*/
  • Chaoying
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pkanesuan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-10
  • จำนวนเรื่อง : 556
  • จำนวนผู้ชม : 2023894
  • จำนวนผู้โหวต : 1080
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1080 คน
<< มีนาคม 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 24 มีนาคม 2562
Posted by Chaoying , ผู้อ่าน : 607 , 18:28:18 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน สุรศักดิ์ , สำรวจฟ้า และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

ไปอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ที่หว้ากอ กันเถอะ

         ตั้งแต่สมัยที่ฉันเรียนวิชาประวัติศาสตร์ตอนอยู่ชั้นประถม ฉันได้เรียนรู้ว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔  พระมหากษัตริย์ไทยแห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านดาราศาสตร์ โดยพระองค์ทรงศึกษาเกี่ยวกับดาราศาสตร์และทรงคำนวนพยากรณ์ล่วงหน้าถึง ๒ ปีได้อย่างถูกต้องแม่นยำว่า  จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงในประเทศไทย ที่ ตำบลหว้ากอ…เรียกว่า “หยั่งรู้ฟ้าดิน” ก็ว่าได้ ฉันรู้สึกทึ่งมาก และภูมิใจมากที่ประเทศไทยของเรามีพระเจ้าแผ่นดินที่ทรงเป็นเลิศด้านศาสตร์แห่งดวงดาวที่อยู่ไกลนอกโลกออกไปในจักรวาล พระองค์ทรงทำได้อย่างไรในยุคนั้นซึ่งยังไม่มีเทคโนโลยีใด ๆ ..แม้แต่ชาวต่างชาติยังยอมรับ นับว่าไม่ธรรมดา 

                              รัชกาลที่ ๔ "พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย"

         ต่อมา...ฉันรู้มาว่าที่ ต.หว้ากอ จ. ประจวบคีรีขันธ์ สถานที่ซึ่งรัชกาลที่ ๔ เสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงในครั้งนั้น ปัจจุบันมีอุทยานวิทยาศาสตร์ (science park) เกี่ยวกับดาราศาสตร์และพระองค์  อีกทั้งมีหอดูดาวด้วย ฉันอยากไปชมสักครั้ง แต่ยังไม่มีโอกาส เพราะรู้สึกว่าการที่จะไปหว้ากอนี้ จากกรุงเทพฯ ต้องไปไกลถึง จ. ประจวบคีรีขันธ์โน่น (ปกติไปใกล้ ๆ แค่ เพชรบุรี ชะอำ หัวหิน)

        ทว่าเมื่อใด...ที่ฉันขับรถล่องใต้กลับบ้านที่จังหวัดตรัง เมื่อออกจากจังหวัดประจวบฯ ไปบนถนนทางหลวงหมายเลข ๔  ไม่ไกล ราว ๑๔ กิโลเมตร ก็จะผ่านปากทางเข้าอุทยานวิทยาศาสตร์ “หว้ากอ” แต่ครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันก็ไม่ได้แวะเข้าไปสักที เพราะใจรีบรี่เร่งฝีเท้าขับรถไปให้ถึงบ้านเร็วๆ  ด้วยหนทางยังอีกยาวไกล (ราว ๖๐๐ กิโลเมตร) ได้แต่คิดเก็บไว้ในใจ ว่า “ฉันจะต้องมาหว้ากอให้ได้สักวัน”

        กระทั้งวันนี้ ฉันตั้งใจมาเที่ยวและมาพักที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์โดยเฉพาะ เมื่อฉันขับรถออกจากหาดสามร้อยยอด ผ่าน อ. กุยบุรี มาเรื่อยๆ หิวก็แวะทานข้าวเที่ยงที่ปั้ม เมื่อถึงสี่แยกไฟแดงที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าเมืองประจวบฯ  แทนที่จะเลี้ยวเข้าเมืองไปยังที่พัก ฉันกลับขับรถตรงไปอีกราว ๑๔ กม. จนเห็นป้าย “อุทยานวิทยาศาสตร์หว้ากอ” ที่ปากทาง ฉันเลี้ยวรถเข้าไปทันที ฉันตื่นเต้นดีใจมากที่ จะได้เห็นอุทยานวิทยาศาสตร์หว้ากอแล้ว

        เอ็นทรีนี้ ฉันจะนำไปชมอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้าหว้ากอด้วยกัน  สำหรับใครที่ยังไม่เคยไป ขอแนะนำว่า เป็นสถานที่ที่น่าไปเยี่ยมชมมาก ๆ อีกแห่งหนึ่งของไทย ที่ให้ทั้งความรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์ในบรรยากาศห้องนิทรรศการติดแอร์เย็นฉ่ำ และให้ความเพลิดเพลินเจริญใจในธรรมชาติอากาศริมทะเลฝั่งสวยที่คุณไม่ควรพลาด หาโอกาสไปชมนะคะ

 

เมื่อเลี้ยวเข้ามาจากถนนทางหลวงหมายเลข ๔ เข้ามา ราวสองกิโลเมตร จะถึงประตูทางเข้าอุทยานฯ

ตรงเข้ามาจะเห็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ให้เลี้ยวซ้ายไปก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาชม

         

เลี้ยวซ้ายขับรถเลียบชายทะเล มาถึงหาดหว้ากอ วันนี้ ทะเลสวยงามมาก

อีกด้านจะเห็นอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ อยู่ทางขวามือ ขับเลยไปอีกนิด

 เมื่อเห็นรูปปั้นวงโคจรของดาวในจักรวาล เลี้ยวรถหาที่จอดรถได้เลย

เห็นอาคารสูงๆ รูปโดม นั่นต้องใช่หอดูดาวแน่ๆ 

 

มีประตูเปิดให้เข้าชม หอ "ดาราทัศนีย์" แปลว่า "หอดูดาว" นั่นเอง

เดินเวียนเป็นวงกลม ขึ้นไปถึงยอดโดมได้ เดินหลายขั้นอยู่เหมือนกัน 

ระหว่างทางที่เดินขึ้นบันไดไป จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับดาราศาสตร์ให้ศึกษา

ออกจากหอดาราทัศนีย์ ก็มาเข้าสู่อีกห้องฝั่งตรงข้าม ซึ่งภายในติดแอร์เย็นฉ่ำ เหมาะแก่การศึกษาเรียนรู้อย่างมาก

กราบพระองค์ท่านก่อน

             ในอาคารนี้จะมีการจัดแสดงเกี่ยวกับการศึกษาค้นคว้าทางดาราศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔

และนี่เป็นข้อมูลบางส่วนที่ได้นำมาจากภาพที่จัดแสดงในห้องนิทรรศการนี้

        ความสนพระทัยในวิทยาศาสตร์อย่างจริงจังของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นที่ประจักษ์ทั้งข้าราชสำนักและแขกต่างเมือง ดังตัวอย่างคำแปลพระราชหัตถเลขา จากภาษาอังกฤษ ลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๓๙๒ (ยังทรงผนวชอยู่) โดยมีใจความตอนหนึ่งถึงพระสหาย คือ Mr. และ Mrs. Eddy แห่งนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ว่า

         “...บัดนี้ผู้มีความเฉลียวฉลาดและผู้มีปัญญาในประเทศเรา มีความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ดังกล่าวมาแล้ว แลมีความยินดีในวิชานั้น ๆ เป็นอันมาก จนกระทั่งบางคนรวมทั้งตัวข้าพเจ้าด้วย ได้พากันพยายามศึกษาภาษาอังกฤษเพื่อจะได้มีความรู้อ่านภาษาอังกฤษในเรื่องวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อให้คุ้นเคยและชักนำความรู้นั้น ๆ มาสู่ประเทศของเราตามแต่จะสามารถนำมาได้...”

         และบันทึกของหมอเฮาส์ เมื่อครั้งไปเข้าเฝ้าพระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฏที่วัดบวรนิเวศวิหาร แสดงให้เห็นถึงความสนพระทัยอย่างจริงจังในด้านวิทยาศาสตร์ ความว่า

         “ข้าพเจ้าได้มองไปรอบห้อง เห็นพระคัมภีร์ไบเบิลจากอเมริกันไบเบิลสมาคม และมีปทานุกรมเว็บสเตอร์อยู่ใกล้เคียงกันวางอยู่บนชั้นที่โต๊ะของเลขานุการ มีสมุดหนังสือเกี่ยวกับอุทกศาสตร์และการเดินเรือ บนโต๊ะมีแผนผังเกี่ยวกับสุริยคราสที่กำลังจะมีขึ้นในอนาคตคำนวณไว้ด้วยดินสอ”

 

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เสด็จหน้าพลับพลาที่ประทับ ณ หว้ากอ

          พระองค์ทรงฉายภาพร่วมกับคณะชาวต่างประเทศหน้าพลับพลาที่ประทับค่ายหลวงหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในการเสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวง เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๔๑๑  ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้คณะนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสมาตั้งค่าย เพื่อศึกษาสำรวจสุริยุปราคา และทรงให้เชิญชาวต่างประเทศไปที่หว้ากอ อันได้แก่ คณะของเซอร์ แฮรี่ ออด ผู้ว่าราชการอังกฤษประจำสิงคโปร์ คณะกงสุลอังกฤษ ตลอดจนคณะกงสุลและชาวอเมริกัน ชาวยุโรปที่พำนักอยู่ในประเทศไทย อันแสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงนำวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยเหลือด้านการเมืองอย่างเด่นชัด ซึ่งสัมฤทธิ์ผลและเป็นที่ยอมรับจากชาวต่างประเทศถึงพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์เจ้ากรุงสยาม ที่เหนือกว่าประเทศตะวันตกหลาย ๆ ประเทศในขณะนั้น

         King Rama IV was photographed with representatives of foreign government  including the British Government of Singapore, the British, American and other European attaches to Siam, in front of the royal residence in Wa Kor Prachuab Kirikhan.

        ค่ายหลวงหว้ากอ เมื่อ พ. ศ. ๒๔๑๑

         เซอร์ แฮรี่ ออด ผู้สำเร็จราชการอังกฤษประจำสิงคโปร์ กล่าวถึงบริเวณค่ายหลวงหว้ากอว่า สถานที่พักอาศัยอยู่ริมทะเล บริเวณป่าไม้ริมหาดถูกแผ้วถาง ตำหนักที่ประทับชั่วคราวสร้างด้วยไม้เป็นตำหนัก ๓ ชั้น ทำเนียบแห่งอื่นปลูกเป็นเรือนชั้นเดียวยกพื้นสูง ๓ ฟุต และทรงต้อนรับแขกเมืองที่มาด้วยอาหารการกินที่จัดหาให้อย่างฟุ่มเฟือยบริบูรณ์ ซึ่งแขกเมืองที่มาไม่มีใครนึกคาดว่าจะได้พบกับที่พักอันอุดมเช่นนี้ในป่าแห่งประเทศสยาม

         The Wa Kor camp as recorded by Sir Harry Ord, the British Governor of Singapore.

 ในวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๑๑ ซึ่งได้รับการยืนยันโดยประจักษ์พยานชาวต่างประเทศที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนั้น

        นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงสถาปนาเวลามาตรฐานกรุงเทพปานกลาง (Bangkok Mean Time) ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์อีกด้วย จากพระอัจริยภาพและพระปรีชาสามารถทางด้านคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ อันประจักษ์ถึงวิชาวิทยาศาสตร์ชั้นสูงและทันสมัยที่สุดในยุคนั้น อันเป็นรากฐานในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย รัฐบาลจึงได้ถวายพระราชสมัญญานามแด่พระองค์ว่า “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” และกำหนดให้วันที่ ๑๑ สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันวิทยาศาสตร์ ตามข้อเสนอของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถ้มภ์

        อีกห้องหนึ่งจะมีการแสดงภาพถ่ายของดวงดาวในจักรวาลตามสถานที่ต่างๆ ของประเทศไทย โดยช่างภาพหลายคน น่าสนใจมากและสวยงามทุกภาพ ขออนุญาตนำภาพมาให้ชมค่ะ

วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร จ. ลำพูน

วัดภูพร้าว จ. อุบลราชธานี

ภาพทางช้างเผือกที่พาดยาวขึ้นไปบนท้องฟ้ากับพระมหาธาตุนภเมทนีดล

ถ่ายที่จุดชมวิว อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ. เชียงใหม่ โดยนายรณภพ ตันวุฒิบัณฑิต 

  (ขอขอบคุณข้อมูลจากป้ายนิทรรศการในอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ หว้ากอ)

       

จากนั้น เราออกมาจากอุทยานวิทยาศาสตร์ กลับมาที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ที่เห็นตอนเข้ามาตอนแรก

ค่าบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ถูกมาก  ผู้ใหญ่ ๓๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท ผู้สูงอายุ ฟรี

ชมปลาแปลกๆ สวยๆ ในตู้ปลาที่จัดตกแต่งอย่างเสมือนจริง เป็นธรรมชาติมาก

ปลากลับหัว  แปลกมากตาอยู่ด้านล่าง นอนหงายแบบนี้  ปลานี้ ไม่เคยเห็นมาก่อน

ไม่เห็นปลาหลาดในคลองมานานแล้ว มาเห็นในตู้ปลา นี้

ปลาอะไรเอ่ย จำไม่ได้ว่า ปักเป้าหรือเปล่านะคะ

ปลาหมอยักษ์

ว้าว มีอุโมงค์ดูปลาด้วย 

 เพลินตาเพลินใจ มีปลามากมาย อุโมงค์ใต้น้ำเป็นจุดไฮด์ไลท์ของพิพิธภัณฑ์ทุกแห่ง

หอย เหลือแต่เปลือกให้เห็นกัน

หอยตีนช้าง

ในวันหยุด มีคนไทยมาเที่ยวน้อยมาก แต่มีพี่น้องชาวเมียนมาที่นิยมมาเที่ยวที่นี่

อย่าลืม มาเที่ยวอุทยานวิทยาศาสตร์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ แล้วมานั่งชมวิวทะเลสวยๆ กันนะคะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 23/04/2019 เวลา : 13.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ผมไปมาหลายครั้งแล้ว น่าสนใจมากครับ
เคยเป็นภาคีสมาชิกสมาคมดาราศาสตร์ไทย
เมื่อช่วงก่อตั้งใหม่ๆ ได้มีโอกาสรู้จัก อ.ระวี
อ.สาลิน และท่านอื่นๆ ขอบคุณมากครับ
ที่พาชม เปิดด่านสิงขรอย่างเป็นทางการ
เมื่อไร พม่าจะเข้ามาเที่ยวกันมากทีเดียว
ชายทะเลแถวนั้น เห็นมีโครงการจะทำเป็น
ริเวียร่าเมืองไทยกัน อยากให้เปิดด่านเป็น
ทางการไวๆ ครับ แล้วคนไทยก็จะได้ไปเที่ยวทวาย
กันด้วย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Chaoying วันที่ : 20/04/2019 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 3 แม่หมี
แม่หมีให้ลูกๆ พาไปนะคะ น่าชม น่าดูกว่าที่คิดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 03/04/2019 เวลา : 15.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ที่หว้ากอคนทั่วไปไม่ค่อยเข้าไปชม นอกจากนักเรียนที่โรงเรียนจัดให้ไปชม

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
opads วันที่ : 02/04/2019 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OKopads
บันทึก การสะสมเหรียญพระบล็อคกษาปณ์

เสียดายที่ไกลไปหน่อยครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
TatiyaDang วันที่ : 25/03/2019 เวลา : 13.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musictellstory

ภาพกาแล็กซี่ทางช้างเผือกของเรา สวยมากๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่หมี วันที่ : 25/03/2019 เวลา : 09.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

น่าไปมากๆ เรื่องอวกาศ เรื่องดาว เรื่องปลา เป็นสิ่งที่ลูกๆสนใจมากค่ะ ส่วนใหญ่เราไปท้องฟ้าจำลอง และพิพิธภันฑ์สัตว์น้ำ ม. บูรพา

อยากไปแต่จะได้ไปมั๊ยเนี่ย เดี๋ยวนี้นั่งรถนานๆไม่ไหว

ขอบคุณเจ้าหญิงมากค่ะสำหรับเรื่องราวดีๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Chaoying วันที่ : 24/03/2019 เวลา : 21.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ขอบคุณมากค่ะ คุณ February 26
ที่มาเจิมเป็นคนแรก ดีใจจัง ที่ทำให้อยากไป น่าไปมากจริงๆ ค่ะ หาโอกาสนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
february26 วันที่ : 24/03/2019 เวลา : 21.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

ยังไม่เคยไปเลยครับพี่เจ้าหญิง ได้อ่านและชมภาพจากพี่เจ้าหญิงที่นำมาแบ่งปันให้ชม ทำให้อยากไปครับ

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน