*/
  • ครูเฒ่าบุีรีรัมย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : myfriend-fa@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-11-09
  • จำนวนเรื่อง : 111
  • จำนวนผู้ชม : 245667
  • จำนวนผู้โหวต : 58
  • ส่ง msg :
  • โหวต 58 คน
วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม 2556
Posted by ครูเฒ่าบุีรีรัมย์ , ผู้อ่าน : 3222 , 17:50:03 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน นักเดินทางตัวเขื่อง , Wildwatcher โหวตเรื่องนี้

อันดับที่ 4 สถานที่ท่องเที่ยวไทย

น้ำตกทีลอซู

ที่มา  http://th.wikipedia.org/wiki

 

 

น้ำตกทีลอซู ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร ทีลอซู เป็น  ภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจาก ลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชีย

ตามความจริงต้องออกเสียงว่า "ทีลอชู" และเป็นคำนามในภาษากะเหรี่ยงแปลว่า "น้ำตก" ชื่อ "ทีลอซู" เป็นความพยายามแปลความหมายทีละคำ โดย "ที" หรือ "ทิ" แปลว่า "น้ำ" "ลอ" หรือ "ล่อ" แปลว่า "ตก" แต่ "ชู" ไม่มีความหมายใกล้เคียง ดังนั้น จึงมีความพยายามทำให้เป็นคำที่มีความหมาย เนื่องจาก "ซู" แปลว่า "ดำ" จึงนำไปสู่การเรียกว่า "ทีลอซู" และแปลว่า "น้ำตกดำ"

ทีลอซู ได้รับคำกล่าวขานถึงว่าเป็นน้ำตกที่สวยงาม และมีความสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน ระหว่าง 1 มิ.ย. - 31 พ.ย. ปริมาณน้ำฝนที่มากจะเพิ่มปริมาณน้ำในลำธารทำให้สายน้ำตกกว้างใหญ่กว่าฤดูอื่น แต่เป็นช่วงที่ทางรถเข้าน้ำตกปิด เพื่อป้องกันอันตรายแก่ผู้ใช้เส้นทางและถนอมสภาพทางไม่ให้เสียหาย นักท่องเที่ยวอาจเลี่ยงใช้เส้นทางนี้ได้ โดยการซื้อทัวร์กับบริษัทนำเที่ยวซึ่งจะเดินทางด้วยเรือยางและเดินป่าอีกราว 12 กม.แต่หากมาท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาว - ฤดูร้อนระหว่าง 1 ธ.ค. - 31 พ.ค. ก็สามารถใช้ทางรถยนต์เข้าน้ำตกได้ จึงเป็นช่วงเวลาที่เที่ยวได้สะดวกที่สุด ไม่ว่าจะเที่ยวแบบไปกลับหรือพักค้างแรม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้กำหนดให้น้ำตกทีลอซู เป็นหนึ่งในเก้าตะวัน ตามโครงการมหัศจรรย์เมืองไทย 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน โดยมีจุดเด่นคือ "มหัศจรรย์รุ้งกินน้ำที่น้ำตกทีลอซู"

ที่มา  firefliesfreedom.blogspot.com

 

ประวัติน้ำตกทีลอซู

ทีลอซู ได้รับการค้นพบโดยพรานชาวกะเหรี่ยงคนหนึ่งที่เดินเข้ามาล่าสัตว์ ก่อนที่ ตชด.ได้บินเข้ามาสำรวจในพื้นที่และได้พบน้ำตกทีลอชู ต่อมากรมป่าไม้จะประกาศให้บริเวณนี้เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และหลังจากปี พ.ศ. 2528 ที่ อำเภอ ปรีชา อินทวงศ์ พาบุคลากรของนิตยสารท่องเที่ยวแคมปิง เข้าไปสำรวจน้ำตกทีลอซูและนำไปตีพิมพ์ลงนิตยสารจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนภายนอกรู้จัก

"ทีลอซู" หรือออกเสียงตามภาษาภาษาปะก่าหญอว่า "ที-หล่อ-ชู" ที แปลว่า น้ำ, หล่อ แปลว่า ไหล และ ชู แปลว่า ทิ่มแทง (หล่อ-ชู เป็น กิริยา หมายถึง การไหลลงมาอย่างแรงของน้ำปะทะกับพื้นเบื้องล่าง) ดังนั้นจึงแปลว่าน้ำตก (บางท่านบอกว่าแปลว่า น้ำตกดำ คำว่า "ดำ" ไม่ได้ออกเสียงว่า ซู แต่ออกเสียงคล้ายๆกัน ไม่รู้จะเขียนเป็นอักษรไทยอย่างไร เพราะเสียงนี้ไม่มีในภาษาไทย ต้องออกเสียงให้ฟังนะครับ ถึงจะแยกความแตกต่างได้) น้ำตกนี้ซ่อนอยู่ในหลืบผาอันกว้างใหญ่ สายน้ำเกิดจากห้วยกล้อทอซึ่งมีแดนกำเนิดอยู่บนดอยผะวี แล้วไหลลงแม่น้ำแม่กลองที่ ตำบล แม่ละมุ้ง อำเภอ อุ้มผาง

การค้นพบที่กล่าวถึงเป็นการพบของคนไทย จากงานของ ประชา แม่จัน ในหนังสือ "อุ้มผาง เบื้องหลังธรรมชาติ"  เขียนถึง บริเวณที่ตั้งแคมป์ทีลอชู เป็นบ้านเก่าชาวปกากะญอ (กะเหรี่ยง) เรียกว่า "ว่าชื่อคี" บริเวณที่จอดรถเป็นที่นาเก่าของชาวบ้านที่นี่ การที่เป็นบ้านร้างเพราะชาวบ้านบางส่วนได้ย้ายไปอยู่บ้านโขะทะเพื่อเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่เหลือย้ายเข้ามาอยู่กับฝ่ายรัฐบาล ดังนั้น ชาวปกากะญอที่นี่รู้จักน้ำตกทีลอชูมาช้านานแล้ว


ต้นน้ำกล้อทอนั้นอยู่ทีผืนป่าเหนือบ้านกล้อทอครับ ส่วนดอยพาวีนั้นอยู่ในเขตแดนพม่าแล้วและดอยพาวีเป็นต้นน้ำแหม่จอโกล หรือแม่น้ำแม่จันซึ่งสายน้ำแม่จันจะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำแม่กลองที่บ้านแม่จันทะกลายเป็นแม่น้ำแม่กลองไหลลงไปเรื่อยๆ จนเป็นแม่น้ำแม่กลองที่สมุทรสงครามนั่นแหละครับ ทั้งนี้ต้นน้ำแม่กลองอยู่ที่บ้านแม่กลองคี (คำว่าคี) คือนั้นน้ำส่วนทะจะเป็นปลายน้ำหรือสบน้ำ เช่น สบเมย สบแจ่ม อะไรประมาณนั้น ในส่วนของลำห้วยกล้อทอนั้นต้นน้ำจริงๆ จะอยู่ที่ผืนป่าเลยบ้านกล้อทอขึ้นไปก่อนจะมาปรากฏเป็นแม่ลำห้วยใหญ่จริงๆ ก็ที่ถ้ำกล้อทอคี ซึ่งจะเป็นถ้ำขนาดใหญ่ โดยสายน้ำกล้อทอนี้จะไหลผ่านบ้านกล้อทอ บ้านนุเซโปล้ บ้านคอกา (บ้านร้าง) จากนั้นก็จะไหลผ่านผืนป่าเข้าไปจนถึงน้ำตกทีลอซู ซึ่งก่อนจะถึงน้ำตกทีลอซู จะมีลำห้วยลำธารไหลมาบรรจบกับลำห้วยกล้อทอหลายสาย คำว่า ที แปลว่าน้ำ ถูกต้อง คำว่า หล่อ ก็แปลว่าลงนั้นถูกต้องคลับ ส่วนคำว่า "หล่อชู" นั้น เป็นคำประสมระหว่าง "หล่อ" กับ "ชู" หล่อคือลงครับ ชู คือทิ่ม แทง ปัก แต่คำว่าหล่อชูเป็นคำเฉพาะที่แปลได้ว่า "พุ่งลง" การตกลงจากที่สูงนั้นกะเหรี่ยงใช้ต่างกันไป เช่น ไหลลง จะใช้คำว่า หล่อหยวา ตกลง ใช้คำว่า หล่อแต่ะ หยดลง ใช้คำว่า หล่อจ่อ การตกแบบกระจาย ใช้คำว่า หล่อชี กล่าวโดยสรุปก็คือ ทีหล่อชูแปลว่า "น้ำตก"

สิ่งที่น่าสนใจ

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1.5 กม.ก่อนถึงน้ำตกจะผ่านป่าไผ่และป่าเบญจพรรณ มีดอกกระเจียวขึ้นตามพื้นป่าระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมายเกี่ยวกับธรรมชาติและพืชพันธุ์ตามจุดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษา เมื่อถึงบริเวณน้ำตก จะเห็นละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่วโขดหินเบื้องล่าง มองเห็นธารน้ำตกลงมาจากผาหินปูนซึ่งอยู่สูงประมาณ300ม. ตามแนวกว้างกว่า500 ม. ท่ามกลางป่าครึ้ม อาจแบ่งธารน้ำตกได้เป็นสามกลุ่ม คือกลุ่มด้านซ้ายมือ (เมื่อหันหน้าเข้าหาน้ำตก) เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดสูงที่สุด และเป็นด้านที่สวยที่สุด มีธารน้ำตกหลายสายไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นเชิง ส่วนกลุ่มตรงกลาง สายน้ำไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันใกล้เคียงกบกลุ่มซ้ายมือแต่ไม่เป็นชั้นและแคบกว่า ส่วนหลุ่มทางขวามือ มีสายน้ำตกมากและหน้าผาเตี้ยกว่าสองกลุ่มแรก เมื่อมองทั้งสามกลุ่มรวมกันจะเห็น น้ำตกทีลอซู ที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม บริเวณด้านล่างมีทางเดินไปยังจุดชมวิวทิวทัศน์บนยอดเขาฝั่งตรงกันข้าม เป็นจุดที่มองเห็น น้ำตกทีลอซู ได้สวยงามและชัดเจนขึ้น ใช้เวลาเดินไปกลับประมาณ 2 ชม.

การเดินทาง

การเดินทาง รถยนต์ จากอำเภออุ้มผางใช้เส้นทางสายอุ้มผาง-แม่สอด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 161 มีทางแยกซ้ายที่บ้านแม่กลองใหม่ไปด่านเดลอ หรือจุดตรวจ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง” เป็นระยะทาง 30 กิโลเมตร (สำหรับนักท่องเที่ยวที่ขับรถเข้าน้ำตกทีลอซูต้องติดต่อขอรับใบอนุญาตเข้าที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง (สป. ๗) ได้ที่ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และอนุรักษ์อุ้มผางก่อนทุกครั้ง นักท่องเที่ยวต้องยื่น สป. 7 ที่ด่านเดลอ) จากนั้นเดินทางไปตามถนนลูกรังอีก 26 กิโลเมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ใช้เวลาในการเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมง เส้นทางช่วงนี้เป็นทางดิน ควรใช้รถปิคอัพ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่ช่วงล่างมีความสูงมากพอสมควร ในฤดูฝนรถอาจเข้าไม่ได้ และจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร จึงถึงตัวน้ำตกทีลอซู

สถานที่พัก

สถานที่พักผ่อนทริปท่องเที่ยวน้ำตกทีลอซู มีให้เลือกหลายรูปแบบ

  1. ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง (นอนเต้นท์)
  2. ในตัวเมืองอุ้มผาง ทั้งที่ติดแม่น้ำและไม่ติดแม่น้ำ การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหมายเลข 1 สู่ จังหวัดตาก ก่อนถึง จังหวัดตาก ซ้ายมือมีทางแยกป้ายบอก

ทางเข้าสู่ อำเภอแม่สอด ระยะทางประมาณ 87 กิโลแมตร แล้วต่อจาก อำเภอแม่สอดไป อำเภออุ้มผาง เส้นทางนี้ ต้อง ระวังให้มาก เพราะเป็นเส้นถนนตัดผ่านเขาสลับซับซ้อนคดโค้งกว่าพันโค้ง ได้สัมญานามว่า"สายลอยฟ้า" ด้วยระยะทางประมาณ 164 กิโลเมตร กินเวลาประมาณ 4-5 ชั่งโมง ซึ่งไม่เบาเหมือนกัน ผู้ที่ขับรถไปเองต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ระหว่างทางทิวทัศน์ชวนให้หลงใหลเพลิดเพลินไปกับการเดินทาง จากเส้นทางอุ้มผางสู่น้ำตกทีลอซู ระยะทางประมาณ 43 กิโล ถึงเขตรักษาพันธุ์ฯ แล้วเดินเท้าเข้าไปที่น้ำตกอีก 1.8 กิโลก็จะถึงถึงน้ำตกทีลอซู ความเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางก็หมดสิ้นไป สายน้ำตกแห่งความอลังการทีลอซู รอการมาเยือนจากทุกท่าน ทุกวันเวลา

อ้างอิง  อุ้มผาง เบื้องหลังธรรมชาติ

ที่มา  http://travel.kapook.com

 

 

สุดทางรักที่อุ้มผาง (Lisa)

          ฤดูเปลี่ยนเวียนหมุน ผ่านฝนเข้าหนาวแล้วจึงร้อน ก่อนบรรจบพบเป็นวงรอบเช่นนี้ทุกปี กลิ่นฝนเริ่มโชยหอมหลังทนทุกข์กับความร้อนจนลืมไปแล้วว่านานนับกี่เดือน ทริปนี้ขอเดินทางแบบผจญภัย ที่ใคร ๆ มักดูแคลนว่าเกินแรงผู้หญิงจะสู้ไหว แต่ฉันจะพิสูจน์ให้ดูว่าเพศไม่ใช่ปัญหาทุกอย่างมันอยู่ที่หัวใจนั้น

ถนนลอยฟ้าสู่อ้มผาง

          ถนนสาย 1090 แม่สอด-ตาก ถูกเรียกว่า "ถนนลอยฟ้า" เพราะวิ่งเลาะเลียบไต่ระดับขึ้น-ลงไปตามแนวเขา บางจุดก็วิ่งอยู่บนยอดเขา ระยะทางเพียงแค่ 164 กิโลเมตร แต่ต้องใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ซึ่งยังมีคนอุตสาหะนั่งนับจนได้ตัวเลข 1,219 โค้ง จุดพักรถบ้านอุ้มเปี้ยมตรงกึ่งทางจึงเป็นเหมือนสวรรค์สำหรับนักเดินทาง โดยเฉพาะคนที่มีอาการเมารถคลื่นเหียนเวียนศีรษะ ได้ลงมาสูดลมหายใจลึก ๆ เหยียดแข้งยืดขาเข้าห้องน้ำ เลยไปไม่ไกลเป็นที่ตั้งของศูนย์อพยพบ้านอุ้มเปี้ยม พื้นที่พักพิงผู้ลี้ภัยจากการสู้รบชั่วคราว สิ่งปลูกสร้างเข้ากันได้ดีกับพื้นที่ หลายคนซึ่งผ่านเส้นทางนี้ล้วนอดใจไม่ไหว ขอหยุดถ่ายภาพกันเล็กน้อยแทบทั้งนั้น 

          เนื่องจากภูมิประเทศเป็นป่าเขารกทึบ เวลาเดินทางจึงต้องม้วนเอกสารเก็บในกระบอกไม้ไผ่ที่มีจุกปิดมิดชิด เพื่อป้องกันเอกสารเสียหาย ถึงด่านตรวจก็จะเปิดออกเพื่อแสดงเอกสารให้เจ้าหน้าที่ดู ชาวกะเหรี่ยงปกากะญอเรียกกระบอกไม่ไผ่สำหรับเก็บเอกสารเดินทางนี้ว่า "อุ้มผะ" ซึ่งต่อมาได้ออกเสียงเพี้ยนมาเป็น "อุ้มผาง" อย่างปัจจุบัน

 

 

ทีลอซู ยิ่งใหญ่งดงามทุกฤดูกาล

          ก่อนจะล่องเรือยางตามลำน้ำแม่กลองเข้าไปยังน้ำตกทีลอซู ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กของอุ้มผาง หากเป็นตอนเช้าตรู่มักท่องเที่ยวมักต้องต่อสู้กับความอ่อนเพลียและความหนาวเย็นสักเล็กน้อยถ้าเป็นฤดูอื่น แต่หากเป็นฤดูหนาวโดยตรงนั้น เป็นเรื่องยากที่สุดที่จะขึ้นไปจุดชมวิวที่ "ดอยหัวหมด" ซึ่งเป็นทั้งตำแหน่งชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก รวมถึงเป็นที่ชมทะเลหมอกในที่เดียว

          จุดลงเรือยางจะอยู่ที่ตัวอำเภออุ้มผาง พาเราล่องไปตามลำน้ำแม่กลอง น้ำใสไหลเย็น มือไม่ต้องพายซ้ำยังเอาเท้าราน้ำได้สบาย สองฟากทางเขียวครึ้มด้วยพันธุ์ไม้ใหญ่น้อย เสียงนกป่าแทรกเบียดเสียงสายน้ำซึ่งไหลปะทะโตรกผาและโขดหินเป็นระยะ บางตัวก็บินดีคู่ไปกับเรือเหมือนจะมาทักทายทำความรู้จัก

 

 

 สายน้ำจากผาสูงตกกระทบชั้นหิน จังหวะเดียวกับแสงแดดส่องกระทบละอองน้ำ เกิดเป็นชั้นสีม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง จึงถูกเรียกว่า "น้ำตกสายรุ้ง" ผ่านไปอีกไม่ไกลก็เป็น"น้ำตกสายฝน" หรือ "ทีลอจ่อ" ตามภาษาถิ่น ก่อนถึงจุดขึ้นฝั่งยังมีบ่อน้ำร้อนให้ลงไปนั่งแช่เท้า ธรรมชาติสรรสร้างความหลากหลายไว้อย่างอัศจรรย์

 

 

เรือจอดขึ้นฝั่งที่ท่าทราย เปลี่ยนถ่ายพาหนะเป็นรถกระบะไปอีกราว 12 กิโลเมตร ก็จะถึง "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง" แต่ยังต้องเดินเท้าไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1.5 กิโลเมตร จึงจะถึงจุดหมายปลายทาง คือ "น้ำตกทีลอซู" ด้วยยังอยู่ในระยะคาบเกี่ยวฤดูร้อนต่อฤดูฝน ทีลอซูเลยดูตัวเล็กลงมาหน่อย แต่ยังคงแฝงกลิ่นอายความยิ่งใหญ่และสวยงามไว้เสมอ

 

 

ธรรมชาติและชาติพันธุ์

          ป่าอุ้มผางอุดมสมบูรณ์และกว้างใหญ่ เป็นอำเภอที่มีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถึง 2 แห่ง คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก จึงมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่า ท่องเที่ยวแบบได้ความรู้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั้งสองแห่ง

          อุ้มผางมีคนอยู่ร่วมกันหลายชาติพันธุ์ทั้งไทย ม้ง และปกากะญอหรือกะเหรี่ยง ซึ่งถือเป็นคนกลุ่มใหญ่ในพื้นที่ สำหรับใครที่เป็นหญิงแนวลุยทุกสถานการณ์ แนะนำให้ไปท่องเที่ยวตามหมู่บ้านต่าง ๆ ซึ่งพร้อมสรรพทั้งธรรมชาติและน้ำจิตน้ำใจอันใสซื่อของผู้คน 

          โดยเฉพาะ "หมู่บ้านกะเหรี่ยงเลตองคุ" ที่มีความเป็นมาพร้อม ๆ กับการสร้างกรุงเทพฯ คนในหมู่บ้านนี้ยังมีความเชื่อและนับถือลัทธิฤๅษี ไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่ดื่มเหล้า ไม่เล่นการพนัน ทุกวันพระคนในหมู่บ้านจะเข้าไปทำบุญในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งถูกเรียกว่าวัด ซึ่งเป็นที่พำนักของฤๅษีผู้นำทางจิตวิญญาณ ใช้ชีวิตอยู่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับผืนป่า เหมือนคำที่ว่าถ้าไม่มีป่า พวกเค้าก็อยู่ไม่ได้

          กิจกรรมท่องเที่ยวในอุ้มผางมีมากมายหลายอย่างทั้งล่องแก่ง ขี่ช้าง เดินป่าศึกษา ธรรมชาติ ขี่จักรยาน ฯลฯ ภูมิทัศน์งดงามเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ลองเปลี่ยนแนวมาเที่ยวแบบลุย ๆ กันดูบ้าง ผู้ชายทั้งหลายจะได้เลิกดูแคลนว่าผู้หญิงบอบบาง ฝักใฝ่เรื่องสวยงามอย่างเรา ๆ ก็มีมุมตรงกันข้ามที่คาดไม่ถึงอยู่เหมือนกันนะ...ว่าแล้วก็เตรียมการเก็บเสื้อสัมภาระ แล้วออกเดินทางกันเถอะ

 

 

เส้นทางการเดินทาง 

          จากตัวจังหวัดตาก ใช้ทางหลวงหมายเลข 105 ถึง อ.แม่สอด เลี้ยวซ้ายทางหลวงหมายเลข 1090 สู่ อ.อุ้มผาง ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 1288 แล้วมีถนนแยกเข้าสู่น้ำตกทีลอซู

 

เห็นแบบนี้แล้ว.... อยากเล่นน้ำตกเลยใช้ ไหมค่ะ ....


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 04/12/2013 เวลา : 14.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

ยังไม่ได้ไปสักที..ค่ะ..น่าไปมากนิ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Wildwatcher วันที่ : 04/12/2013 เวลา : 13.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wildwatching

เคยไปมานานมากเลยครับ เมื่อก่อนสุดลำบาก ในการไป. เดี๋ยวนี้ สิ่งอำนวยความสะดวกครบสำหรับการเดินทาง และผู้จัดก็มากมาย ความปลอดภัยสูงกว่าแต่ก่อนมาก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BangkokSeaEvents วันที่ : 04/12/2013 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/scubadivingkohchang
ณ Dolphin Divers เกาะช้าง

เห็นรูปแล้วรู้สึก ว้าว !!! โดยเฉพาะรูปแรกคะ

ความคิดเห็นที่ 1 ครูเฒ่าบุีรีรัมย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ครูเฒ่า วันที่ : 02/12/2013 เวลา : 18.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kitaya

ฝันอยากไปกลับผู้ที่รู้ใจแล้วหลงอยู่ในนั้น 10 วัน....555

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน