• ปฐม_มณีโรจน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dr.patom@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-01-25
  • จำนวนเรื่อง : 31
  • จำนวนผู้ชม : 140504
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
Public Issues
ประเด็นสาธารณะหลากหลายมิติ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/DrPatom
วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by ปฐม_มณีโรจน์ , ผู้อ่าน : 1504 , 21:08:12 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ภาษีทรัพย์สิน: เมืองไทยถามหาอีกแล้ว!

ภาษีนี้ต่างประเทศเรียกว่าภาษีทรัพย์สิน (property tax) ประเทศไทยมีการเก็บภาษีนี้อยู่แล้วเป็นรายได้ของหน่วยการปกครองท้องถิ่นหรือองค์การปกครองท้องถิ่น  (มีกฏหมายไทยบัญญัติคำว่า "องค์กรปกครองท้องถิ่น อปท." ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าเป็นภาษาไทยที่ไม่ถูกต้อง เพราะกฎหมายไทยก็มีทั้งคำว่า "องค์การ" และ "องค์กร" และนำมาใช้เหมือนมีความหมายเดียวกัน ซึ่งความจริงไม่เป็นเช่นนั้น) รายได้ท้องถิ่นของประเทศไทยที่ใกล้เคียงกับภาษีทรัพย์สินเราเรียกว่า "ภาษีบำรุงท้องที่" และ "ภาษีโรงเรือนและที่ดิน" ซึ่งเป็นกฏหมายดั้งเดิมที่ยังคงใช้อยู่ ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยก่อนหน้านี้ก็มีดำริจะแก้ไขกฏหมายนี้โดยให้กระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพ และใช้ชื่อว่า "พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง" ตั้งแต่กลางปี 2550

ดำริของรัฐบาลปัจจุบันที่จะรื้อฟื้นกฏหมายนี้ (ควบคู่กับกฎหมายภาษีมรดกซึ่งในข้อเขียนนี้จะยังไม่กล่าวถึง)ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง จังหวะที่รัฐบาลเปิดความคิดเกี่ยวกับกฏหมายนี้ในท่ามกลางกระแสที่รัฐบาลกำลังขับเคี่ยวกับการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ การผลักดันมาตรการภาครัฐเพื่ออาศัยรายจ่ายจากภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนหรือปลุกเศรษฐกิจให้พ้นจากภาวะซบเซา ทำให้ผู้รับทราบหลายคนเชื่อว่าการชักนำภาษีทั้งสองนี้เข้ามาเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ประเภทใหม่ ๆ ของรัฐบาล ผู้วิจารณ์ในสื่อบางคนเข้าใจว่า ภาษีที่กล่าวถึงนี้เป็นภาษีใหม่ที่ออกมาสมทบ ไม่ใช่ทดแทนภาษีบำรุงท้องที่และภาษีโรงเรือนฯ ที่มีอยู่เดิม ความเข้าใจเช่นนี้ไม่เป็นผลดีแก่ผู้ผลักดัน เพราะอันที่จริงแล้ว วัตถุประสงค์ของภาษีทรัพย์สินมีมากกว่าลำพังการเพิ่มรายได้ ผู้ที่เข้าใจสาระของภาษีนี้ เช่นนักวิชาการบางคนจาก ที ดี อาร์ ไอกล่าวว่ารัฐบาลมีความกล้าหาญที่นำความคิดเรื่องภาษีนี้มาเสนอ ทั้ง ๆ ที่อำนาจทางการเมือง หรือจำนวนเสียงสนับสนุนมีอยู่ไม่เหลือเฟือนัก

ข้อเขียนนี้มุ่งอภิปรายหรือตอบโจทย์สำคัญ 2 ประการ ทำไมภาษีทรัพย์สินจึงถือเป็นรายได้ของท้องถิ่น ? และ ทำไมภาษีทรัพย์สินที่เหมาะสมจึงช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม (social equity) ได้?

คำว่า "ภาษีทรัพย์สิน" ของฝรั่งค่อนข้างจะเข้าใจยากเพราะคำว่า "ทรัพย์สิน" ,มีความหมายกว้าง มีทั้งสังหาริมทรัพและอสังหาริมทรัพย์ และงุนงงยิ่งขึ้นเมื่อไปรวมเอาทรัพย์สินทางปัญญามาไว้ด้วย กฏหมายไทยชัดเจนกว่า โดยเฉพาะกฎหมายใหม่ที่ตั้งชื่อว่า "ภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้าง" นับเป็นหัวใจของทรัพย์สินที่กล่าวถึง  เหตุผลที่ภาษีทรัพย์สินที่จัดเก็บในประเทศตะวันตกถือเป็นรายได้ของท้องถิ่น เพราะท้องถิ่นในประเทศตะวันตกมีบทบาทและขีดความสามารถหรือทรัพยากรสูง ในสมัยที่ท้องถิ่นทั้งสิ้นของประเทศไทยมีรายได้รวมกันไม่ถึงร้อยละ 10 ของรายได้ของภาครัฐทั้งหมด ในประเทศตะวันตก รายได้ของท้องถิ่นมีสัดส่วนเกินครึ่งของรายได้ของภาครัฐ เมื่อท้องถิ่นมีทรัพยากรหรืองบประมาณเพียงพอ ท้องถิ่นก็มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการจัดทำหน้าที่หรือบริการทั้งปวงที่จำเป็นในการรับมือกับภารกิจและปัญหาใด ๆ ที่เป็นของท้องถิ่น (local concerns) กล่าวให้สั้นที่สุด ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนับเป็นตัวชี้วัด (indicators) ของภารกิจที่ท้องถิ่นจะต้องรับ ที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในท้องถิ่น โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมือง ย่อมเป็นที่ตั้งของสำนักงาน โรงงาน สถานที่ราชการ สถานศึกษา สถานมหรสพ แม้กระทั่งที่อยู่อาศัย  เห็นได้ชัดว่า ราชการ ธุรกิจหรือบริการใด ๆ บนพื้นที่เหล่านี้ต้องอาศัยบริการของท้องถิ่น ซึ่งท้องถิ่นจะต้องเป็นเจ้าภาพในการระดมทรัพยากรมาก่อสร้าง อำนวยบริการ บำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานและบริการนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง การคมนาคม การจราจร การขนส่งทางบกทางน้ำ สวนสาธารณะ สนามกีฬา พิพิธภัณฑ์ สาธารณสถานเช่นจตุรัส บริการกำจัดขยะ การบำบัดน้ำและอากาศเสีย ตำรวจ (ตำรวจต่างประเทศมีตำรวจท้องถิ่น) การศึกษา บริการสาธารณสุข ฯลฯ ถ้าใครมีที่ดินและอาคารอยู่ในท้องถิ่นมาก ก็ต้องใช้ผลงาน (facilities) และบริการของท้องถิ่นมากกว่าคนมีพื้นที่และอาคารเล็กกว่า สำหรับภาษีโรงเรือนและภาษีบำรุงท้องที่ในกฎหมายไทยที่จัดเก็บอยู่ไม่ได้อาศัยตรรกะข้อนี้ เช่นบัญญัติให้มีการยกเว้นไม่เก็บภาษีพื้นที่ที่เป็นที่อยู่อาศัย ทั้ง ๆ ที่อาคารที่อยู่อาศัยคือเหตุผลที่ต้องเก็บภาษี ไม่ใช่ยกเว้นภาษีตามตรรกะของหลักการจัดเก็บภาษีทรัพย์สินของไทย นอกจากนี้ ฐานของการจัดเก็บภาษีโรงเรือนก็ไม่ใช่มูลค่าของทรัพย์สิน แต่เป็นมูลค่าจากฐานอื่น ซึ่งไม่สะท้อนมูลค่าของทรัพย์สินนั้น ๆ

อีกประเด็นหนึ่งที่จะแก้ข้อกล่าวหาว่า การนำภาษีทรัพย์สินมาพิจารณาเพื่อเพิ่มรายได้ของรัฐบาลระดับชาตินั้นก็ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงใหม่ว่า ภาษีด้านนี้เดิมเป็นของท้องถิ่น เมื่อแก้ไขแล้วก็จะเป็นของท้องถิ่นต่อไป ไม่ใช่เป็นแหล่งรายได้ของรัฐบาลกลาง

 สำหรับประเด็นที่สองที่ว่า  ทำไมภาษีทรัพย์สินที่เหมาะสมจึงช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคมได้?  ก็เริ่มอธิบายได้จากผลของระบบภาษีเก่าที่เก็บภาษีบำรุงท้องที่และภาษีโรงเรือนและที่ดินบนพื้นฐานที่ขาดหลักสนับสนุน และเก็บในอัตราที่ต่ำมาก อัตราที่ตำถือเป็นต้นเหตุให้ส่งเสริมการสะสมที่ดินไว้เพื่อประโยชน์ในการค้ากำไร (speculation) การที่ผู้สะสมที่ดินรายใหญ่ (land banker) ซื้อที่ดินมาแล้วปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า ไม่ทำประโยชน์ ที่ดินเหล่านี้อาจจะไม่เป็นต้นทุนในการอำนวยบริการของท้องถิ่น แต่ภาพของที่ดินรกร้างและอาคารร้างหรืออาคารที่สร้างไม่เสร็จก็ทำลายภูมิทัศน์ของบ้านเมืองโดยตรง แต่เหตุผลที่แท้จริงก็คือ การกักตุนที่ดินเพื่อเก็งกำไร ทำให้อุปทานของที่ดินในสังคมมีน้อยลงและทำให้ราคาสูง เป็นโอกาสที่ผู้เก็งกำไรจะเสวยประโยชน์ได้ตามความคาดหวัง แต่ปรากฎการณ์เดียวกันนี้เอง เป็นการทำลายโอกาส (opportunity costs) ของคนไทยจำนวนมากที่ประสงค์จะมีและใช้ที่ดินทำกิน นโยบายปฏิรูปที่ดินของรัฐบาลก็ถูกผลักดันให้ไปใช้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมมาจัดสรรในโครงการ สปก. สภาวะเช่นนี้ก็คือความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรงในการถือครองที่ดินของคนไทย ทางแก้ไขปัญหานี้โดยใช้มาตรการทางกฏหมายประเทศไทยเคยใช้มาแล้ว คือกฏหมายจำกัดการถือครองที่ดินของคนไทย (เช่น ครอบครัวหนึ่งไม่เกิน 25 ไร่) แต่ได้ยกเลิกไปนานแล้วร่วม 50 ปี หากเราถือว่าการออกกฏหมายเช่นนั้นเป็นการบังคับ (compulsory) การแก้ไขกฏหมายภาษีทรัพย์สิน (ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง) ก็คือการใช้มาตรการทางเศรษฐกิจกดดันนายธนาคารที่ดินโดยปริยาย ผลของการปรับปรุงย่อมทำให้รายจ่ายด้านภาษีสูงอย่างมีเหตุผล คือไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้มีทรัพย์สินจำนวนน้อย แต่จะสูงเพียงพอที่จะไม่จูงใจให้เจ้าของที่ดินรายใหญ่ให้ถือครองที่ดินอีกต่อไป เมื่อจำหน่ายที่ดินที่แบกภาระภาษีไม่ไหวออกมาก็จะทำให้อุปทานของที่ดินเพิ่มขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้ต้องการที่ดินทำกินมีโอกาสได้ครอบครองที่ดินกับเขาบ้าง (ข้อสำคัญก็คือ กฏหมายใหม่ต้องคิดอ่านให้รอบคอบต่อบทบัญญัติที่ว่า รัฐบาลจะไม่เก็บภาษีที่ดินที่ "ทำประโยชน์"  บทบัญญัติเช่นนี้ย่อมเท่ากับเป็นการส่งเสริมให้ผู้ถือครองที่ดินสรรหาพืชผลหมากรากไม้มาปลูกเพียงเพื่อเลี่ยงการเสียภาษีทรัพย์สิน)

กฎหมายภาษีทรัพยสินเป็นกฏหมายที่มุ่งสร้างความเป็นธรรมในสังคม เป็นกฎหมายที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางอุดมการณ์ที่หนักแน่นและมีเหตุผลควรสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง แต่จะหนักแน่นอย่างไรก็ตาม ก็จะต้องตี้งคำถามและมีคำตอบต่อโจทย์ข้อใหญ่ที่ว่า ทำไมความพยายามและเสียงแซร่ซ้องที่พยายามจะผลักดันกฏหมายนี้ในสังคมไทยมาช้านานแล้วจึงไม่บรรลุผล?     




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 02/02/2009 เวลา : 21.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

สวัสดีครับอาจารย์ ตอนเรียนNIDAก็เคยเสนอรายงานครับ กฏหมายภาษีทรัพย์สิน คลอดยากเพราะจ้าวที่ดินต่างก็เป็น สส.คอยปกป้องผลประโยชน์ของตนและพวกพ้อง ถ้าออกได้ความเป็นธรรมจะเกิดขึ้นแก่สังคมไทยอย่างมหาศาล

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28



[ Add to my favorite ] [ X ]