• BATTY
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : utaisuk@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-04
  • จำนวนเรื่อง : 1813
  • จำนวนผู้ชม : 11807649
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2622 คน
สาระสุขภาพยาน่ารู้โดยเภสัชกรอุทัย
blog เภสัชกรอุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล ที่มียอดผู้อ่านมากกว่า 9 ล้านวิว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/DIVING
วันอาทิตย์ ที่ 13 กันยายน 2552
Posted by BATTY , ผู้อ่าน : 8892 , 16:24:15 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BATTY โหวตเรื่องนี้

 

รูปมาจาก http://ononmedicine.exteen.com/20130425/hereditary-hemolytic-anemia-thalassemia-g6pd-deficiency/page/6

แต่ก่อนจะเรียกชื่อภาวะเช่นนี้ว่า โรคแพ้ถั่วปากอ้า (Favism) เนื่องจากคนไข้กลุ่มแรกๆที่เริ่มสังเกตได้ว่ามีอาการผิดปกติทำนองนี้ได้แก่ชาวผิวขาวในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีภาวะเช่นนี้อยู่จะแสดงอาการไม่สบายต่อเมือได้กินถั่วปากอ้า (fava bean) เข้าไป แต่ความจริงแล้ว G-6-PD Deficiency (Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase Deficiency) เป็นภาวะพร่องของเอนไซม์ที่ชื่อว่า G-6-PD (Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase) เป็นความผิดปรกติที่เกิดจากพันธุกรรมที่พบได้มากที่สุดอย่างหนึ่ง พบได้ทั่วโลกคาดว่าประชากรมากกว่า 400 ล้านคนที่มีความผิดปรกตินี้ พบได้มากกับกลุ่มชนในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แอฟริกาตะวันออกไกล ในคนจีนพบประมาณร้อยละ 5 คน อเมริกันผิวดำร้อยละ 15 ยิวบางกลุ่ม (Kurdish Jews) พบสูงถึงร้อยละ 70

 

สำหรับประเทศไทยก็พบภาวะนี้มากเช่นกัน อุบัติการณ์ในชายไทยพบได้ประมาณร้อยละ 3-18 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการวินิจฉัยและพื้นที่ทำการสำรวจ แต่จากการศึกษาในกรุงเทพมหานคร พบว่าอุบัติการณ์ของภาวะพร่อง G-6-PD ในชายเท่ากับร้อยละ 10-12 ทั้งในประชาชนทั่วไปและทารกแรกเกิด ส่วนในหญิงพบน้อยกว่าประมาณ 8-10 เท่า

 

ภาวะพร่อง จี-6-พีดี เป็นโรคทางพันธุกรรมที่จัดว่าไม่รุนแรง จะแสดงอาการก็ต่อเมื่อบริโภคยา และอาหารบางกลุ่ม หรือติดตามมาจากเป็นโรคอื่นๆนำมาก่อน ไม่อยากให้คุณๆที่มีภาวะเช่นนี้เกิดความกังวลจนเกินไป ถึงแม้ว่าคุณมีภาวะเช่นนี้ไปตลอดชีวิต แต่นานๆครั้งจึงจะแสดงอาการออกมาสักครั้ง ถ้ารู้จักที่จะหลีกเลี่ยงสาเหตุต่างๆที่จะได้เล่าให้ฟังต่อไป สิ่งสำคัญทีสุดถ้าคุณมีภาวะนี้ติดตัวอยู่ เมื่อมีอาการไม่สบายและเมื่อจะใช้ยา คุณจะต้องบอกทุกคนในทีมสุขภาพที่ดูแลรักษาเพื่อจะได้ระมัดระวังในการใช้ยารักษา รวมทั้งต้องระวังการรับประทานอาหารบางประเภท การไปสัมผัสกับสารเคมีบางอย่างที่จะมีผลต่อสุขภาพของคุณ

 

ถ้าคุณขาดเอนไซม์ G-6-PD จะเป็นอย่างไร?

 

จี-6-พีดี (G-6-PD) เป็นชื่อเอนไซม์ กลูโคส-6ฟอสเฟตดีไฮโดรจีเนส (Glucose-6-phosphate dehydrogenase) จัดว่าเป็นเอนไซม์ที่มีอยู่ในเม็ดเลือดแดงอยู่แล้ว โดยมันมีหน้าที่ในการป้องกันการถูกทําลายของเม็ดเลือดแดงจากยา อาหาร หรือสารเคมีบางชนิดที่เข้ามาสู่ร่างกาย ในคนปกติเม็ดเลือดแดงจะมีอายุอยู่ในกระแสเลือดได้ประมาณ 120 วัน ก็จะแตกสลายไปตามอายุขัย เม็ดเลือดแดงที่แก่ตัวแล้วจะเสื่อมสลายไปจำนวนหนึ่ง ในขณะเดียวกันจะมีเม็ดเลือดแดงใหม่ที่สร้างจากไขกระดูกมาทดแทน ดังนั้นในคนปกติจึงอยู่ในภาวะสมดุลทำให้ไม่เกิดภาวะโลหิตจาง

 

แต่ในผู้ป่วยที่มีภาวะพร่อง จี-6-พีดี ถึงแม้ว่าจะมีลักษณะและอายุของเม็ดเลือดแดงเหมือนคนปกติเพียงแต่คนไข้ที่มีภาวะพร่องดังกล่าวจะขาดเอนไซม์จี-6-พีดี ในเม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกสลาย (Hemolysis) ได้ง่าย เม็ดเลือดแดงโดยรวมจึงมีชีวิตสั้นกว่าปกติ ถูกทำลายเร็วขึ้น ซึ่งถ้าหากมีการสลายของเม็ดเลือดแดงจำนวนมาก จนไขกระดูกสร้างขึ้นใหม่ทดแทนให้ไม่ทัน ก็จะทำให้เกิดภาวะเลือดจางที่เรียกว่า โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก (Hemolytic anemia) อาการที่ผู้ป่วยแสดงออกได้แก่ มีอาการเหนื่อยง่าย หายใจสั้นๆ หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ ซีดลง เพลีย ปัสสาวะสีเข้มเหมือนน้ำปลาหรือน้ำโค้ก สีของตาขาวจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรืออาการซีดเหลือง บางคนอาจจะมีไข้สูง หนาวสั่น ตับโต ม้ามโตตามมาก็ได้

 

ตอนหน้าตามมาดูว่ามีสาเหตุอะไรบ้างที่คนที่มีภาวะพร่องเช่นนี้ ต้องระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการแสดงของโรค

 

แหล่งข้อมูล

 

เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล สงวนลิขสิทธิ์ แต่ยินดีให้นำไปเผยแพร่ได้ โดยขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาได้ อย่านำไปใช้เพื่อการค้า และขอความกรุณา copy url address http://www.oknation.net/blog/DIVING

 

ไปด้วยนะครับ 11 กันยายน 2552

 

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพและตอบแทนคุณแผ่นดินที่หล่อเลี้ยงวิชาชีพเภสัชกรคนนี้มาจนทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามเราก็ไม่แนะนำให้คุณนำไปใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรคด้วยตนเอง ขอความกรุณารับคำปรึกษาได้โดยตรงจากบุคคลากรสหวิชาชีพทางสาธารณสุขรวมทั้งเภสัชกรใจดีที่พร้อมดูแลสุขภาพพ่อแม่พี่น้องทุกท่านนะครับ

 

•             CLINICAL ASPECTS OF G6PD DEFICIENCY, http://www.rialto.com/g6pd

 

•             Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase Deficiency, THE G6PD DEFICIENCY HOMEPAGE, www.rialto.com

 

•             Johns TE and Harbilas JW , Drug-induced Hematologic Disorders in Pharmacotherapy A Pathophysiologic Approach, Dipiro JT editor, 4th edition, Appleton & Lange, Connecticut, 1999, p 1591-1592

 

•             Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase (G6PD) Deficiency genetic disorder,  www.g6pd.org

 

•             Glucose-6-phosphate dehydrogenase deficiency, E Beutler - British Journal of Haematology, 1970G6-PD deficiency, www.medicinenet.com

 

•             รายชื่อยาห้ามใช้ใน G-6-PD, BANGLAMUNG HOSPITAL Department of Pharmacy, http://rxbanglamung.wikidot.com/g6pd

 

•             สมุดประจำตัวของผู้มีภาวะพร่องเอนไซม์ จี-6-พีดี ศูนย์ติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลศิริราช

 

•             วรวรรณ ตันไพจิตร GLUCOSE-6-PHOSPHATE DEHYDROGENASE (G-6-PD) DEFICIENCY กุมารเวชศาสตร์ เล่ม 2 คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล

 

•             G-6-PD deficiency, www.mt.mahidol.ac.th

 

•             เนตรทอง นามพรม คู่มือการดูแลผู้ป่วยที่ขาดเอนไซด์ จี 6 พีดี ภาควิชาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ cmnb.org

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน