• DrDanai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : DrDanaiT@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-24
  • จำนวนเรื่อง : 190
  • จำนวนผู้ชม : 246333
  • ส่ง msg :
  • โหวต 100 คน
ดร.ดนัย เทียนพุฒ
DNTConsultants เรามีโซลูชั่นใหม่ของธุรกิจ:Strategy -New Scenario based Strategy/ Balanced Scorecard & KPIs / Strategic Thinking, Competency -Based HR & HRD , New Generation Marketing and Value Innovat
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/DNT
วันอังคาร ที่ 15 พฤษภาคม 2550
Posted by DrDanai , ผู้อ่าน : 1393 , 23:14:55 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ความจริงระบบ"แอดมิชชั่น" หรือสอบเข้ามหา'ลัย ขอเรียกแบบนี้แล้วกันนะครับ  เมื่อมีการประกาศผลทีไร
เป็นธรรมดาที่ต้องมีผู้ผิดหวังและเสียใจ จะด้วยเหตุใดก็ตาม  แต่ละมหา'ลัยก็รับได้ตามงบประมาณที่
มีเท่านั้น ขณะที่เด็กนักเรียน จบจริง ๆ แล้วผู้ที่เหนื่อยยากคือผู้ปกครองต้องวิ่งหาที่เรียนให้ลูกหรือ เตรียมเผื่อพลาดกันทั้งนั้น

อย่างไร ปีนี้มีอะไรที่น่าสนใจ คือ
-คนที่สอบได้ที่ 1 ของประเทศเลือกเรียน นิติศาสตร์ เพราะแรงบันดาลใจที่คุณพ่อเป็นตุลาการ และอยากเข้า
มาช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมือง

-มีเด็กฆ่าตัวตายจากการพลาดหวังในระบบกลางการรับ นิสิต นักศึกษา หรือ แอดมิชชั่น
กรณีนายจิรัตน์ฐากร สุขเกษมพงษ์ อายุ 19 ปี  นักเรียนชั้นม.6 โรงเรียนสามัคคีวิทยา
 ใช้เข็มขัดผูกคอตายภายในบ้านพักเลขที่ 248 หมู่ 2 ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย
 สาเหตุเพราะผิดหวังที่สอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่ได้ แม้จะสอบติดคณะเดียวกันที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเลือกไว้เป็นอับดับ 2 และครอบครัวโจมตีระบบเอเน็ต และ โอเน็ต

ผมคิดว่าน่าสนใจก็เพราะว่า
1.ในกรณีแรกค่านิยมที่จะต้องเรียนหมอ และ วิศวะ อาจจะดูว่า ลดลง เพราะอาชีพ ทางด้านกฎหมายในปัจจุบันได้รับการยอมรับมาก  และช่วยแก้ปัญหาบ้านเมืองให้พ้นทางตันมาได้หลายเรื่อง ยกเว้น พวกที่ขายวิชาชีพรับใช้เงินเป็นประดุจดังพระเจ้า
2.แต่พอพบข่าวที่ 2ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวสุขเกษมพงษ์ด้วย  ในเรื่องดังกล่าวกับกลายเป็นว่าค่านิยม
ในบาง คณะ บาง มหา'ลัย ก็ยังคงดำรงอยู่

ผมอยากฝากเป็นทัศนะว่า ปัจจุบันนี้ มหา'ลัย ไม่ได้แตกต่างกันมากนักในประเทศถ้าเป็นการเรียนการสอน
ด้วยภาษาไทย เพราะเมื่อจบไปแล้ว เราต่างหากที่ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่
และเราต่างหากที่ขีดเขียนชีวิตเราเอง มหา'ลัย ไม่ได้ให้ทุกอย่างกับชีวิตเราหรอกครับ

มหา'ลัย ชีวิตมีบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ให้เราได้เรียนรู้และค้นหาความจริง และหากเราค้นพบตัวตนเราได้
นั่นคือความสำเร็จที่สูงค่ายิ่งกว่าใบปริญญาไม่ว่าจะเป็นระดับการศึกษาสูงสุดเพียงใดก็ตาม

เยาวชนที่รัก ชีวิตนี้มีค่านัก จะใช้ชีวิตอย่างไรให้คุ้มค่า คิด ๆๆ คิดให้มากอีกหน่อย

ดร.ดนัย เทียนพุฒ
Dr.Danai Thieanphut
DNT Consultants





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 16/05/2007 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

เด็กเดี๋ยวนี้มีภูมิคุ้มกันชีวิตตัวเองน้อยไปน่ะ ถ้าเป็นพ่อแม่คน จะเลี้ยงลูกยังไง ให้คิดเป็น และเข้มแข็งในจิตใจ
นิดนรี

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
preechasan วันที่ : 16/05/2007 เวลา : 18.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preechasan
"นัตถิ  ปัญญา สมาอาภา "  แสงสว่างใดจะเสมอเหมือน "แสงสว่างแห่งปัญญา "ไม่มี

บางครั้งสิ่งที่คนเรา"คาดหวัง"ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราจะ"ได้รับ"เสมอไป

ต้องสอนให้เด็กรู้จัก คำว่า "ผิดหวัง" ด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
kaew วันที่ : 16/05/2007 เวลา : 14.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaew

จุดเริ่มต้นน่าจะมาจากการที่พ่อแม่ใส่อะไรให้ลูก สร้างภูมิต้านทานกับลูกมามากแค่ไหน

ต่อมาคงต้องขึ้นอยู่กับตัวเด็กว่าเรียนรู้ที่จะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตได้อย่างไร

ตายนะง่าย อยู่ซิท่าท้ายกว่า

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Bobby วันที่ : 16/05/2007 เวลา : 14.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ipradio

ผมได้ยินข่าวเรื่องฆ่าตัวตายเพราะสอบเข้ามหาลัยดังๆ ไม่ได้ มาตั้งนานแล้ว สิบกว่าปีมาแล้ว ไอ้เรื่องพวกนี้ก็ไม่เคยหายไปจากสังคม
เพราะว่า
>
1 ครอบครัว ทำอะไรกับลูกบ้าง นอกจากหาเงินส่งเสีย ครอบครัวคาดหวังกดดัน พ่อแม่เป็นหมอ ลูกต้องเป็นหมอ พ่อแม่มีปมด้อยด้านการศึกษา และให้ลูก มาเป็นผู้ล้างปมหรือไม่ คนที่ฆ่าตัวตายเพราะเรื่องอย่างนี้แสดงว่า ภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจย่ำแย่ ทุกครอบครัวต้องใส่ใจกับเรื่องนี้
>
2 ค่านิยมของสังคม ที่เอาสถาบันเป็นตัวตั้ง มากกว่ามองที่การแสวงหา และค้นคว้า หรือศักยภาพของบุคคล
ถ้าเราไปมองว่า สถาบันคือทุกสิ่งทุกอย่าง ผมว่ามันวิกฤตแล้วนะ เพราะที่สุดแล้วตัวเรานั่นแหละคือทุกสิ่งทุกอย่าง
>
3 การคาดหวังที่เกินกำลังตัวเอง นี่ก็อันตราย ผลลัพธ์ที่ออกมาย่อมสะท้อนสิ่งที่กระทำ กล่าวคือ ต่อให้คุณคาดหวังอะไรก็ตาม ถ้าขีดความสามารถคุณมีแค่นั้น
คุณก็เป็นได้แค่นั้น แต่ถ้าคุณพยายามเพิ่มขีดความสามารถ อยากถูกต้อง ถูกวิธี และมีทัศนคติที่ดี สิ่งที่คาดหวังไว้นั้น ไม่ช้าก็เร็วย่อมสำเร็จ แต่คนส่วนใหญ่มัก
คิดว่ามันต้องได้ผลเร็วๆ ได้ผลตามที่หวังไว้ทุกอย่าง จึงจะถือว่าประสบผลสำเร็จ นั่นเป็นแนวคิดผิดๆ
>
ดังนั้น ปัญหาพวกนี้ ก็เกิดจากทัศนคติ สภาพจิตใจ และการกระทำ ครอบครัวต้องดูแลลุกหลานของท่านให้ดี ก่อนที่ลูกของท่านจะเป็นรายต่อไป และผมก็ไม่คิดว่าองค์กรใหญ่ๆ หรือรัฐบาลจะมาแก้ปัญหานี้ได้ เพราะเกือบทั้งหมดอยู่กับครอบครัวเป็นอันดับแรกเลย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
DrDanai วันที่ : 16/05/2007 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/DNT

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ องค์กรใหญ่ๆ ควรจะเลิกได้แล้วในการคัดคนตามชื่อ มหา'ลัย เพราะไม่ได้บอกสติปัญญา หรือ ความเป็นเลิศขององค์กรเหล่านั้น

เนื่องจากการบริหารคนแนวใหม่ (อาจจะไม่ใหม่ในต่างประเทศ ) นิยมคัดเลือกคนตาม สมรรถภาพ(Capabilities) และ ความสามารถ(Competencies)

ขณะที่ใบสมัครรูปแบบใหม่ของการสมัครงานจะเป็น Competency-based resume กันแล้วแต่ฝ่าย HR บ้านเราในองค์กรใหญ่ ๆ ก็ยังใช้แบบเดิม ๆ ดูได้จากหน้า Classified ในหน้าหนังสือพิมพ์ ก็รู้ได้ว่ายังเป็นแบบเก่า

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
sixty วันที่ : 16/05/2007 เวลา : 09.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/4teen
อย่านำความขาดแคลนมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน

เห็นด้วยครับ... เพราะหลายๆคนจะฝังหัวอยู่กับสถาบัน..ซึ่งความจริงแล้วจะต้องเข้าใจว่าความรู้อาจเรียนทันกันหมด ไม่ว่าคุณจะอยู่จุฬา หรือรามคำแหง

ทักษะและประสบการณ์ต่างหากที่จะวัดว่าใครจะเจ๋งกว่ากัน... ปลดเปลื้องพันธนาการออกจากค่านิยมเหล่านั้นเถิดนะครับ... แล้วคุณจะเรียนไปอย่างมีความสุข

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
m-o-o-p วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 23.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/m-o-o-p

เป็นเพราะสังคมกำหนดและสร้างมาตรฐานต่าง ๆ...ให้เราต้องอยู่ในสังคมต่อไป...แต่จะอยู่อย่างไรให้ไม่สูญเสีย ความเป็นตัวเราเอง ความมั่นใจในตัวเอง


ข่าวเศร้าค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
naive วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 23.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wickedgirl

อย่างไรก็ตาม องค์กรใหญ่ๆก็ได้ใช้การจัดแบ่งเกรดมหาวิทยาลัยเป็นตัววัดในการรับคนเข้าทำงาน เพื่ออัพเกรดขององค์กรอีกทางหนึ่ง ตอนนี้เริ่มมีตารางคร่าวๆราคาเงินเดือนของเด็กแต่ละสถาบัน ตรงนี้ที่จะบีบคั้นเด็กต่อไปมากกว่าในอนาคต

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ทรรศนะสำคัญทางการศึกษาของคนรุ่นใหม่

ดร.ดนัย เทียนพุฒ ให้สัมภาษณ์ในงานวันรับปริญญา เกี่ยวกับข้อคิดสำคัญ หรือทรรศนะ สำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ที่คิดจะเรียนหรือเรียนอยู่เพื่อ อนาคตที่สดใสสวยงาม

View All
คุณลักษณะความสามารถที่สำคัญของผู้ประกอบการธุรกิจไทย
วิสัยทัศน์ธุรกิจ เช่น ภาวะผู้นำ คิดการณ์ไกล กล้าเสี่ยง เฉลียวฉลาดทางธุรกิจ
22 คน
ความสามารถด้านไฮเปอร์ เช่นสนองตอบในทันที มุ่งผลสำเร็จ กระหายต่อการทำธุรกิจ
1 คน
การพัฒนาทีมธุรกิจ เช่น การเรียนรู้ด้วยตนเอง สร้างทีมงาน แสวงหาความรู้ใหม่
6 คน
ทักษะด้านการบริหาร เช่น จัดการคน จัดองค์กร การเงินและการควบคุม
5 คน
ความสามารถด้านนวัตกรรม เช่น ความคิดริเริ่ม ความยืดหยุ่น การปรับปรุงวิธีทำงานใหม่
8 คน
คุณลักษณะส่วนตน เช่น ความซื่อสัตย์ มองโลกในแง่ดี เชื่อมั่นในตนเอง
5 คน
สำคัญเท่า ๆ กันทุกด้าน
26 คน
ไม่เห็นด้วยทั้งหมด
2 คน

  โหวต 75 คน