน รวมทั้งวิจัยและทดลองปลูกพืชผักเมืองหนาว และไม้ดอก วิจัยด้านป่าไม้เป็นแห่งแรกและแห่งเดียว เพื่อให้ป่าอุดมสมบูรณ์กลับคืนมา  งานวิจัยบางงานต้องใช้เวลานานถึง 17 ปี

จะเห็นภูเขาด้านหลังโกร๋นเตียนมาก ไม่มีต้นไม้เลย

 จากนั้นพระองค์ให้ถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ได้จากการวิจัยแก่ชาวเขามาเรียนรู้และนำเมล็ดพันธุ์ไปเพาะปลูก พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ของสถานีคอยให้คำแนะนำติดตามผลการเพาะปลูก ควบคุมคุณภาพมิให้มีสารปนเปื้อน

นอกจากนี้ พระองค์ทรงให้มีการจัดการด้านการตลาด เพื่อให้นำผลิตภัณฑ์ของชาวเขาไปขายออกสู่ตลาดสร้างรายได้ที่แน่นอนให้แก่ชาวเขา เมื่อชาวเขามีรายได้ที่แน่นอนจากการขายผักให้แก่โครงการหลวง ขายผลไม้ได้เงินปีละเป็นแสน (ทุกคนที่ได้ฟังถึงตรงนี้ ต่างร้องโอ้โห) ชาวเขาก็ไม่หวนกลับไปปลูกฝิ่นอีก ทำให้ฝิ่นหมดไปจากแผ่นดินดอยโดยสิ้นเชิง และป่าไม้ค่อยๆ กลับคืนมาดังเดิมแต่ต้องใช้เวลานับหลายสิบปี

               เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า..ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เมตตาของพระองค์ ที่ แผ่ฟ้า ปกขุนเขา และห่มดินดอย  ได้ช่วยชาวเขาให้มีอาชีพ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ช่วยชาวเราให้ได้มีผัก ผลไม้ อาหารคุณภาพที่ปลอดภัย และช่วยชาวโลกให้ปลอดภัยจากภัยยาเสพติด  นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้อันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงมีต่อ ชาวเขา ชาวเรา และชาวโลก อย่างแท้จริง

               เมื่อได้ฟังเรื่องราวการทรงงานของพ่อหลวงที่ดอยอ่างขางจบลง พวกเราต่างลุกขึ้นยืนต่อหน้าภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่ประดับอยู่ด้านหน้า แล้วร่วมกันร้องเพลง “ของขวัญจากก้อนดิน” และต่อด้วย “ต้นไม้ของพ่อ” พร้อมกัน  ฉันเปล่งเสียงร้องดังด้วยความรู้สึกซาบซึ้งตื้นตันหัวใจ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ราวกับจะให้เสียงเพลงจากลูกนี้ ดังก้องขุนเขาปฐพีไปถึงบนฟากฟ้า ให้พ่อหลวงซึ่งสถิตอยู่บนสรวงสวรรค์ได้ยิน

             เพลงแรก ....“เราทุกคนก็เหมือนก้อนดินแค่ก้อนหนึ่ง เปราะบางไร้ค่า ไร้ความหมาย อ่อนแอเหมือนโคลน... เราก็รู้พ่อต้องเหนื่อยสักเพียงไหน ต้องลำบากใจกายไม่เคยสิ้น เพราะพ่อรู้ พ่อคือ พลังของแผ่นดิน

             ...หากจะหาของขวัญให้พ่อสักกล่อง เราทั้งผองจะพร้อมกันได้ไหม.. ช่วยกันทำความดีให้พ่อได้สุขใจ ไม่ต้องเหนื่อยเกินไปอย่างที่แล้วมา..” (จากเนื้อเพลงของขวัญจากก้อนดินบางส่วน)

            เพลงที่สอง ....“นานมาแล้ว พ่อได้ปลูกต้นไม้ไว้ให้เรา เพื่อวันหนึ่งจะบังลมหนาว และคอยเป็นร่มเงา ปลูกไว้เพื่อพวกเราทุกทุกคน..

พ่อใช้เหงื่อแทนน้ำรดลงไป เพื่อให้ผลิดอกใบออกผล ให้เราทุกทุกคน เติบโตอย่างร่มเย็นในบ้านเรา...

ผ่านมาแล้วเจ็ดสิบปี ต้นไม้นั้นสูงใหญ่ ลมแรงเท่าไหร่ก็บรรเทา...ออกผลให้เก็บกิน แตกใบเพื่อให้ร่มเงา คอยดูแลเรา...ใต้เงาแห่งต้นไม้ต้นใหญ่ ลูกได้อยู่ได้คอยอาศัย แผ่นดินยังกว้างใหญ่ แต่เหมือนว่าหัวใจพ่อกว้างกว่า...

ลูกที่เกิดตรงนี้ยังอยู่ และยังอยู่เพื่อคอยรักษา จะรวมใจเข้ามา จะมีเพียงสัญญาในหัวใจ..

 

จากวันนี้สักหมื่นปี...ต้นไม้ที่พ่อปลูกต้องสวยต้องงดงามและยิ่งใหญ่ สืบสานและติดตาม จากรอยที่พ่อตั้งใจ เหงื่อเราจะเทไปจากหัวใจ ให้ต้นไม้ของพ่อ..ยังงดงาม” (จากเนื้อเพลงต้นไม้ของพ่อบางส่วน)

 

                เมื่อเพลงจบ..ฉันรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อและดีใจที่ได้มาเยือนบนดอยอ่างขางแห่งนี้ ทว่า..ในอีกส่วนลึกๆ ของหัวใจ ฉันรู้สึกเศร้าและเย็นยะเยือกจนน้ำตาซึม เพราะพ่อเหนื่อยมามาก และพ่อไม่อยู่กับเราแล้วจริงๆ

             จากนั้น คุณณัฐภาสฯ ผู้จัดการโรงแรมประกาศว่า

             “หากใครต้องการจะไปดูหิ่งห้อยบนดอยอ่างขาง ตอนนี้รถพร้อมแล้ว” บางคนขอแยกตัวไปนอน ส่วนอีกกลุ่มราวสิบคนขึ้นรถสองแถว ฝ่าลมหนาวออกไปในความมืด  สักครึ่งชั่วโมงผ่านไป ได้ยินเพื่อนคนหนึ่งที่กลับมาจากดูหิ่งห้อยบนยอดดอยอ่างขางที่สูงเกือบ 2,000 เมตร เล่าด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นว่า

            “ตั้งแต่ดูดาวมาหลายแห่ง ไม่เคยเห็นดวงดาวอยู่ใกล้เรามากเท่ากับดูดาวที่บนดอยอ่างขางนี้เลย ดาวอยู่แค่เอื้อมจริงๆ”

             ภายใต้ผ้าห่มไฟฟ้าของโรงแรมรีสอร์ทธรรมชาติ ฉันรู้สึกสุขใจที่ได้มาอ่างขางครั้งนี้ และได้รับรู้เรื่องราวของพ่อหลวง ภาพของพระองค์กับแม่หลวงที่เห็นจากจอเมื่อตอนหัวค่ำยังเด่นชัดตราตรึง  ฉันบอกกับตัวเองว่า..นอนเถอะ.. พรุ่งนี้เราจะได้ไปตามรอยพ่อหลวงกัน ..ก่อนที่ฉันจะนอนหลับไปในราตรีที่หนาวเย็นยะเยือกแห่งขุนเขาดอยอ่างขาง...ดินแดนที่พ่อหลวงเคยมาทรงงาน...

                                                                            

 ขอขอบคุณภาพจากสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง และจากคุณณัฐภาศ ยศอาลัย ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมธรรมชาติอ่างขางค่ะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายนกฮูก วันที่ : 10/10/2017 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boonsong

ไม่มีคำบรรยายใด จะบรรยาย ถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านได้อีกแล้ว...

ความคิดเห็นที่ 11 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 10/10/2017 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ในโลกนี้ไม่มีกษัตริย์องค์ไหนจะทำได้อย่างพระองค์ท่านแล้ว

ความคิดเห็นที่ 10 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 09/10/2017 เวลา : 11.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ชาวเขาในอดีตปลูกฝิ่นเป็นรายได้ก็เพราะไม่ทราบว่าจะปลูกพืชอื่นใดนอกจากฝิ่น ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาวแก่ชาวเขา เพื่อสร้างรายได้ทดแทนการปลูกฝิ่น

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ความคิดเห็นที่ 9 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 09/10/2017 เวลา : 06.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

พระองค์ทรงเป็นแสงสว่างให้ทุกชีวิตในสยามประเทศแห่งนี้
ไม่เลือกแม้เชื้อชาติ หรือศาสนา

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระองค์ท่านอย่างหาที่สิ้นสุดมิได้จริงๆ

ธ สถิตในหัวใจของคนไทยตราบนิจนิรันดร์

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Chaoying วันที่ : 08/10/2017 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 4 แม่หมี หวัดดีจ้าเพื่อนรัก
พระองค์ทรงงานหนัก เดินจากเขาลูกนี้ไปลูกโน้น บนเนินด้วยนะ ไม่ใช่ทางราบๆ ท่านเหนื่อยมาก
สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Chaoying วันที่ : 08/10/2017 เวลา : 22.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 3 คุณFebruary 26
คุณก็มีภาพพระองค์ท่านหลายภาพที่ไม่เคยเห็นเหมือนกันค่ะ
เห็นแล้ว แดดร้อน ฝนตก พระองค์เสด็จไปทั่วทุกหนแห่ง ท่านเหนื่อยมาก เพื่อพวกเราทุกคนจริงๆ ไม่มีใครอีกแล้วในโลกนี้

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Chaoying วันที่ : 08/10/2017 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 2. อานาคาริกก้า
ไพเราะมาก ขอบคุณค่ะ
พ่อเหนื่อยเพื่อเรามามากจริงๆ ทรงงานหนักกระทั่งกระดูกทรุด

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Chaoying วันที่ : 08/10/2017 เวลา : 22.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 1 นายยั้งคิด
ว้าว มาเจิมให้ก่อนใคร นะคะ ขอบคุณ
มันเป็นดวงดาวค่ะ หิ้งห้อย คืนนั้น ไม่ค่อยมีเท่าไหร่

ความคิดเห็นที่ 4 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 08/10/2017 เวลา : 21.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านเรื่องราวของพระองค์ด้วยความประทับใจและซาบซึ้ง
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ความคิดเห็นที่ 3 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
february26 วันที่ : 08/10/2017 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

หลายภาพไม่เคยเห็น พระองค์ท่านทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อคนไทยมากมายเหลือเกินครับ

สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์

ความคิดเห็นที่ 2 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Anacarika วันที่ : 08/10/2017 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

ทรงเสด็จสู่สัมปรายภพสรวงสวรรค์
รูปนามนั้นสู่นิพพานขันธ์สลาย
เพียงธาตุ ๔ แตกดับทุกข์ผ่อนคลาย
พระวรกายทรงเหนื่อยล้ามาเนิ่นนาน

ความคิดเห็นที่ 1 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 08/10/2017 เวลา : 17.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

หิ่งห้อย คือ ดวงดาว หรือครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน