• BATTY
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : utaisuk@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-04
  • จำนวนเรื่อง : 1813
  • จำนวนผู้ชม : 12069545
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2622 คน
สาระสุขภาพยาน่ารู้โดยเภสัชกรอุทัย
blog เภสัชกรอุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล ที่มียอดผู้อ่านมากกว่า 9 ล้านวิว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/DIVING
วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม 2560
Posted by BATTY , ผู้อ่าน : 4286 , 09:04:21 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สำรวจฟ้า , สิงห์นอกระบบ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

ยารักษา #โรคภูมิแพ้ ต้องใช้ตัวไหน? #uatisuk

คุณเภสัชขา เป็นภูมิแพ้ต้องใช้ยาตัวไหน? เอาแบบปลอดภัยและได้ผลนะคะ!!!

ที่ร้านยาเรามีผู้ป่วยคันๆๆๆ ฮัดเช้ยๆๆๆ น้ำมูกไหลติ๋งๆๆๆ มาสอบถามการใช้ยากลุ่มนี้กันเย๊อะมาก เภสัชกรไปค้นคำตอบมาให้แว้ว

#โรคภูมิแพ้คืออะไร?

#โรคแพ้อากาศ หรือ #จมูกอักเสบภูมิแพ้ เป็นโรคที่เกิดจากเยื่อบุจมูกมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากผิดปกติ ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ มักจะมีอาการ เป็นๆ หายๆ การใช้ยารักษาโรคแพ้อากาศ เป็นการรักษาที่ทำให้การอักเสบในเยื่อบุจมูกลดน้อยลง ทำให้อาการ #คันจมูกฟุดฟิด#จาม#คัดจมูก,#น้ำมูกไหล หรือมี #เสมหะลงคอ ลดน้อยลง แต่การรักษาดังกล่าวเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ บางครั้งผู้ป่วยไม่สามารถลดหรือหลีกเลี่ยงเหตุที่ทำให้มีอาการได้ ก็อาจจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการต่างๆทางจมูก #จำไว้ว่ายาแก้แพ้คือยาบรรเทาอาการแพ้ไม่ใช่ยารักษา

#การเลือกใช้ยาใรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ 

ขึ้นอยู่กับชนิด และความรุนแรงของโรค นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย ว่ามีอาการอะไรเด่น และพิจารณาเลือกใช้ยาที่มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการนั้นๆ 

#แนวทางการแบ่งชนิดและความรุนแรงของโรคภูมิแพ้ทางจมูก 

คณะทำงานขององค์การอนามัยโลก ได้เสนอการแบ่งชนิดของโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ ออกเป็น 2 ชนิดคือ
1. #Intermittent หมายถึง ผู้ป่วยมีอาการเป็นช่วงๆโดยมีอาการน้อยกว่า 4 วันต่อสัปดาห์ หรือมีอาการติดต่อกันน้อยกว่า 4 สัปดาห์

2. #Persistent หมายถึง ผู้ป่วยมีอาการคงที่ โดยมีอาการมากกว่า 4 วัน ต่อสัปดาห์ และมีอาการติดต่อกันนานกว่า 4 สัปดาห์

นอกจากนั้น องค์การอนามัยโลกได้เสนอให้ใช้อาการทางคลินิก ที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย แบ่งความรุนแรงของโรคออกเป็น 2 ระดับคือ อาการน้อย (mild) และ อาการปานกลางถึงมาก (moderate to severe)

การเลือกใช้ยาในการรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ ขึ้นอยู่กับชนิด และความรุนแรงของโรคดังแผนภูมิในรูป

นอกจากนั้นการเลือกใช้ยายังขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย ว่ามีอาการอะไรเด่น และพิจารณาเลือกใช้ยาที่มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการนั้นๆ เช่น

1. #ยาต้านฮิสทามีน (#antihistamines) ใช้ได้ผลดีในการบรรเทาอาการที่เกิดจากฮิสทามีนเช่น คัน,จาม, น้ำมูกไหล,คัน เคืองตา แต่ได้ผลน้อยกับอาการคัดจมูก

2. #ยาหดหลอดเลือด-ลดอาการ #คัดจมูก (#decongestant) ใช้เพื่อลดอาการคัดจมูกเป็นหลัก มีทั้งชนิดพ่น/หยอดจมูก และชนิดกิน ยาชนิดพ่น/หยอดจมูก ออกฤทธิ์ได้เร็วกว่าชนิดกิน คือออกฤทธิ์ได้ภายใน 5-10 นาทีหลังพ่น/หยอดยา ข้อเสียที่พบในชนิดพ่น/หยอดจมูกคือ การใช้ต่อเนื่องนานเกิน 5 วัน อาจทำให้เกิดอาการกลับมาคัดแน่นจมูกมากขึ้นหลังหยุดยาตามมาได้ นอกจากนั้น อาจทำให้ระคายเคืองจมูก และทำให้มีน้ำมูกเพิ่มขึ้นได้ แต่สามารถให้ยาชนิดพ่น/หยอดจมูก ได้เป็นระยะเวลาสั้นๆ ในผู้ป่วยที่มีอาการคัดจมูกมาก ยาชนิดกินออกฤทธิ์ภายใน 30 นาทีหลังกิน ไม่ทำให้เกิดอาการกลับมาคัดแน่นจมูกมากขึ้นหลังหยุดยา แต่ฤทธิ์ลดอาการคัดจมูกจะน้อยกว่าชนิดพ่น/หยอดจมูก ควรใช้ยาหดหลอดเลือดชนิดกิน อย่างระมัดระวัง เนื่องจากอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้คือ กระสับกระส่าย, หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ, เวียนศีรษะ, ปวดหัว, มือสั่น, นอนไม่หลับ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาหดหลอดเลือดชนิดกิน ในผู้ป่วยที่เป็นต้อหิน, ต่อมลูกหมากโต, ไทรอยด์เป็นพิษ, ความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจและหลอดเลือด, หญิงตั้งครรภ์, ผู้ป่วยมีปัญหาทางจิต, ผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี และมากกว่า 60 ปี

ปัจจุบันยังมียาต้านฮิสทามีนผสมกับยาหดหลอดเลือด (antihistamines + decongestants) ด้วย จุดประสงค์ของการผสมยาทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกัน คือ ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกของผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งยาต้านฮิสทามีนมีฤทธิ์ดังกล่าวน้อย นอกจากนั้น ถ้ายาต้านฮิสทามีนเป็นชนิดที่ทำให้ง่วง ยาหดหลอดเลือดที่ผสมกันอาจช่วยลดอาการง่วงได้ ยาผสมชนิดนี้สามารถให้ได้ ถ้าผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ มีอาการคัน, จาม, น้ำมูกไหล ร่วมกับอาการคัดจมูก ข้อดีคือไม่ต้องสั่งยาให้ผู้ป่วยถึง 2 ชนิด (คือ ยาต้านฮิสทามีนและ ยาหดหลอดเลือด) ซึ่งจะเพิ่มความร่วมมือของผู้ป่วยในการกิน แต่ไม่แนะนำให้ใช้ต่อเนื่องเป็นประจำ เนื่องจากอาจมีผลที่ไม่พึงประสงค์ของยาหดหลอดเลือดได้

3. #ยาสเตียรอยด์ (#corticosteroids) สามารถให้ได้ทั้งชนิดพ่นจมูก (nasal corticosteroids) และชนิดกิน (oral corticosteroids)

3.1) #ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก จมูก เป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ โดยสามารถลดอาการทางจมูกได้ทุกอาการ ได้แก่ อาการคันจมูก, จาม, น้ำมูกไหล และคัดแน่นจมูก และลดอาการทางตาได้ด้วย นอกจากนั้นสามารถใช้เพื่อป้องกันอาการดังกล่าวได้ด้วย แนะนำให้ใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกเป็นลำดับแรกในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ที่มีอาการคัดจมูกเด่น เนื่องจากยาสเตียรอยด์พ่นจมูกออกฤทธิ์ลดการอักเสบจากภูมิแพ้โดยมีผลต่อการสังเคราะห์โปรตีนของเซลล์ ดังนั้นยาจะเริ่มออกฤทธิ์ช้าประมาณ 7-8 ชม. และยาจะมีประสิทธิผลเต็มที่หลังจากใช้ยาอย่างสม่ำเสมอนาน 1-2 สัปดาห์ อย่างไรก็ดีในผู้ป่วยบางราย ยาอาจเริ่มออกฤทธิ์เร็วกว่านี้ คือภายใน 2 ชม. หลังพ่นยา ทำให้การใช้ยาเฉพาะเวลามีอาการก็ยังให้ผลการรักษาที่ดีในผู้ป่วยบางราย แต่ประสิทธิภาพอาจไม่ดีเท่าการใช้ยาอย่างสม่ำเสมอ ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกจะออกฤทธิ์เฉพาะที่สูง โดยมีความเข้มข้นของยาสูงที่เยื่อบุจมูก และมีการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดต่ำมาก จึงมีผลข้างเคียงน้อย การใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกโดยทั่วไปในขนาดแนะนำไม่พบผลข้างเคียงทั่วร่างกายชัดเจน และมีความปลอดภัยสูง ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกอาจเกิดผลข้างเคียงเฉพาะที่ได้ เช่น จาม, แสบร้อน, เกิดสะเก็ดในโพรงจมูก, จมูกแห้ง, ระคายเยื่อบุจมูกหลังพ่นยา หรือทำให้เกิดเลือดกำเดาไหลได้ แต่ไม่เกิดเยื่อบุจมูกฝ่อหลังใช้ยาเป็นระยะเวลานานหลายปี

3.2) #ยาสเตียรอยด์ชนิดกิน มีข้อบ่งชี้ในการใช้รักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้คือ

1. ในรายที่มีอาการคัดจมูกมาก ซึ่งทำให้การใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกได้ผลไม่ดี เนื่องจากยาไม่ สามารถเข้าไปในจมูกได้ทั่วถึง หรือมีอาการรุนแรง และไม่ตอบสนองต่อยาอื่น
2. ในรายที่มีภาวะจมูกไม่ได้กลิ่นร่วมด้วย
3. ในรายที่มีริดสีดวงจมูกเล็กๆ ร่วมด้วย และให้ยาสเตียรอยด์ชนิดกินเพื่อกำจัดริดสีดวงจมูก
4. ในรายที่มีเยื่อบุจมูกอักเสบจากการใช้ยาหดหลอดเลือดชนิดพ่น/หยอดจมูกนานเกินไป

4. #Topical #anticholinergic drugเช่น ipratropium bromide ใช้ลดอาการน้ำมูกไหลเป็นหลัก ไม่มีผลต่ออาการจามหรือคัดจมูก ไม่นิยมใช้เป็นยาอันดับแรก โดยมักใช้เป็นยาทางเลือกในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ที่มีอาการน้ำมูกไหลเรื้อรังที่ใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกและยาต้านฮิสทามีนแล้วอาการน้ำมูกไหลไม่ดีขึ้น หรือในรายที่อาการสำคัญของผู้ป่วยคือ น้ำมูกไหล การใช้ยาพ่นนี้ต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการจมูกแห้ง, เลือดกำเดาไหล, อาการปัสสาวะคั่ง, ต้อหินได้ แต่พบได้น้อย

5. #Cromones (sodium cromoglycate, nedocromil) ใช้ได้ผลบ้างในการบรรเทาอาการที่เกิดจากฮิสทามีนเช่น คัน,จาม, น้ำมูกไหล,คัน เป็นยาที่ปลอดภัยและมีผลข้างเคียงน้อย ในปัจจุบันยานี้ไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย

6. #Antileukotrienes ใช่วยลดอาการคัดจมูกเป็นหลัก อาจใช้ยาชนิดนี้เสริมในกรณีให้ยาชนิดอื่นๆ ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกแล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้น และเป็นยาที่ใช้ได้ผลดีในผู้ป่วยที่เป็นโรคหืดร่วมกับโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้

ยาวมากขี้เกียจจำ ใช่ไหม แวะไปปรึกษาเภสัชกรใจดีที่ร้านยาใกล้บ้านได้เลยจ้า

#เภสัชกรอุทัย #utaisuk #urx

 — ที่ PharmaTree Villa Market Sukhumvit Soi 49





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน