• ปฐม_มณีโรจน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dr.patom@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-01-25
  • จำนวนเรื่อง : 31
  • จำนวนผู้ชม : 108552
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
Public Issues
ประเด็นสาธารณะหลากหลายมิติ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/DrPatom
วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by ปฐม_มณีโรจน์ , ผู้อ่าน : 7038 , 20:14:51 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ภาษาสาธารณะ: (1) องค์การ vs. องค์กร

ภาษาที่มนุษย์ใช้ติดต่อสื่อสารกัน ไม่ว่าภาษาใด เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและสลับซับซ้อน ปัญหาเรื่อง"ภาษา"ทุกวันนี้ทวีความสำคัญขึ้นเป็นลำดับจนไม่อาจถือว่าเป็นภาระของลำพังนักอักษรศาสตร์และนักภาษาศาสตร์อีกต่อไป สำหรับโลกทัศน์แบบหลังนวสมัย (postmodernism) นัยของภาษานำไปสุ่ความเข้าใจลึกซึ้งในปรากฎการณ์และมิติต่าง ๆ ในสังคมและระบบการเมือง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องอำนาจ วัฒนธรรม หรือจิตวิทยาการเมือง ฯลฯ

ปัญหาภาษาไทยในปัจจุบันส่วนใหญ่มักจะโฟกัสที่ความถูกต้องในการใช้ โดยเฉพาะความถูกต้องในการออกเสียง การใช้ภาษาที่ถูกต้องและเหมาะสมในสื่อ การทำความเข้าใจของคนรุ่นเก่ากับภาษาใหม่ ๆ ที่พัฒนาขึ้นมา เป็นต้น แต่ปัญหาเรื่องภาษาที่จะหยิบยกมาอภิปรายที่นี่จะเน้นที่ปัญหาความผิดพลาดในการใช้ภาษาเขียนอันเนื่องมาจาก"ภาษาพูด" (colloquial)  ผู้เขียนใคร่ขอออกตัวไว้เสียก่อนว่า ความเห็นของผู้เขียนไม่ได้มาจากความอนุรักษ์นิยมที่ต้องการให้ภาษาหยุดนิ่งอยู่กับที่ภายในกรอบความถูกต้องของไวยากรณ์หรือหลักภาษาไทย ในฐานะนักสังคมศาสตร์ ภาษาคือส่วนหนึ่งของสังคมที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง การเกิดของศัพท์ใหม่ ๆ ของภาษาสแลง และการล้มหายตายจากของศัพท์แสงหรือสำนวนบางคำที่เคยมีเคยใช้ สรุปว่า ผู้เขียนไม่ค่อยจะเดือดร้อนกับปัญหาของภาษาพูดเท่าใดนัก เพราะเล็งเห็นว่าความยั่งยืนหรือผลกระทบของการใช้มีจำกัด ตรงกันข้าม ผู้เขียนใส่ใจในภาษาเขียน โดยเฉพาะปัญหาการเขียนผิดที่สืบเนื่องจากภาษาพูดที่ผิด เพราะนัย ผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาเขียนที่ผิดจะยืนหยัดเป็นตัวอย่างผิด ๆ ของอนุชนรุ่นหลัง สถานการณ์ของความพยายามที่จะรณรงค์เพื่อความถูกต้องของภาษาเขียนของไทยค่อนข้างจะสิ้นหวัง ฟากหนึ่งเป็นพลังมหาศาลของกระแสของสื่อนานาชนิด อีกฟากหนึ่งเป็นความอ่อนแอของแรงต้าน หรือภูมิค้มกันหรือวัคซีนที่จะสะกิดให้ผู้ใช้ภาษาเช็คกับพจนานุกรมก่อนที่จะทึกทักใช้ไปตามกระแส กระแสที่สร้างแบบอย่าง (demonstration effects) ให้ชาวบ้านยึดถือและใช้ภาษาตามมีพลัง สถานภาพและความน่าเชื่อถือไม่ใช่เล่น ผู้เขียนขอระบุไว้เพียง 4 ข้อได้แก่ (1) ผู้มีการศึกษาสูงหรือนักวิชาการ เช่นผู้จบปริญญาเอกจะพูดหรือเขียนอะไรก็มีผู้พร้อมที่จะเชื่อถือโดยไม่ตรวจสอบ (2) ผู้นำในสังคม อาจจะเป็นนักธุรกิจใหญ่ ผู้มีตำแหน่งหน้าที่สูง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักการเมืองเช่น ส.ส. รัฐมนตรี หรือแม้แต่นายกรัฐมนตรี (3)สื่อ ซึ่งเดินหน้าอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าผู้ประกาศ พิธีกร วิทยากร ฯลฯ ย้ำให้ผู้ฟังหรือผู้ชมได้ยินตลอดเวลา ก็มีอิทธิพลต่อสาธารณชนเป็นอย่างมาก และ (4) เอกสาร นับแต่หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร ตำรา เอกสารราชการ ไปจนถึงบทบัญญัติของกฎหมาย คิดดูก็แล้วกัน หากพลังทั้งสี่พร้อมใจกันประโคมสังคมทั้งมวลด้วยภาษาและศัพท์แสงที่ผิด แล้วจะหาพลังใดมาต้านทาน (counter) ได้

คำผิดอาจจะมีหลายคำ แต่ผู้เขียนจะหยิบยกมาเพียง 3 คำ และจะทะยอยเขียนใน blog นี้ตามลำดับ คำทั้งสามคือ "องค์กร" "บริหารจัดการ" และ "วาระ" (agenda) โดยจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ด้วยคำว่า "องค์กร"

ปรากฏการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่จะถือว่าเป็นปัญหาก็คือ ผู้ใช้ภาษาพูดกว่าร้อยละ 90 (ข้อสังเกตส่วนตัวของผู้เขียน) ใช้คำว่า "องค์กร" ทั้ง ๆ ที่ในความหมายของ "องค์การ" การใช้ภาษาพูดลักษณะนี้ ในดีกรีนี้ มีอิทธิพลต่อการใช้ภาษาเขียนมาก แต่ตามข้อเท็จจริงการใช้ภาษาเขียนค่อยยังชั่วกว่าภาษาพูด คือต่ำกว่าร้อยละ 90 ค่อนข้างมาก

พิจารณาจากพื้นฐานทางวิชาการ จะเห็นว่าบรรจุคำว่า "องค์การ" และ "องค์กร" ไว้ทั้งคู่ แต่มีความหมายและแนวความคิด (concepts) ต่างกัน ไม่ใช่ใช้แทนกันได้ (interchangeable) เช่นที่ผู้ใช้จำนวนมากในเมืองไทยถือปฏิบัติอยู่

ความหมายทางเทคนิคของ "องค์การ" ซึ่งเรากำหนดให้เป็นคำแปลของคำว่า organization หมายถึงกล่มคน ซึ่งมีความหมายแตกต่างจากเอกบุคลลหรือปัจเจกบุคคล (individuals) นิยามโดยสรุป องค์การในความหมายที่สังคมเข้าใจขณะนี้หมายถึงกล่มคนที่มารวมตัวกันโดยมีเป้าหมายร่วมกัน เป้าหมายที่จะดำเนิน การร่วมกัน องค์การที่เป็นรูปธรรมในสังคมองค์การ (organizational society) ทุกวันนี้มีตัวอย่างเต็มไปหมด เช่น บริษัท โรงงาน สำนักงาน ส่วนราชการ มูลนิธิ วัด ฯลฯ แต่ความจริงแนวความคิดทางวิชาการ โดยเฉพาะทางสังคมวิทยา องค์การมีความหมายกว้างกว่านั้น สังคมวิทยาถือว่าองค์การมี 2 ระดับ ระดับต้นหรือองค์การปฐมภูมิ (primary organization) และองค์การระดับสองหรือองค์การทุติยภูมิ (secondary organization) องค์การระดับต้นเกิดขึ้นในสังคมโดยอัตโนมัติ เช่นครอบครัว ประชาคม กล่มมิตรสหาย เครือญาติ ฯลฯ ซึ่งมีแบบแผนความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกแบบส่วนตัวหรือไม่เป็นทางการ (informal หรือ personal) ผุ้ไม่คุ้นกับแนวความคิดสังคมวิทยาก็ไม่เรียกสถาบันเหล่านี้ว่าเป็น "องค์การ" เพราะเข้าใจหรือรู้จักองค์การในความหมายขององค์การระดับสองเท่านั้น มองจากมุมของประวัติศาสตร์ สถาบันสังคมโบราณอาจจะมีแต่สังคมชั้นต้นเป็นส่วนใหญ่หรือทั้งหมด ตามข้อเท็จจริง หากไม่นับวิวัฒนาการขององค์การในกองทัพแล้ว องค์การชั้นสองโดยเฉพาะองค์การธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่แยกตัวออกไปจากธุรกิจครอบครัวเกิดขึ้นอย่างเป็นล่ำเป็นสันหลังจากสังคมนั้น ๆ มีการปฏิวัติหรือพัฒนา อุตสาหกรรม ซึ่งเริ่มขึ้นในสังคมสมัยใหม่ในศตวรรษที่ 18 นี้เองและต้องตามให้ทันด้วยว่า องค์การสมัยใหม่มีองค์ประกอบมากกว่ากล่มคนที่มีเป้าหมายการทำงานร่วมกัน แต่ยังมีองค์ประกอบอื่น เช่น เครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องจักร เทคโนโลยี ฯลฯ จะเห็นได้ว่า หากเราจะพูดหรือเขียนภาษาไทยถึง organization แล้ว เราต้องพูดและเขียน "องค์การ" ไม่ใช่ "องค์กร"

"องค์กร" ตรงกับภาษาอังกฤษอีกคำหนึ่งว่า "organ" ในท่ามกลางความหมายและการใช้ที่หลากหลาย (เช่นอวัยวะ หรือเครื่องดนตรี) ความหมายที่เกี่ยวข้องในที่นี้ก็คือ "องค์ประกอบ ระบบย่อย หรือส่วนหนึ่ง(subdivision) ขององค์การ  กล่าวโดยย่อ "องค์กร" เป็นส่วนหนึ่งของ "องค์การ"  พิจารณาในความหมายนี้จะเห็นความแตกต่างระหว่าง "องค์การ" กับ "องค์กร" ที่เป็นประเด็นหลักอยู่ที่สถานภาพความเป็นอิสระหรือความเป็นเอกเทศ องค์การเป็นระบบที่เป็นอิสระ (independent หรือ autonomy) หรือเป็นเอกเทศ (discrete) ถ้าพูดอุปมาอุปมัยกับบุคคล องค์การเปรียบเสมือนผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว ส่วนองค์กรเป็นเสมือนผู้เยาว์หรือผู้อยู่ในถุปการะ (dependent) หรือถ้าพูดถึงสถานภาพตามกฎหมาย องค์การน่าจะมีฐานะเป็นนิติบุคคล ส่วนองค์กรซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขององค์การไม่ใช่ ยังต้องขึ้นอยู่กับองค์การในรูปใดรูปหนึ่ง

ดังได้กล่าวไว้ตั้งแต่ตอนต้น ผู้เขียนไม่ค่อยห่วงเรื่องภาษาพูด ห่วงอยู่ประเด็นเดียวคือเกรงว่าพูดผิดกันมาก ๆ ก็กระทบภาษาเขียนได้ ตรงกันข้าม ผู้เขียนห่วงใยภาษาเขียนมาก โดยเฉพาะการเขียนในเอกสารต้นแบบของสังคมเช่นในเอกสารราชการ หรือในเอกสารกฏหมาย ก็หวังว่าองค์การที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านความถูกต้องของเอกสารโดยตรง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค) หรือ สำนักเลขาธิการรัฐสภา (ทั้งสองสภา) น่าจะทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันความถูกต้องของภาษาเขียนของเอกสารราชการและบทบัญญัติของกฎหมายทั้งปวง

มีกฏหมายที่ว่าด้วย "องค์การ" ประกาศใช้มาแล้วหลายฉบับ เช่น พระราชบัญญัติองค์การมหาชน องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นต้น แต่ก็มีบทบัญญัติของกฏหมายว่าด้วย "องค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.)" ออกมาด้วยเหมือนกัน ท้องถิ่นและบุคลากรของท้องถิ่นจำนวนหลายพันแห่งก็จำเป็นต้องถือปฏิบัติตาม (comply) เพราะเป็นกฏหมาย จะเป็นกฏหมายฉบับใด ๆ คงต้องตัดสินใจกันเอง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 07/02/2009 เวลา : 20.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รัตนสิงห์ วันที่ : 06/02/2009 เวลา : 22.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ratanasingha

เห็นด้วยอย่างยิ่ง และโดนใจจริง ๆ สื่อสารมวลชนแขนงต่าง ๆ ควรมีส่วนช่วยในการใช้ภาษาให้ถูกต้อง เพราะเป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งของสื่อฯ ที่จะต้องช่วยสร้า้งความเข้าใจให้กับคนในสังคม รวมถึงผู้บริหารในองค์การสาธารณะต่าง ๆ ควรเป็นแบบอย่างในการใช้ภาษาให้ถูกต้องด้วยเช่นกัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]