*/
  • Chaoying
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pkanesuan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-10
  • จำนวนเรื่อง : 612
  • จำนวนผู้ชม : 2199944
  • จำนวนผู้โหวต : 1119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1119 คน
<< มกราคม 2021 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 24 มกราคม 2564
Posted by Chaoying , ผู้อ่าน : 577 , 20:08:00 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน สุรศักดิ์ , แม่หมี และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

 

ไปหุบป่าตาด สองครั้ง...ฉันถึงจะเจอ

          ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ เมื่อฉันขับรถไปถึงอำเภอบ้านไร่ เจอกับเพื่อนที่อยู่บ้านไร่ เพื่อนถามว่า

         “เคยไปหุบป่าตาดแล้วหรือยังครับ”

         “ยังค่ะ  ” ฉันตอบเพราะยังไม่เคยได้ยินชื่อนี้ และถามกลับไป

         “หุบป่าตาดมีอะไรหรือคะ”

         “เป็นหุบเขามีต้นไม้ดึกดำบรรพ์ มีสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ตอนนี้คนไปเที่ยวกันมาก อยู่อำเภอลานสัก ไปราว ๕๙ กม.จากบ้านไร่” เพื่อนบอกคร่าว ๆ

         ฉันได้ยินก็นึกวาดภาพไปว่า คงเป็นพื้นที่เนินในหุบเขาเหมือนสวิตเซอร์แลนด์ (ซึ่งฉันก็ไม่เคยไปหรอก เห็นแต่ในรูปหุบเขาเมืองนอก) แล้วคงจะมีการปลูกดอกไม้สวยๆ เป็นทุ่ง ๆ เหมือนดอยทางเชียงใหม่แน่เลย ก็เลยบอกเพื่อนว่า

         “งั้นพรุ่งนี้ กลับจากแก่นมะกรูดแล้วค่อยไปค่ะ”

         วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ ช่วงเช้าฉันขึ้นไปเที่ยวแก่นมะกรูดก่อน กินข้าวเที่ยงที่แก่นมะกรูดแล้วกลับมาตัวอำเภอบ้านไร่ถึงราวเกือบบ่ายสองโมง จากนั้นก็ขับต่อไปอำเภอลานสัก ระหว่างทางไปอำเภอลานสัก สามีพูดขึ้นว่า

          “เห็นรายการท่องเที่ยวในทีวีเมื่อไม่กี่วันเกี่ยวกับหุบป่าตาด มีไร่ดอกทานตะวันปลูกในหุบเขา” สามีบอกตามที่เห็นจากในทีวี

        “งั้นเราไปดูทุ่งทานตะวันกัน” ฉันขับรถพลางจินตนาว่าต้องมีไร่ทานตะวันในหุบเขา แล้วให้เข้าไปถ่ายรูปเหมือนแถวปากช่องแน่ๆ เลย

          เส้นทางจากอำเภอบ้านไร่ ไปอำเภอลานสัก สวยงามร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ เริ่มจากถนนพื้นราบค่อย ๆ ไต่ขึ้นบนเนินสูงมองไปรอบ ๆ เห็นสภาพภูมิประเทศไกล ๆ เป็นเนินเขา มีทางเข้าน้ำตก “ไซเบอร์” ด้วย แต่มีป้ายบอกว่าปิด (ทราบว่าช่วงนี้มีสัตว์ป่าออกมากินน้ำเกรงจะเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวทางอุทยานจึงปิด) ใกล้เข้ามาข้างทางผ่านไร่สับปะรดมากมายแถว ๆ ตำบลคอกควาย ฉันหมายตามองร้านขายสับปะรดริมทางที่ตั้งเรียงรายหลายร้านคิดในใจว่าค่อยซื้อตอนขากลับเพื่อกระจายรายได้สู่ชาวไร่ ช่วงที่ขับรถลงเนินเขาฉันเห็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่คล้ายทะเลสาบมองเห็นได้จากถนนเลยทีเดียว

         ราวบ่ายสามโมง ฉันขับรถมาถึงทางสามแยกเข้าเขตอำเภอลานสัก เห็นป้ายบอกทางเขียนว่าซ้ายไปอำเภอลานสักอีก ๓ กม. - ขวาไป “หุบป่าตาด” ฉันก็เลี้ยวขวาไปบนถนนสวยที่สองข้างทางปลูกต้นสักเป็นแนวตลอดสมกับชื่ออำเภอว่า “ลานสัก” ฉันนึกชื่นชมคนต้นคิดปลูกต้นสักริมทางและฉันจำได้ว่าเหมือนเคยขับผ่านถนนเส้นนี้เมื่อครั้งที่ไปห้วยขาแข้ง

 อ๋อ เขาปลาร้า อยู่นี่เอง หามานานแล้ว

         จากทางสามแยกมาอีกราว ๕ กม. ก็ถึงทางเข้าไป “หุบป่าตาด” ฉันเริ่มตื่นเต้นกับทิวทัศน์เบื้องหน้าที่เป็นแนวทิวเขาหินปูนสวยงามแต่ไกลราวกับมาอยู่อีกโลกหนึ่งของเมืองไทย ต้น ๆ ปากทางเข้าฉันเห็นป้ายประกาศเชิญไหว้พระปิดทองของวัด “เทพนิมิตร” ฉันจึงบอกกับสามีว่า

         “เดี๋ยวเราไปไหว้พระที่วัดเทพนิมิตรกันก่อนดีกว่านะ แล้วค่อยกลับมาแวะหุบป่าตาด”

        ระหว่างทางสามีมองหาทุ่งดอกทานตะวันที่เขาเห็นในทีวี ส่วนฉันมองหาวัด “เทพนิมิตร” กระทั่งเราขับผ่านป้าย “หุบป่าตาด” เห็นรถจอดเต็มไปหมด และมีคนเยอะ ฉันคิดในใจว่าเดี๋ยวค่อยกลับมาแวะ ให้คนเบาบางลงก่อน แล้วฉันก็ขับรถไปตามทางแคบลึกเข้าไปเรื่อย ๆ อย่างเพลิดเพลินใจ

          สองข้างทางถนนลาดยางบางๆ แคบ ๆ จะเห็นทิวเขาหินปูนทอดตัวเรียงรายสลับซ้อนตัวตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าสดในฤดูหนาวสวยงามเหลือเกิน

ส่วนที่ริมทางมีกอหญ้าแห้งสีเหลืองทองสวยงามอ่อนลู่ปลิวไสวด้วยแรงลมเย็น

         ฉันขับรถเข้าไปลึกก็ไม่เจอวัดเทพนิมิตรบนเส้นทางนี้ ขับไปไกลจนสุดถนนก็เลยเลี้ยวกลับ แวะถ่ายรูปข้างทางกับวิวภูเขาสวย

 

          กระทั่งมาถึงรีสอร์ตที่ชื่อว่าบ้านชายเขา “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” มีนักท่องเที่ยวขับรถเข้ามาแวะหลายคันรถ ที่นี่คงจะมีที่พักแบบกางเต็นท์และมีร้านอาหารเล็ก ๆ ให้แวะทานน้ำและอาหารว่าง

         “อ๋อ เจอแล้ว สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทยตรงนี้นี่เอง”

 

          เราถ่ายภาพทิวทัศน์กับเทือกเขาสวยงามจริง ๆ สามียังคงมองหาทุ่งดอกทานตะวันก็ไม่เจอ ซึ่งเราเดาเอาว่ามีพื้นที่บางแห่งถูกไถปรับพื้นที่ใหม่ อาจจะเป็นไปได้ว่าทุ่งทานตะวันคงจะหมดหน้าออกดอกแล้ว และคงตัดทิ้งและไถดินปรับใหม่ เราจึงหาไม่เจอทุ่งทานตะวัน

         ราวสี่โมงเย็นฉันขับรถกลับมาตรงที่เป็นบริเวณที่ทำการอุทยาน “หุบป่าตาด” จอดรถแล้วลงไปถามเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ ทราบว่าหุบป่าตาดต้องเดินขึ้นบันไดไปบนภูเขาและในถ้ำมืดมากต้องเอาไฟฉายเข้าไปด้วย และฉันถามเกี่ยวกับ “เขาปลาร้า” ว่าอยู่ตรงไหน เจ้าหน้าที่อุทยานบอกว่า

          “ภูเขาลูกนั้นที่คุณเห็นข้างหน้านั้น”

         “จะขึ้นไปดูภาพเขียนในถ้ำ ต้องเดินขึ้นไปไกลไหม” ฉันถาม อยากเจอเขาปลาร้ามานานแล้ว เพราะรู้ว่าในถ้ำมีภาพเขียนฝาผนังของมนุษย์ในสมัยโบราณ

          “ต้องเดินขึ้นไปบนยอดเขา ใช้เวลาราวสามชั่วโมงและร่างกายต้องฟิตครับ”

         ฉันคิดในใจหากเดินสามชั่วโมง ฉันคงสละสิทธิ และเมื่อฉันมองขึ้นไปที่บันไดที่จะขึ้นไปยังหุบป่าตาดแล้วก็ถอดใจ คิดว่าใกล้จะหมดเวลาทำการเหลืออีกราวครึ่งชั่วโมงทางอุทยานก็จะปิดแล้ว เวลาน้อยแค่นี้คงไม่พอที่จะเดินละเลียดเที่ยวด้านในหุบเขานั้น แค่เดินขึ้นบันไดก็หมดเวลาแล้ว

ฉันเลยถ่ายรูปกับป้าย คิดว่าฝากไว้ก่อนค่อยมาใหม่วันหน้า เป็นอันว่าฉันไปหุบป่าตาดครั้งแรกก็ถึงแค่ป้ายเท่านั้น ฮาๆ ยังไม่ได้เห็นหุบป่าตาดที่ว่าสวยเป็นอย่างไร

        เมื่อขับรถกลับออกมาจากหุบป่าตาด ระหว่างทางขากลับอำเภอบ้านไร่ ฉันมองเห็นป้ายบอก “น้ำพุร้อน 1.5 กม. ” ก็เลยแวะเข้าไปดูว่าเป็นอย่างไร

         ว้าว...น้ำพุร้อนสมอทอง แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ที่ หมู่ ๒ บ้านสมอทอง ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี อยู่ในโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้ว สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ จึงได้สร้างบริเวณน้ำร้อนให้เป็นสวนหย่อมขึ้นมากลางแอ่งเก็บน้ำ

        เดิมน้ำพุร้อนสมอทอง เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติขนาดเล็กที่ผุดขึ้นมาจากผิวดิน โดยไหลผ่านช่องเขาสองลูก อยู่ในโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้ว น้ำพุที่ผุดนี้ใส มีกลิ่นกำมะถันฉุน และมีความร้อนขนาดต้มไข่สุกภายใน ๕ นาที โดยน้ำพุร้อนแห่งนี้ล้อมรอบด้วยอ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้ว บริเวณรอบๆ จึงมีทิวทัศน์ที่เป็นธรรมชาติสวยงาม เป็นจุดชมวิวอ่างเก็บน้ำ ชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น กางเต็นท์นอน และมีบริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว

 บ่อน้ำพุร้อนที่มีน้ำพุออกมาตลอดเวลา

         ภายในบริเวณน้ำพุร้อนสมอทอง เดิมนั้นมีสำนักสงฆ์น้ำพุร้อนตั้งอยู่ การสร้างอ่างเก็บน้ำทำให้สำนักสงฆ์ย้ายไป เหลืออยู่แต่องค์หลวงพ่อพุทธโธ พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ให้ประชาชนที่เดินทางมาท่องเที่ยวได้กราบไหว้ มีนวดแผนไทย เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดและอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย มีสระน้ำอุ่นให้เล่นน้ำ และมีอ่างแช่เท้าด้วยน้ำพุร้อนด้วย

        สถานที่แห่งนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ ได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ทรงเยี่ยมชมน้ำพุร้อนสมอทองและทรงแช่น้ำร้อน เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๒  

 

 เราไปแช่เท้าในอ่างน้ำพุร้อนที่มีไว้ให้ ที่นี่ยังมีห้องอาบน้ำแร่อีกด้วย

หรือจะลงเล่นน้ำในสระน้ำที่มีน้ำแร่ร้อนผสมริมอ่างเก็บน้ำ “ห้วยขุนแก้ว” 

 ฉันคิดว่า หากมาหุบป่าตาดครั้งหน้า ฉันจะมาอาบน้ำแร่ที่ “น้ำพุร้อนสมอทอง” ด้วย

         ตอนขากลับไปยังอำเภอบ้านไร่ ฉันก็แวะซื้อสับปะรดได้มาหลายลูกใหญ่ ๆ ในราคาไม่แพง และก็กลับกรุงเทพฯ ในวันรุ่งขึ้น…

 

กลับไปป่าตาดครั้งที่ ๒...

          เมื่อกลับมาถึงกรุงเทพฯ ฉันเปิดดูกูเกิลหาข้อมูลเกี่ยวกับ “หุบป่าตาด” ว่า เป็นอย่างไร ก็พบว่า “หุบป่าตาด” เป็น Unseen Thailand ของจังหวัดอุทัยธานี คือ ถ้ำป่าต้นตาด (ต้นไม้โบราณสายพันธุ์เดียวกับปาล์ม) ในหุบเขาหินปูน ที่เต็มไปด้วยต้นไม้แปลกตาหายากนานาชนิด ราวกับเดินทางย้อนกาลเวลาสู่ยุคดึกดำบรรพ์ ยิ่งทำให้ฉันอยากไปสัมผัสด้วยตัวเอง

         ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ ฉันขับรถกลับมาเที่ยวอำเภอบ้านไร่อีกครั้ง คราวนี้ฉันตั้งใจไว้ว่า นอกจากขี่ช้างที่ด่านช้างแล้ว (ซึ่งฉันเสนอไปแล้วในเอ็นทรีที่แล้ว อ่านย้อนหลัง โปรดคลิก http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying/2021/01/10/entry-1)

ฉันจะต้องไปเที่ยวหุบป่าตาด และจะแวะเล่นน้ำในสระน้ำพุร้อนสมอทองด้วย

        เช้าตรู่ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ ฉันกับสามีไปไหว้พระ “หลวงพ่อโต” ที่ “วัดผาตั้ง” ก่อนเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นขับรถไป “หุบป่าตาด” อำเภอลานสัก (ฉันเตรียมไฟฉายมาจากกรุงเทพฯ ด้วย และฉันยังได้เตรียมเสื้อผ้ากางเกงขาสั้นเพื่อจะไปเปลี่ยนอาบน้ำพุร้อนด้วย)

 มาหุบป่าตาดครั้งที่ ๒

        เมื่อมาถึงบริเวณทางเข้าหุบป่าตาด โอ้โห วันปีใหม่ คนเยอะมาก ทุกคนต้องเข้าคิวลงทะเบียนผ่านการตรวจคัดกรองตามมาตรการป้องกันโควิด ซึ่งทางอุทยานจะจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้เข้าชมได้แต่ละเที่ยวไม่เกินสามสิบคน เมื่อคนด้านในออกมาบ้าง จึงจะปล่อยคนด้านนอกเข้าไป ทางอุทยานจัดระเบียบได้อย่างดี

ฉันยืนรอสักครู่ก็ได้คิวเดินขึ้นบันไดไปยังถ้ำด้านบน

 ใครรีบเดิน ก็เดินไปก่อนได้นะคะ

 

ส่วนฉันขอแวะถ่ายรูป แต่จริงๆ ก็หยุดพักหายใจเหนื่อยหอบ แฮ่กๆ

ถึงปากทางเข้าถ้ำแล้ว ฉันคว้าไฟฉายที่พกใส่ย่าม ออกมา

       ภายในถ้ำมืดมิดต้องใช้ไฟฉาย ซึ่งจะเห็นดวงไฟแวบๆ ส่องทางของคนอื่นๆ เดินส่องไฟฉายในความมืดอยู่ประมาณ ๔๐ เมตร

พอเดินมาถึงปากถ้ำก็เห็นแสงสว่าง

 เจอแสงสว่างเสียที ไชโย

และพบกับป่าในที่อยู่ในหุบเขาราวกับมาอยู่ในยุคจูราสิคที่มีพืชพันธุ์ดึกดำบรรพ์จริงๆ ด้วย

 เดินลงบันไดลงมาจากปากถ้ำ

           มารู้จักหุบป่าตาดกันนะคะ (ขอบคุณข้อมูลจากกรมอุทยานฯ)

หุบป่าตาด (Hup Pa Tat)

        สถานที่ตั้ง : ตำบลทุ่งนางาม อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชอยู่บริเวณเขาห้วยโศก เป็นภูเขาบริวารของเขาปลาร้า

        ลักษณะภูมิประเทศ : เป็นหุบเขากลางเทือกเขาหินปูนที่มีลักษณะเป็นหน้าผาชันล้อมรอบพื้นที่ค่อนข้างราบกลางหุบเขา และบางส่วนยังคงลักษณะผนังถ้ำ มีหินงอก หินย้อย หินถล่มตั้งแต่ครั้งโบราณ เคยเป็นถ้ำมาก่อน แต่เมื่อหลังคาถ้ำยุบตัวลง จึงกลายเป็นหุบ หรือบ่อกลางภูเขา มีเนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่เศษ มีลักษณะคล้ายป่าดึกดำบรรพ์ยุคไดโนเสารุ่งเรือง

        ลักษณะทางธรณีวิทยา : เคยเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหินปูนกลุ่มเขาปลาร้าที่เกิดในยุคเพอร์เมียน (Permian) ประมาณ ๒๔๕ – ๒๘๖ ล้านปีมาแล้ว ปัจจุบันถูกกัดกร่อนออกจากกัน ทำให้หุบป่าตาดมีธรณีสัณฐานแบบเขาโดด ที่ล้อมรอบด้วยที่ราบ ตัวหุบป่าตาดเป็นหินปูนมวลแน่นสีเทา องค์ประกอบเป็นหินปูนที่มีแร่โคโรไมต์ปนอยู่ในเนื้อ เรียกว่า หินปูนเนื้อโคโคไมต์

        ความเป็นมา : หุบป่าตาดถูกค้นพบโดยพระครูสันติธรรมโกศล (หลวงพ่อทองหยด) เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ เดิมเป็นเพียงโพรงถ้ำที่ไม่ทะลุถึงหุบด้านใน ท่านพระครูได้ปีนข้ามส่วนบนของโพรงถ้ำ และพบหุบเขาขนาดใหญ่ด้านในที่เต็มไปด้วยต้นตาด

 ลงบันไดมาตามทางเดินมาสู่โถงเบื้องหน้า เป็นโขดหินงอก หินย้อยไฮไลท์ของหุบเขานี้

       ต่อมา ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ ได้มีการเจาะโพรงถ้ำให้เชื่อมต่อกับหุบด้านใน ทำเป็นทางเข้าระยะทางประมาณ ๖๐ เมตร หุบป่าตาดจึงมีลักษณะทางเข้าที่เป็นทางลอดถ้ำที่มืดสนิท และทะลุออกมาพบโถงขนาดใหญ่ที่แสงส่องสว่างลงมา และมีพันธุ์พืชแปลกตาขึ้นอยู่ ได้แก่ ต้นตาด ต้นเต่าร้าง ต้นเปล้า ต้นคัดค้าวเล็ก ต้นไม้ในหุบป่าตาดมีลักษณะคล้ายป่าดงดิบ มีความชุ่มชื้นสูง และแสงจะส่องถึงพื้นได้ตอนเที่ยงวัน ให้บรรยากาศคล้ายอยู่ในโลกดึกดำบรรพ์ พื้นที่หุบป่าตาดได้มีการจัดทำเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ ๗๐๐ เมตร

       เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีทางออกเพียงทางเดียว และเป็นช่องแคบ ๆ จึงทำให้บริเวณนี้เป็นระบบนิเวศน์ค่อนข้างปิด มีความชุ่มชื้นตลอดทั้งปี มีต้นตาดขึ้นปกคลุมอยู่หนาแน่น รวมทั้งมีหินงอก หินย้อย ตามผนังถ้ำและอุโมงค์ถ้ำ พบเห็นอยู่ทั่วไปภายในหุบป่าตาด

         ในปัจจุบัน หุบป่าตาดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งใน Unseen Thailand อันควรค่าแก่การมาเยี่ยมชม มีประชาชนให้ความสนใจเดินทางเข้าไปเที่ยวชม และศึกษาธรรมชาติเป็นจำนวนมาก

        สัตว์และพืชที่น่าสนใจในหุบป่าตาด : ได้แก่ กิ้งกือมังกรสีชมพู (พบในฤดูฝน) ต้นตาดหรือต้นต๋าว ต้นเขยตาย ต้นแซ่ม้าทะลาย ต้นกะพง ต้นขนุนดิน ต้นตาเสือ ต้นมะเดื่อปล้อง ต้นม้ากระทืบโรง และต้นยมหอม

        สถานที่น่าสนใจใกล้เคียง : ภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่ถ้ำประทุน ยอดเขาปลาร้า

        ตาด หรือ ต๋าว เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวชนิดหนึ่งที่อยู่ในวงศ์ปาล์ม ลำต้นตรง ไม่แตกหน่อ ใบเป็นแฉก ดอกเป็นดอกช่อ แยกตัวผู้ ตัวเมีย ช่อดอกตัวผู้ออกได้หลายครั้ง แต่ช่อดอกตัวตัวเมียออกครั้งเดียว ขึ้นในป่าดิบที่มีชั้นดินลึก ตามภูเขาหินปูน

 

        ผู้ที่ชื่นชอบเส้นทางทางธรรมชาติ การได้เดินในท่ามกลางป่าตาดและต้นไม้สูงใหญ่ และเดินขึ้นไปตามก้อนหินปูน ให้ความรู้สึกสงบของป่าได้อย่างดี

มีมุมสวยๆ ให้เก็บภาพหลายจุดยามแสงอาทิตย์ส่องลงมาในปล่องถ้ำ

 

เราเดินวนไปรอบประมาณเกือบชั่วโมงก็เดินกลับออกมา

         เมื่อกลับออกมาจากในหุบป่าตาด ลงมาด้านล่าง เพื่อนจากกรุงเทพฯ โทรมาว่าถึงแล้ว รอทานข้าวอยู่ ฉันก็เลยรีบขับรถกลับ อ. บ้านไร่ โดยไม่ได้แวะเล่นน้ำพุร้อนที่น้ำพุร้อนสมอทอง ก็คงต้องมาเล่นน้ำโอกาสหน้าแล้วหละค่ะ

 อย่าลืมมาเที่ยว หุบป่าตาด และชมวิวภูเขาสวย ๆ ของประเทศไทย ที่นี่ กันนะคะ 

ขอบคุณพื้นที่ดีๆ แห่งโอเคเนชั่นค่ะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ครูแดง วันที่ : 02/02/2021 เวลา : 06.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

ขอบคุณค่ะเจ้าหญิงที่ส่งลิ้งค์ไปให้ ถ้าสุขภาพแข็งแรงๆ ก็อยากให้ตามไปเที่ยวกันนะคะ... ชอบต้นไม้ดึกดำบรรพ์ค่ะ ไปบ้านไร่ ค้องแวะดูผ้าทอบ้านไร่นะคะ 🤪🤪🤪

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Chaoying วันที่ : 28/01/2021 เวลา : 22.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 7 คุณสุรศักดิ์
ป่าตาด สวยงาม สมเป็นป่าดึกดำบรรพ์จริงๆ ค่ะ ใครที่ชอบป่าต้องไปชมค่ะ หากมีไดโนเสาร์ที่ขยับเขยื้อนได้ คงน่าตื่นเต้นแน่ๆ ค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ ที่แวะมาตอนดึก

ความคิดเห็นที่ 7 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 28/01/2021 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "ความลับการมีอายุยืนยาวในญี่ปุ่น  ตอนที่ 2 !!" [เชิญคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลยครับ]

หุบป่าตาด... unseen จริงๆ และน่าสนใจมากครับ
บรรยากาศคงเหมือนป่าดึกดำบรรพ์ ที่ย้อนยุค
มาให้เราได้มีโอกาสชมกันอีก...และน่าจะสร้างหุ่นไดโนเสา
ไปตั้งวางประกอบไว้ด้วย ยิ่งสมจริงยิ่งขึ้นเลย

ความคิดเห็นที่ 6 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 26/01/2021 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 5 สำรวจฟ้า
ไปแวะเลยค่ะ สำรวจฟ้าถ่ายรูปสวยของทิวเขา มาฝากเจ้าหญิงด้วยนะคะ กล้องของสำรวจฟ้า กับฝีมือการถ่ายทุ่งหญ้า ภูเขา และป่าตาด ต้องงดงามแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 5 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า from mobile วันที่ : 26/01/2021 เวลา : 15.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ธรรมชาติบริสุทธิ หากผ่านเส้นทางนั่นต้องแวะสักครั้ง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Chaoying วันที่ : 26/01/2021 เวลา : 14.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 2 คุณ opads
ได้เลยค่ะ ตามรอยเจ้าหญิง แล้วจะสนุกค่ะ แล้วอย่าลืมแวะมาอีกนะคะ มีเรื่องเที่ยวทั้งนั้นเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Chaoying วันที่ : 26/01/2021 เวลา : 14.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 1 พี่พุธทรัพย์
ขอบคุณมากค่ะ ที่มาเจิมให้
เรื่องเที่ยวเนี่ย พยายามมากเลยค่ะ ..มันติดค้างคาใจ ต้องไปให้เห็นกับตารู้แล้วรู้รอด ฮาๆ
พี่พุธไปที่ไหนอีกมั่งคะ เจ้าหญิงจะได้ตามรอยพี่ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
opads วันที่ : 25/01/2021 เวลา : 20.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OKopads
บันทึก การสะสมเหรียญพระบล็อคกษาปณ์

ขอบคุณที่พาเที่ยวครับ มีโอกาสจะเที่ยวตามรอยคุณChaoying ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 24/01/2021 เวลา : 21.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอยกนิ้วให้คุณเจ้าหญิง สมกับประโยคที่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

ขอบคุณที่ได้เห็นภาพเหล่านี้อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ผมได้ไปเยือนที่นั่นเมื่อ ๒ ปี ที่แล้วครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน