*/
  • Chaoying
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pkanesuan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-10
  • จำนวนเรื่อง : 598
  • จำนวนผู้ชม : 2164035
  • จำนวนผู้โหวต : 1108
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1108 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม 2563
Posted by Chaoying , ผู้อ่าน : 979 , 06:07:26 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน สำรวจฟ้า , นายยั้งคิด และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

                                                   

                                               

                                                   เที่ยวเมืองโม่ก๊ก (3) ตลาดนัดยามเช้า

        ยามเช้าตรู่ในฤดูหนาวเมืองโม่ก๊ก ฉันได้นำเพื่อนๆ ไปที่ร้านน้ำชา (และแพะเหย่ส่าย) เพื่อสัมผัสกลิ่นอายของวิถีชีวิตร้านน้ำชาแบบชาวเมืองนี้ ได้ลิ้มรส ชาพม่า (และแพะเหย่) กินกับอี่จ่าเกว้ (ปาท่องโก๋) อันยาวๆ และขนมทอดรูปสามเหลี่ยมไส้ผัก (ซะหมู่ส่า) ไปแล้วในเอ็นทรีที่ผ่านมา

       เอ็นทรีนี้ จะพาไปเที่ยวตลาดนัดแบกะดินยามเช้านะคะ หลังจากเรากลับมาจากร้านน้ำชา และรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมแล้ว เวลาแปดโมงเราขึ้นรถไปยังตลาดนัดเช้าของเมืองโม่ก๊ก

       ตลาดนัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่ให้เดินดูเพื่อเลือกซื้อวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหาร อาทิ พืช ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ เท่านั้น ตลาดนัดยังเต็มไปด้วยสีสัน ความมีชีวิตชีวาของผู้คนที่มาจับจ่ายและพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของ ตลาดทำให้เราเรียนรู้เกี่ยวกับผลิตผลด้านการเกษตร ที่บ่งบอกถึงสภาพดินฟ้าอากาศ ภูมิประเทศและวิถีชีวิต รวมถึงวัฒนธรรมด้านอาหารการกิน ตลอดจนวิธีปรุงอาหารได้เป็นอย่างดี

ตลาดนัดของเมืองโม่ก๊ก ตั้งอยู่กลางเมือง บนถนนสายหนึ่ง สองข้างถนนเป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและร้านค้าขายของชำ มีถนนซอยแยกจากถนนสายหลัก ซึ่งพ่อค้าแม่ขายได้ขยายพื้นที่ขายเข้าไปในซอยเล็กๆ ด้วย

บ้านเรือนส่วนใหญ่ทั่วเมืองโม่ก๊กสร้างด้วยไม้ แม้จะเก่าตามกาลเวลาแต่ทว่ายังงดงามด้วยดีไซด์ของไม้ประตูหน้าต่างที่เรียบง่ายธรรมดา ฉันจึงหลงเสน่ห์บ้านเรือนไม้ของโม่ก๊ก

ฉันชอบเรือนไม้ของโม่ก๊ก แค่เห็นประตู หน้าต่าง ก็สุขใจ

เรามีเวลาเป็นพระยาน้อยชมตลาดนัดแค่ 45 นาที จึงรีบเดินจากหัวถนนเข้าไปเรื่อย ๆ แผงแรกที่เห็นเป็นการขายเสื้อกันหนาวสินค้าจากจีน เพราะอยู่ในช่วงฤดูหนาว  ผู้คนหยิบจับเลือกซื้อขนาดเสื้อและสีที่ต้องการ ในราคาไม่แพง

ถัดมาฉันเห็นแม่ค้าขายขนมคล้ายขนมครกแต่แผ่นใหญ่กว่า

วิธีทำ โดยใช้แป้งข้าวเจ้าผสมน้ำ ตักแป้งใส่ในภาชนะรูปครกมีฝาครอบ โรยหน้าด้วยผักชี มะเขือเทศ ตั้งบนเตาถ่านอังโล่ครอบฝาสักครู่ อีกแบบเมื่อสุกโรยหน้าด้วยน้ำตาล (มัวรีบถ่ายรูป ไม่ได้ถามแม่ค้าว่าขนมชื่ออะไร)

ฉันเคยชิมขนมนี้ ที่วัดอะยาด่อ เขตสะกาย ตอนไปสอนหนังสือ วันนี้ขอถ่ายรูปเฉยๆ

อีกฟากถนนเป็นแผงขายหมวกไหมพรม ถุงเท้า ถุงมือ

        ต่อจากนั้น เป็นอาหารสดประเภท ไก่ เนื้อหมู ปลาน้ำจืด (ไม่มีปลาทะเล เพราะอยู่ไกลทะเลและอยู่บนภูเขา) กุ้งน้ำจืด มีกุ้งน้ำเค็ม (พ่อค้าบอกว่ามาจากมัณฑะเลย์ แต่ฉันเคยถามพ่อค้าขายกุ้งที่มัณฑะเลย์ เขาบอกว่ามาจากเมืองไทยอีกที โดยออกมาทางด่านแม่สอด มาทางเมียวดี)

แม่ค้าขายไก่สด เจ้านี้ ใช้เครื่องตาชั่งแบบเดียวกับบ้านเรา

ไก่เจ้านี้ แม่ค้าชั่งโดยใช้เครื่องชั่ง ที่เรียกว่า "เป๊กฏ่า"

"เป๊กฏ่า" คือ เครื่องชั่งที่ยังมีใช้กันแพร่หลายในเมียนมา มีถาดใส่ของที่จะชั่ง มีลูกตุ้มน้ำหนัก 100-50-25-10 เป๊กฏ่า ถ่วงน้ำหนักด้านหนึ่งเป็นไก่ อีกด้านถ่วงด้วยลูกตุ้มน้ำหนัก

เครื่องตาชั่ง แบบ "เป๊กฏ่า" ทำให้นึกถึงตราของศาลยุติธรรม

แม่ค้าขายหมูเจ้านี้ก็ใช้ ตาชั่งแบบ "เป๊กฏ่า"

พ่อค้าปลา ใจดี อธิบายให้ฟัง ว่า "ที่นี่ไม่มีกุ้ง.. แต่แม่ฉันต้องได้กินกุ้ง...กุ้งนี้มาจากมัณฑะเลย์" แต่ฉันรู้ดีว่ากุ้งมัณฑะเลย์ก็มาจากเมืองไทย นั่นเอง

กุ้งจากเมืองไทย อยู่ขวามือสุดของภาพ ตัวใหญ่ ถามราคา เป๊กฏ่าละ 400 บาท ไทยนะคะ

ปลาน้ำจืด ทั้งหมด

ท้ายถนนเส้นนี้ ยังมีซอยเลี้ยวแยกออกไปอีก ฉันไม่มีเวลาพอจะเดินไปจนสุด เอาแค่นี้ก่อน

ผ่านมาต้นๆ ซอยนี้ มีร้านเพิงขายขนมจีน (โม่ฮิ้นก่า) มีเก้าอี้ให้นั่งกินที่ร้านได้

และอีกร้านถัดไปเป็นร้านข้าวซอยฉาน (บะหมี่เส้นเหลือง) พ่อค้าอารมณ์ดี

เดินต่อไปเห็นร้านขายซาลาเปา (ไส้ถั่ว) น่ากินมาก ก็เลยอยากลองชิมดู ฉันซื้อสองลูก

เอาคำศัพท์มาฝากสำหรับคนที่เรียนภาษาพม่านะคะ "เป้าก์ซี" แปลว่า ซาลาเปา ค่ะ เสียงเป้าคล้ายกันนะคะ

เอาสองลูกค่ะ ขายยังไงคะ

ลองชิมดูนะคะ ว่าซาลาเปารสชาติเหมือนบ้านเราไหม ..น่าอร่อยค่ะ ร้อนๆ ควันฉุยๆ

แผงขายดอกไม้ สวยๆ ทั้งวิวคูน้ำกลางเมือง และดอกไม้งาม

จะเห็นว่า ..แม่ค้า นำผักที่ปลูกเองมาขายด้วย พร้อมกับดอกไม้ เบญจมาศ (ชอบตะกร้าไม้ไผ่ใส่ผัก)

แม่ค้าดอกไม้ เจ้านี้ ก็ปลูกผักกาดด้วย  (ชอบตะกร้าใส่ดอกไม้ สวยมาก)

พระพม่า ก็มาซื้อดอกไม้นำไปบูชาพระพุทธรูป

ชาวเมียนมาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงนิยมซื้อดอกไม้ไปบูชาพระ ดอกไม้จึงมีขายหลายเจ้า คำว่า "ป้าน" แปลว่า ดอกไม้ นะคะ

ผักต่างๆ เช่น รากจูมยิด รสฉุนเผ็ด

รากจู มยิด (มยิด แปลว่า ราก) เคยชิม รสเผ็ดๆ 

ผลไม้นี้ (จำชื่อไม่ได้) แปลก ไม่เคยเห็นเคยพบ แม่ค้าบอกว่า รสขม เฝื่อนๆ มีปลูกขึ้นในแถบเมืองโม่ก๊กเท่านั้น

ลูกอะไร กินยังไง ต้องไปศึกษาต่อ

แม่ค้า..หญิงชาวบ้าน ผู้นี้ คงจะปลูกเอง มีลูกฟักเขียว สามลูก กับลูกเสาวรส ก็นำสินค้ามาขายแลกเงิน (ตะกร้าสวยน่าสนใจ) ถ้าฉันอยู่ที่นั่น ก็จะอุดหนุนให้กำลังใจเธอ

ฟักเขียว (เจ้าก์ พะโหย่ง) ลูกกลมๆ

ยอดหรือแขนงอะไรสักอย่าง ไม่เคยเห็น นี่ก็เป็นต้นไม้ที่ขึ้นในแถบภูเขานี้ เมืองไทย ไม่มี..น่าสนใจดี

มะเขือสดๆ ส่วนด้านขวามือ คือ "ลิ้นฟ้า" หรือ ฝักของต้นเพกา เมืองไทยมีค่ะ (ที่บ้านต่างจังหวัดมีค่ะ ลวกสุกจิ้มน้ำพริกกินได้)

ผลไม้ส่วนมาก มาจากประเทศจีน ได้แก่ ส้ม แอปเปิล องุ่น (เหมือนเมืองไทยเป๊ะเลย สินค้าจีนตีตลาด)

ส่วนผลไม้ที่น่าสนใจสำหรับฉันและเป็นผลไม้พื้นถิ่นที่นิยมปลูกบนภูเขาที่เรานั่งรถผ่านตอนขามา คือ ส้มหัวจุก (สมัยก่อนเมืองไทยปักษ์ใต้บ้านฉันเคยมีส้มหัวจุก แต่บัดนี้ได้สูญพันธุ์หายไปจากประเทศไทยแล้ว) หากฉันจะซื้อ ก็จะเลือกซื้อส้มหัวจุก

คุณเคยกินส้มหัวจุกไหมคะ

ฮั่นแน่ะ..มีลูกวอลนัท ราคาไม่แพง

บล็อกเกอร์ "พี่โบเดีย" แอดมินเพจ "พม่าพาเที่ยว พาเที่ยวพม่า" อุดหนุนส้มหัวจุก และวอลนัท

กล้วยหักมุก (คนไทยไม่นิยมกินกล้วยหักมุก แต่กินกล้วยน้ำว้า ส่วนชาวเมียนมาไม่กินกล้วยน้ำว้า แต่กินกล้วยหักมุก)  

ลูกอะโวคาโด้ มีปลูกมากในเมียนมา

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ฉันเห็นมี “ข้าวปุกงา” ทำขายโดยชาวไทใหญ่หรือชาวฉาน ที่ในตลาดนี้ด้วย

ฉันซื้อ "ข้าวปุกงา" เจ้านี้ อร่อยมาก นิ่มมาก เอาไว้นานก็ไม่แข็ง กองที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ในห่อใบตอง ราคา 700 จั๊ตเองค่ะ

 

             ฉันเคยกินและรู้จัก “ข้าวปุกงา” ครั้งแรก ที่ อ. ปาย จ. แม่ฮ่องสอน ทำขายโดยชาวเขา และเคยเห็นการสาธิตวิธีทำข้าวปุกงาของชาวกะเหรี่ยงจาก จ. กาญจนบุรี ที่ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แสดงว่าวัฒนธรรมด้านอาหารบางอย่างของสองแผ่นดินมีความเหมือนหรือคล้ายกัน อาจจะเป็นเพราะมีการอพยพย้ายถิ่นฐานได้นำวิธีการปรุงอาหารไปด้วยนั่นเอง

การขายอาหาร แบบ "ออล อิน วัน" ไอเดียของพ่อค้าแขกอินเดีย คนนี้น่าสนใจ แต่ยังไม่เคยชิมขนมนี้ คล้ายทอดมันปลากรายบ้านเราไหมนะ

เครื่องปรุงชนิดต่างๆ และซอสจากจีนส่วนใหญ่ และของพื้นเมือง (แอบไปเห็นป้ายโฆษณา คะนอ จากไทย)

ปลาเค็ม กุ้งแห้งตัวเล็ก (น่าจะมาจากทวาย) และพริกป่น

ฉันเพลิดเพลินกับการเดินดูสินค้าแทบทุกแผง แต่ด้วยเวลาจำกัดเดินได้ไม่ทั่วทั้งตลาดและตามตรอกซอกซอย จึงต้องรีบไปต่อ ชมตลาดแค่นี้นะคะ เอ็นทรีต่อไปพลาดไม่ได้สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องอัญมณี ต้องรอติดตามนะคะ

 ขอขอบคุณพื้นที่ดีๆ แห่งโอเคเนชั่นนะคะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Chaoying วันที่ : 28/01/2020 เวลา : 13.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 2 สำรวจฟ้า
ค่ะ ..เหมือนตลาดนัด บ้านเรา
แต่..ทำไม เวลาเดินดูตลาดนัดบ้านเรา ..ก็ไม่ตื่นตา เฉยๆ อาจจะเพราะเราคุ้นชิน และมุ่งไปหาซื้อของอย่างเดียว
แต่..ทุกครั้งที่ไปเที่ยว ตลาดนัด ..ในพม่า..ทุกแห่ง ที่ไป ไม่รู้เป็นอะไร ..ตื่นตา..และสนุก ทุกที ฮาๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Chaoying วันที่ : 28/01/2020 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 1 แม่หมี
ขอบคุณมากแม่หมี ที่มาเจิมค่ะ
บ้านไม้ สร้างมานาน อยู่ได้นาน และสวยหลายๆ แบบ ดูเพลินเลยค่ะ
ข้าวปุกงา..ชาวกะเหรี่ยง ที่เมืองกาญจน์ บอกว่า เป็นขนมมงคล ..ทำในวันแต่งงาน เจ้าบ่าวต้องโชว์พลังความสามารถในการตำข้าวเหนียวที่หุงสุกแล้ว ..ตำๆๆๆๆ จนละเอียดเป็นเนื้อแป้ง ..แล้วคลุกด้วยงาดำ..เป็นระยะๆ จนกว่าจะเข้ากัน จึงจะตักมาแจกให้แขกในงานได้กินด้วย..ปัจจุบันประเพณีนี้..ค่อยๆ หายไป ขนมปุกงา..ก็ยังทำมาขายให้กินกัน จิ้มน้ำตาลทรายแดง อร่อยมากค่ะ
เจ้าหญิงเห็นวิธีทำ ที่เค้ามาสาธิตให้ดู ที่งานโอทอป ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ

ความคิดเห็นที่ 2 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 24/01/2020 เวลา : 15.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

เหมือนตลาดนัดบ้านเรา

ความคิดเห็นที่ 1 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 24/01/2020 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

บ้านเมืองเขาดูง่ายๆ ปลูกด้วยไม้
ที่ทำให้มีเสน่ห์ คิดถึงบ้านหลังเก่า ทำด้วยไม้
ข้าวปุกงา น่าลองชิมมาก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน