*/
  • Chaoying
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pkanesuan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-10
  • จำนวนเรื่อง : 515
  • จำนวนผู้ชม : 1810375
  • จำนวนผู้โหวต : 1043
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1043 คน
<< มกราคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม 2561
Posted by Chaoying , ผู้อ่าน : 529 , 09:05:48 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 11 คน BlueHill , ลาดพร้าวซอยสิบสอง และอีก 9 คนโหวตเรื่องนี้

วีรกรรมในวันเด็กปีนั้น...ฉันถูกปลุกขึ้นมากลางดึก

        วีรกรรม หมายถึงการกระทำที่กล้าหาญน่าชื่นชม ทว่าหากใช้ในอีกบริบทอาจจะหมายถึงการกระทำบางอย่างที่สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าก็ได้ และวีรกรรมของฉันก็น่าจะจัดอยู่ในประเภทหลัง จะเล่าให้ฟัง...

        ย้อนไปในสมัยที่ฉันเป็นเด็ก น่าจะเป็นช่วงที่มีคำขวัญวันเด็ก ว่า  “เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาด ชาติเจริญ”

       วันเด็กของเด็กบ้านนอกอย่างฉันช่างเป็นวันที่มีความสุขสนุกอิสระเสรีเหนืออื่นใดมาก ทุกปีฉันจะตั้งตาเฝ้ารอคอยให้ถึงวันเด็ก วันเด็กเป็นวันที่ฉันรู้สึกเหมือนเป็นนางฟ้าตัวน้อยที่พ่อแม่อนุญาตให้ออกจากบ้านไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องหาเหตุผลมาขอมากมาย และเมื่อไปทางไหนก็จะได้รับเกียรติจากผู้ใหญ่ใจดีให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วยความยิ้มแย้มเอ็นดู และยังได้รับสิทธิพิเศษในทุกสถานที่ราชการที่เปิดเฉพาะวันเด็กให้เด็กเข้าไปชมซึ่งตามปกติไม่อนุญาต เช่น ศาลจังหวัด เป็นต้น ฉันจะไปทุกแห่งที่เปิดให้ชมด้วยความตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็น เพราะฉันเป็นเด็กที่ชอบผจญภัยและใฝ่หาความรู้ ยิ่งไปกว่านั้นในตัวอำเภอเมืองตรังหรือที่ชาวตรังเรียกกันว่า “ทับเที่ยง” ที่ฉันอาศัยอยู่ในยุค 1.0 นั้น จะมีการจัดงานวันเด็กอย่างครึกครื้นโดยผู้ใหญ่ในหน่วยงานราชการต่างๆ ร่วมกันกับโรงเรียนจัดกิจกรรมสำหรับเด็กมากมายหลากรูปแบบและหลายสถานที่ อาทิ ช่วงเช้าที่เวทีของเทศบาลจัดข้างๆ ที่ว่าการอำเภอเมือง มีการแสดงรำฟ้อนบนเวทีของนักเรียนโรงเรียนต่างๆ โดยครูแต่ละโรงเรียนต้องเตรียมฝึกซ้อมและจัดนำมาแสดง มีการประกวดร้องเพลง (ฉันเคยขึ้นประกวดร้องเพลง “ชะตาชีวิต” ด้วยนะ) ช่วงบ่ายที่อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มีการจัดแข่งขันตอบคำถามบนเวที ซึ่งจะแข่งเป็นทีมและแบ่งเป็นระดับทั้งประถมและมัธยม โดยโรงเรียนใหญ่ที่มีชื่อของจังหวัดจะส่งทีมนักเรียนหัวกะทิมาตอบคำถามชิงรางวัล เราเป็นนักเรียนโรงเรียนไหนก็เชียร์ตัวแทนของโรงเรียนเราอยู่ด้านล่างเวที นับเป็นเวทีที่มีทั้งความรู้และความน่าตื่นเต้นให้ลุ้นระทึก และเป็นเวทีที่สะท้อนถึงศักยภาพของทั้งเด็กและครูของโรงเรียนที่ส่งเข้าแข่งขันด้วยว่า มี “เด็กเก่ง” แค่ไหน หากชนะก็จะเป็นหน้าเป็นตาของโรงเรียนอีกด้วย หรือบางช่วงก็เปิดให้โอกาสให้เด็กทั่วไปคนเดียวขึ้นมาตอบก็ได้ ถ้าตอบถูกก็ได้รับรางวัล (ฉันชอบแข่งขันตอบคำถามเพราะตื่นเต้นท้าทายดี และฉันก็มั่นใจว่าฉันมีความรู้รอบตัวพอตัว) ในขณะเดียวกันการแจกน้ำหวาน ขนม ไอศกรีม และแจกสมุด ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด นั้น เป็นการแจกขั้นพื้นฐานของทุกแห่งที่จัดให้เด็กๆ ไปเที่ยวชมกิจกรรมอยู่แล้ว อ้อ แล้วบางปีมีวิกหนังบางวิก เปิดรอบพิเศษฟรีสำหรับเด็ก ซึ่งตามปกติวันเสาร์อาทิตย์จะมีหนังสองบาท คือราคาค่าตั๋วแค่สองบาทอยู่แล้ว แต่จะเปิดให้ชมฟรีในวันเด็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือก กิจกรรมวันเด็กที่สนุกสนานทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะจัดในตัวอำเภอเมืองตรัง ต่างอำเภอออกไปไม่แน่ใจว่ามีไหม ถึงมีก็ไม่สนุกยิ่งใหญ่เท่างานในตัวอำเภอเมือง

           ในปีนั้น..ฉันอายุ 10 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป. 4 ที่โรงเรียนบ้านย่านตาขาวในอำเภอย่านตาขาว เนื่องจากฉันต้องย้ายจากอำเภอเมืองตรังตามพ่อซึ่งย้ายไปรับราชการที่อำเภอย่านตาขาว ครอบครัวของฉันจึงย้ายไปอยู่บ้านเช่าที่ย่านตาขาว บ้านเช่าที่พ่อเช่าเป็นห้องแถวไม้สองชั้นยาวติดต่อกันนับกว่าสิบหลัง และอีกฝั่งของถนนก็เป็นบ้านห้องแถว นับเป็นความงดงามของสังคมไทยในสมัย 1.0นั้นที่เราจะรู้จักกันแทบทุกบ้านเพราะเรามีชายคาร่วมกัน ถนนวรคีรีทั้งสายมีบ้านเป็นห้องแถวตลอดสายถนน เมื่อฉันเดินไปกลับตามชายคาหน้าบ้านเป็นประจำทุกวัน ฉันก็รู้จักแทบทุกบ้านหรือแทบทุกบ้านก็จะรู้จักฉัน นี่คือ สังคมไทยอันอบอุ่นในอำเภอเล็กๆ ที่น้อยบ้านจะมีรถยนต์ส่วนตัว นอกจากบางบ้านจะมีรถเครื่องหรือมอเตอร์ไซด์หรือไม่ก็จักรยาน ฉันและเด็กๆ ส่วนใหญ่จึงเดินเป็นหลัก ปลายๆ ถนนมีบ้านของ “ขวัญ” เพื่อนเด็กหญิงที่เรียนห้องเดียวกับฉันอยู่บนถนนสายนี้ด้วย ขวัญเป็นเด็กที่พ่อแม่ค่อนข้างเข้มงวด ไม่ค่อยมีเพื่อน และคงจะไม่ได้ไปไหนตามลำพังนอกจากโรงเรียนและบ้าน

บ้านที่ฉันเคยอยู่ คือ ห้องแรกซ้ายมือสุด เมื่อหลายปีมาแล้ว ตอนนี้โทรมไปมาก

          แน่นอนว่า เมื่อวันเด็กที่ฉันเฝ้ารอมาถึง ฉันจึงขออนุญาตพ่อไปเที่ยวงานวันเด็กที่ในอำเภอเมืองตรัง พ่ออนุญาตอย่างอารมณ์ดี แม้พ่อจะเป็นคนดุแต่เป็นนักประชาธิปไตยที่มักสนับสนุนให้ฉันเดินทางไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง บางครั้งพ่อก็ให้ฉันไปเยี่ยมผู้ใหญ่แทนพ่อ ก่อนออกจากบ้านพ่อบอกฉันว่า “ไปทับเที่ยงแล้ว อย่าลืมไปเยี่ยมอาชัยด้วยนะ” ฉันรับปากพ่อและดีใจมากที่จะได้ไปเที่ยวงานวันเด็กที่ทับเที่ยงดังฝัน การไปตัวเมืองทับเที่ยงต้องนั่งรถบัสโดยสารประจำทางระยะทาง 21 กม. ใช้เวลานั่งรถที่คนขับขับไปเรื่อยๆ ไม่เหยียบตะบี้ตะบัน จอดแวะรับคนไปตลอดทาง เพราะการสัญจรสมัยก่อนต้องอาศัยรถประจำทางอย่างเดียว ราว 40 นาทีถึงทับเที่ยง สำหรับฉันการเดินทางเปรียบเสมือนการผจญภัย ฉันได้เงินจากพ่อเป็นค่ารถบัสและค่าขนมไม่กี่บาท ก่อนออกจากบ้านฉันยกมือไหว้พ่อกับแม่แล้วฉันก็เดินไปตามชายคาห้องแถว ผ่านหน้าบ้าน “ขวัญ” พอดี ฉันเห็นขวัญแต่งตัวสวยเหมือนจะไปเที่ยววันเด็ก จึงชวนขวัญไปเที่ยวงานวันเด็ก

         “ขวัญ ไปเที่ยวงานวันเด็กไหม” ฉันถามเพื่อน

         “ไปด้วยคน” ขวัญตอบ แล้วไปขออนุญาตพ่อกับแม่

         พ่อและแม่ของขวัญรู้จักกับพ่อแม่ฉันดี พ่อของขวัญทำงานที่อำเภอที่เดียวกับพ่อ จึงรู้จักฉันด้วย ที่พ่อกับแม่ของขวัญให้ขวัญไปเที่ยวกับฉัน ก็เพราะไว้ใจว่าฉันจะพาขวัญไปเที่ยวได้ (เรียกว่ารู้จักหัวนอนปลายเท้าว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร) เพราะฉันมีประวัติเด็กดีมีมารยาทไม่เกเร อีกทั้งสมัยก่อนสังคมไทยมีความปลอดภัยสำหรับเด็กๆ ที่จะไปไหนโดยไม่ต้องมีพ่อแม่ผู้ปกครองไปด้วย เด็กๆ สามารถไปไหนๆ ได้ด้วยตัวเอง สมัยนั้นยังไม่มีข่าวรถตู้ลักพาตัวเด็กหรือข่าวคนร้ายล่อลวงเด็กไปทำมิดีมิร้ายหรือข่มขืนเหมือนทุกวันนี้

        เมื่อฉันกับขวัญมาถึงอำเภอเมืองทับเที่ยง เด็กน้อยสองคนเที่ยวงานวันเด็กกันอย่างสนุกสนาน ฉันชวนขวัญไปทุกแห่งที่ทางการและห้างร้านเปิดให้ชม ขวัญสนุกมากเพราะเธอไม่ค่อยได้ไปไหน เราได้ของแจกเป็นขนมมากมายกินกันอิ่ม เราไปร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นอย่างสนุกเพลิดเพลินกระทั่งเย็นจึงเดินกันมาที่คิวรถเพื่อจะขึ้นรถบัสกลับบ้านที่อำเภอย่านตาขาว ทว่า เมื่อเรามาถึงคิวรถ เราลืมไปว่าหมดเวลารถแล้ว เรามาช้าไปนิดเดียว เด็กๆ สมัยนั้น ฉันไม่มีนาฬิกาข้อมือ

        “ตายแล้ว รถหมดแล้ว ทำไงดีจะกลับบ้านยังไง” ขวัญรู้สึกกลัวจะร้องไห้

        “ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวไปนอนบ้านอาของฉัน ค่อยกลับพรุ่งนี้”

         ฉันปลอบใจขวัญให้หายกังวล จนเธอรู้สึกสบายใจขึ้นในเมื่อมีฉันอยู่ทั้งคนไม่ต้องกลัว และเธอพร้อมที่จะไปไหนไปกันในยามนี้ อันที่จริงฉันเองในนาทีแรกที่รู้ว่า “รถหมด” ก็รู้สึกประหวั่นใจที่กลับบ้านไม่ได้ พ่อแม่จะต้องเป็นห่วงแน่ แต่คิดว่า เราค่อยไปบอกพ่อแม่พรุ่งนี้ วันนี้จะค่ำแล้วจะทำอย่างไรได้

          ฉันไม่ได้รู้สึกกลัวมากที่รถหมดจนทำให้กลับบ้านไม่ได้ แต่ฉันจะคิดหาวิธีแก้ไขสถานการณ์ และก็โชคดีที่ฉันมี “อาชัย” น้องชายของพ่อที่มีบ้านอยู่ในอำเภอเมือง ซึ่งพ่อมักจะสอนฉันไว้ว่า “หากมีเหตุฉุกเฉินอะไรที่ในอำเภอทับเที่ยงให้ไปหาอาชัย อาชัยจะเป็นผู้ใหญ่ที่ลูกไปพึ่งได้” ที่พ่อต้องสอนฉันไว้อย่างนั้น เพราะในสมัยก่อนไม่มีโทรศัพท์มือถือหรือโทรศัพท์สาธารณะที่จะโทรติดต่อเหมือนทุกวันนี้ ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวที่จะขับไปส่งหากไม่มีรถกลับ การเดินทางระหว่างอำเภอที่ไม่แน่ว่าจะเกิดเหตุใดหรือเงินหมด พ่อจึงสอนให้เตรียมแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้ได้ 

          ว่าแล้วฉันก็ชวนขวัญเดินไปเรียกรถตุ๊กๆ ไปบ้านอาชัย ซึ่งอยู่ไปทางที่จะไปอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ โชคดีที่ค่ารถตุ๊กๆ สมัยนั้นแค่สองบาทเรายังพอมี ถ้าไม่มีเงินเราก็เดินหรือไม่ก็ไปขออาชัยเมื่อไปถึงบ้านอา

         เมื่อฉันมาถึงบ้านอาชัยเป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว อาชัยและอาสะใภ้ดีใจที่เห็นหลานรักมาหาและมีเพื่อนมาด้วย  อาชัยไม่ได้ถามอะไรมาก เมื่อรู้ว่าเราตกรถกลับบ้านไม่ได้ก็บอกให้เรากินข้าวและนอนที่บ้าน ค่อยไปพรุ่งนี้ ราวสองทุ่มอาสะใภ้ขึ้นไปจัดที่นอนให้เราสองคน

         ฉันและขวัญกินข้าวอิ่มแล้วก็ขึ้นไปนอน เราหลับสนิทตามประสาเด็ก เพราะเราเดินเที่ยวมาทั้งวัน กระทั่งกลางดึก ฉันงัวเงียตื่นขึ้นมาเมื่อถูกอาชัยเรียกปลุกให้ตื่นและได้ยินเสียงตะโกนดังเอะอะที่หน้าบ้านจนทุกคนในบ้านตื่น แถมบ้านห้องแถวข้างๆ ก็คงจะตื่นด้วย

          “พ่อแม่ของเพื่อนหนู มาตามลูกเค้า” เสียงอาบอก

         อาปลุกให้ขวัญลุกขึ้น แล้วพาลงไปส่งให้พ่อกับแม่ที่ขับรถมารับที่หน้าบ้าน ส่วนฉันบอกกับอาชัยก่อนที่จะล้มตัวลงนอนต่อว่า

          “หนูค่อยกลับพรุ่งนี้ค่ะ ไม่เป็นไร อาให้เพื่อนกลับไปคนเดียวเถอะ”

นี่คือ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่สร้างวีรกรรมในวันเด็กปีนั้น 

          หลังจากวันเด็กวันนั้น พ่อกับแม่ของขวัญก็ไม่ให้ขวัญไปไหนกับฉันอีกเลย และดูจะเคืองๆ พ่อฉันด้วย พ่อไม่ผิดหรอกเพราะไม่รู้ว่าขวัญไปกับฉัน กระทั่งเกิดเรื่องเมื่อพ่อแม่ของขวัญมาตามที่บ้าน แต่ฉันไม่โกรธพ่อแม่ของขวัญหรอก เพราะเขาก็ต้องเป็นห่วงลูก แต่จะมีใครเข้าใจฉันดีไปกว่าตัวฉัน ฉันคิดว่าวีรกรรมของฉันในยุค 1.0 วันนั้นในสถานการณ์เช่นนั้น ฉันทำดีที่สุดแล้ว หากเป็นคุณ คุณจะทำอย่างไร

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
Chaoying วันที่ : 16/01/2018 เวลา : 20.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 17. บก. ชาลี
ใช่ค่ะ หากเป็นยุค 4.0 ก็คงโทรศัพท์หรือไลน์ไปบอกพ่อแม่ขวัญ หรือไม่ก็คงไม่ได้เที่ยวด้วยกัน พ่อแม่เค้าคงขับรถพาขวํญไปเที่ยว

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
Chaoying วันที่ : 16/01/2018 เวลา : 20.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 16..ลาดพร้าวซอยสิบสอง
หวัดดีค่ะ พี่อุ๋ม เรื่องตอนเด็กๆ แต่เจ้าหญิงจำแม่นค่ะ มีเรื่องเยอะค่ะ ซนมาก ขอบคุณมากนะคะที่แวะมาเยือนกัน

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Chaoying วันที่ : 16/01/2018 เวลา : 20.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 15 คนคอหนัง
คนคอหนัง ต้องไปดูหนังกับพ่อแม่บ่อย และดูมากจนจำไม่ได้ สมัยก่อนเจ้าหญิงไม่เพียงแต่ชอบดูหนัง ยังชอบเก็บโปสเตอร์หนังอีกด้วย ฮาๆ

ความคิดเห็นที่ 17 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 16/01/2018 เวลา : 11.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ถ้าเป็นยุค 4.0 ก็ไลน์บอกกันไป

ความคิดเห็นที่ 16 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 16/01/2018 เวลา : 08.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

อ่านไปตื่นเต้นไปค่ะคุณเจ้าหญิงคะ ขนาดเรื่องนานแล้วนะคะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 15 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนคอหนัง วันที่ : 15/01/2018 เวลา : 21.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/movietalk

สงสัยผมจะคนคอหนังสมชื่อ
เพราะผมจำได้แต่เรื่องราวที่พ่อแม่พาไปดูหนังครับ
เรื่องซูเปอร์แมนไม่ได้เกิดระเบิดนะครับ
ที่ระเบิดเรื่องอื่นครับ ผมจำเรื่องไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 14 คนคอหนัง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 15/01/2018 เวลา : 21.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 12.คนคอหนัง
ใช่ค่ะ พ่อแม่เป็นห่วงลูกเสมอ ทุกยุคทุกสมัย แต่สมัยก่อนสังคมไทยปลอดภัยกว่าสมัยนี้มากๆ เด็กๆ ทุกคนอายุเท่าเจ้าหญิงและตัวก็ไม่ได้โตกว่า เดินทางจากบ้าน จากตำบลหมู่บ้านต่างๆ มาเรียนหนังสือในอำเภอ เช้ามา เย็นกลับ โดยไม่ต้องมีพ่อแม่มาส่งเลยสักคน เราก็กลับบ้านได้อย่างปลอดภัย สมัยนี้ไม่ได้เลย ออกไปปากซอยยังเสียวเลย
คนคอหนังจำเรื่องเกี่ยวกับวันเด็กไม่ได้เลย เป็นธรรมดาของคนเราที่จดจำในบางเรื่องที่เกิดเหตุบางอย่าง ที่จำเรื่องพ่อแม่พาไปดูหนังเรื่องซุปเปอร์แมนแล้วเกิดระเบิดในโรงหนัง น่ากลัวเนอะ
เจ้าหญิงพ่อแม่พาไปดูหนังเรื่องแรก "นกยักษ์ทลายโลก" แน่ะ ยังจำได้อีก พอถึงกลางเรื่อง กลัวนกยักษ์ร้องได้ให้ออกจากโรงหนัง จนพ่อแม่ต้องพากลับบ้าน และไม่ได้พาไปดูหนังอีกเลย จนโตพอที่จะไปดูเองได้ ฮาๆๆ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Chaoying วันที่ : 15/01/2018 เวลา : 20.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 11. RKii
ถ้าไม่มีบ้านคุณอาชัย ซึ่งเป็นน้องแท้ๆ ของพ่อ เป็นอาที่เจ้าหญิงซี้กันมาก ก็ยังมีบ้านคุณตา อีกคน ที่พอจะเป็นที่พึ่งได้ค่ะ พ่อสอนไว้

ความคิดเห็นที่ 12 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนคอหนัง วันที่ : 15/01/2018 เวลา : 20.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/movietalk

อ่านพลางจินตนาการพลางอย่างที่แม่หมีว่า
คุณพ่อของเจ้าหญิงก็รอบคอบมากครับ คิดเผื่อไว้แล้ว
สมัยก่อนไม่น่าจะมีภัยอันตรายใด ๆ กับเด็ก ๆ เท่าไรนัก ประเภท โจรลักเด็ก ฯลฯ
แต่ไม่ว่าจะยุคไหน พ่อแม่ก็ห่วงลูกอยู่ดีล่ะครับ โดยเฉพาะถ้าเป็นลูกสาว

อ่านจบผมพยายามนึกนะครับว่า ผมมีความทรงจำเกี่ยวกับวันเด็กบ้างไหม นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกครับ ไม่ได้ความจำเสื่อมนะครับ แต่อาจเพราะผมไม่ได้รู้สึกผูกพันอะไรกับวันเด็กนัก แต่ผมจำภาพที่พ่อแม่พาไปดูซูเปอร์แมนภาคแรกที่โรงหนังปารีสได้ครับ จำภาพที่พ่อพาผมไปดูหนังที่โรงหนังไทยรามา แล้วโรงหนังเกิดระเบิดขึ้นระหว่างฉายหนัง หนีตายกันออกมาครับ เราเป็นเด็กไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรครับ
แต่จำเรื่องราววันเด็กไม่ได้สักเรื่องสิ

ความคิดเห็นที่ 11 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rkii วันที่ : 15/01/2018 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rkii

คิอ่านเพลินเลยค่ะ สนุกดี ถ้าตกรถแล้วไม่มีบ้านคุณอาคนนั้นจะทำยังไงนะคะตอนนั้น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Chaoying วันที่ : 14/01/2018 เวลา : 19.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 1 นกฮูก
พ่อเจ้าหญิงนะ "ด้น" เจ้าหญิงกลัวพ่อมาก แต่ชอบผจญภัยเหมือนพ่อ กอปรกับสังคมในสมัยก่อน น่าอยู่ ไปไหนก็ปลอดภัย เจ้าหญิงยังชอบเดินไปไหนคนเดียวในป่าในสวยเลย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Chaoying วันที่ : 14/01/2018 เวลา : 19.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 6 พี่ทูนดี
ใช่ค่ะ มองในมุมพ่อแม่ของขวัญ คงเป็นห่วงมาก และไม่นึกว่าเราสองคนจะพากันเที่ยวสนุกจนกลับไม่ทันรถ พ่อแม่ต้องเป็นห่วงขวัญมากๆ เลย แต่เราเป็นเด็กตอนนั้น เราไม่คิดถึงข้อนี้เลย พ่อแม่ขวัญคงจะโกรธเจ้าหญิงและพาลโกรธพ่อด้วย

ความคิดเห็นที่ 8 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 14/01/2018 เวลา : 18.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 5 February 26
พ่อมีกุศโลบายให้เจ้าหญิงเดินทางไปไหนมาไหนด้วยตนเอง ทำให้เรากล้า โดยพ่อมักให้เป็นตัวแทนไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่เอาของไปฝาก
และพ่อเป็นคนที่รู้จักคนมาก คนก็รู้จักพ่อมากเช่นกัน พ่อมักจะ "ฝาก" คนขับรถให้เราไปถึงจุดหมายปลายทาง แต่สังคมไทยน่าอยู่สมัยก่อน ไม่น่ากลัวเหมือนสมัยนี้ คิดให้ดีอีกที อันที่จริงพ่อจะหาเตรียมทางหนีทีไล่ให้เจ้าหญิงไว้ยามที่ตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะไม่มีโทรศัพท์ติดต่อใครไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 7 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายนกฮูก วันที่ : 14/01/2018 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boonsong

ภาษาบ้านเหร่าเค้าเรียก. "ด้น"

หมายถึงกล้าคิดกล้าทำ ไม่กลัวอะไร

เติ้นก็เลยกลายเป็นนักผจญภัย ท่องเที่ยวไปทุกแห่งหนไม่กลัวอะไร

ความคิดเห็นที่ 6 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
toondee วันที่ : 14/01/2018 เวลา : 17.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

อ่านแล้ว สมมุติตัวเป็นพ่อแม่ขวัญ คงห่วงที่สุดค่ะ ขวัญเอ๋ย ขวัญมา คงเป็นความประทับใจไม่อาจลืมเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
february26 วันที่ : 14/01/2018 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

อ่านเพลินเลยครับ เจ้าหญิง นึกภาพตามตัวหนังสือ เด็กผู้หญิง พ่อกับแม่จะเป็นห่วงกว่าเด็กผู้ชาย นะครับ

แต่คุณพ่อของเจ้าหญิง ก็ได้คิดล่วงหน้าไว้แล้ว ว่าถ้าเกิดแบบนี้ขึ้น ให้เจ้าหญิงทำอย่างไร

ไม่ทำธรรมดานะครับ สำหรับในวัยเด็กเจ้าหญิง

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 4 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 14/01/2018 เวลา : 10.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 2. สำรวจฟ้า
ต้องเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วเสมอ อนาคตยังเล่าไม่ได้ ยังดีนะที่มีความหลังให้เล่า ฮิๆ
ขวัญ หลังจากที่เรียนจบ ป. 4 ด้วยกัน จนทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยได้เจออีก

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Chaoying วันที่ : 14/01/2018 เวลา : 09.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 1. แม่หมี
ขอบคุณมากจ้าแม่หมี เวลาอ่าน นึกเห็นภาพไทยแลนด์สมัย 1.0 ไหมคะ เด็กต้องเดินๆ เรื่องราวมากมายที่สนุกบนเส้นทางที่ผ่าน และสังคมสมัยก่อน รู้สึกปลอดภัย ไปไหนไม่กลัวเลย ทุกวันนี้ เป็นผู้ใหญ่ยังกลัวทุกแห่ง อย่าว่าแต่เด็กเลย ไม่ปลอดภัยต้องระวังทุกฝีก้าว

ความคิดเห็นที่ 2 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 14/01/2018 เวลา : 09.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ชมเด็กบ่าว เล่าความหลัง สงสัยจะเข้าข่าย
ตอนนี้ขวัญเป็นยังไงบ้างไม่ยอมเล่าต่อ

ความคิดเห็นที่ 1 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 14/01/2018 เวลา : 09.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านเพลิน อ่านไปพลางนึกภาพตามไปด้วย เด็กหญิงตัวน้อยที่เฉลียวฉลาดและมีความเป็นผู้นำ ที่เพื่อนพึ่งพิงได้ อ่านและรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นในครอบครัวของเจัาหญิงค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน