• ChiProject
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-09-09
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 78517
  • ส่ง msg :
  • โหวต 81 คน
โครงการฟื้นฟูลุ่มน้ำชี WWF ประเทศไทย
กิจกรรมภายใต้ โครงการฟื้นฟูลุ่มน้ำชี WWF ประเทศไทย อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ChiProject
วันจันทร์ ที่ 26 เมษายน 2553
Posted by ChiProject , ผู้อ่าน : 2634 , 12:43:45 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ChiProject โหวตเรื่องนี้

วิกฤติแม่น้ำโขง...คุกคามโลมาอิรวดี-ปลาบึก

แม่น้ำโขง” มีแหล่งกำเนิดในที่ราบสูงทิเบต ในประเทศจีน แล้วไหลผ่านมณฑลยูนนาน และริมฝั่งแม่น้ำ 5 ประเทศ คือ พม่า ลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม แล้วไหลสู่ทะเลจีนใต้ เวียดนาม มีความยาวของแม่น้ำ 4,909 กิโลเมตร จากข้อมูลของโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง (โดยการสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ เพื่อพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง เพื่อประโยชน์เศรษฐกิจ สังคมแก่ประเทศสมาชิกของคณะกรรมการแม่โขง) ประเมินว่าศักยภาพของการนำน้ำมาผลิตกระแสไฟฟ้า สามารถทำได้ 37,000 เมกะวัตต์  ถ้ามีการจัดการน้ำที่ดี จะสามารถนำมาใช้ในพื้นที่ชลประทานได้กว่า 37 ล้านไร่ ทำให้ผลิตข้าวได้ 15-16 ล้านตันได้อย่างสบาย ๆ  ขณะเดียวกันในลุ่มน้ำโขงมีแหล่งปลาที่  ชุกชุมที่สุดในโลกมีปลามากกว่า 1,300 ชนิดพันธ์ุ  แต่ความรู้เกี่ยวกับชีววิทยา วัฏจักรชีวิตของปลาเหล่านี้ยังมีอยู่น้อยมาก
   
หน้าแล้งในปีนี้แม่น้ำโขงเหือดแห้งจนน่าใจหาย กลายเป็นวิกฤติหนักซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นผลมาจากการสร้างเขื่อนของจีนใน มณฑลยูนนาน ซึ่งเปิดใช้แล้วได้แก่เขื่อนมานวาน  ต้าเฉาชาน ทั้งสองเขื่อนมีความจุอ่างเก็บน้ำเขื่อนละ  257 ล้านลูกบาศก์เมตรและเขื่อน จิงหง มีความจุอ่าง 308 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ยังมีเขื่อนขนาดใหญ่ที่กำลังก่อสร้างอีก 2 เขื่อนคือ เซียงวาน มีความจุอ่าง 9,895 ล้านลูกบาศก์เมตร  กำหนดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2555  และเขื่อน นอซาดู ความจุอ่าง 12,190 ล้านลูกบาศก์เมตร  จะสร้างเสร็จในปี 2560  เหล่านี้เป็นเขื่อนในระยะแรก ซึ่งจะมีในระยะกลางตามมาจะสร้างเพิ่มอีก 4 เขื่อน โดยตามแผนระยะยาวตั้งเป้าจะสร้างเขื่อน 14 เขื่อน ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจ
   
นอกจากประเด็นการสร้างเขื่อนในจีนแล้ว อีกประเด็นหนึ่งที่มองว่าน้ำโขงแห้งลง ส่วนหนึ่งอาจมาจากภาวะโลกร้อน  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา อดีตนักวิทยาศาสตร์นาซา และผู้เชี่ยวชาญเรื่องภาวะโลกร้อน ได้กล่าวไว้ในงานสัมมนา เรื่อง “ถอดรหัส สกัดวันสิ้นโลกว่า อีก 10 ปีข้างหน้า ภาคอีสานจะแห้งแล้งหนัก เพราะน้ำแข็งที่เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำโขงจะละลายจนหมด  ประกอบกับการสร้างเขื่อนในประเทศจีนจะเป็นตัวเร่ง
   
เมื่อมองข้ามความเดือดร้อนของผู้คนที่อาศัยริมน้ำออกไป ผลจากวิกฤติแห่งแม่โขงครั้งนี้ยังกระทบต่อสิ่งมีชีวิตแม่น้ำโขง ได้แก่ “ปลาบึก” และโลมาอิรวดี สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของแม่น้ำโขง
   
สายสุนีย์ จักษุอินทร์ ผู้จัดการโครงการอนุรักษ์โลมาในอ่าวไทยตอนใน WWF กล่าวว่า โลมาอิรวดีในแม่น้ำโขงเป็น 1 ใน 5 โลมาน้ำจืดที่เหลืออยู่ในโลก ได้แก่ ทะเลสาบสงขลา ทะเลสาบเซลิก้า แม่น้ำมหคามในประเทศอินโด นีเซีย  และแม่น้ำอิรวดีในพม่า โลมาอิรวดีที่กำลังเกิดภัยคุกคามล่าสุดคือในแม่น้ำโขง และทะเลสาบสงขลา สำหรับในแม่น้ำโขงเกิดภาวะแหล่งอาหารขาดแคลน ปลากด ที่เป็นอาหารของโลมาลดน้อยลง คุณภาพน้ำต่ำ และมนุษย์เข้าคุกคามโลมามากขึ้น

ปัจจุบันแม่น้ำโขงในฝั่งไทยไม่พบโลมาแต่เมื่ออดีตมีคำบอกเล่าจากชาวบ้านว่า เคยพบโลมาในเขตประเทศไทย ขณะนี้พบโลมาในเขตเขมร และลาว จากการเก็บข้อมูล บันทึกการเดินทาง ของ WWF และ WCF และ หน่วย งานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องด้านประมงในลาวและกัมพูชา ใน 2 ปีที่ผ่านมาพบโลมา 80-100 ตัว และในแต่ละปี พบโลมาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุและภัยคุกคามต่าง ๆ ปีละ 5-6 ตัว ทั้งการติดอวน  ภาวะของแม่น้ำโขงที่แห้งลง โลมาต้องแสวงหาแหล่งที่อยู่ใหม่ที่มีน้ำลึกยิ่งกว่า เพราะเป็นปลาที่ต้องขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ และต้องอยู่ในแหล่งอาหารที่มีปลาอุดมสมบูรณ์
   
“เดิมที 5-6 ปีที่แล้ว  วิเคราะห์ว่าภาวะโลกร้อนจะส่งผลกระทบต่อแม่น้ำโขง แต่เขื่อนคือตัวเร่งให้แม่น้ำโขงวิกฤติเพิ่มมากขึ้น เกิดภาวะแห้งแล้ง ชาวบ้านที่ทำเกษตรริมน้ำ ปลูกพืชไม่ได้  รวมทั้งการทำประมงด้วยความยากลำบาก ประกอบกับมีความยากจนอยู่แล้ว มีความกังวลว่าชาวบ้านจะล่าโลมาเพื่อเป็นอาหาร เพราะสภาพชีวิตของผู้คนริมน้ำโขงในฝั่งนั้นแร้นแค้นไม่ต่างจากประเทศไทย เมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา”
   

ปลาโลมาอิรวดี ในแม่น้ำโขงกำลังโดนคุกคามจากวิกฤติน้ำโขงแห้ง (ภาพ/วิระยุทธ นิยมชาติ)


ผู้จัดการโครงการอนุรักษ์โลมาในอ่าวไทยตอนใน WWF กล่าวอีกว่า เมื่อน้ำในแม่น้ำแห้งลง ปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่งเป็นเรื่องที่ตามมาไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงสองฟากฝั่งแม่ น้ำ จะเกิดตะกอนจากแผ่นดินริมตลิ่งร่วงลงสู่แม่น้ำโขง  ทำให้สารโลหะหนักในแม่น้ำสูงขึ้น เพราะที่ผ่านมา การทำเกษตรในริมแม่น้ำโขงมีการใช้สารเคมี ดีดีทีในปริมาณที่สูง แม้ในขณะนี้จะมีกฎหมายห้ามใช้แต่สารเหล่านี้ยังตกค้างอยู่ในดินจำนวนมาก เมื่อตลิ่งพังดีดีทีจะลงแหล่งน้ำ ปลาในแม่น้ำโขงได้รับสารพิษส่งต่อถึงโลมาในที่สุด ที่กินปลาเป็นอาหาร ดังนั้นการทำงานของ WWF จึงรีบทำอย่างเร่งด่วน ด้วยการเก็บข้อมูลผลกระทบที่มีทุกด้านต่อแม่น้ำโขง เพื่อจะได้ข้อมูลออกมาตีแผ่ได้ว่าการสร้างเขื่อนส่งผลกระทบจริง ยอมรับที่ผ่านมาการเก็บข้อมูลยังไม่เป็นระบบและมีอยู่น้อย ซึ่งข้อมูลจะเป็นตัวที่ชะลอการสร้างเขื่อนออกไปได้  ตลอดจนข้อมูลที่น่าห่วงอีกด้าน คือตะกอนดินจากแม่น้ำโขงที่ไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ ที่ช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับป่าชายเลน สร้างแหล่งอาหาร ให้สัตว์ทะเล ในเวียดนาม และ  เอื้อให้ทะเลในไทยและเขมรอุดมสมบูรณ์ ด้วย หากไม่มีตะกอนพัดมาทรัพยากรสัตว์น้ำย่อมหายไปด้วย
       
“การหยุดยั้งเขื่อนเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่หนทางหนึ่งคือ ชะลอออกไประหว่างนี้จะสามารถจัดการแหล่งที่อยู่อาศัยของโลมา และปลาบึกได้อย่างเป็นระบบ กันเป็นพื้นที่อนุรักษ์ จัดเขตโซนนิ่งได้”
   
นอกจากโลมาอิรวดีแล้ว “ปลาบึก” เป็นสัตว์สัญลักษณ์สำคัญของแม่น้ำโขง ที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน  รัฐพล พิทักษ์เทพสมบัติ ผู้จัดการโครงการฟื้นฟูลุ่มน้ำชี WWF กล่าวถึงสถานภาพของปลาบึกในแม่น้ำโขงว่า นับตั้งแต่มีการระเบิดเกาะแก่งเพื่อปรับปรุงเส้นทางการเดินเรือของจีน  สาหร่ายไก อาหารของปลาบึก ที่อยู่ตามเกาะแก่งเหล่านี้ ได้ลดน้อยลงไปด้วยขนาดของปลาบึกที่จับได้ ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาเหลือเพียง 120 กิโลกรัม จากเดิมทีปลาบึกในธรรมชาติเคยพบขนาดใหญ่สุด150-300 กิโลกรัม โดยแต่ละปีมีการจับปลาบึกได้ปีละ 2 ตัว ตามข้อตกลงของไทยและลาวที่จะร่วมอนุรักษ์ปลาบึกในแม่น้ำโขงไว้  ปลาที่จับได้จะถูกรีดน้ำเชื้อโดยกรมประมงเพื่อนำสายพันธุ์มาเพาะเลี้ยง
   
อย่างไรก็ตาม ปลาบึกที่อยู่ในระบบเพาะเลี้ยงทั้งหมดไม่ใช่สายพันธุ์แท้ของปลาบึกลุ่มน้ำ โขงแต่มีการผสมสายพันธุ์ของปลาเทโพ  เพราะการเพาะพันธุ์ปลาบึกสายพันธ์ุแท้ยังทำไม่ได้ ภาวะน้ำโขงที่แห้งลงเป็นตัวเร่งทำลายแหล่งอาหาร รวมทั้งขัดขวางเส้นทางการวางไข่ของปลาบึก
   
แม่น้ำโขงเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชีวิตและแหล่งวัฒนธรรมของผู้คนกว่า 60 ล้านคนที่อาศัยอยู่ 5 ประเทศ กำลังถูกคุกคาม วันนี้ยังมิอาจคาดเดาได้ว่าความเดือดร้อนจะหนักหนาขนาดไหน หากวันนี้ยังไม่ได้แก้ไขจากต้นเหตุ ซึ่งหลายฝ่ายโยนน้ำหนักไปที่เขื่อน ในแม่น้ำโขง.

ที่มาข่าวนี้ 

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอาทิตย์ ที่ 21 มีนาคม 2553

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=522&contentID=55193




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

วังอนุรักษ์พันธุ์ปลา บ้านหนองหัวช้าง

บ้านหนองหัวช้าง ต.หนองแปน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น, โครงการฟื้นฟูลุ่มน้ำชี WWF ประเทศไทย

View All
<< เมษายน 2010 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]