*/
  • Chaoying
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pkanesuan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-10
  • จำนวนเรื่อง : 562
  • จำนวนผู้ชม : 2043766
  • จำนวนผู้โหวต : 1082
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1082 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 1 กันยายน 2562
Posted by Chaoying , ผู้อ่าน : 374 , 18:30:43 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน wullopp , Surakant และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

ชุมทางหนองปลาดุก...สถานีรถไฟประวัติศาสตร์โลก ที่ควรอนุรักษ์ไว้

          ฉันเป็นคนที่รักและหลงใหลในเสน่ห์ของสถานีรถไฟที่เป็นเรือนไม้ทุกสถานีโดยเฉพาะตามเส้นทางภาคใต้ที่ฉันคุ้นเคย ซึ่งฉันเดินทางโดยรถไฟครั้งแรกจากตรัง-กรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ จนถึงปัจจุบันก็ยังรักในการเดินทางโดยรถไฟไม่เสื่อมคลาย

          ด้วยสถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายของตัวสถานีที่สร้างคล้ายบ้านเรือนไม้ชั้นเดียวขนาดกระทัดรัดหลังเล็กๆ น่ารักๆ ทาสีตัดขอบที่บานประตูลูกฟักและบานหน้าต่าง มีช่องลม ช่องขายตั๋ว ม้านั่งสำหรับให้ผู้โดยสารนั่งรอ ที่ชานชาลามีผู้คนสัญจรขึ้นลงรถไฟ มีพนักงานรถไฟโบกธงสีเขียวและแดงให้สัญญาณ ภาพของการเดินทาง มีคนเดินขายของ มีต้นไม้พุ่มไม้ดอกไม้ประดับปลูกรอบๆ บริเวณสถานีเหมือนปลูกไม้ประดับบ้านให้น่ามอง สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ตัวสถานีเรือนไม้เล็กๆ มีเสน่ห์เต็มไปด้วยชีวิตชีวา บางสถานีตั้งอยู่ในย่านชุมชนที่คนสัญจรพลุกพล่าน บางสถานีตั้งอยู่โดดเดี่ยวเดียวดายในป่าในเขาที่ห่างไกลบ้านคนและถนนสายหลัก (แต่มีทางรถไฟผ่านเพื่อให้ชาวบ้านได้สัญจร) เหมือนบ้านไม้หลังเล็กๆ ในป่าใหญ่ ตั้งอยู่เคียงข้างกับรางเหล็กที่ทอดยาวไปไกลสุดสายตาราวภาพวาด ....ฉันอยากให้สถานีรถไฟเรือนไม้สวยๆ ทุกหลังเหล่านี้ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้ให้นานที่สุด หลายสถานีที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในระยะหลังก็ใช้วัสดุเหล็กก่ออิฐถือปูนหมดแล้ว เนื่องจากไม่สามารถหาไม้เนื้อดีเนื้อแข็งมาสร้างได้อีก ยิ่งไปกว่านั้น บางสถานียังมีเรื่องราวน่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์โลก ดังเช่นสถานีรถไฟ “ชุมทางหนองปลาดุก” ที่ฉันจะเล่าให้ฟังในเอ็นทรีนี้...

สถานีรถไฟหัวหิน

"สถานีวัดสุวรรณ" สถานีเรือนไม้ เหมือนบ้านไม้หลังเล็กๆ น่ารักๆ มีไม้ระแนงเป็นช่องลม ปลูกไม้ประดับหน้าบ้านสวยงาม 

"สถานีโพรงมะเดื่อ" สถานีที่เป็นตัวเรือนไม้สองชั้นแบบนี้ก็มี แต่น้อยมาก สวยงามมาก

"สถานีกันตัง" เป็นสถานีเรือนไม้สวยงามมากที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากรแล้ว 

สถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุกเมื่อปี 2554

          แต่ก่อนนี้...ฉันไม่รู้จักสถานีชุมทางหนองปลาดุกมาก่อน กระทั่งในปี พ.ศ. 2548 ฉันโชคดีมากที่ได้มีโอกาสรู้จักกับอาคันตุกะชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ซึ่งต่อมาได้สนิทสนมเสมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ที่นับถือคนหนึ่งของครอบครัวฉัน ชาวญี่ปุ่นคนนี้ ชื่อ “มิมูระ” แต่เขาชอบที่จะให้เรียกเขาว่า “โอชิจัง” มากกว่า เมื่อตอนที่ฉันรู้จัก เขาอายุราว 85 ปีแล้ว และถ้าหากตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่เขาก็จะมีอายุย่าง 99 ปี โอชิจังอดีตเคยเป็นทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2485- พ.ศ.2488) เขาเดินทางมาเมืองไทยในฐานะทหารช่างเทคนิคดูแลเกี่ยวกับเครื่องยนต์หัวรถจักรรถไฟที่นำมาวิ่งในเส้นทางรถไฟสายมรณะ ระยะทาง 415 กิโลเมตร ซึ่งเริ่มต้นจากชุมทางหนองปลาดุก จังหวัดราชบุรี ไปสิ้นสุดที่เมืองต่านบิวซะยัต ในรัฐมอญ ของประเทศพม่าหรือเมียนมาในปัจจุบัน

          เมื่อฤดูหนาวของญี่ปุ่นมาถึงในทุกปี โอชิจังจะเดินทางมาพำนักชั่วคราวอยู่ที่กรุงเทพฯ และเดินทางไปพำนักที่พม่าด้วย เขาจะเดินขากะเผลกๆ เนื่องจากขาได้รับบาดเจ็บจากโดนสะเก็ดระเบิดเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 และด้วยอายุที่มากขึ้นได้ทำให้เขาเจ็บปวดทรมานมากหากอยู่ในญี่ปุ่นช่วงหน้าหนาว เขาจึงมาพักเมืองไทยที่อบอุ่น...(ใครที่คิดว่าอยู่เมืองนอกแล้วสบาย ไม่เป็นความจริงเลย) เขาเคยบ่นถึงการสัญจรในเมืองไทยโดยรถสาธารณะจากสนามบินสุวรรณภูมิเข้าเมืองและไปยังที่พักว่า ไม่ค่อยเอื้ออำนวยต่อผู้โดยสารที่พิการหรือเดินขากะเผลกแบบเขาเลย ซึ่งต่างจากที่ประเทศญี่ปุ่น เขาเดินทางคนเดียวเสมอเพราะตัวคนเดียว

           ปีนั้น...เมื่อโอชิจังมากรุงเทพฯ เราจัดทริปเพื่อนำโอชิจังไปเที่ยวเมืองกาญจนบุรีตามที่ต่างๆ ที่เขาอยากไป ซึ่งก็เป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตในช่วงมาทำงานสร้างทางรถไฟสายมรณะช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2...เขารักเมืองไทยไม่น้อยไปกว่ารักเมืองพม่าที่เขาเคยมาใช้ชีวิตอยู่ในช่วงสงครามจนกระทั่งสร้างทางรถไฟสายมรณะเสร็จ เขาสามารถพูดภาษาพม่าได้ และเขาถูกจับเป็นเชลยหลังจากที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามฝ่ายพันธมิตรในเวลาต่อมา

พนักงานรถไฟ ธงเขียว ธงแดง คนสัญจร ขึ้น ลงรถไฟ นี่คือ ชีวิตชีวาของสถานีรถไฟ

           วันนั้น...เมื่อเรามาถึงสถานีรถไฟหนองปลาดุก เขาทำให้ฉันได้รู้จักสถานีรถไฟหนองปลาดุกเป็นครั้งแรก โอชิจังเดินรอบๆ พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวและได้ชี้ให้เราดูต้นก้ามปูต้นใหญ่ที่อยู่ข้างสถานีรถไฟ เขาบอกว่า

           “นั่น ที่ใต้ต้นก้ามปูต้นนั้น คือ ค่ายกักกันเชลยทหารญี่ปุ่นหลังแพ้สงคราม และผมถูกจับมาขังที่นี่ ทหารญี่ปุ่นหลายคนก็ตายที่นี่ เชลยทหารญี่ปุ่นทุกคนรู้จักและรักต้นก้ามปูต้นนี้ รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณก้ามปูต้นนี้ที่ให้พวกเราได้พักอาศัยร่มเงา”

            โอชิจังยังบอกอีกว่า เขาได้รับการช่วยเหลือจากคนไทยชาวราชบุรีในการหลบหนีและให้ที่พักพิงให้น้ำและอาหาร เขาถึงรอดชีวิตมาได้ และได้กลับบ้านที่ญี่ปุ่นเมื่อสงครามจบลง ...(ฟังดูแล้วเหมือนหนังเรื่อง “คู่กรรม” ที่อังสุมาลินเจอโกโบริ เพียงแต่บ้านอังสุมาลิน อยู่ที่อัมพวา ไม่ได้อยู่ราชบุรี)... วันนั้น ฉันได้ถ่ายรูปกับโอชิจังที่หน้าสถานีรถไฟหนองปลาดุก แต่ฉันก็หาไม่เจอเสียแล้ว

 

           โอชิจัง เสียชีวิตลงเมื่อปี พ.ศ. 2553 หลังจากที่ฉันไปเยี่ยมเขาที่โตเกียวและเดินทางกลับมาเมืองไทยได้ 5 วัน เมื่อฉันกลับมาเมืองไทยแล้ว หนึ่งปีหลังจากนั้น ฉันได้กลับไปที่สถานีชุมทางหนองปลาดุกอีกครั้งเพื่อรำลึกถึงเขา เรื่องราวที่เขาเล่าให้ฟังฉันยังจำได้ดีเสมอ ฉันถ่ายภาพของสถานีและต้นก้ามปูเอาไว้ก่อนที่สักวันจะเลือนหายไป

ต้นก้ามปูยักษ์ที่เคยเป็นค่ายกักกันเชลยทหารญี่ปุ่น ที่โอชิจังเคยถูกจับให้อยู่ที่ใต้ต้นก้ามปูนี้ ต้นไม้อยู่เป็นร้อยปี แต่ชีวีคนไม่ทนเท่า

 

ช่องขายตั๋ว กับม้านั่งไม้ เมื่อ ปี 2554

ฉันรักสถานีรถไฟ

ตารางเดินรถ กับช่องขายตั๋ว เล็กๆ น่ารักมาก

เหมือนบ้านที่โล่ง โปร่ง เย็นสบาย กับรั้วระแนงไม้

ก่อนถึงหนองปลาดุก..คือ คลองบางตาล..ถัดไป คือ สถานีบ้านโป่งนะคะ

มีต้นไม้ประดับเยอะ สดชื่นเขียวเย็นตาดี ชอบมากค่ะ

มีคนมานั่งรอรถไฟที่ม้าไม้ หรือไม่ก็ชาวบ้านแถวนั้นมานั่งพักผ่อนก็ได้ เพราะน่านั่งเย็นสบาย

ชายชาวบ้านผู้นี้ ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่บริเวณสถานีหนองปลาดุกมาตั้งแต่เด็ก เล่าเรื่องราวที่พ่อแม่และปู่ย่าเล่าให้ฟังถึงตอนทหารญี่ปุ่นมาที่นี่ ปู่กับย่าต้องวิ่งหนีเตลิดหนีไปกันคนละทาง

ฉันชอบม้านั่ง ที่เอาไม้หมอนรถไฟสมัยโบราณมาทำ ให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติดีจังเลย ไม้เนื้อดีหายากมาก

ฉันถามเรื่องราวจากชาวบ้านที่อยู่ที่นั่นมาก่อน

หลังสถานี มีแม่ค้าขายข้าวแกงอยู่เจ้าเดียว เผื่อผู้มารอรถไฟหิว

ชาวบ้านเล่าว่า เมื่อก่อนที่มาทำไร่อ้อยหลังสถานีจะพบอุโมงค์ และอาวุธมากมาย แต่ปัจจุบันหายไปหมดแล้ว

และเมื่อฉันถามพนักงานรถไฟว่ามีใครมาเที่ยวที่สถานีหนองปลาดุกบ้างไหม ช่างน่าแปลกใจ คำตอบที่ได้รับจากพนักงานรถไฟ บอกว่า

            “มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นมาที่นี่กันมาก บางคนมาเห็นต้นก้ามปูถึงกับร้องไห้ และมีชาวฝรั่งก็มา ส่วนคนไทยไม่มีเลยครับ คนไทยไม่มีใครรู้จัก”

ถนนหน้าสถานีเมื่อปี 2554 ยังไม่ได้ลาดยาง

หลังสถานี มีบ้านเรือนคนอาศัยอยู่ไม่กี่หลัง นับได้

            ปี 2562 นี้ เมื่อกลางเดือนสิงหาคม ฉันได้กลับไปที่สถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุกอีกครั้ง ฉันดีใจมากที่ได้เห็นต้นก้ามปูยักษ์ต้นนั้นยังอยู่ แต่ทว่า...ฉันเห็นมีการก่อสร้างรถไฟรางคู่และจะสร้างสถานีชุมทางหนองปลาดุกแห่งใหม่ ซึ่งจะเป็นชุมทางที่ใหญ่มากในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อรองรับรถไฟรางคู่ด้วย

ดีใจมาก ที่เห็นต้นก้ามปูยังอยู่ ตอนนี้ต้นโตใหญ่แผ่กิงก้านสาขามากกว่าเดิม แต่รอบบริเวณรกสกปรก ไม่ได้รับการดูแลความสะอาด

ตัวสถานีได้รับการปรังปรุงทาสีใหม่ และต้นไม้หน้าสถานีก็ถูกยกออกไป ดูร้อนและแห้งแล้งมาก

ฉันคิดว่า ฉันชอบสีเหลืองแบบเก่ามากกว่านะ

น่าจะปลูกไม้ประดับให้สวยงามกว่านี้ จะดีไหม ฉันคิดว่า มันร้อนๆ แห้งแล้งไปหน่อย

ฉันชอบมองหัวรถจักร์ เวลาที่รถไฟแล่นเข้าชานชาลา 

นี่คือ ชีวิตของการเดินทางโดยรถไฟ ธงแดง หยุด เมื่อคนลงหมดและปลอดภัยจึงยกธงเขียว ให้ไปได้

ลงแล้ว

ไปได้ สถานีต่อไป บ้านโป่ง หากลงสู่ภาคใต้ หรือแยกไปเมืองกาญจน์ หรือแยกไปสุพรรณ คนละเส้นทางกัน

วันนี้ ป้ายได้รับการปรับปรุงทำใหม่เขียนใหม่ ด้วยตารางการเดินรถที่แน่นอน

ม้านั่งไม้หมอนที่ฉันชอบ ได้หายไปแล้ว มีแต่เก้าอี้พลาสติกไม่สวยมาแทน เสียความรู้สึกเลย

ยังดี ที่ฉันยังเห็นม้าไม้หมอนส่วนหนึ่งวางอยู่ตรงนี้ ถูกแดดถูกฝน แต่บางส่วนมีการยกออกไปโดยใครไปไหน ไม่มีใครรู้

วันนี้ เห็นมีแค่แผ่นหินสลักที่คงคนต่างชาติญี่ปุ่นที่เห็นความสำคัญของสถานีหนองปลาดุก จึงได้คิดทำแผ่นจารึกนี้มาตั้งไว้เพื่อให้รู้ว่าที่นี่คือ จุดเริ่มต้นของทางรถไฟสายมรณะและเรื่องราวที่มากกว่านั้น แต่ฉันว่า แค่นี้ไม่พอ ฝ่ายทางการไทยน่าจะคิดทำอะไรที่ยิ่งใหญ่เป็นรูปธรรมมากกว่านี้

          ฉันได้แต่ภาวนาให้ฟ้ามีตาและหวังว่า ผู้บริหารบ้านเมืองทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับจังหวัดของราชบุรี ตลอดจนกรมศิลปากรและกระทรวงท่องเที่ยวฯ จะมองการณ์ไกล และเห็นความสำคัญของเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของสถานีรถไฟหนองปลาดุกที่เป็นเรือนไม้สวยน่ารักและต้นก้ามปูยักษ์ที่มีคุณค่าทางจิตใจ เพื่อจะได้อนุรักษ์ให้คงไว้ตลอดไป

            ฉันอยากเสนอให้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อที่จะบอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (เหมือนกับที่อีกฟากฝั่งของสุดทางรถไฟสายมรณะ มีพิพิธภัณฑ์ที่เมืองต่านบิวซะยัตของประเทศเมียนมา) เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาเยือนสถานีหนองปลาดุก อันจะเป็นการส่งเสริมให้มีสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกเพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่งด้วย (ฉันจะเล่าถึงสถานีต่านบิวซะยัตในเอ็นทรีถัดไป)

กำลังก่อสร้างสถานีใหม่เพื่อรองรับรถไฟรางคู่และการเป็นชุมทางรถไฟ

สถานีแห่งใหม่ สร้างใกล้ๆ กับต้นก้ามปู

           การเดินทางไปยังสถานีรถไฟหนองปลาดุก  ขณะที่ผู้เขียนเขียนเอ็นทรีนี้ ยังไม่มีป้ายบอกทางที่ชัดเจน สำหรับคนต่างถิ่นอาจจะไม่รู้ แต่คาดว่าในไม่ช้าเมื่อการทำถนนลาดยาง ติดสัญญาณไฟจราจรแล้วเสร็จ คงจะมีป้ายบอกทางที่ชัดเจนขึ้น ในช่วงนี้แนะนำให้เพื่อนๆ เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุด โดยให้เลี้ยวยูเทิร์นใต้สะพานลอยที่จะเข้าตลาดบ้านโป่ง (อีกทางแยกไปเมืองกาญจน์) เมื่อเลี้ยวยูเทิร์นกลับมาทางที่จะไปกรุงเทพฯ ขับไปจนเห็นปั้มน้ำมันอยู่ซ้ายมือ ขับไปอีกนิดเจอสามแยกไฟแดง ให้เลี้ยวซ้ายที่ไฟแดง และขับเลียบคลองชลประทานไปราวสองกิโลเมตร เลี้ยวซ้ายอีกทีแล้วขับตรงไปกระทั่งข้ามทางรถไฟ ก็จะเห็นสถานีรถไฟหนองปลาดุก

 หรืออีกวิธี เพื่อนๆ อาจจะนั่งรถไฟทุกขบวนที่ไปกาญจนบุรี หรือ สุพรรณบุรี หรือไปบ้านโป่ง ก็จะผ่านชุมทางหนองปลาดุกก่อน แต่เมื่อลงรถไฟแล้ว ขากลับก็ต้องกลับโดยรถไฟอีก เนื่องจากยังไม่ได้มีรถโดยสารสาธารณะหรือสองแถวบริการจากสถานีหนองปลาดุกออกมาถนนใหญ่ (ในอนาคตเมื่อสถานีรถไฟรางคู่สร้างเสร็จแล้ว คาดว่าจะมีรถสาธารณะให้บริการ)

      ขอขอบคุณพื้นที่ดีๆ แห่งโอเคเนชั่นนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่มาอ่าน และโปรดติดตามเรื่อง สถานีรถไฟสุดทางสายมรณะที่เมืองต่านบิวซะยัต ในเอ็นทรีหน้านะคะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Chaoying วันที่ : 04/09/2019 เวลา : 07.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยือนและอ่านเอ็นทรีนี้นะคะ
อย่าลืม ..ติดตาม เอ็นทรีต่อไปนะคะ จะนำไปยัง เมือง ต่านบิวซายัต ในรัฐมอญ ประเทศเมียนมา ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Chaoying วันที่ : 02/09/2019 เวลา : 16.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 7 สำรวจฟ้า
สถานีรถไฟ ..เป็นสถาปัตยกรรมเรียบง่าย ไม่แพ้กับเรือนไม้ทรงปั้นหยา ที่หาดูยาก..ควรค่าแก่การอนุรักษ์..ทุกแห่ง น่าเสียดายนะคะที่ได้ทราบว่า ทางอิสาน สถานีไม้ ถูกทำลายไปเกือบหมด
ทางภาคเหนือ..ก็มีสถานีรถไฟ ที่น่ารักๆ หลายสถานี แต่ไม่ได้ไปนานแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้ ยังอยู่หรือเปล่า
สำรวจฟ้า น่าจะเก็บภาพให้ทุกสถานีนะคะ เพราะเป็นคนถ่ายรูปสวยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Chaoying วันที่ : 02/09/2019 เวลา : 16.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. กำหนัน..
ทุกสิงในวันนี้ ก็จะกลายเป็นประวัติศาสตร์ในวันหน้า
กระบี่ ไม่มีรถไฟผ่าน เหมือนกับบางจังหวัดก็ไม่มี เช่น ระนอง ภูเก็ต ..จึง ไม่โชคดี เพราะไม่ได้รู้รสแห่งการ ..มีทางรถไฟ ว่ามันวิเศษมากขนาดไหน
คอยติดตามต่อไปนะคะน้องบ่าว ..พี่เจ้าหญิง จะเล่าเรื่องรถไฟให้ฟัง ฮิๆ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Chaoying วันที่ : 02/09/2019 เวลา : 15.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 5 Vinitvadee
ค่ะ โอชิจัง คงยิ้มอยู่บนสวรรค์ คิดถึงเค้าเสมอค่ะ ชีวิตของโอชิจังน่าสงสารมาก ในช่วงบั้นปลายชีวิต แต่รัฐบาลญี่ปุ่นก็เลี้ยงดูทหารผ่านศึกดีพอสมควร จวบจนวาระสุดท้าย เขาเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย
ขอบคุณที่ อ่านสนุก..ค่ะ
..ชุมทางหนองปลาดุก อ่านเรื่องของเจ้าหญิงแล้วก็รู้จักแล้วใช่ไหมค่ะ ทีนี้ก็ไปเที่ยว ตามรอยได้เลยค่ะ ไม่ไกลกรุงเทพฯ แค่บ้านโป่ง ราชบุรีนี้เอง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Chaoying วันที่ : 02/09/2019 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 4. นายยั้งคิด
ขอขอบคุณอย่างมาก ที่แชร์ประสบการณ์ตรง ในวัย 5-9 ขวบ พี่โตพอที่จะเห็นเหตุการณ์ดีๆ ในตอนสงครามมากมาย เขียนเล่าให้ฟังหน่อยสิคะ..อยากฟัง หาคนที่มีอายุในช่วงนั้น ยากมากค่ะ ..พ่อก็เคยเล่าให้ฟังเรื่องทหารญี่ปุ่นตอนมาบุกเมืองตรัง ชอบฟังมากค่ะ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้อยากรู้เรื่องทหารญี่ปุ่น
..ญี่ปุ่น ที่เป็นทหารมีหลายหน้าที่ คนที่ทำหน้าที่ควบคุมกำลังพอ คงจะดุมาก และโหด แต่ก็มีทหารญี่ปุ่นที่เป็นช่างไม่ใช่หน่วยรบ เช่น โอชิจัง เค้าจิตใจงาม

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Chaoying วันที่ : 02/09/2019 เวลา : 15.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 3 พี่พุธทรัพย์
ใช่ค่ะ สร้างใหม่ ในที่ที่ควรสร้างก็สร้างไป แต่ของเก่าให้อนุรักษ์เอาไว้
สะพานเหล็ก..ก็สวยงามนะคะ สะพานที่ข้ามแม่น้ำและมีรถแล่นผ่านด้วยแล้ว ยิ่งสร้างสวยมากสมัยก่อน ไม่ควรทิ้งขว้างให้หญ้ารกเช่นนั้น..เสียดาย เอามาใช้เป็นจุดไฮไลท์ไว้ถ่ายรูปก็ได้ คนมาถ่ายรูปขึ้นเฟสสวยๆ ก็แห่กันมาชมเอง

ความคิดเห็นที่ 7 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 02/09/2019 เวลา : 10.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

สถานีรถไฟเป็นโบราณสถานที่น่าอนุรักษ์มาก
เมื่อไม่นานมานี้มีเรื่องราวของการรื้อสถานีรถไฟสายอิสานเพื่อทำทางคู่ มีหลายสถานีที่ถูกรื้อ
ช่วงเด็กเวลานั่งรถไฟมักจะนั่งนับสถานีชุมทางว่ามีกี่สถานีจากชุมทางทุ่งส่งถึงกรุงเทพฯ ชุมทางหนองปลาดุกจะเป็นหนึ่งใน ๖ ของเส้นทางสายใต้
เจ้าหญิงมีเรื่องราวน่าประทับใจมาเล่าสู่กันฟังหลากหลายเรื่องราว

ความคิดเห็นที่ 6 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กำหนัน from mobile วันที่ : 02/09/2019 เวลา : 09.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับพี่สาวประวัติศาสตร์เป็นรอยจารึกครับกระบี่ไม่มีรถไฟฮิๆๆคิดถึงครับ

ความคิดเห็นที่ 5 สำรวจฟ้า , Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (2)
vinitvadee วันที่ : 02/09/2019 เวลา : 07.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ตามมาเที่ยวกับเจ้าหญิงค่ะ
เพิ่งทราบชื่อ สถานีชุมทางรถไฟสายนี้ ไม่คุ้นเลยค่ะ

อ่านสนุกมาก และทราบว่าเจ้าหญิงชอบรถไฟ สถานีรถไฟมากจริงๆ

วันนี้gj ทำบล็อกพิเศษแด่เจ้าหญิงและท่านPT ค่ะ สนองน้ำใจแฟนแสตมป์ตัวจริง

"โอชิจัง" ยิ้มอยู่บนสวรรค์เมื่อเห็นเอนทรี่นี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 01/09/2019 เวลา : 21.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ผมอยู่ในวัย 5 - 9 ขวบ บ้านผมอยู่คลองเตยจึงได้เห็นทหารญี่ปุ่นอยู่เรื่อย ตอนที่ญี่ปุ่นบุกคืนแรกผมก็เห็น และได้เห็นค่ายเชลยที่ท่าเรือคลองเตยด้วย และตอนที่ทหารญี่ปุ่นคุมทหารเชลยฝรั่งมาบนถบรรทุก 4 - 5 คัน ออกจากค่ายผ่านตลาดคลองเตยเข้าพระนคร คนไทยข้างทางโยนบุหรี่ กล้วหอมให้เชลย ทหารญี่ปุ่นเห็นเข้าก็สั่งหยุดรถ แล้วตบหน้าเชลยเรียงแถวโชว์ครับ พอตกเย็นก็พาเชลยกลับเข้าค่าย ทหารเชลยไม่มีเสื้อกางเกง นุ่งผ้าเตี่ยวตัวโดนแดดเกรียมเป็นสีแดง ผอมโซทุกคน

ความคิดเห็นที่ 3 Chaoying , นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (2)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 01/09/2019 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

สร้างใหม่ไม่ว่ากันนะคุณเจ้าหญิง อย่ารื้อของเดิมทิ้งก็แล้วกัน

อดคิดถึงสะพานท่านางสังข์ บางหมาก อำเภอเมือง จ ชุมพร ที่ยุวชนทหารได้สร้างวีรกรรมต่อสู้กับทหารญี่ปุ่นที่ยกพลขึ้นบกที่ชุมพร กรมทางหลวงสร้างถนนชุมพร-ปากน้ำใหม่และสร้างสะพานใหม่ ไม่ไกลจากจุดเดิมมากนัก แต่แทนที่จะเก็บสะพานเดิมไว้เป็นอนุสรณ์กลับรื้อออกแต่สะพานเหล็กเดิมก็วางเค้เก้อยู่อย่างนั้น ไม่ได้ทำอะไร ตอนนี้ปล่อยให้หญ้ารกมองไม่เห็นสะพานเหล็กเดิมแล้วครับ น่าเสียดาย

ความคิดเห็นที่ 2 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 01/09/2019 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 1 แม่หมี
การที่ได้รู้จักกับทหารญี่ปุ่นคนนี้ คงไม่ใช่ความบังเอิญ แจ่เป็นโชคชะตา ค่ะ
ขอบคุณแม่หมีที่เจิมให้นะคะ อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะ

ความคิดเห็นที่ 1 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 01/09/2019 เวลา : 20.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านเพลิน ได้ความรู้ โชคดีจังที่เจ้าหญิงได้คุยกับทหารชาวญี่ปุ่นด้วย ยอดเยี่ยมมากค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน