• ปฐม_มณีโรจน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dr.patom@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-01-25
  • จำนวนเรื่อง : 31
  • จำนวนผู้ชม : 140504
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
Public Issues
ประเด็นสาธารณะหลากหลายมิติ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/DrPatom
วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม 2552
Posted by ปฐม_มณีโรจน์ , ผู้อ่าน : 2309 , 18:25:27 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ภาษาสาธารณะ : (4) ทักษะภาษาต่างประเทศของผู้นำ

เนื้อหาเรื่องภาษาสาธารณะใน blog ที่ผ่านมา ผู้เขียนเน้นความสำคัญของความพยายามที่จะเบรคกระแสการใช้ภาษาไทยบางคำที่เห็นว่าไม่น่าจะถูกต้องในบริบทของสาธารณะ การปราศรัยของผู้นำ การให้สัมภาษณ์ของโฆษก ฯลฯ ที่จะเป็นต้นแบบของสาธารณชนและเยาวชนผู้ติดตามรับชมและรับฟังสื่อมวลชนต่าง ๆ ส่วนหนึ่งได้แก่ การพูด โดยเฉพาะการเขียนคำว่า “การบริหารจัดการ” การใช้คำว่า “องค์กร” ผิดที่ คือไปใช้ในความหมายของ “องค์การ” การแปล agenda ว่า “วาระ” เฉย ๆ ความเหมาะสมของคำว่า “ไข้หวัดนก” ทั้ง ๆ ที่มีเนื้อหามากกว่า “นก”  การเรียกสถานภาพของอดีตนายกฯ ทักษิณว่าเป็น “นักโทษ” ตามความเข้าใจ ทั้ง ๆ ที่องค์ประกอบตามกฎหมายไม่ครบ อีกคำหนึ่งที่ยังไม่เขียนถึงก็คือบทบัญญัติของกฎหมายเรียกระบอบการปกครองของประเทศว่า “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”  ที่ถูกคือ “อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” ไม่มีคำว่า “ทรง”  แหล่งที่ใช้ศัพท์คำนี้ไม่ใช่แหล่งธรรมดา แต่เป็นถึงกฎหมายสูงสุด คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ คำเหล่านี้ถ้าชาวบ้านหรือเยาวชนจะใช้ ผู้เขียนจะไม่ว่ากัน แต่ผู้เขียนเดือดร้อนเมื่อ “ต้นน้ำ” ได้แก่บทบัญญัติของกฎหมาย หนังสือราชการ ผู้นำของบ้านเมืองและสังคม นักวิชาการหรือสื่อมวลชน ซึ่งเป็นต้นแบบหรือ role model ของเยาวชนทั้งหลายใช้ภาษาโดยไม่ระมัดระวัง เพราะเปรียบเสมือนไม้ขีดไฟก้านแรกหรือก้นบุหรี่ที่ท่านทิ้งลงในป่า เพราะในที่สุดอาจจะก่อให้เกิดอัคคีภัยเผาผลาญพื้นที่หลายร้อยหลายพันไร่และเกิดหมอกควันเต็มบ้านเต็มเมืองก็ได้

ในตอนนี้ ประจวบกับความสำเร็จอย่างงดงามของรัฐบาลไทยที่เป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียนโดยมีนายกรัฐมนตรีของไทยเป็นประธาน ก็นับเป็นโอกาสดีที่จะเปลี่ยนประเด็นจากปัญหาภาษาไทยมาเป็นปัญหาทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศชั่วคราว เป็นปัญหาภาษาต่างประเทศของผู้นำระดับสูงเท่านั้น (มิฉะนั้นจะไม่เข้าเรื่อง “ภาษาสาธารณะ”)

“ผู้นำ”หมายถึงประมุขของประเทศหรือประมุขของรัฐบาล ประมุขของประเทศอาจจะเป็นพระมหากษัตริย์ หรือประธานาธิบดีก็ได้ บางประเทศประมุขของประเทศและประมุขของรัฐบาลเป็นคนเดียวกัน เช่นประมุขของสหรัฐอเมริกา นับเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้นำชาติใดย่อมสามารถใช้ภาษาของชาติตน และมักจะใช้ได้อย่างดีเสียด้วย เคยมีข้อยกเว้นในประวัติศาสตร์มาบ้างเหมือนกันที่ประมุขของรัฐไม่สันทัดในภาษาของประเทศที่ตนปกครอง เรื่องเช่นนี้ฟังดูเหมือนเรื่องเหลวไหล ไม่น่าที่จะเป็นไปได้ แต่ก็มีกรณีที่เกิดขึ้นจริงในสหราชอาณาจักรเมื่อต้นศตวรรษที่ 18 เมื่อพระราชินีแอนน์แห่งราชวงศ์สจวตเสด็จสวรรคตโดยปราศจากรัชทายาท ผู้สืบราชสมบัติจึงได้แก่จอร์จ หลุยส์จากราชรัฐแฮนโนเวอร์ (Principality of Hanover) ซึ่งตั้งอยู่ในเยอรมันฉะนั้นจึงน่าจะสันทัดภาษาเยอรมัน เมื่อครองราชย์แล้วก็ทรงพระนามพระเจ้าจอร์จ ที่ 1 เริ่มราชวงศ์ใหม่ ข้อที่น่าสนใจของเรื่องนี้ก็คือพระเจ้าจอร์จที่ 1 และจอร์จที่ 2 (ปี 1714 – 1760) ทั้งสองรัชกาลต่างผูกพันกับแฮนโนเวอร์และไม่สันทัดภาษาอังกฤษทั้งคู่ ปรากฎการณ์นี้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์การปกครองสหราชอาณาจักร กล่าวคือ เป็นเหตุให้มีการจัดตั้งคณะบุคคลหรือคณะเสนาบดีขึ้นเป็นหลักรับผิดชอบในการบริหารราชการงานเมือง และในที่สุดก็พัฒนาขึ้นมาเป็นระบบคณะรัฐมนตรี (cabinet system) และตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในที่สุด กรณีนี้ทำความเข้าใจได้ว่า การสรรหาประมุขของประเทศในยุคนั้นแสวงหาผู้มีฐานันดรและความสัมพันธ์เชิงเครือญาติ แม้จะมีความแตกต่างด้านภาษาและศาสนา

ส่วนคำว่า “ภาษาต่างประเทศ”  ความหมายโดยตรงย่อมหมายถึงภาษาอื่นใดนอกเหนือจากภาษาประจำชาติของตน แต่เอาเข้าจริง ๆ ทักษะภาษาต่างประเทศของผู้นำก็ไม่ได้มีความหมายเพียง “ภาษาใด ๆ “ นอกเหนือจากภาษาของตน เพราะบางภาษาถึงรู้ไปก็มีที่ใช้งานน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย เช่นภาษาโบราณที่ตายแล้ว (คือไม่มีสังคมใดใช้กันแล้ว) ใช้งานแต่การอ่านศิลาจารึกหรือจากแหล่งโบราณคดี หรือภาษาที่ยังมีการใช้อยู่ แต่น้อยเต็มที มีคนรู้เรื่องอยู่ไม่มากนัก สรุปความได้ว่า “ภาษาต่างประเทศ” ที่น่าจะมีภาษีแก่ผู้นำรัฐบาลเช่นเดียวกับชาวบ้านทั่วไปในบริบทของสากลก็คือภาษาอังกฤษเป็นอันดับหนึ่ง ติดตามมาด้วยภาษาสเปนและภาษาจีนซึ่งมีผู้ใช้ในโลกคู่คี่กันลดหลั่นลงมา ภาษาที่แพร่หลายมีผลพลอยได้ติดตามมาคือเป็นขุมหรือคลังของความรู้ ผู้ลงทุนผลิตหรือแปลหนังสือหรือสื่ออื่นใดย่อมนิยมหรือนอนใจเมื่อผลิตในภาษาที่มีผู้ใช้มาก เพราะนั่นหมายถึงตลาดและกำลังซื้อเพื่อบริโภคที่กว้างขวาง

“ทักษะภาษาต่างประเทศ” ไม่ได้จำกัดเพียงทักษะในการพูดสุนทรพจน์หรือให้สัมภาษณ์ออกโทรทัศน์ ที่พบเห็นกันบ่อย ๆ เท่านั้น แต่ในความหมายกว้าง ทักษะด้านรับเข้าหรือ comprehension หมายถึงการอ่านและการฟัง และด้านแสดงออกหรือ expression หมายถึงการพูดและการเขียน รวมเบ็ดเสร็จ 4 ทักษะด้วยกัน  การฟังและการอ่านเพื่อรับรู้สารสนเทศที่ครบถ้วน(ไม่ตกข่าว) ถูกต้อง (ไม่ถูกหลอก) และทันสมัย (updated) นับเป็นภารกิจประจำที่ขาดไม่ได้ของผู้นำทางการเมือง ผู้นำเป็นผู้ครอบครองฐานข้อมูลที่ใหญ่และพรักพร้อมที่สุดก็ว่าได้ ทั้งยังมีกลไกองคาพยพพร้อมสรรพในการแสวงหาข้อมูลใหม่ หรือสืบค้น (retrieve) ฐานข้อมูลเดิม ปัญหาของผู้นำมักไม่ใช่การขาดแคลนข้อมูล หากแต่เป็นการจัดการระบบความรู้ (knowledge management) โดยตั้ง staff ที่เก่งและไว้วางใจได้อย่างพอเพียงมาคอยกลั่นกรอง โดยเฉพาะประเด็นที่ทันท่วงที (timely) และสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ (strategic) ผู้นำในโลกยุคโลกาภิวัตน์จำเป็นต้องมีทักษะในการอ่านภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เพื่อเข้าถึง (access) สารสนเทศของโลกนอกเหนือจากที่หน่วยราชการประจำและหน่วยข่าวกรอง(intelligence) ซึ่งสรุปมาเสนอทุกวันอยู่แล้ว ถ้าเป็นผู้นำที่ขาดทักษะภาษาต่างประเทศ ต้องพึ่งพาเฉพาะเอกสารที่มีผู้“แปล” มาเสนอไม่น่าจะเพียงพอและทันการในโลกยุคสารสนเทศ (information age) นี้ ที่น่าประหลาดก็คือ ผู้นำบางประเทศสามารถเจียดเวลามาอ่านหนังสือวิชาการหรือสารคดีเป็นเล่ม ๆ ได้เป็นบางเวลา

ทักษะด้านการแสดงออกโดยใช้ภาษาก็ยิ่งมีความสำคัญและเป็นตัวชี้เป็นชี้ตายสำหรับผู้นำในระบอบประชาธิปไตย (ถ้าเป็นผู้นำโดยการยึดอำนาจหรือผู้นำจากการซื้อเสียงก็อาจไม่จำเป็นต้องเป็นนักพูดเก่งนักก็ได้) ถึงแม้จะสื่อสารในประเทศโดยใช้ภาษาตนเองเป็นส่วนใหญ่ แต่งานราชการก็มีส่วนที่เป็น “ต่างประเทศ” อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เราจะสังเกตเห็นจากสื่อในปัจจุบันว่า ผู้นำส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษได้ ประเภทที่ต้องมีล่าม (interpreter) คอยยืนกำกับในการเจรจาค่อนข้างจะหาทำยายากแล้ว เมื่อเปรียบเทียบการแสดงออกด้านการพูดและด้านการเขียนจะเห็นว่า การพูดมีโอกาสใช้มากกว่าการเขียนหลายเท่า ผู้สังเกตการณ์บางคนลงความเห็นเรื่องการใช้ภาษาต่างประเทศของผู้นำง่าย ๆ ว่าทุกคนล้วนแต่ “อ่านเอกสารที่มีผู้เตรียมให้” ทั้งนั้น ผู้นำบางคนอาจจะมีทักษะเท่านี้จริง แต่ถ้ามีทักษะสูงกว่านี้ก็จะไม่เป็นเพียงสีสัน แต่จะเป็น “คุณสมบัติที่จำเป็น” เพื่อปกป้องหรือขยายประโยชน์ของบ้านเมือง เพราะผู้นำที่อ่านเอกสารที่มีผู้ร่างไว้ให้ ก็จะสู้ผู้นำที่มีความสามารถทางภาษาและสามารถแก้ไขเอกสารที่มีผู้ร่างให้ไม่ได้

ผู้เขียนเห็นว่าทักษะด้านภาษาต่างประเทศของผู้นำมีหลายระดับ ระดับแรกอาจจะต้องใช้ล่ามในการสนทนา และเวลาแสดงสุนทรพจน์ก็อ่านเป็นภาษาตนเอง (ในที่ประชุมมีบริการแปล) หรืออ่านภาษาต่างประเทศตามเอกสารที่มีผู้ร่างไว้ ระดับที่สอง ผู้นำมีความสามารถในการสนทนาภาษาต่างประเทศ (อังกฤษ) ได้ แต่เนื้อหาเป็นเรื่องทั่วไป ดินฟ้าอากาศ สังคม การเดินทาง ธุรกิจ ครอบครัว ฯลฯ ผู้นำระดับนี้ก็จะทำหน้าที่ได้มากกว่าระดับแรก ส่วนระดับที่สามผู้นำจะมีทักษะด้านภาษาที่ใช้งานได้ (serviceable) ในระดับที่ลุ่มลึก (sophisticated) หมายถึงการเจรจา อภิปราย ตอบโต้ในราชการ ธุรกิจภารกิจทางการฑูต (diplomacy) ซึ่งมีเนื้อหาลึกซึ้งด้านวิชาการและใช้ศัพท์เฉพาะทาง (technical terms) แต่ละด้านเช่น ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ โครงข่ายเศรษฐกิจ ธุรกิจ องค์การระหว่างประเทศ ความมั่นคงและการเมืองระหว่างประเทศ  ระบบ สถาบันกระบวนการหรือพิธีการ (protocol) ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสามารถที่จะรับมือกับภารกิจแถลง อธิบายและตอบคำถามในการแถลงข่าวระหว่างประเทศ (international press conference) สด ๆ ได้โดยไม่ต้องมีพี่เลี้ยง (สื่อมวลชนในต่างประเทศถือเรื่องนี้เป็นตัววัดความสามารถด้านไหวพริบของผู้นำทางการเมืองของเขา ) จะเห็นได้ว่าแม้แต่ “นักเรียนนอก” ก็ไม่แน่ว่าสามารถแบกรับภารกิจนี้ได้ทุกคน (ผู้เขียนเคยได้ยินนักเรียนจบปริญญาจากต่างประเทศออกเสียง recruit ว่า “รีครุ้ยท์”  อ่าน business ว่า “บิวซิเนส” และสะกดตัว “h” ว่า “เฮ็ด” หรือ “เฮ็ช”)  

กรณีที่ท้าทายอัจฉริยภาพในการใช้ภาษาที่ไม่รู้ลืมสำหรับผู้เขียนคือกรณีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเยือนประเทศแคนาดาในปี 2510 แคนาดาเป็นประเทศที่มีภาษาหลัก 2 ภาษาคืออังกฤษและฝรั่งเศสและมีปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน 2 กลุ่มที่ละเอียดอ่อนมาก ผู้ดำรงตำแหน่งประมุขของรัฐบาลต้องมีความสามารถด้านภาษาแบบทวิภาษา (bi-lingual) คือเก่งทั้ง 2 ภาษาเท่าเทียมกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราทรงใช้พระปรีชาทางภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสในการผูกสัมพันธไมตรีกับเจ้าของถิ่นและทรงแลกเปลี่ยนความคิดกับบุคคลสำคัญของประเทศที่พูดภาษาต่างกันได้เป็นอย่างดี เรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีแคนาดาได้กล่าวสรรเสริญพระปรีชาสามารถที่ทรงจับความในสุนทรพจน์สด ๆ และทรงตอบได้หมดทุกข้อ นายกเทศมนตรีนครมองเตรอัลก็ได้กราบบังคมทูลว่า ตนเคยต้อนรับอาคันตุกะมาหลายประเทศแล้ว ครั้งนี้มีความสะดวกสบายใจและประทับใจที่พระประมุขของไทยรับสั่งได้ทั้งสองภาษา

ผู้นำทางการเมืองที่มีสปิริตหรือจิตวิญญาณย่อมตระหนักถึงความสำคัญของความพร้อมด้านทักษะในการใช้ภาษาต่างประเทศควบคู่ไปกับความพร้อมรอบด้าน เมื่ออาสาเข้ามารับตำแหน่งการเมือง ในประวัติการเมืองไทยเคยจารึกกรณีที่พลโทผิน ชุณหะวัณ (ภายหลังมียศเป็นจอมพล) เป็นหัวหน้าคณะก่อการรัฐประหารเป็นผลสำเร็จเมื่อ พ.ศ. 2490 โดยฐานะและสถานการณ์แล้ว สมควรรับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีจัดตั้งรัฐบาล แต่พลโทผินไม่รับตำแหน่งโดยให้สัมภาษณ์ว่าไม่พร้อม และมีอุปสรรคด้านการใช้ภาษาต่างประเทศ จึงเชิญ จอมพล ป. พิบูลสงครามซึ่งเคยผ่านการศึกษาต่างประเทศเข้ามารับตำแหน่งแทน ทั้ง ๆ ที่ระยะนั้นเป็นยุคที่จอมพล ป. หมดอิทธิพลทางการเมืองแล้ว เพิ่งออกจากทัณฑสถานในคดีอาชญากรสงครามและทำเกษตรกรรมอยู่แถวลำลูกกา ความเสียสละของพลโทผิน จึงได้รับยกย่องและกล่าวขานกันต่อมาอีกนานในสังคมไทยที่มีค่านิยมให้คุณค่าแก่ตำแหน่งรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีกันสูงผิดปกติ ผู้ที่พลาดจากตำแหน่ง หรือเคยดำรงตำแหน่งมาแล้วแต่ประสงค์จะมีอำนาจอีก ก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อตำแหน่ง “เสนาบดี” อันทรงเกียรตินี้

ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ที่มีโอกาส เทคโนโลยีและสื่อสารมวลชนที่บุคคลสามารถขวนขวายพัฒนาทักษะด้านภาษาต่างประเทศได้โดยไม่จำเป็นต้องไปศึกษาต่างประเทศ   ผู้นำทางการเมืองในยุคนี้ย่อมตระหนักในเรื่องนี้ดีว่า ถึงแม้คุณสมบัติด้านนี้จะไม่ได้สำคัญที่สุดและไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาด แต่ก็เป็นคุณสมบัติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด      

   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]