• ปฐม_มณีโรจน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dr.patom@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-01-25
  • จำนวนเรื่อง : 31
  • จำนวนผู้ชม : 140503
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
Public Issues
ประเด็นสาธารณะหลากหลายมิติ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/DrPatom
วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by ปฐม_มณีโรจน์ , ผู้อ่าน : 2386 , 01:45:26 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ขบวนการการเมืองภาคประชาชนกับพรรคการเมือง

ข่าวที่ได้รับความสนใจจากสังคมไทยพอสมควรคือดำริหรือความเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จะจัดตั้งพรรคการเมือง น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เคยปราศรัยเสนอแนะความคิดนี้ในการชุมนุมพันธมิตรที่เมืองทองธานี คุณสำราญ รอดเพชร แกนนำพันธมิตรรุ่น 2 เคยถามความเห็นในการปราศรัยกับชุมนุมพันธมิตรที่สระบุรีและที่เวที ASTV เชิงสอบถามความเห็นของชุมชนระหว่างทางเลือก 3 ทาง (1) จะให้พันธมิตร ฯ คงเป็นขบวนการการเมืองภาคประชาชนต่อไป ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ (2) จะเปลี่ยนฐานะจากขบวนการการเมืองเป็นพรรคการเมือง หรือ (3) ตั้งพรรคการเมืองเพื่อผลักดันนโยบายของพธม. ขึ้นมาคู่ขนานกับขบวนการการเมืองที่เป็นอยู่ปัจจุบัน

ผู้เขียนเคยเขียนบทความชื่อ “ข้อคิดว่าด้วยพรรคการเมืองไทย” ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวันเมื่อปลายปี 2550 นำเสนอและวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างกลุ่มผลประโยชน์หรือขบวนการทางการเมืองกับพรรคการเมืองไว้โดยสังเขป จึงขอถ่ายทอดเนื้อหาบางส่วนมาเผยแพร่ในที่นี้อีกครั้งหนึ่ง

ผู้เขียนเริ่มต้นจากปัญหาที่ว่า ผู้สนใจการเมืองทั่วไปรู้จักและแยกแยะพรรคการเมืองออกจากสถาบันการเมืองอื่น ๆ ได้ชัดเจนเพียงใด ? ขบวนการทางการเมืองของประชาชนอาจจะแสดงออกในรูปกลุ่มผลประโยชน์ รณรงค์เพื่อประโยชน์ของสมาชิกในกลุ่ม เช่น ชมรมชาวไร่อ้อย กลุ่มเกษตรกรปลูกลำไย กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคนม ฯลฯ หรืออาจจะแสดงออกในรูปของกลุ่มกดดัน (pressure groups) ต่อสู้เพื่อผลักดันการแก้ปัญหาหรืออุดมการณ์บางประการที่เจาะจง และไม่ใช่ปัญหาของคนในกลุ่ม เช่น ชมรมอนุรักษ์ช้าง ชมรมอนุรักษ์โบราณสถาน การต่อสู้กับระบอบการเมืองที่ไม่พึงปรารถนา หรือการต่อสู้เพื่อสร้างการเมืองใหม่ ฯลฯ  แต่พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีพันธกิจแตกต่างจากขบวนการ หรือกลุ่มการเมืองทั่วไปในแง่ที่ว่า ในขณะที่กลุ่มผลประโยชน์หรือกลุ่มกดดันมีความสนใจหรือมุ่งรณรงค์ข้อเรียกร้องปัญหาหรือหัวข้อเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เจาะจงหรือค่อนข้างแคบ แต่พรรคการเมืองเป็นสถาบันที่อยู่ในตำแหน่งหรือเพดานบินในระดับที่สูงกว่า เป็นระดับที่จะพิจารณาสาระทางการเมืองในระดับยุทธศาสตร์ (strategic) ที่สูง กว้าง ไกลและเป็นองค์รวม (holistic) มีขอบข่ายและเนื้อหาครอบคลุมความสนใจของกลุ่มผลประโยชน์ส่วนใหญ่หรือทั้งหมดไว้ ถ้าผลประโยชน์บางเรื่องขัดแย้งกัน พรรคก็จะมีจุดยืนหรือคำตอบในการเลือกฟันธงหรือประสานประโยชน์ (interest aggregation) เหล่านั้นเตรียมพร้อมไว้แล้ว รวมความว่า คุณสมบัติหลักของพรรคการเมืองทั่วไปก็คือ

(1) จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการทางการเมืองในระดับที่ดูแลประโยชน์ส่วนรวม (public interest) ของระบบการเมืองโดยส่วนรวม จะเลือกข้างไม่ได้ คือเมื่อได้อำนาจมาแล้วก็เป็นรัฐบาลของคนทั้งชาติ ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าความสนใจของกลุ่มผลประโยชน์ แต่ละพรรคอาจจะจัดลำดับความสำคัญของปัญหาไว้แตกต่างกัน (2) การดำเนินการทางการเมืองของพรรคการเมืองย่อมมีจุดหมายปลายทางที่จะดำเนินการทางการเมืองเพื่อเป็นตัวแทนของปวงชนเข้าทำหน้าที่ในสถาบันทางการเมือง พรรคการเมืองย่อมมีจุดมุ่งหมายจะมีโอกาสจัดตั้งหรือร่วมจัดตั้งรัฐบาล (3) ถึงแม้พรรคการเมืองจะเป็นสถาบันการเมืองระดับสูงในสังคม และครอบคลุมกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ไว้จำนวนมาก และมีโอกาสที่จะเป็นรัฐบาลในช่วงสั้นหรือช่วงยาว แต่พรรคการเมืองก็ไม่ถึงกับอยู่ในตำแหน่งที่เป็นตัวแทน (represent) ประเทศชาติหรือสังคมทั้งมวล และ (4) พรรคการเมืองที่จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนและผ่านกระบวนการจัดตั้งตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายและระเบียบแบบแผน เป็นสถาบันที่เป็นทางการ (formal organization) และจะมีผลให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและกรรมวิธีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นักสังคมวิทยาคู่หนึ่งคือ Peter Blau และ W. Richard Scott ได้เสนอกรอบความคิดคลาสสิคจำแนกประเภทขององค์การที่จะช่วยแจกแจงความแตกต่างระหว่างพรรคการเมืองกับสถาบันการเมืองอื่น ๆ ได้ นักวิชาการทั้งสองจำแนกประเภทองค์การโดยใช้เกณฑ์ว่า ใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลัก (prime beneficiary) ขององค์การประเภทใด ผู้รับประโยชน์แบ่งเป็น 4 กลุ่มได้แก่ เจ้าขององค์การ สมาชิกองค์การ ลูกค้าเป้าหมายขององค์การ และ สาธารณชน ฉะนั้น องค์การที่จำแนกเป็น 4 ประเภทจึงได้แก่ (1) องค์การธุรกิจ (business concerns) ผู้รับประโยชน์หลักคือเจ้าของกิจการหรือองค์การ (2) องค์การเกื้อกูลประโยชน์ซึ่งกันและกัน (mutual benefit associations) ผู้รับประโยชน์หลักคือสมาชิกองค์การ (3) องค์การบริการ (service organization) ผู้รับประโยชน์หลักคือลูกค้า และ (4) องค์การสาธารณะ (commonweal organization) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อธำรงหรือรับใช้สาธารณประโยชน์

องค์การของขบวนการการเมืองที่ได้ร่วมเป็นร่วมตายต่อสู้ทางการเมืองอย่างยืดเยื้อยาวนานย่อมมีความผูกพันทางจิตใจและอารมณ์ (psychological and emotional tie) และตั้งใจจะคบหากันสนิทชิดเชื้อแม้การต่อสู้จะสิ้นสุดลงแล้ว และยังมีความหวังจะกลับมาร่วมมือกันอีกในวันหน้า ปัญหาก็คือ การสร้างพรรคการเมืองบนพื้นฐานของความสัมพันธ์ลักษณะนี้เป็นเรื่องยากและอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งในบทบาทในฐานะพรรคการเมือง เพราะถ้าเป็นพรรคการเมืองที่ทำหน้าที่โดยสุจริตก็ย่อมจะต้องยึดถือประโยชน์ส่วนรวมของคนทุกกล่มทุกฝ่ายมาพิจารณา พรรคการเมืองที่พัฒนาต้องมีขันติต่อความแตกต่างหลากหลายทางความคิดและความเชื่อ หากจะผูกพันอยู่ลำพังบุคคลกลุ่มหนึ่ง (จะมากหรือน้อยก็ตาม) ความคิดใดความคิดหนึ่ง หรือแนวทางอย่างใดอย่างหนึ่ง เราก็จะทำบทบาทของ กล่มผลประโยชน์ขนาดใหญ่ในโครงสร้างของพรรคการเมืองเท่านั้น และยิ่งจำกัดกล่มให้เหลือเพียงความสัมพันธ์ส่วนตัวมาของครอบครัว ระบบเครือญาติหรือพวกพ้องหรือเครือข่ายธุรกิจค่ายองตน ก็จะเป็นระบบ cronyism ซึ่งจะไม่ผิดกับวิธีคิดและวิธีทำของระบอบการเมืองที่พันธมิตรต่อต้านมาตลอด

ว่าไปที่จริง ขบวนการการเมืองภาคประชาชนของพันธมิตรเป็นปรากฎการณ์ที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นโครงสร้างที่จะรองรับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดลึกซึ้งกันต่อไป การสลายขบวนการนี้แล้วสถาปนาพรรคการเมืองขึ้นมาพรรคหนึ่ง ไม่แน่ว่าจะคุ้มกัน เท่าที่เป็นมา พรรคการเมืองไทยเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด มีพรรคการเมืองจำนวนมากที่เกิดขึ้นและสลายตัวไปโดยที่สาธารณชนแทบจะไม่รับรู้ หากพันธมิตรประสงค์จะยกระดับการต่อสู้ทางการเมืองด้วยวิถีทางการแสวงหาอำนาจรัฐตามครรลองรัฐสภา ก็ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาโดยมีความสัมพันธ์เกื้อกูลกับขบวนการพันธมิตรก็ได้

ประเด็นสุดท้ายที่ผู้เขียนได้ฝากไว้ในบทความก่อนหน้านี้ก็คือเรื่องอัตลักษณ์ (identity) ของพรรคการเมืองที่แตกต่างจากสถาบันการเมืองอื่น ที่มิได้ระบุไว้ในกฎหมายพรรคการเมือง  ในประเทศที่มีประสบการณ์ยาวนานด้านพรรคการเมือง เป็นที่เข้าใจกันว่า สิ่งที่หลอมรวมและยึดโยงบุคคลให้ร่วมมือกันดำเนินการทางการเมืองได้แก่ ปัจจัยนามธรรม ได้แก่ ปรัชญาหรืออุดมการณ์ทางการเมือง หรือทางเศรษฐกิจ/สังคม/การเมือง ประเทศที่การเมืองเป็นประชาธิปไตยและเศรษฐกิจเป็นเสรีนิยมหรือทุนนิยม ก็มักมีหลายพรรคซึ่งสะท้อนปรัชญาเศรษฐกิจการเมืองในขอบข่ายหรือแถบความคิด (spectrum) ที่กว้าง เรียงมาตั้งแต่อนุรักษนิยม เสรีนิยม สังคมประชาธิปไตย แรงงาน สังคมนิยม คอมมิวนิสต์ ฯลฯ

นอกจากนี้ การตั้งชื่อพรรคและใช้สัญลักษณ์ที่ไม่มีความหมาย เป็นส่วนตัว การใช้ถ้อยคำหรือภาษาที่โลดโผนพิสดารโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งน่าจะก่อให้เกิดความเสียหาย ความขบขันหรือความเสื่อมศรัทธาต่อวงการเมืองก็ดีหรือพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นแล้วแต่ไม่ตั้งใจดำเนินการทางการเมืองอย่างจริงจังก็ดี ควรจะมีบทบัญญัติติดอาวุธให้สถาบันผู้รักษาการตามกฎหมายใช้ดุลพินิจในการเปลี่ยนแปลง ไม่รับจดทะเบียน หรือไม่ก็งดจ่ายเงินอุดหนุนต่อพรรคการเมืองนั้นๆ ได้ 

ในประเด็นท้ายสุด ผู้เขียนใคร่ขอเสนอความเห็นเกี่ยวกับบทกำหนดโทษเกี่ยวกับนักการเมืองซึ่งเป็นบุคคล กับพรรคการเมือง ซึ่งเป็นสถาบัน เรื่องนี้ผู้เขียนกลับเห็นว่าความผิดของนักการเมืองบางคนหรือหลายคน ก็ไม่ควรจะลงโทษไปถึงพรรคการเมืองซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือสถาบัน เพราะเท่ากับเป็นการลงโทษไปถึงสมาชิกพรรคผู้บริสุทธิ์จำนวนมากรวมตลอดถึงผู้ใช้สิทธิออกเสียง (voters) ในการเลือกตั้งแต่ละครั้งด้วย

สถาบันพรรคการเมืองควรจะได้รับโอกาสให้ถ่ายเลือด สรรหาคณะบุคคลชุดใหม่ขึ้นมาพัฒนาสถาบันให้ยั่งยืนสถาพรอยู่เกินกว่าอายุของปัจเจกบุคคลผู้เป็นสมาชิกต่อไป

 

 

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปากกาศรีบูรพา วันที่ : 14/02/2009 เวลา : 08.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaweesri


ชอบบทความการเมืองครับ จะแอ๊ดไว้เขียนเยอะๆนะครับ
จะมาอ่านบ่อยๆ
สุขสันต์วันความรักทุกวัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28



[ Add to my favorite ] [ X ]