• รพ.เด็ก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pr_qsnich@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-03-25
  • จำนวนเรื่อง : 90
  • จำนวนผู้ชม : 187722
  • ส่ง msg :
  • โหวต 48 คน
โรงพยาบาลเด็ก
โรงพยาบาลเด็ก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Childrenhospital
วันจันทร์ ที่ 27 สิงหาคม 2555
Posted by รพ.เด็ก , ผู้อ่าน : 18483 , 08:14:10 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

                   ปัญหาการฉี่รดที่นอนของเด็กมักจะเกิดกับเด็กในวัย 3 ขวบ เป็นส่วนใหญ่ แต่จะลดน้อยลงตามลำดับอายุตั้งแต่ 4 ขวบ จนถึงอายุ 18 ปี     ถึงแม้ว่าภาวะปัสสาวะรดที่นอนนั้นส่วนมากจะหายได้เองเมื่อเด็กโตขึ้น แต่ปัญหาดังกล่าวนั้นส่งผลกระทบทั้งต่อเด็กและครอบครัว ทั้งในด้านจิตใจและความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและผู้ปกครอง ฉะนั้นเด็กที่มีปัญหานี้จึงจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ โดยวิธีการรักษาประกอบด้วย

1.       การให้ความรู้ แก่ผู้ปกครองว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องของพัฒนาการในการควบคุมการขับถ่าย โดยจะค่อยๆดีขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น เด็กไม่ได้แกล้งทำหรือจงใจทำ ฉะนั้นจึงไม่ควรลงโทษ หรือตำหนิ หรือล้อเลียน แต่ควรแสดงความเข้าใจ และเป็นกำลังใจ สนับสนุนในการรักษาของเด็ก

2.       การปรับพฤติกรรมโดยใช้แรงจูงใจทางบวก คือ มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กจะได้รับเมื่อไม่ปัสสาวะรดที่นอน รวมทั้งสิ่งที่เด็กจะต้องปฏิบัติถ้าปัสสาวะรดที่นอน โดยให้สอดคล้องกับความสามารถของเด็ก เช่น เด็กจะได้sticker ติดในปฏิทินเพื่อสะสมแลกรางวัลในวันที่ไม่ได้ปัสสาวะรดที่นอน แต่ถ้าปัสสาวะรดที่นอนก็ต้องเก็บผ้าปูที่นอนแล้วเปลี่ยนเอง

3.       การใช้เครื่องปลุกเตือนปัสสาวะรด ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบัน คือจะติดเครื่องมือซึ่งเป็นเครื่องที่มีขั้วไฟฟ้าติดไว้กับกางเกงในของเด็ก เมื่อปัสสาวะมาถูกขั้วไฟฟ้าจะทำให้มีสัญญาณดังขึ้น ปลุกเด็กตื่น การรักษาให้ได้ผลนั้นจะต้องใช้เครื่องมือนี้เป็นประจำสม่ำเสมอติดต่อกันเป็นเวลา3-5เดือน และหยุดใช้ได้เมื่อเด็กสามารถควบคุมไม่ให้ป้สสาวะรดได้ประมาณ 1เดือน  ในประเทศไทยเครื่องมือดังกล่าวยังใช้ไม่แพร่หลาย อีกทั้งมีราคาค่อนข้างสูง

4.       การฝึกกระเพาะปัสสาวะ คือให้เด็กดื่มน้ำมากๆในช่วงกลางวันและเมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะให้เด็กฝึกกลั้นไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

5.       ปรับอาหารและเครื่องดื่ม โดยปรับให้เด็กดื่มน้ำมากขึ้นในช่วงเช้าถึงบ่าย และลดการดื่มน้ำในช่วงเย็น โดยเฉพาะช่วง 2 ชม.ก่อนเข้านอนควรมีการจำกัดปริมาณน้ำ และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน  แอลกอฮอล์

6.        การรักษาท้องผูก

7.       การใช้ยา ซึ่งจะเลือกใช้วิธีนี้ในกรณีที่เด็กไม่ได้อยู่บ้าน ต้องไปอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น เช่น เด็กไปเข้าค่าย เป็นต้น ยาที่ใช้ในการรักษาภาวะปัสสาวะรดที่นอนนั้นมี 2รูปแบบ คือยากินแบบเม็ด และยาพ่นจมูก ซึ่งการเลือกใช้นั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์

แพทย์หญิง  เสาวนีย์ พิชัยรักษ์พร     

   สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณทราบหรือไม่ว่า สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ชื่อเดิมคือ รพ.เด็ก
ทราบ
82 คน
ไม่ทราบ
22 คน
ไม่แน่ใจ
11 คน

  โหวต 115 คน