*/
  • Chaoying
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pkanesuan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-10
  • จำนวนเรื่อง : 635
  • จำนวนผู้ชม : 2304162
  • จำนวนผู้โหวต : 1134
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1134 คน
<< ธันวาคม 2020 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 25 ธันวาคม 2563
Posted by Chaoying , ผู้อ่าน : 917 , 22:47:46 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สำรวจฟ้า , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

หนาวนี้... ดอกไม้บาน ที่แก่นมะกรูด อ. บ้านไร่ จ. อุทัยธานี

         วันเสาร์-อาทิตย์ กลางเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา (สองวันก่อนที่จะมีข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ตลาดกลางกุ้งมหาชัย สมุทรสาคร) ฉันเอ่ยชวนสามีว่า

           “ไป อ. บ้านไร่ จ. อุทัยธานี รับลมหนาวกันไหม จะไปดูดอกไม้ที่แก่นมะกรูด

          ฉันกับสามีเคยไปเที่ยวอำเภอบ้านไร่ตอนมีงานประจำปีมรดกโลกห้วยขาแข้งเมื่อปีที่แล้ว แต่สามียังไม่เคยไปแก่นมะกรูด (ส่วนฉันเคยไปสองครั้งแล้วเมื่อปี 2561) ฉันคิดว่าสามีคงนึกภาพไม่ออกว่าแก่นมะกรูด คือ อะไร ฉันจึงภูมิใจนำเสนอด้วยการส่งไลน์ภาพสวนดอกไม้ที่แก่นมะกรูดให้สามีดูเป็นน้ำจิ้ม ซึ่งเพื่อนที่เป็นปลัดอบต. บ้านไร่ ไลน์ส่งภาพมาให้ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม พร้อมกับเชิญชวนว่า           

           “ปลูกดอกไม้เสร็จแล้ว มาเที่ยวได้แล้วครับ”

ขอบคุณภาพสวยจากเฟสบุคแก่นมะกรูด

แก่นมะกรูด คือ อะไร

           แก่นมะกรูด เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในตำบลแก่นมะกรูด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี อยู่ห่างจากตัวอำเภอบ้านไร่ ระยะทางราว 33 กม. พื้นที่ภูมิประเทศเป็นภูเขา จึงทำให้อากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะในหน้าหนาวที่อุณหภูมิลดต่ำ แก่นมะกรูด ได้ชื่อว่า หนาวสุดกลางสยาม

เครดิตภาพจากเฟสบุคไร่อุ๊ยกื๋อ แก่นมะกรูด

เส้นทางถนนไปยังแก่นมะกรูดสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นตามภูเขาอายุกว่าร้อยปี ถนนมีช่วงหนึ่งขึ้นเขาเป็นทางสูงชัน เส้นทางที่แคบคดเคี้ยวเลี้ยวโค้งไปโค้งมา ยานพาหนะต้องใช้รถเก๋ง รถตู้ กระบะ หรือมอเตอร์ไซด์เท่านั้น สำหรับรถบัสห้ามขึ้นเขา ดังนั้น หากมาเป็นคณะทัวร์ด้วยรถบัสต้องเปลี่ยนเป็นรถกระบะสองแถวตั้งแต่ช่วงก่อนขึ้นเขา

          ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงโปว์ ทำอาชีพปลูกข้าวโพด ผัก และพืชไร่บนพื้นที่ภูเขาที่สลับซ้อนตัวไปมา ส่วนบนพื้นที่ราบมีการปลูกส้มโอ และปลูกสตรอเบอรี (ซึ่งจะออกผลราวเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ว้าว..) ที่แก่นมะกรูด นอกจากวิวทิวทัศน์ที่สวยงามตามธรรมชาติของเนินขุนเขาแล้ว ยังมีแปลงดอกไม้เมืองหนาวซึ่ง อบต. แก่นมะกรูดจัดการปลูกโดยปรับเปลี่ยนรูปแบบภูมิทัศน์แต่ละปี เพื่อให้แก่นมะกรูดเป็นแหล่งท่องเที่ยวฤดูหนาวที่โดดเด่นดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลมาเก็บภาพกับดอกไม้สวยๆ โดยไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือ

        นอกจากแปลงดอกไม้แล้ว อบต. ยังส่งเสริมให้มี ตลาดนัดชาวเขา เพื่อให้ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงโปว์ได้นำผลิตผลทางการเกษตรมาขายโดยตรงแก่นักท่องเที่ยวในราคาไม่แพง เป็นการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้ชาวกะเหรี่ยงโปว์อีกทางหนึ่ง

ตลาดชาวเขา

ฟักทองกะเหรี่ยง ยาวๆ

อุ๊ยกิ๋อ เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า "อร่อย"

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่หลงใหลดื่มด่ำในธรรมชาติ อยากมาสัมผัสอากาศหนาวยามค่ำคืนนอนดูดาวในอ้อมกอดขุนเขา แก่นมะกรูดก็ยังมีสถานที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวกางเต็นท์ หรือจะพักกางเต็นท์ที่ “ไร่อุ๊ยกื๋อ”  ของชาวกะเหรี่ยงโปว์ก็ได้ ซึ่งต้องจองล่วงหน้าทางเน็ต เพราะจะเต็มตลอดในหน้าหนาว

กางเต็นท์บนชั้นดาดฟ้าของขนำ ดูดาวยามค่ำคืน

หรือจะนอนภายใต้หลังคา บนขนำสไตล์กะเหรี่ยงโปว์ ที่สร้างด้วยลำไม้ไผ่ใช้การสลัก ลิ่ม ไร้ตาปูตอกเช่นนี้

เพื่อนๆ อยากไปแก่นมะกรูดแล้วใช่ไหมคะ ทีนี้ก็ตามฉันมาเลยนะคะ

         วันเสาร์ยามสายๆ เราออกเดินทางไป อ. บ้านไร่ จ. อุทัยธานี โดยครั้งนี้ ฉันเลือกไปทางสุพรรณบุรี ซึ่งจากศาลายาบ้านเราจะใกล้กว่าไปทางถนนเอเชียเข้าเมืองอุทัยธานี ฉันใช้เส้นทางสุพรรณบุรี-ดอนเจดีย์-สระกระโจม-ด่านช้าง –บ้านไร่ หากเพื่อนๆ ที่สะดวกจะไปทางถนนเอเชีย ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี แล้วเข้าเมืองอุทัยธานีก็ได้ และจะต้องเดินทางต่อไปยัง อ. บ้านไร่อีกราว110 กม.

         เราถึงอำเภอบ้านไร่ ราวบ่ายสองโมงกว่า หลังจากเข้าที่พักแล้วยังมีเวลาที่จะไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ตัวอำเภอก่อน ได้แก่ ตลาดซาวไฮ่ ต้นไม้ยักษ์ วัดถ้ำเขาวง และวัดผาทั่ง จนพลบค่ำ

          รุ่งเช้าวันอาทิตย์ อากาศหนาว 16 องศา ลมเย็นพัดแรงมาสัมผัสใบหน้า ฉันกินกล้วยน้ำว้ากับส้มโอที่ซื้อมาจากตลาดซาวไฮ่ ตามด้วยสตรอเบอรีที่ซื้อมาจากวัดถ้ำเขาวงเมื่อเย็นวาน แล้วบอกกับสามีว่า

          “เราค่อยไปหาอะไรที่แก่นมะกรูดก็แล้วกันนะ”

          เราออกเดินทางไปยังหมู่บ้านแก่นมะกรูด ซึ่งจะอยู่ไกลจากอำเภอบ้านไร่ ออกไปอีก 33 กม. บนถนนลาดยางเส้นเล็กๆ สองเลนที่นานๆ จะมีรถสวน ยังเช้าอยู่ แทบจะมีแต่รถเราคันเดียวบนถนนเส้นนี้ ฉันขับรถอย่างสุขใจไปตามเส้นทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นสดชื่นสายตา กระทั่งเห็นบ้านเรือนในชนบทเริ่มอยู่ห่างๆ กันออกไป ฉันคุยจ้อให้สามีฟังว่า

          “ดูนั่น บ้านชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ทางเส้นนี้เหมือนขับรถไปสะเมิง เชียงใหม่ เลยนะเนี่ย”

          พอขับผ่านสวนยางพาราที่ใบเขียวมันงาม ฉันบอกกับสามีว่า

           “ที่บ้านไร่ มีคนใต้มาอยู่เยอะ คงจะมาสร้างสวนยางนี่แน่ๆ เลย ต้นยางงามใบเขียวเป็นมันเชียว”

          “จะมีน้ำยางออกดีเหมือนปักษ์ใต้บ้านเราไหมน้อ” สามีเป็นฝ่ายพูดขึ้นบ้าง

          “นั่นดู... สวนส้มโอ ที่นี่ปลูกส้มโอเยอะนะ” ฉันพูดถึงผลิตผลที่ปลูกในพื้นที่ พลางนึกถึงส้มโอสองแพ็คที่ฉันซื้อที่ตลาดซาวไฮ่เมื่อวาน แม้รสชาติอมเปรี้ยวไม่หวานเหมือนส้มโอนครชัยศรี แต่นี่คือ ผลไม้ที่ปลูกประจำถิ่นกินให้รู้

           “โน่น ไร่ปลูกสตรอว์เบอรี แต่ยังไม่มีลูก” ฉันชี้ให้สามีดู เมื่อขับผ่านไร่ที่มีแปลงปลูกสตรอว์เบอรี ระหว่างทางเราเห็นชาวเขาตั้งร้านเพิงขายสตรอเบอรีเป็นระยะๆ (แต่แม่ค้าขายสตรอว์เบอรีที่วัดถ้ำเขาวง บอกฉันว่า ที่ขายช่วงนี้เป็นสตรอว์เบอรีจากภาคเหนือ เพราะสตรอว์เบอรีของแก่นมะกรูดจะออกราวเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์)

จากถนนพื้นที่ราบ ฉันขับรถเริ่มเป็นทางขึ้นเนินเขา

มองเห็นภูเขาหลายลูกที่สลับซ้อนกัน แลเห็นไร่ต้นข้าวโพดที่ปลูกบนเนินเขาซึ่งตอนนี้เหลือแต่ต้นกับใบแห้งเป็นสีน้ำตาล ฝักคงเก็บไปแล้ว ในขณะที่ฉันขับรถมองดูเส้นทางอย่างระมัดระวัง พลางเล่าให้สามีผู้ยังไม่เคยมาแก่นมะกรูดฟัง ราวกับไกด์บรรยายให้ลูกทัวร์ฟังบนรถทัวร์ ว่า...

          ฉันรู้จักชาวกะเหรี่ยงโปว์คนหนึ่ง เป็นเจ้าของ “ไร่อุ๊ยกื๋อ” ซึ่งฉันมาดูงานที่ไร่เขาเมื่อสองปีที่แล้ว เขาเล่าให้ฟังว่า..เขาทำไร่ปลูกข้าวโพดบนเนินเขามาหลายปีตั้งแต่รุ่นพ่อ ต้องใช้ปุ๋ยและใช้ยาฆ่าแมลงมานาน เวลาผ่านไปรู้สึกว่าด้วยร่างกายที่มีอายุมากแต่สุขภาพเริ่มแย่ลง และผลผลิตข้าวโพดก็ลดน้อยลงทุกปี เพราะผิวดินบนภูเขาที่ปลูกข้าวโพดเสื่อมลงๆ จะแผ้วถางป่าเพิ่มก็ไม่ได้ ในเนื้อที่ที่จำกัด เขาต้องใช้ปุ๋ยเพิ่มมากขึ้นทุกปี ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งมากขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาได้ข่าวการอบรมเรื่อง “ศาสตร์พระราชา เกษตรทฤษฎีใหม่ ของในหลวงรัชกาลที่ 9” ของโครงการปิดทองหลังพระ จึงขอไปเข้าอบรม แล้วกลับมาทำการเกษตรอินทรีย์โดยใช้หลัก “โคก หนอง นา โมเดล” กับพื้นที่ของเขา

"โคก หนอง นา"  โมเดล

การใช้โมเดล "โคก หนอง นา" มาใช้ในพื้นที่ จะทำให้สามารถปลูกผัก ปลูกสตรอว์เบอรี และล่างสุดคือ นา สำหรับปลูกข้าว

บนโคก..ปลูกบ้าน ที่อยู่อาศัย และต้นไม้ให้ร่มเงา 

          เขาลงมือทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยน้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในการปรับพื้นที่เนินเขาที่เคยปลูกข้าวโพดให้เป็น “โคก หนอง นา” แล้วปลูก ผลไม้ส้มโอ กล้วย ผัก ข้าว สตรอเบอรี และต่อมาด้วยภูมิปัญญาของการสร้างบ้านแบบกะเหรี่ยงโปว์ เขาได้คิดต่อยอดด้วยการทำขนำที่พักให้นักท่องเที่ยวมากางเต็นท์ ทำให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งเมื่อลูกๆ คนรุ่นใหม่มาช่วยโปรโมทด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ทางอินเตอร์เน็ตมาใช้ในการจองที่พัก ครอบครัวของเขาก็มีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

         การดำเนินชีวิตตามวิถีกะเหรี่ยงที่น้อมนำ "ศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9" มาใช้ของเขายังเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้ชาวกะเหรี่ยงโปว์ อีก 27 ครอบครัว น้อมนำศาสตร์พระราชา และ “โคก หนอง นา โมเดล” มาใช้ในพื้นที่ของตนเองอีกด้วย ทำให้ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงโปว์ที่แก่นมะกรูดมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ภาพนี้ ฉันมาที่ไร่อุ๊ยกิ๋อ (แปลว่าอร่อย เป็นภาษากะเหรี่ยงโปว์) เมื่อปี 2561 จะเห็นว่าภูเขาที่เคยแผ้วถางทำไร่ เมื่อน้อมนำ "ศาสตร์พระราชา" ด้วยการใช้โมเดล "โคก หนอง นา"  ..พื้นที่ภูเขาที่เคยเป็นไร่ข้าวโพดก็กลายเป็นพืชหลากหลายชนิด ให้ความอุดมสมบูรณ์ชุ่มชื้นมากขึ้น ชาวเขามีรายได้มากขึ้น จากที่เคยปลูกข้าวโพดเพียงอย่างเดียว

(ขอบคุณภาพจากเฟสบุคไร่อุ๊ยกื๋อ 12 ธ.ค. 63)

           สำหรับการกลับมาแก่นมะกรูดครั้งนี้ ฉันอยากจะกลับไปเยือนไร่อุ๊ยกื๋อของเขาด้วย แต่เพื่อนบอกว่า

           “เดี๋ยวนี้ ไร่อุ๊ยกื๋อเค้ามาตั้งร้านกาแฟขายอยู่ที่หลังแปลงดอกไม้แล้วนะ ไม่ต้องขึ้นไปที่ไร่ก็ได้”  ฉันคิดในใจว่าจะต้องไปดูร้านกาแฟให้ได้

          หลังจากที่ขับรถมาราวครึ่งชั่วโมงข้ามเขามาสามลูกแล้วลงสู่พื้นราบ แลเห็นสะพานและลำธารตรงนี้ ไชโย...เรามาถึงแก่นมะกรูดแล้ว เพื่อนๆ ตามฉันมาเก็บภาพสวยๆ กับดอกไม้กันเถอะ

ลานกางเต็นท์ของ อบต. แก่นมะกรูด มีห้องน้ำสาธารณะบริการพร้อม

ขึ้นไปบนจุดชมวิว แล้วมองลงมาเห็นลำธาร

ทุ่งดอกคอสมอสริมลำธาร

มองเห็นร่มและโคมไฟแขวนที่สะพานเป็นแนวยาว 

ต้องเก็บภาพกับดอกคอสมอส

สะพานข้ามลำธารตรงนี้ เป็นไฮด์ไลท์ที่สวยงามทีเดียว

ผ้าทอซิ่นตีนจกลาวครั่ง ที่เลื่องชื่อของอำเภอบ้านไร่ กับเสื้อบ้านไร่

ที่นี่ แก่นมะกรูด มีอนุสาวรีย์ ท่านสืบ นาคะเสถียร ตำนานป่าแห่งวีรบุรุษห้วยขาแข้ง

สืบ นาคะเสถียร วีรบุรุษในดวงใจของฉันด้วย

มาดู 7 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งป่าห้วยขาแข้งมีอะไรบ้าง

มอบหัวใจสีแดงให้แก่สัตว์ป่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งป่าห้วยขาแข้ง

อยากถ่ายรูปกับควายป่า ตัวนี้

ตัวนี้ด้วย มันสวยมาก

ที่ แก่นมะกรูด เป็นโครงการพื้นที่ต้นแบบบูรณาการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ ตามแนวพระราชดำริ ที่แก้ปัญหาให้ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยการน้อมนำโมเดล โคก หนอง นา มาใช่พัฒนาที่ดินบนพื้นที่สูงของตนเพื่อทำการเกษตร

จากนั้น เราขับรถต่อไปอีก 500 เมตร ก็จะถึงแปลงดอกไม้ ไฮด์ไลท์ของการมาชมดอกไม้ที่แก่นมะกรูด

ตรีมการจัดดอกไม้ปี 2564 

สีแดง เขียว เหมือนวันคริสมาสต์

สีม่วงก็สวย

ดอกบานชื่น ก็ชอบมาก

หนาวสุด กลางสยาม

อยากถ่ายกับบ้านกะเหรี่ยงครับ

บ้านน่ารัก น่าอยู่

มุมซุ้มเถาวัลย์นี้ ก็ต้องเก็บภาพไว้

จากนั้น เราเดินมาหาอะไรกินที่ตลาดนัดชาวเขา ยังไม่ได้กินอาหารเช้า  หิวแล้ว 

มีร้านอาหารตามสั่งหลายร้าน ให้เลือก คนขายของที่ตลาดนัดชาวเขานี้ ทั้งหมดเป็นชาวกะเหรี่ยงโปว์ในพื้นที่เท่านั้น (ห้ามคนนอกพื้นที่ขึ้นมาขาย) 

พืชผลทางการเกษตรที่ปลูกได้บนพื้นที่สูงแห่งนี้ ฟักทองยาวๆ เรียกว่า ฟักทองกะเหรี่ยง

ฉันซื้อลูกนี้กลับบ้าน กิโลละ 10 บาท ลูกนี้ 30 บาท

คล้ายลูกท้อชนิดหนึ่ง จำไม่ได้

สีเหลืองเนี่ย ก็มะเขือชนิดหนึ่ง จำชื่อไม่ได้ ใครช่วยบอกทีนะคะ

ถั่วไร่ ปลอดสารพิษ

ต้นสตรอว์เบอรีก็มีขาย เพราะพื้นที่สูงที่นี่ก็ปลูกสตรอว์เบอรีด้วย

ผ้าซิ่นกะเหรี่ยงโปว์ ผ้าทอพื้นถิ่น และเสื้อบ้านไร่

กาแฟ จากไร่ ลุงจงลา กะเหรี่ยงหนุ่มคนนี้ บอกว่าไปเที่ยวที่ไร่ได้ ฟรี

จากนั้น ฉันก็เดินไปทางหลังสวนดอกไม้ ใกล้กับที่จอดรถ เพื่อจะไปหาร้านกาแฟ อุ๊ยกื๋อ นั่นไง เจอแล้ว

ต้องเช็คอิน สักแก้ว

ด้านหลังร้านกาแฟอุ๊ยกื๋อ ก็เจอกับหนุ่มกะเหรี่ยงโปว์คนนี้ ชงกาแฟคั่วเอง กับเครื่องทำกาแฟสดบด

ฉันแวะมาอุดหนุนส้มโอ 2 ลูกๆ ละ 90 บาท หนุ่มกะเหรี่ยงโปว์คนขายบอกว่า เค้าปลูกส้มโอเอง โดยใช้ โคก หนอง นา โมเดล ในการจัดการกับพื้นที่ปลูกพืชของเค้าเหมือนกัน

อย่าลืม หนาวนี้ แวะมาเที่ยวแก่นมะกรูด นะคะ

ต้องมาเที่ยวหน้าหนาว นะคะ ถึงจะได้เห็นดอกไม้สวย ๆ 

หากมาแก่นมะกรูดในหน้าแล้ง หรือหน้าฝน จะมีสภาพแบบนี้ ไม่มีดอกไม้นะคะ เดี๋ยวจะผิดหวังค่ะ ดอกไม้จะเริ่มปลูกต้นฤดูหนาว และจะพร้อมเปิดให้เข้าชมได้ ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน  ไปจนถึงปลายกุมภาพันธ์ ค่ะ

 

ขอบคุณภาพจากเฟสบุคแก่นมะกรูด และพื้นที่ดีๆ แห่งโอเคเนชั่น

ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงปลอดภัยจากโควิดและ มีความสุขตลอดปีใหม่ 2564 นะคะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า from mobile วันที่ : 27/12/2020 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

เป็นunseenอีกสถานที่หนึ่งของเมืองไทย
ชุมชนมีความสุขใช้ชีวิตตามแนวพระราชดำหริ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Chaoying วันที่ : 26/12/2020 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 3 แม่หมี
ขอบคุณค่ะ แม่หมี ดีใจมากที่ได้เห็นแม่หมีเข้ามาเยี่ยมเยือน แม่หมีสบายดีนะคะ
ไม่อยากพกไม้เซลฟีค่ะ ฮิๆ แค่มือถือ พาวเวอร์แบ็ง กล้องถ่ายรูป ก็เต็มย่ามแล้วค่ะ
จริงๆ แล้วนำเสนอรูปตัวเราเอง ปลอดภัยที่สุดค่ะ คนข้างกายไม่ชอบออกสื่อ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 26/12/2020 เวลา : 19.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

คราวหลังใช้ไม้เซลฟี่สิคะ ยะได้ไม่ทวงถามถึงคนข้างกาย
ดอกไม้สวยมาก บรรยากาศดี ชีวิตชาวเขาน่าสนใจมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 26/12/2020 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 1 พี่พุธทรัพย์
ขอบคุณค่ะ ที่มาเจิม ให้นะคะ
ใช่ค่ะ ถ้าไม่ได้ไปหน้าหนาว ..ตรงนี้ ที่แก่นมะกรูด จะไม่มีดอกไม้ค่ะ หน้าร้อน หน้าฝน ทางอบต. ไม่ได้ปลูก ..จะปลูกหน้าหนาว เพราะอากาศเย็น ดอกไม้ทนทานต่อการจัดแสดง พี่พุธ ลองไปช่วงนี้สิคะ
..ดอกไม้ที่ไหน ก็สวย จริงค่ะ ต่างกันที่ บรรยากาศ อากาศ สถานที่ และสิ่งแวดล้อม เรื่องราว วิถึชีวิต
.คนข้างกาย..ฮิๆ.ต่างคนผลัดกันถ่ายค่ะ ก็เลย ไม่ได้มีรูปคู่

ความคิดเห็นที่ 1 แม่หมี , Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (2)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 26/12/2020 เวลา : 08.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณคุณเจ้าหญิงที่ช่วยเติมเต็มสำหรับดอกไม้ที่บ้านมะกรูด ผมไปเที่ยวอุทัยธานีหลายอำเภอ แต่คราวนั้นไม่ได้ไปด้วยเหตุ ๒ ประการ ประการแรก ไม่ใช่หน้ากอกไม้บาน ประการที่ ๒ เรื่องเวลา ไม่พอครับ

ที่จริงดอกไม้ที่ไหนก็สวยครับ แต่ที่แตกต่างคือบรรยากาศ อาหาศเย็นก็ช่วยให้ดอกไม้สวยขึ้น

ไม่ถ่ายรูปคู่กับคนข้างกายบ้างเลยครับ จะได้แน่ใจว่าใช่เลย อิอิอิ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน