*/
  • Chaoying
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pkanesuan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-10
  • จำนวนเรื่อง : 542
  • จำนวนผู้ชม : 1953920
  • จำนวนผู้โหวต : 1069
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1069 คน
<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม 2561
Posted by Chaoying , ผู้อ่าน : 926 , 23:24:33 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน ลาดพร้าวซอยสิบสอง , สาครงค์ และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

 

ความรัก..คมเขี้ยว..ความชิงชัง ...กับการคืนสู่ป่าของแต้ม

การกลับมาของชะนีมือขาวแห่งผืนป่าเขาพระแทว

          จังหวัดภูเก็ต ไข่มุกแห่งอันดามันที่ครั้งหนึ่งในอดีต คือ เมืองที่ส่งออกสินค้าแร่ดีบุกของไทย  มิได้มีแต่ความงดงามของทะเลและชายหาด ดังที่นักท่องเที่ยวส่วนมากรู้จัก หากแต่ยังมีเทือกเขา “พระแทว” เทือกเขาที่มีสภาพป่าฝนชื้นสมบูรณ์ที่สุดผืนสุดท้ายของภูเก็ต ซึ่งเป็นที่อยู่ของชะนีมือขาว  เป็นอีกแห่งที่น่าไปเยือน

          เอ็นทรีนี้ฉันจะนำเพื่อนๆ ไปรู้จักกับโครงการคืนชะนีคืนสู่ป่าที่เขาพระแทว

 

          เมื่อฉันเลี้ยวรถเข้ามาจากถนนใหญ่ตรงวงเวียนอนุสาวรีย์คุณย่าจันคุณย่ามุกเข้าถนนสายป่าคลอก ได้ประมาณ 9 กม. ก็มองเห็นป้ายบอกปากทางเข้า “น้ำตกบางแป”  เลี้ยวซ้ายเข้ามาตามถนนลาดยางเล็ก ๆ ในสวนยาง ประมาณหนึ่งกิโลเมตร

ถึงปากทางเข้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาพระแทว จ่ายค่าเข้าชมอุทยานแล้วขับต่อไปยังบริเวณที่จอดรถ

 ทันทีที่ฉันก้าวเดินลงมาจากรถ ฉันได้ยินเสียงของชะนีร้องดังก้องพงไพร แทบไม่น่าเชื่อว่า ที่แห่งนี้ คือ ที่อยู่ของชะนีมากกว่า 30 ตัว มันช่างวิเศษมากที่ได้ยินเสียงของพวกเขา เสียงของราชินีแห่งป่า..แต่เมื่อได้รับรู้เรื่องราวของชะนีแต่ละตัว ก่อนจะถูกนำมาที่นี่แล้ว จะรู้ว่าผ่านชะตากรรมที่โหดร้ายเพียงไร

 

        “แต้ม” เป็นชะนีที่มีชะตาชีวิตเหมือนกับชะนีอีกหลายตัวที่พ่อแม่ชะนีถูกฆ่าโดยน้ำมือมนุษย์  แม่ของแต้มถูกคนยิงสิ้นใจร่วงตกจากยอดไม้สูงระหว่างที่กำลังหากินเมล็ดลูกไม้ป่า ร่างแม่ชะนีหล่นสู่พื้นดิน ในขณะที่ยังกอดแต้มอยู่ในอก ชะนีน้อยถูกพรากจากอกแม่ เพื่อนำมาเลี้ยงดูเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักน่าเอ็นดูเพราะมีขนฟูนุ่มสีน้ำตาลอ่อน นัยน์ตาบ้องแบ๊ว และถูกนำมาเป็นเครื่องมือหากินด้วยการให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป ด้วย ความน่ารักของลูกชะนี ทำให้แต้มเป็นที่รักของผู้ที่เป็นเจ้าของและผู้ที่พบเห็นยิ่งนัก  

        ครั้นวันเวลาผ่านไปเมื่อแต้มโตขึ้นมีเขี้ยวงอก ฟันคม และเป็นชะนีสาว เจ้าของซึ่งไม่เข้าใจในธรรมชาติของชะนี ได้หาชะนีเพศผู้มาอยู่กับแต้มหวังจะคลุมถุงชนให้แต้มรับเป็นคู่ชีวิต  ทำให้แต้มไม่พอใจ และมีอารมณ์ดุร้ายเกรี้ยวกราด เกิดการต่อสู้กันระหว่างชะนีสองตัว จนแต้มได้รับบาดเจ็บ ความรักที่เจ้าของเคยรักแต้ม กลับกลายเป็นความชิงชังและหมางเมิน แต้มถูกกักขังและล่ามโซ่ที่มือและเท้า เหลือแต่เท้าข้างเดียวที่ใช้แทนมือเวลาที่จะหยิบอาหารกิน อีกทั้งมือและเท้าที่ถูกล่ามโซ่ถลอกกลายเป็นแผลอักเสบติดเชื้อ แต้มถูกทอดทิ้งไม่ได้รับการดูแลรักษาจากเจ้าของที่เคยรักเอ็นดู กลับกลายเป็นคนที่เกลียดชังแต้ม  ในที่สุดแต้มในสภาพที่แขนและขาพิการอย่างละข้าง ได้ถูกนำมายังศูนย์พิทักษ์สัตว์ป่าบางแป และแต้มอยู่ที่นี่ในกรงตัวเดียวอย่างเงียบๆ ปล่อยเข้าป่าไม่ได้เนื่องจากพิการ...นี่เป็นหนึ่งในหลายเรื่องราวของชะนีอีกหลายๆ ตัว ก่อนที่จะถูกนำมาให้ศูนย์แห่งนี้ดูแล ซึ่งดำเนินงานโดยมูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย

 

ฟังบรรยายสรุปโดยเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย

บล็อกเกอร์พาจรดอทคอม มาช่วยนำทาง (เสื้อฟ้า)

ความเป็นมาของ มูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย

          เมื่อราว 50 ปีก่อน “ชะนี” สัตว์ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ราชินี” แห่งพงไพร เนื่องจากมีเสียงร้องที่ดังก้องกังวานไปทั่วผืนป่า ได้ถูกล่าอย่างหนักจนถึงขั้นสูญพันธุ์สิ้นไปจากเกาะภูเก็ต โดยสาเหตุหลักเพียงเพื่อนนำลูกชะนีที่จับได้ไปโชว์ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปตามชายหาดและตามบาร์ต่างๆ อย่างทรมาน จนกระทั่งมีการออกกฎหมายพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ. ศ. 2535 ผู้ครอบครองชะนีจึงเริ่มนำชะนีมามอบให้ภาครัฐ เนื่องจากเกรงกลัวความผิด จนทำให้ภาครัฐมีชะนีในความดูแลเป็นจำนวนมาก มูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทยต้องการช่วยเหลือชะนีเหล่านั้นให้ได้กลับคืนสู่ธรรมชาติ โครงการคืนชะนีสู่ป่าจึงได้ถือกำเนิดขึ้น ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

          โครงการคืนชะนีสู่ป่า ส่วนอนุรักษ์และศึกษาวิจัยของมูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ. ศ. 2535 และได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย คือ คุณนภดล พฤกษวัน หัวหน้าป่าไม้ภูเก็ตในขณะนั้น คุณถาวร ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าเขาพระแทวและอาสาสมัครจากกลุ่มเอเชียไวด์ไลฟ์ฟันด์ (Wild Life Fund)  มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อช่วยเหลือ ดูแลสุขภาพ ฟื้นฟูและฝึกชะนีที่ถูกทอดทิ้ง ให้กลับมามีสัญชาตญาณสัตว์ป่าก่อนปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่า เขาพระแทว ป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ที่สุดผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต รวมถึงให้การศึกษาเชิงอนุรักษ์และรณรงค์ต่อต้านการถ่ายรูปคู่กับสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมายให้แก่นักเรียน เยาวชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

          หลังจากความพยายามอย่างหนักมากว่า 25 ปี โครงการคืนชะนีสู่ป่าสามารถฟื้นฟูประชากรชะนีมือขาวที่เคยสูญพันธุ์ไปให้กลับมากู่ก้องเสียงร้องทั่วผืนป่าพระแทวอีกครั้ง อีกทั้งชะนียังออกลูกออกหลานเพิ่มพูนจำนวนประชากรในป่า นับได้ว่าเป็นความสำเร็จที่สร้างความภูมิใจให้กับชาวภูเก็ต และชาวไทยเป็นอย่างมาก

         ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์ทั่วโลกต่างยอมรับและยกย่องให้เป็นโครงการต้นแบบที่ช่วยเหลืออนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรชะนีที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนและดีที่สุดในโลก

มูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย Facebook : GibbonRehabilitationProject

Website: www.gibbonproject.org

ข้อมูลจากแผ่นพับโครงการคืนชะนีสู่ป่า

เมื่อเสร็จจากการฟังบรรยายสรุป เดินชมบริเวณที่เป็นโครงการคืนชะนีสู่ป่า

มีแผ่นป้ายแสดงภาพและคำอธิบายการทำงานของโครงการฯ

และเดินชมชะนีบางส่วน บางตัวที่อยู่ในกรง บางส่วนได้ปล่อยสู่ป่าไปแล้ว

ชะนีจะอยู่เป็นครอบครัว และเป็นสัตว์ที่จะเลือกคู่ครองเอง จะเอาตัวผู้หรือตัวเมียที่ไม่ได้เลือกให้มาอยู่ด้วยกัน ไม่ได้

บางตัว ปล่อยคืนสู่ป่า ไม่ได้ เพราะเหตุใด

ฮันนี

เพราะ"ฮันนี" เป็นชะนีต่างถิ่น จึงปล่อยเข้าป่าเขาพระแทวไม่ได้

"โบ" ไม่ชอบอยู่ในป่า แม้ว่าจะปล่อยคืนสู่ป่าเขาพระแทวแล้ว ก็กลับมายังศูนย์ฝึกอีก จึงอยู่ในกรงใกล้กับ "แต้ม"

"แต้ม" ต้องอยู่ในกรง ปล่อยคืนสู่ป่า ไม่ได้ เนื่องจากมือเท้าพิการ

ดูกันชัดๆ ภาพมือและเท้าที่พิการของ แต้ม น่าสงสารมาก

ร้านขายของที่ระลึก เงินช่วยเหลือสมทบในโครงการฟื้นฟูฯ

ฉันช่วยอุดหนุนเสื้อ 1 ตัว

คุณรู้เรื่องเกี่ยวกับชะนี ดีแค่ไหน

เรามารู้จัก...ชะนีมือขาว ยอดนักปลูกป่า

        ลักษณะของชะนีมือขาวนั้น จะมีขนฟูหนาสีดำ สีน้ำตาลอ่อนหรือสีน้ำตาลแก่ ยกเว้นบริเวณหลังมือ หลังเท้าและรอบใบหน้าที่มีขนสีขาวซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของชะนีขาว บริเวณใบหน้า อุ้งมือ และเท้ามีสีดำ

        ถึงแม้ว่า ชะนีแต่ละตัวจะมีสีขนต่างกัน แต่ก็เป็นชะนีชนิดเดียวกัน โดยตัวผู้และตัวเมียจะมีขนสีใดก็ได้ ไม่มีหาง ในพื้นที่ที่อากาศหนาวเย็น ขนชะนีจะยาวขึ้นเพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย โดยจะมีน้ำหนักตัว 4-8 กิโลกรัม ลำตัวยาวประมาณ 45-58 เซนติเมตรเมื่อโตเต็มวัย มีแขนที่แข็งแรงและยาวมาก มีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 29-48 ปี มีเสียงร้องที่ดังกังวานไกล ได้ยินถึง 1 กิโลเมตร เพื่อปกป้องอาณาเขตหากินที่มีพื้นที่เฉลี่ยประมาณ 8 – 15 ตารางกิโลเมตร

        ชะนีเป็นสัตว์สังคมอยู่กันอย่างพ่อแม่ลูก โดยลูกชะนีจะเกาะอกแม่ตลอดเวลา อยู่ราว 1-2 ปี หลังจากนั้นจะอาศัยร่วมกับพ่อแม่จนอายุ 6 ปี เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ จะแยกตัวออกไปหาคู่

        ชะนีใช้เวลาตั้งท้องนาน 7 เดือน จะออกลูกครั้งละหนึ่งตัว ในช่วงระยะเวลาประมาณ 2-5 ปี ซึ่งถือว่าเป็นอัตราเกิดที่ต่ำมาก โดยเฉลี่ยในช่วงชีวิตหนึ่งสามารถมีลูกได้ถึง 7 ตัว ในธรรมชาติชะนีจะใช้ชีวิตทั้งหมดบนยอดไม้ โดยแทบจะไม่ลงมาสัมผัสพื้นดินเลย

        ชะนีกินผลไม้ ใบไม้ ดอกไม้ ไข่สัตว์ และแมลงเล็กๆ เป็นอาหาร โดยจะเลือกเก็บกินเฉพาะผลไม้สุกที่มีความสมบูรณ์เท่านั้นโดยจะกลืนทั้งเมล็ด และขับถ่ายเมล็ดออกมาตลอดพื้นที่อาณาเขตหากิน ในปีหนึ่งชะนีหนึ่งตัวสามารถกระจายเมล็ดพันธุ์ได้มากกว่าหนึ่งหมื่นเมล็ดทีเดียว พฤติกรรมนี้มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์เป็นอย่างมาก จนทำให้ชะนีถูกยกย่องให้เป็นยอดนักปลูกป่า

        ปัจจุบันชะนีมือขาว ถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของไทย และอยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญา CITES ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์

 

ปาล์มเจ้าเมืองถลาง ที่บริเวณป่าเขาพระแทว

เขาพระแทว ยังมีนกมากมายถึง 194 ชนิด นักดูนก ชักสนใจ ใช่ไหมคะ

 

 การเดินทางมายังอุทยานแห่งชาติเขาพระแทว

          ศูนย์ฟื้นฟูสภาพชะนี ตั้งอยู่ที่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว ใกล้น้ำตกบางแป หากเดินทางจากตัวเมืองภูเก็ตถึงวงเวียนอนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรีย์ท้าวศรีสุนทร ให้เลี้ยวไปทางป่าคลอก อีกประมาณ 9 กิโลเมตร จะเห็นป้ายบอกทางเข้าน้ำตกบางแปอยู่ด้านซ้ายมือ เมื่อคุณเลี้ยวซ้ายจากถนนใหญ่เข้าไปตามทางในสวนยาง กระทั่งถึงป้ายอุทยานแห่งชาติเขาพระแทว จ่ายค่าผ่านประตูของอุทยาน  เดินทางต่อไปอีกราว 500 เมตร ก็จะถึงบริเวณศูนย์ฯ มีร้านค้าอาหาร จะเห็นชะนีที่อยู่ในกรง และอาจได้ยินเสียงชะนีร้องจากบริเวณนอกกรงได้

มีน้ำตกบางแป ด้วย

จากโครงการศูนย์ฟื้นฟูสภาพชะนี เดินต่อไปอีกราว 500 เมตร จะเจอน้ำตก

ลงเล่นน้ำได้นะคะ

           ศูนย์ฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 -16.00 น. ไม่คิดค่าธรรมเนียมสำหรับการเข้าชม และหากท่านต้องการเข้าชมเป็นกลุ่มใหญ่ กรุณาติดต่อได้ที่สำนักงานของศูนย์ฯ

         หากมาจากทางสนามบิน... ศูนย์ฟื้นฟูสภาพชะนีตั้งอยู่ห่างจากสนามบินภูเก็ต ประมาณ 20 กิโลเมตร มาตามเส้นทางที่จะเข้าเมืองกระทั่งถึงอนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรีย์ ตรงวงเวียนอนุสาวรีย์ให้เลี้ยวซ้ายไปทางป่าคลอกเช่นกัน

ขอเชิญเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบป่าเขาลำเนาไพรและรักสัตว์ป่า ไปภูเก็ตคราวหน้าอย่าลืมแวะไปเยี่ยมให้กำลังใจ “แต้ม” และเพื่อนๆ นะคะ

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 14/12/2018 เวลา : 11.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

อ่านไป เศร้าไปค่ะน้องเจ้าหญิง มนุษย์ช่างใจร้ายนัก

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Chaoying วันที่ : 11/12/2018 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 5 สาครงค์
ใช่ค่ะ อยากเห็นว่าสัตว์ที่นำไปปล่อยแล้ว ดำรงชีวิตได้เองตามธรรมชาติจริงแท้แค่ไหน
แต่ที่ เขาพระแทว..เจ้าหน้าที่ บอกว่า ..ดูแล จนมั่นใจว่า เค้าจะดำรงชีวิตในป่าได้เอง อยู่รอด และมีชะนีอยู่รอด และอยู่ตามธรรมชาติของมัน หากินเป็น มากถึง 40 ตัวในเขาพระแทว
ที่อื่นๆ ไม่ทราบเหมือนกัน ว่าสัตว์ป่า เป็นยังไง มีใครติดตามผล ประการใด

ความคิดเห็นที่ 9 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 11/12/2018 เวลา : 20.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 4 Vinitvadee.
ใช่ค่ะ หน้าตาของชะนี ดูเศร้า จริงๆ ด้วยค่ะ
อยากให้เค้าอยู่อย่างมีอิสระ มีความสุข มาเห็นที่โครงการ ได้ยินเรื่องราวของชะนีแต่ละตัว น่าสงสารมาก ถูกเจ้าของทรมานก็มี บาดเจ็บ ปล่อยเข้าป่าไม่ได้ ต้องอนุบาลกันจนกว่าจะมั่นใจว่า มันจะหากินเองได้
ภูมิใจ ที่เมืองไทย มีศูนย์ฟื้นฟูชะนี

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Chaoying วันที่ : 11/12/2018 เวลา : 20.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 3 แม่หมี
ใช้ค่ะ แม่หมี ไม่คิดเหมือนกันว่า ประเทศไทยจะมีโครงการดีๆ แบบนี้ เป็นหนึ่งเดียว ในแถบเอเชีย ด้วยนะคะ ต่างชาติยอมรับ และต่างชาติมาดูงาน มาช่วยกันเยอะ มีอาสาสมัครต่างชาติพอรู้ข่าว ก็มาอาสาทำงาน ก็มี

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Chaoying วันที่ : 11/12/2018 เวลา : 20.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 2 redribbon.
ขอบคุณที่แวะมาบ้านนี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Chaoying วันที่ : 11/12/2018 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 1 สำรวจฟ้า
ชะนี น่าสงสาร หน้าตาก็อยู่อ่อนโยน
ภูเก็ต มีป่าเขา มากกว่าที่คิด นกก็เยอะ น่าไปส่องนะ

ความคิดเห็นที่ 5 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สาครงค์ วันที่ : 08/12/2018 เวลา : 16.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij

อยากเห็นการปล่อยสัตว์ป่าหลาย ๆ ประเภท เพื่อการอนุรักษ์ที่ป้องกันการสูญพันธุ์ แต่ก็ยังไม่เห็นรายงานใดว่าสัตว์ที่เคยปล่อยไปแล้วมีชีวิตรอดมากน้อยแค่ไหน เขาติดตามกันบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้

ความคิดเห็นที่ 4 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 08/12/2018 เวลา : 13.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

เคยสังเกตไหมคะว่า ตาชะนีดูเศร้ามากทุกตัว

ความคิดเห็นที่ 3 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 08/12/2018 เวลา : 12.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

น่าสงสารชะนี

ขอบคุณที่มีโครงการดีๆ

ขอบคุณเจ้าหญิงที่เขียนเรื่องนี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 08/12/2018 เวลา : 10.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวโครงการดีๆ ที่นำมาแบ่งปัน เล่าสู่กันฟังค่ะ



ความคิดเห็นที่ 1 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 08/12/2018 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ชะนีเป็นสัตว์ที่น่าสงสาร มีจิตใจคล้ายๆคน

ไม่เคยคิดว่าที่ภูเก็ตจะมีแหล่งดูนกที่มีมากมายเกือบ ๒๐๐ ชนิด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน