• ปฐม_มณีโรจน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dr.patom@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-01-25
  • จำนวนเรื่อง : 31
  • จำนวนผู้ชม : 140504
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
Public Issues
ประเด็นสาธารณะหลากหลายมิติ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/DrPatom
วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by ปฐม_มณีโรจน์ , ผู้อ่าน : 1973 , 19:02:29 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สิทธิมนุษยชนของข้าราชการ

สถานภาพของมนุษย์ ว่าจะมีสิทธิเสรีภาพเพียงใด ในระบบการเมืองขึ้นอยู่กับโลกทัศน์ ปรัชญาพื้นฐาน ระบบคุณค่าหรือกระบวนทัศน์ของยุคสมัย ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาตินับแต่มีการก่อตั้งรัฐ ตั้งแต่นคร รัฐเป็นต้นมา สังคมมนุษย์สมัยกรีกปรากฎความพยายามที่จะทดลองใช้ประชาธิปไตยโดยตรงในห้วงเวลาประมาณ 2 ทศวรรษ (ประมาณ 600 - 400 ปีก่อนคริสตกาล) ตั้งแต่นครรัฐเอเธนส์ศูนย์เสียอำนาจและตกอยู่ภายใต้การครอบงำของมาเซโดเนียซึ่งปกครองระบบราชาธิปไตย โดยเฉพาะอเล็กซานเดอร์มหาราชผู้ยิ่งใหญ่ สังคมมนุษย์ไม่เคยปกครองโดยประชาธิปไตยอีกเลยตลอดเวลาอันยาวนานของสมัยกลางจนถึงสมัยใหม่

ในสมัยที่ประชาชนในรัฐมีฐานะเป็น "ไพร่ฟ้า" (subject) ภายในรัฐที่ปกครองบนพื้นฐานของปรัชญาเทวสิทธิ์ (divine rights) สำหรับสังคมไทยรู้จักกันในนามของระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (absolute monarchy) ซึ่งสำหรับไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินไทย พระมหากษัตริย์คือเจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดินและเจ้าชีวิต อย่างไรก็ดี ประวัติศาสตร์ไทยก็ได้จารึกไว้ว่า โดยทั่วไป พระมหากษัตริย์ไทยทรงใช้อำนาจปกครองบ้านเมืองเช่นธรรมราชา หรือปกครองบ้านเมืองโดยธรรมาธิปไตย ดังปรากฎในบทร้อยกรองว่าด้วยปณิธานของพระมหากษัตริย์ไทยที่ว่า "ประการหนึ่งจะอุปถัมภก จะยอยกพระพุทธศาสนา จอป้องกันขอบขัณฑสีมา จะรักษาประชาชนและมนตรี"

สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยพ่วงมากับการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 แนวความคิดเรื่องนี้เป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นหลังจากที่องค์การสหประชาชาติประกาศปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเมื่อปี 2491 ถึงแม้รัฐธรรมนูญไทยจะมีบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของคนไทยมาก่อนหน้านั้นแล้ว   แต่หลังจากนั้น ตัวแบบจากสหประชาชาติก็ทำให้เนื้อหาของบทบัญญัติเรื่องนี้มีขอบข่ายและเนื้อหาชัดเจนขึ้น สำหรับผู้ต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตยที่ยังนิยมอุดมการณ์อำนาจนิยมอยู่ ก็จะประโคมประชาธิปไตยที่หลักนิติรัฐมาปรามให้ประชาชนเคารพกฏหมาย ในขณะที่ฝ่ายนิยมอุดมการณ์เสรีประชาธิปไตย ก็จะชูความสำคัญของปรัชญาปัจเจกชนนิยม (individualism) สิทธิเสรีภาพของประชาชน แม้ปัจเจกชนคนเดียว ก็มีความสำคัญ เป็นจุดหมายปลายทาง (ends) โดยที่รัฐบาลมีฐานะเป็นเครื่องมือหรือมรรควิธี (means)  เพื่อบรรลุหรือธำรงรักษาจุดหมายนั้น สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน คือสิทธิติดตัวมนุษย์ทุกคนในฐานะที่เป็นมนุษย์ (สิทธิในชีวิต ในร่างกาย ในการมีความเชื่อหรือความคิด รวมถึงการนับถือศาสนา ทางการเมือง การแสดงออกหรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งไม่ต้องมีกฏหมายรับรอง) และสิทธิระดับทุติยภูมิด้านต่าง ๆ ได้แก่สิทธิพลเมือง (citizen) สิทธิทางการเมือง สิทธิทางเศรษฐกิจ ตลอดจนสิทธิทางสังคมและวัฒนธรรม

ความศักดิ์สิทธิ์ของสิทธิพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยจะพิจารณาได้จาก "จุดกระทบ" ของการใช้อำนาจรัฐกับปัจเจกชนในรัฐ โดยทั่วไป กลไกทรงพลังที่จะละเมิดหรือริดรอนสิทธิปัจเจกชนที่สุดก็คืออำนาจรัฐหรือกลไกของรัฐบาลนั่นเอง ในระบบรัฐบาลเผด็จการ รัฐบาลมักใช้อำนาจริดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชนแทบจะไม่มีขอบเขต  กรณีตัวอย่างการใช้อำนาจแบบเผด็จการผู้อ่านอาจจะรำลึกถึงพฤติกรรมเช่นนี้ในรัฐเผด็จการที่โด่งดังในประวัติศาสตร์ ใกล้หรือไกลประเทศไทย หรือแม้แต่การเมืองบางยุคในประวัติการเมืองของไทยเอง ในขณะที่แนวทางปฏิบัติในยุคประชาธิปไตย กลไกของรัฐต้องใช้อำนาจด้วยความระมัดระวังในการปฏิบัติต่อพลเมือง เริ่มต้นด้วยการตั้งข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ต้องสงสัยในคดีใด ๆ เป็น "ผู้บริสุทธิ์." ไว้ก่อนจนกว่าจะมีหลักฐานยืนยันความผิด  กรณีที่เจ้าหน้าของรัฐไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันความผิดของผู้ต้องหาได้ ก็ต้องยกประโยชน์ข้อสงสัย (benefit of the doubt) ให้แก่ผู้ต้องหาหรือจำเลย

ข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นพลเรือนหรือทหาร ที่มีสถานภาพเป็นบุคลากรประจำหรือชั่วคราวของระบบราชการ (public offices) ถึงแม้ทุกคนจะเป็นพลเมืองไทยที่มีสิทธิเต็มที่กันทุกคน แต่เมื่อเข้ารับราชการผ(ควรจะนับทั้งราชการประจำและราชการการเมือง) ข้าราชการทุกคนต้องยอมรับหลักการและทางปฏิบัติที่ "จำกัดสิทธิมนุษยชน" (dehumanization) ของสถานภาพข้าราชการ ข้าราชการต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ แนวทางปฏิบัติตามมาตรฐานราชการ(standard operating procedure) วินัยราชการ จรรยาบรรณข้าราชการ จรรยาวิชาชีพ (professional ethical conducts)  กรอบกฏหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (good governance) ฯลฯ ถ้าเป็นทหารก็ยิ่งมีกรอบจำกัดยิ่งกว่าพลเรือนไปอีก  หวังว่าสื่อหรือผู้อยู่ภายนอกระบบจะตระหนักในข้อจำกัดดังกล่าวนี้ และทำความเข้าใจว่า พฤติกรรมของข้าราชการบางเรื่องหรือหลายเรื่องอาจจะไม่ถึงใจหรือทันใจผู้ที่คาดหวังอยู่ภายนอก(ซึ่งหลายเรื่องก็เป็นความ "ไม่มีน้ำยา" ของข้าราชการจริง ๆ)  เป็นธรรมดาที่ราชการจะเป็นเป้าของการวิพากษ์วิจารณ์ (ซึ่งมีทั้งเป็นธรรมและไม่เป็นธรรม) บางทีก็หนักถึงขั้นที่กล่าวหาว่าราชการ "ไม่ทำอะไรเลยจนนิดเดียว"  บ้างก็เข้าใจ และยินดีจะให้เวลาหรือรับฟังเหตุผลของราชการ ฟังแล้วก็อาจจะเข้าใจว่า บางทีข้อจำกัดของการปฏิบัติก็ไม่ใช่ลำพังเรื่อง "กล้า" หรือ "ไม่กล้า" ตามคำปรามาสสามัญของนักวิจารณ์ก็ได้

กรอบของข้อจำกัดนานัปการดังกล่าวข้างต้น จะมีมากเพียงใดก็ตาม ก็ไม่มากพอจะเป็น"ข้อแก้ตัว" เบ็ดเสร็จให้ข้าราชการนำมากล่าวอ้างปกป้องความล่าช้า ความไร้ประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลทั้งปวงของข้าราชการได้ทั้งปี วิชารัฐประศาสนศาสตร์ (public administration) โดยเฉพาะหลักวิชาก้าวหน้าที่ส่งเสริมให้ข้าราชการเป็นตัวนำความเปลี่ยนแปลง (change agent) แทนที่จะเอาแต่กอดเข้าเจ่าจุกคอยปรับตัว(reactive) รับความเปลี่ยนแปลงที่มาเยือนเท่านั้น คงจะบอกได้ว่า ภายในกรอบที่มีอยู่นั้น มีช่องว่างอีกเหลือเฟือที่จะใช้ความคิดริเริ่ม เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือคิดค้นระบบที่เพิ่มความคล่องตัว(flexibility) ในระบบราชการได้

ความก้าวหน้าของระบบราชการไทยประการหนึ่งที่สาธารณชนไม่ค่อยจะพูดถึงก็คือ ระบบราชการมิได้นำหลักยกประโยชน์สงสัยแก่ราชการ หากข้าราชการมีพฤติการณ์ที่มีมลทินมัวหมอง ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าข้าราชการรายนั้นทำความผิดวินัย ควรจะรับโทษเช่นไล่ออกหรือให้ออกจากราชการ แต่อาจจะให้ข้าราชการรายนั้นออกจากราชการฐานมีมลทินมัวหมองซึ่งไม่ใช่ความผิดทางวินัยได้

ต่อไปก็ต้องรอคอยดูว่า เมื่อใดเกณฑ์เรื่อง "มลทินมัวหมอง" จะนำมาประยุกต์ใช้กับข้าราชการการเมืองหรือนักการเมืองไทยบ้าง ไม่ต้องมีหลักฐานมายืนยันว่าผิดกฏหมาย เพียงแต่มีมลทินมัวหมองที่ทำให้กระทบความน่าเชื่อถือ (credibility gap) ของนักการเมืองผู้นั้นแล้ว ท่านก็แสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งอย่างไม่ชักช้า เท่าที่นึกออก ควรบันทึกเพื่อเป็นเครดิตของกรณีอดีตรัฐมนตรีสิทธิชัย โภไคยอุดม และอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปากกาศรีบูรพา วันที่ : 14/02/2009 เวลา : 08.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaweesri


ความเป็นข้าชการมีกฎหมายรองรับสิทธิหน้าที่แต่ละอาชีพมากมายเป็นความแข็งแกร่งของระบบ แต่ระบบนั้นต้องยืดหยุ่นเพื่อประโยชน์สาธารณะตรงนี้เองคือจิตประโยชน์สาธารณะข้าราชการอาจเป็นเรื่องปัจเจกบุคลกับหน้าที่นั้นๆครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
รัตนสิงห์ วันที่ : 04/02/2009 เวลา : 22.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ratanasingha

ดีใจจังที่ได้อ่านบทความดี ๆ เขียนให้อ่านบ่ิอย ๆ นะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จุ่มเท้าทะเลฝัน วันที่ : 04/02/2009 เวลา : 20.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovemyself
อย่าคิดรำคาญ เพราะเดี่ยวก็ไป แค่พักร้อนผ่อนคลายเท่านั้นเอง

ข้าราชการนั้นมีสองมาตราฐาน คือ มีเส้นมีสาย ก็ดีกว่าประชาชน หากไม่มีเส้นมีสาย อันนี้จะถูกสั่งให้ไปเป็นทาสประชาชนทันที แบบนี้ชัดกว่าไหมนะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28



[ Add to my favorite ] [ X ]