*/
  • เด็กนับดาว20
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : Ket_Deknabdaw@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-18
  • จำนวนเรื่อง : 14
  • จำนวนผู้ชม : 30862
  • จำนวนผู้โหวต : 7
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2552
Posted by เด็กนับดาว20 , ผู้อ่าน : 4455 , 12:51:41 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

        คนเราทุกคนล้วนแต่ใช้ชีวิต มีชีวิตที่ดำเนินไปตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสงสัย ความไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องเดินไปข้างหน้า ทำไมต้องเดินหลังในบางครั้ง ทำไมต้องเดินไปทางซ้าย และทำไมต้องเดินไปทางขวา

แม้แต่คนบางคนที่คิดว่าตนเข้าใจ รู้ซึ้งในสัจธรรมแห่งชีวิต การเกิด การแก่ การเจ็บ และการตาย ว่าต้องเกิดขึ้นกับคนทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกศาสนา แต่ในแล้วทำไมบางครั้งเขาเหล่านั้นยังเสาะแสวงหาหนทางบางอย่างเพื่อที่จะหนีสัจธรรมนี้ ทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน

คนเราเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดีแค่ไหน เข้าใจมาก น้อย ไม่เข้าใจเลย หรือแค่คิดว่ามันเป็นธรรมดาของชีวิตที่สักวันหนึ่งก็ต้องพบเจอและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

เคยมีคำกล่าวว่า“ยิ่งรู้ก็เหมือนไม่รู้”ประมาณว่าเราคิดว่าเรารู้หรือเข้าใจเรื่องเหล่านั้นดี แต่เมื่อยิ่งเรียนรู้มากขึ้นกลับกลายเป็นว่าเราไม่เคยรู้เลย หรือมีความรู้อยู่แค่หางอึ่งเท่านั้น

        ทฤษฎีที่ 1 ทฤษฎีการเกิด เราเคยสงสัยว่าเราเกิดมาได้อย่างไร และได้เข้าใจด้วยเหตุทางวิทยาศาสตร์ว่า เกิดจากการที่เซลล์อสุจิของเพศผู้ที่ผสมกับเซลล์ไข่ของเพศเมีย จนพัฒนาการเป็นตัวอ่อน (Embryo) และเจริญเติบโตอยู่ในครรภ์ของเพศเมีย รอวันที่จะคลอดออกมาดูโลก กลายเป็นสิ่งมีชีวิตของโลกต่อไป

ไม่ว่าคนหรือสัตว์ล้วนแต่หนทางแห่งการเกิดที่ไม่ต่างกัน ดังที่ได้ปรากฏในอัลกุรอ่าน ซูเราะห์ อัลมุอ์มินูน อายะห์ที่ 13-14 ความว่า“ต่อมาเราได้ทำให้เขาเป็นเชื้ออสุจิอยู่ในที่พักพิงที่มั่นคง (มดลูก) และต่อมาเราได้สร้างเชื้ออสุจิให้เป็นก้อนเลือด และเราได้สร้างก้อนเลือดให้เป็นก้อนเนื้อ และเราได้สร้างก้อนเนื้อให้มีกระดูกและเราได้เอาเนื้อหนังหุ้มกระดูกไว้ แล้วเราได้เป่าวิญญาณให้เขากลายเป็นอีกรูปร่างหนึ่ง ดังนั้นอัลลอฮฺทรงจำเริญยิ่ง ผู้ทรงเลิศแห่งปวงผู้สร้าง”(อาอิชะห์ มุนีร:รู้จักอิสลาม To Know Islam)

        ทฤษฎีที่ 2 ทฤษฎีการแก่ เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่า คนเราทุกคนเกิดมาเมื่อเจริญเติบโตขึ้น อายุอานามเพิ่มมากขึ้นก็ย่อมแก่ตัวลง เป็นเด็ก เป็นวัยรุ่น เป็นผู้ใหญ่ และเป็นคนชราในที่สุด

คนเราเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น อะไรๆในร่างกายก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ผิวหนังเหี่ยวย่นไม่ตึงกระชับเหมือนวัยแรกรุ่น ใบหน้ามีรอยตีนกา สายตาฟ่าฟาง เรี่ยวแรงไม่ค่อยจะมี

บางคนที่ประสบปัญหาเหล่านี้หาทางออกด้วยการทำศัลยกรรมดึงหน้าบ้าง ฉีดคอลลาเจน หรือทำโบท็อก เพื่อให้กลับมาอ่อนเยาว์ขึ้น แต่สุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไปก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม มันไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปเลย

คนไทยพุทธส่วนใหญ่เมื่อแก่ตัวลงก็หันหน้าเข้าวัด ทำบุญ ฟังเทศน์ฟังธรรม โดยเฉพาะในวันพระจะมีคนชราเยอะมาก เพราะทำบุญแล้วจิตใจผ่องใส อิ่มบุญกันทั่วหน้า

โดยหลักธรรมคำสอนของศาสนาพุทธจะเป็นหลักแห่งการดำเนินชีวิตเพื่อดับทุกข์มุ่งสู่นิพพาน หลีกเลี่ยงจากกิเลศ รูป รส กลิ่น เสียง

        ทฤษฎีที่ 3 ทฤษฎีการเจ็บ คนเราไม่ว่าจะเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ คนชรา ทุกเพศ ทุกวัย ล้วนแต่ต้องมีการเจ็บป่วยแล้วแต่ว่าจะหนักหนาแค่ไหนเท่านั้นเอง เมื่อเจ็บป่วยแล้วก็ต้องหาวิถีทางในการรักษา บางโรคก็รักษาง่ายดาย บางโรครักษายากก็ต้องแสวงหาการรักษากันต่อไป

เป็นธรรมดาของคนเราอยู่แล้วที่ต้องมีการเจ็บป่วย คงไม่มีใครที่เกิดมาแล้วไม่เคยเจ็บป่วย และคงไม่มีใครที่เกิดมาแล้วเจ็บป่วยไปตลอดชีวิต ถ้าจะมีก็คงน้อยมาก นอกเสียจากว่าเป็นโรคทางพันธุกรรมบางอย่างเท่านั้น

เมื่อเจ็บป่วยก็รักษากันไป อย่าได้ปล่อยปละละเลยจนกลายเป็นอาการหนักขึ้นแล้วค่อยมารักษา เพราะเมื่อถึงขั้นนั้นอาจยากต่อการรักษา แล้วต้องมาทุกข์ใจภายหลัง แทนที่จะเป็นแค่โรคเดียวอาจมีโรคอื่นเข้ามาแทรกอีก ทีนี้แหละอาจรักษาไม่หายแล้ว  

       ทฤษฎีที่ 4 ทฤษฎีการตาย วาระสุดท้ายของชีวิตมนุษย์ที่ไม่มีใครสามารถหลบหลีกไปได้สักคน คนเราเกิดมาแล้วก็ต้องตาย ตายแล้วไปไหน นรกหรือสวรรค์

       ถ้าเป็นตามหลักศาสนาพุทธ คนดีเมื่อตายไปก็ได้ขึ้นสวรรค์ ส่วนคนชั่วตกนรก ปีนต้นงิ้ว ตกกระทะทองแดง แต่บางทีวิญญาณก็ยังวนเวียนอยู่ร่วมกับคนเป็น นี่คือสัจธรรมที่ว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้ 

        ส่วนทางศาสนาอิสลามเชื่อว่า เมื่อมนุษย์สิ้นชีวิตวิญญาณจะถูกนำออกจากร่างไปอยู่อีกโลกหนึ่ง (โลกบัรซัค) ซึ่งแตกต่างจากโลกขณะที่เขามีชีวิตอยู่ (โลกดุนยา) วิญญาณจะไม่วนเวียนอยู่ในโลกนี้อีก

อย่างที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้นว่า ชีวิตของมนุษย์ต้องพบกับสัจธรรมแห่งชีวิต การเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย เราเข้าใจความหมาย ที่มาของคำเหล่านี้มากแค่ไหน เพราะนี่คือทฤษฎีชีวิตของเรา

ทุกทฤษฎีที่ได้กล่าวมานี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องพบเจออยู่ทุกวัน ทุกๆวันจะมีมนุษย์เกิดขึ้น มีมนุษย์แก่ชราลง มีมนุษย์เจ็บป่วย และมีมนุษย์เสียชีวิต เป็นอย่างนี้อยู่ทุกวันและตลอดไป

       

       

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เด็กนับดาว20 วันที่ : 04/10/2009 เวลา : 20.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Deknabdaw

ความจริงของความเป็นคน ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
arattikron วันที่ : 16/09/2009 เวลา : 14.18 น.

ความจริง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน