*/
  • Alian
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : fatty9bar@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-02-17
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 99989
  • จำนวนผู้โหวต : 39
  • ส่ง msg :
  • โหวต 39 คน
<< ธันวาคม 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม 2552
Posted by Alian , ผู้อ่าน : 1106 , 06:37:50 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จบทริปลอนดอนวันเสาร์ ต่อด้วย Stratford and Warwick Castle ในวันอาทิตย์ (นี่แค่อาทิตย์แรกในอังกฤษ......ฮา...ฮา....เสาร์-อาทิตย์นี้สะใจนักเที่ยวจริงๆ) ราคาตั๋ว 29 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1500 บาท เท่าไรก็จ่ายค่ะ Stratford เป็นบ้านเกิดท่านเชคเปียร์( Shakespeare) มหากวีเอกของโลกนี่คะ บทประพันธ์อันลื่อลั่น เช่น โรมิโอและจูเลียต ทำให้ดิฉันคลั่งไคล้นักแสดงหนุ่มอเลนเดอร์ลอง และสาวน้อยโอลิเวียฮัสซี่ ขนาดติดโปสเตอร์ของเขาไว้ข้างเตียงยามเรียนมหาวิทยาลัย และตนเองก็ไว้ผมยาวสยายตามแบบนางเอกทั้งๆที่ตัวก็เตี้ย .........คิดว่าตอนนั้นว่าตนเองคงสวยน้องๆนางเอกถ้าไว้ผมยาว.......ตอนนี้นึกถึงอดีตยังนึกขำตนเองไม่หาย ดังนั้นอย่าไปตำหนิวัยรุ่นสมัยนี้เลยคะ บางที่คนเราต้องใช้เวลาทั้งชีวิตในการเรียนรู้ อะไรที่ไม่หนักหนาสาหัสก็ต้องหยวนๆกันบ้าง นี่แหละค่ะวัฒนธรรมไทย ......ไม่เป็นไร.......ไม่เป็นไร..

พร้อมกัน 8.30 เช่นเคย ดิฉันชอบโปรแกรมการท่องเที่ยวที่เขาจัดให้ ไม่ออกเดินทางดึกดื่น กลับมาค่อนแจ้งพบพระบิณบาตร วันนี้รถบัสแวะไปรับนักเรียนอีกกลุ่มประมาณ 10 คนในเมือง นักเรียนกลุ่มนี้เป็นนักเรียนโรงเรียนอื่น ความคิดเข้าท่า .....แชร์ค่ารถ.....ระหว่างโรงเรียน......ความคิดนี้น่าริเริ่ม......เพียงแค่เราประสานงานกันในเรื่องเวลา ถึงที่เที่ยวก็แยกย้าย น่าทำได้ในกิจกรรมชุมนุม หรือการทัศนศึกษาในกลุ่มเล็กๆ

ทัวร์ไกด์วันนี้สาวอังกฤษแท้ๆ หน้าตายิ้มแย้ม แต่งตัวเซอ...ไม่หวีผม....ไม่แต่งหน้า แต่งตัวเหมือนไปเล่นกีฬา.......แต่ท่าทางรีบร้อนเหมือนคนตื่นนอนมาทำหน้าที่ไม่ทัน........แต่เธอมีอารมณ์ขันทำให้พวกเราหัวเราะตั้งแต่ต้นทาง รถแล่นไปสักพัก ไกด์สาวคุยกับคนขับรถ แต่แล้วเธอตาโต........โห....ความรีบร้อนทำทัวร์ พร้อมการตื่นนอนสายทำให้เธอจอดจักรยานทิ้งไว้ตอนขึ้นรถ เห็นเธอรีบแจ้งสถานีตำรวจให้ช่วยเก็บจักรยาน และให้เพื่อนไปรับที่สถานีตำรวจ บอกแล้วไงคะ อังกฤษ.....เงินหายาก.....ชีวิตดูไม่ง่าย ค่าครองชีพสูง ไม่มีเงินอดตาย แต่เมืองไทยในในชนบท ดิฉันว่าถ้าไม่ฟุ้งเฟื้อจนเกินไป เป็นอยู่อย่างพอเพียงเหมือนในหลวงทรงตรัสไว้ ทุกอย่างคงโอเคค่ะ สุดท้ายทัวร์ไกด์ก็ได้รถเรียบร้อย กะเหรี่ยงทุกคนถามไถ่เรื่องราวกันถ้วนหน้า พร้อมลุ้นให้เธอได้ของคืน นี่ละค่ะความห่วงใยของคนไทย หรือที่เราเรียกว่าน้ำใจ สิ่งนี้เป็นเสน่ห์ของคนไทย นักท่องเที่ยวหลายคนกลับมาเยือนทุกปี ส่วนดิฉันชอบอังกฤษ แต่ขออยู่เมืองไทยค่ะ

นั่งกินลมชมวิวประมาณ 2 ชั่วโมงป้ายเล็กๆข้างทางเขียนว่า Stratford Upon Avon ก็อวดโฉมสู่สายตา เมืองนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง บ้านทั่วไปสีน้ำตาลอมส้มด้วยอิฐสมัยใหม่ รถบัสจอดที่กลางตัวเมือง จากนั้นลูกทัวร์แยกย้ายกันเที่ยวตามสะดวก ดิฉัน น้องนาวี น้องปุ๊ย สามนักเที่ยวเกาะกลุ่มกันเช่นเคย เมือง Stratford นอกจากจะมีชื่อเสียงที่สถานที่ในวัยเด็กของ Shakespeare แล้วยังมีอาคารต่างๆในสมัยโบราณมากมายหลงเหลือให้ได้ย้อนยุคอีกมาก เราเดินผ่านถนนคนเดินที่มีนักท่องเที่ยวนั่งจิบชาตามสไตล์อังกฤษเป็นกลุ่มๆ การดื่มชากับวิถีชีวิตคนอังกฤษเป็นของคู่กัน เรื่องวัฒนธรรมการดื่มชา ขออธิบายในตอนต่อไปอย่างละเอียด เพราะได้ประสบการณ์ตัวจริงเสียงจริงShakespeare’s Birth Place ก็ปรากฏในสายตา บริเวณนี้เป็นถนนคนเดินโดยเฉพาะ เราถ่ายรูปกับร้านค้าฝั่งตรงข้ามที่ขายของเกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาสโดยเฉพาะ เขาใช้บ้านเก่าที่สร้างด้วยไม้ก่อปูนแบบโบราณ แต่ทำหน้าร้านเป็นกระจกโชว์สินค้า เดินเข้าไปสำรวจใกล้เก่าจริงๆค่ะ ไม้เสาเป็นท่อนไม้ทั้งต้น โบกปูนผนังหยาบๆ 500 บาท แต่เราพี่น้องสามคนเห็นพ้องต้องกันว่า....ลุย...เงินหมด......พร้อมใจกดเอทีเอ็มข้ามชาติ บัตรเครดิตวีซ่า และมาสเตอร์การด์นอนรอการเรียกใช้ในกระเป๋า แต่สิ่งที่จะมาแล้วผ่านไป “ โอกาสลอยอยู่ตรงหน้า ไม่รีบคว้า จะเรียกข้าว่านักเที่ยวได้อย่างไร”............... เราสามคนยืนต่อคิวซื้อตั๋ว มาถึงที่ต้องดูให้ถึงแก่น เอาไว้เวลาคุยกับใคร คุยได้เต็มที่ว่า “ท่านมหากวีเอกของโลก บ้านนอกอย่างเราก็ไปแตะฝาบ้านมาแล้วจ้ะ “ สถานที่ท่องที่ยวแหก่งนี้เปิดให้ชมมา 250 ปีแล้วค่ะ โปสเตอร์ท่านมหากวีเอกซึ่งแสดงด้วยศิลปสมัยใหม่ติผนังเรียงรายรอรับนักท่องเที่ยวบริเวณห้องขายตั๋ว 1000% เยี่ยมยอด ดูการนำเสนอผลงานมาหลายที่แล้ว แต่ที่นี่นำเสนอเรื่องราวได้เยี่ยมยอด ห้องแต่ละห้องไม่กว้างนัก แบ่งคนในแต่ละห้องประมาณ 10 คน (หมดการนำเสนอ กลุ่มใหม่เข้ามาแทน การชมผลงานจึงไม่แออัด บรรยากาศสบาย ได้อารมณ์คล้อยตามอย่างลึกซึ้ง ) ดิฉันเงยหน้าขึ้นมองการจัดแสงไฟที่ส่องจับเฉพาะจุด รอบห้องเป็นภาพ หนังสือ เครื่องส่วนตัวใช้ในอดีตของเช็คเปียร์ แสงสปอตไลท์จะเคลื่อนฉายจับไปที่ภาพแต่ละภาพ พร้อมเสียงบรรยายในแต่ช่วงชีวิต ทำให้เรามีจุดสนใจร่วมกันที่เดียว และให้อารมณ์ที่ลึกซึ้งอิ่มเอมและมีความรู้พื้นฐานในอัตชีวประวัติของท่าน จบการนำเสนอ ต่อจากนี้ไปเราจะไปดูบ้านของท่านจริงๆกัน.....นี่แหละค่ะที่เขาเรียกว่าทัศนศึกษา ได้ความรู้ควบคู่ความสนุก ไม่ใช่ดูเฉยๆ .....สวย...สวย.... แต่ไม่รู้อะไรเลย.....Tudor House) หลังใหญ่ ด้านข้างมีหน้าจั่วยื่นออกมา 3 อัน มีเสา คาน จั่วเป็นไม้ทั้งต้น (เหมือนไม้หมอนรถไฟท่อนยาวๆ) ผนังบ้านเป็นไม้ท่อนยาวขวางกัน แล้วโบกผนังด้วยปูน เนื้อไม้ยึดกันด้วยตะปูตัวใหญ่ เครื่องมือ เครื่องใช้ ชุดเด็ก เสื้อผ้า เตียงนอนที่มีลิ้นชักใต้เตียงเก็บของ มุมห้องวางดอกไม้ที่มีกลิ่นอบแห้ง (เหมือนบุหงาส่าหรีเมืองไทย) เพื่อทำให้บ้านหอม เครื่องหนังเย็บถุงมือวางโชว์เรียงราย มีการสาธิตการเย็บถุงมือหนัง (พ่อของเช็คเปียร์เป็นพ่อค้าขายถุงมือหนังแกะ) ดิฉันเดินขึ้นบันไดชั้นบน เห็นโต๊ะเขียนหนังสือ หน้าต่างกระจกที่เป็นกระจกแผ่นเล็กๆต่อกัน มีลายเซนต์ของผู้มาเยี่ยมเยียม เช่น ชาร์ล ดิกเคนส์ (Charles Dickens) และโธมาส ฮาร์ดี้ (Thomas Hardy) สีกระดาษเก่าคร่ำคร่า ทำให้บรรบายกาศย้อนสู่อดีต 15 นาที (เจ้าหน้าที่ต้องทำเวลาให้พอดีกันในแต่ละห้อง กลุ่มนี้เสร็จ กลุ่มใหม่เข้ามา มีเจ้าหน้าที่คอยประสานงาน การเคลื่อนตัวของนักท่องเที่ยวจึงไม่ติดขัด รับรองคนได้ในปริมาณมากในคราวเดียวกัน ดิฉันนำประสบการณ์นี้มาใช้ในโครงการระดับจังหวัดที่โรงเรียนเป็นเจ้าภาพ สถานที่เล็ก แต่จัดงานใหญ่ได้ เคล็ดลับคือ การจัดระบบการหมุนเวียนให้พอดีในแต่ละจุด......เท่านั้นเอง......ไม่มีปัญหา...... 

ออกมานอกบ้านเป็นสวนดอกไม้จัดแบบอังกฤษโบราณ (English Garden) ปลูกกุลาบเลี้อยตรงบานประตู โดยให้มันเลี้อยโค้งไปตามแนวประตูบ้าน กุหลาบแผ่กิ่งก้านสูงเรื้อยเกาะผนังบ้าน บางต้นเริ่มผลิใบ ปกติยอดใบไม้อ่อนสีสันจะไล่กัน.....สวยค่ะ....ซาบซึ้ง.. ดูแล้วโรแมนติค......นี่ถ้ายามกุหลาบออกดอกคงส่งกลิ่นหอมต้อนรับผู้มาเยือนเป็นแน่  ด้านข้างบ้านเป็นรางดอกไม้ คราวนี้ดอกใหญ่เป็นชั้นซ้อนกันสีขาวออกเหลือง        ทุกคนถลาวางหน้าใกล้ดอกไม้ ชักภาพประทับใจกันจ้าละหวั่น  นั่นอีกมุมหนึ่งติดบ้าน เป็นทิวลิปสีขาวโพลน มองแล้วลานตา หน้าบ้านเป็นแปลงดอกไม้นานาพันธ์ ทิวลิปไม้ยอดฮิต และดอกไม้ชนิดอื่นอีก อวดล้อสายตานักท่องเที่ยว ความสวยของสวนดอกไม้ไม่เหมือนการจัดสวนในเมืองไทย ความงามอยู่ที่ลักษณะของดอกไม้มากกว่า ริมรั้วต้นไม้เก่าแก่ไม่ต้องถามอายุยืนตั้งทะมึนอยู่หน้าบ้าน ใบสีเขียวปลายแหลมแผ่ออกเหมือนองค์รักษ์พิทักษ์บ้าน ต้นไม้ใหญ่กลางสวนที่ดูรูปทรงคล้ายต้นไม้เดินได้ล้อตากล้องถ่ายรูป ผิวขุขระและคดงอแสดงอายุอันยาวนานพอๆกับลักษณะของบ้าน สุดปลายทางเดิน รูปขนาดใหญ่ของท่านเจ้าของบ้านที่ทำจากดอกไม้แห้งตั้งตระหง่านประกาศความสำคัญของสถานที่ ......ดอกไม้แท้ๆ.....แต่ประกอบกันได้เหมือนหน้าท่านมหากวี.......เราเดินออกมาด้านหลังเห็นสาวๆแต่งตัวย้อนยุคคล้ายจะแสดงละคร แต่ไม่มีเวลาจึงเลยผ่าน ได้เพียงถ่ายแปลงทิวลิปด้านหลังที่ปลูกเป็นแนวสีแดงอมส้มตัดสนามเขียว........สุดท้ายป้าย Way Out เราผ่านร้านขายของที่ระลึก...น้องสองคนแวะตามเคย....ที่นี่ปุ๊ยซื้อกระดิ่งเงินที่เปิดขวด มาชวนดิฉันร่วมแจม  ดิฉันซื้อเพราะเป็นที่ระลึกเพื่อ นึกถึง Anthony เจ้าของบ้านที่เรียกเรากินข้าวเย็นทุกวัน เขาใช้สั่นกระดิ่งแบบนี้ค่ะ อย่านำไปเปรียบกับวัฒนธรรมไทยนะคะ ไม่งั้นคงได้หักคอกันไปข้างหนึ่ง..........สั่นกระดิงเรียกกินข้าว..... เห็นนิทรรศการที่จัดแสดงใช้กระดิ่งจริงๆค่ะ..... นึกเสียว่า เหมือนพระตีระฆังตอนฉันท์เพลก็แล้วกัน......

เดินเรี่อยไปตามถนนสู่ลานกว้างริมแม่น้ำแอวอน (Avon) เราเดินไปยังอนุสาวรีย์ของลอร์ด โรโนล โกเวอร์ (Lord Ronald Gower) รอบๆรูปอนุสาวรีย์มีรูปปั้นสัมฤทธิ์แสดงอารมณ์ของคนในอริยาบถต่างๆกัน ชายหนุ่มนั่งกุมขมับแสดงอาการครุ่นคิด หญิงสาวในตากวงโบ๋ มีผ้าคาดปากโดยชายผ้าทิ้งเป็นชายยาวเป็นเถาว์องุ่น งานศิลปะของมนุษย์ทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์อื่นกระมัง......

        ที่นี่เป็นท่าจอดเรือของนักท่องเที่ยว เรือทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าปิดมิดชิดรูปลักษณะเฉพาะตัว ตัวเรือเป็นห้องนอน เห็นแค่บานหน้าต่าง วัยรุ่นนั่งบนหลังคาจับกลุ่มดวดเบียร์กันอย่างสนุกสนาน บางคนนอนอย่างสบายอารมณ์ แต่เวลาเรือลอดใต้สะพานหลังคาเรือเกือบติดท้องสะพาน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดิฉันเดินลงข้างสะพานมาดูทางเล็กๆใต้ท้องสะพาน

บรรยากาศริมฝั่งน้ำเอวอน ภายใต้อากาศเย็น ลมพัดเอื่อย ส่งให้อารมณ์ผ่อนคลาย มิน่าเมืองนี้จึงสมเป็นเมืองของท่านมหากวีเอก จิตนาการจะบรรเจิดต้องมีบรรยากาศ และแรงจูงใจ ความประทับใจต่อสิ่งต่างๆที่ได้พบ เหมือนอย่างตนเองที่มานั่งหลังขดหลังแข็งเขียนครูบ้านนอกไปอังกฤษโดยไม่มีใครใช้ให้ทำเลย เรียกว่าอยากเขียน เพราะเวลาเขียนมีความสุขเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปอยู่ในสถานที่นั้น เวลานั้นกับกลุ่มเพื่อนๆ

สายน้ำกว้างสะอาดตา สะพานทอดตัวยาวขวางลำน้ำ ฐานโค้งด้านล่างประมาณ 9 โค้งก่อให้เกิดภาพเส้นตรงของขอบสะพานผนวกกับเส้นโค้งของฐานล่าง มองดูเป็นความเข็มแข็งบวกความอ่อนโยนในคราวเดียวกัน ต้นไม้ใหญ่คล้ายหลิวตั้งตระหง่านอยู่กลางแม่น้ำ ทอดชายกิ่งก้านลู่ลงระเรี่ยลงผิวน้ำ สายลมอ่อนโบกไกวใบไม้ให้โอนเอนมองมีชีวิตชีวา ฝูงห่านสีขาว สีน้ำตาลตัวใหญ่ วนเวียนร่าเริง ไม่เขินอายมาหานักท่องเที่ยวหวังลิ้มลองอาหารโปรด น้องปุ๊ยไม่พลาด “.......มาไวๆเจ้าห่าน....(กวักน้ำเรียก....).....ขอถ่ายรูปกับเจ้าหน่อย...) แช๊ะ....กล้องถ่ายรูปเก็บภาพ คน ห่าน สะพาน สายน้ำ กิ่งไม้ ได้ครบถ้วน....ป่านนี้ห่านคงบ่นตรึม...เรียกมาแต่ไม่มีของกิน.......

นั่งเล่นเก้าอี้ไม้ชมวิวริมฝั่งน้ำครู่ใหญ่ พี่ต้อง พี่แอ็ด สมทบพากันลุยต่อ วันนี้น้องนาวีพาทัวร์ตามลายแทง ดิฉันขอเป็นผู้ตาม เราเดินผ่านสนามหญ้าที่มีต้นไม้ใหญ่ออกดอกขาวโพลนเต็มต้น นักแสดงปาหี่ 2 คนแสดงการโยนคบไฟ เราเลยผ่าน สิ่งอื่นน่าสนใจมากกว่านี้รออยู่ คนดูแน่นขนัดเพราะนักแสดงใส่กางเกงในตัวเดียวท่ามกลางฝูงคนที่ใส่เสื้อกันหนาว ....ฮือ...เข้าใจหาจุดขาย....ทำการตลาดยอดเยี่ยม......ถ้าแก้ผ้าหมดอาจได้ลูกค้าเพิ่ม...ฮิ...ฮิ..........ไม่ใช่ลามก แต่ต้องการเปรียบเทียบวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับวัฒนธรรมไทย.....ด้านนิสัยใจคอ....ว่าใครใจถึงกว่ากัน……..

เดินเลาะด้านข้างสนามหญ้า ฝรั่งพาครอบครัวมาปิคนิค เด็กๆนั่งรวมกันบนผ้าพลาสติด 7-8 คน ผมสีทองอ่อน ผิวขาวอมชมพู นัยน์ตาสีฟ้า ทำให้เด็กฝรั่งน่ารักเหมือนตุ๊กตา  พื้นฐานตรงนี้มาจากรสนิยมคนไทยที่ชอบผิวขาว แต่ฝรั่งชอบผิวดำ เดินผ่านป้ายโปสเตอร์โฆษณาละครเรื่องต่างๆของท่านมหากวีเป็นคัตเอาว์ขนาดใหญ่ ถ่ายรูปเก็บไว้ตามเคย อย่างน้อยที่นั่ง ฉากในโรงละครก็ช่วยเสริมสมองนักเรียนบ้านนอกเมื่อกล่าวถึงละคร (Drama) ล่ะค่ะ อาคารก่ออิฐสีส้ม หลังคาทรงกรวย The Countyard Theater ปิดซ่อมแซม   เดินตามน้องไปตามถนนเส้นเล็กผ่านบ้านเรือนสองข้างทางเป็นร้านอาหาร โรงแรมแต่จัดแต่งคลาสิค  รู้สึกว่าไม่แออัด ถนนแคบๆ บางช่วงลงเนิน หักโค้งลับมุม ทำให้ภาพมีมติ ต้นไม้ที่หน้าบ้านปกคลุมตัวบ้านบางส่วน  ไม้เลื้อยที่เกี่ยวพันตามบ้าน สีสันของดอกไม้ไม่ฉูดฉาด แต่สีคลาสิค ทำให้ละแวกบ้านที่เดินผ่านมองดูแล้ว เงียบสงบ (Peace) น่ามีความสุขกับชีวิตบั้นปลายที่ไม่รีบร้อน บ้านเรือนหลังไม่ใหญ่ บริเวณบ้านไม่กว้าง แต่ดูแล้วสวย สงบ มองมีมติ น่าอยู่ กว่าเมืองเคมบริดจ์......ดิฉันจับความรู้สึกในอารมณ์ของตนเองและสรุปได้ตรงนั้น

ป้าย   Trinity Church with Shakespeare Graveyard เข้ามาสู่สายตา มาบ้านเกิด ต้องมาดูบ้านสุดท้าย จึงจะครบสูตร เราเดินผ่านต้นไม้เรียงรายผ่านสานเข้าสู่โบสถ์ ขอถ่ายรูปกับสุสานหน่อยค่ะ ไม่น่ากลัว เพราะมันโล่งแจ้งมองเห็นทั่วบริเวณ ไม่มีมุมอับ มองไปทางไหนเขียวเพราะสนามหญ้าตัดเรียบเนียน ความเขียวของต้นไม้ และสนามหญ้าที่ป็นระเบียบเบียดบันความกลัวผีของดิฉันหมด ด้านหน้าติดตัวโบส์ถไม้พุ่มตัดทรงสี่เหลี่ยมเป็นแท่งๆ สูงต่ำไม่เท่ากันก็ให้เกิดมติความงามพาดทับโบสถ์เก่าแก่ สถานที่นี้อวดความเก่าแก่โดยสีของเนื้อหิน ไม่สีทาทับแต่อย่างใด เดินผ่านเข้านด้านในความเก่าแก่ของผนังทำให้เกิดสัมผัสบรรยากาศย้อนยุค .........อังกฤษช่างอนุรักษ์ความเก่าไว้ดีแท้ๆ  ...........มุมต่างๆตกแต่งด้วยดอกไม้เช่นลิลลี่ กุหลาบขาว กุหลาบเหลือง แจกันสีทองอร่าม สะอาด เป็นระเบียบ เข้าโบสถ์เก่าอังกฤษทุกครั้ง รู้สึกเจริญตาสดชื่น ผสมความซึมซับในความโบราณ

บนแท่นประกอบพิธีกางเขนสีทองอร่ามโดดเด่นเป็นศูนย์รวมชาวคริสต์หน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ด้านหลังเป็นกระจกเขียนลายสีที่เรียกว่าสแตนกลาส (Stained Glass) จิตรกรรมโดดเด่นของการเขียนสีบนกระจกแสดงเรื่องราวศาสนาคริสต์ บนแท่นพิธีประดับพุ่มกุหลาบสีเหลืองปนส้ม ด้านข้างเชิงเทียนสีทองขนาดใหญ่ขัดจนมันแวววาว ตั้งเทียนสีขาวแท่งใหญ่ ด้านหลังแท่นเป็นโลงหินอ่อนมีรูปสลักหินเป็นคนนอนตามทางยาว (เหมือนรูปสลักฟาโรห์บนโลง) ผ้าพรมแดงหม่นพาดยาวจากแท่นลงมาด้านล่าง โดยริมขอบผ้าวางพวงหรีดเล็กๆสีเหลืองเรียงรายลงมาทั้งสองด้านของผ้า บริเวณพื้นปูนเรียบด้านหน้าสุดเป็นพื้นที่ของบุคคลสำคัญหลายคน มีป้ายบอกชัดเจน ตรงกลางป้ายสีน้ำเงินอักษรทอง  Shakespeare 1564-1616 ใช้เชือกสีน้ำเงินล้อมเขตไว้ให้ต่างจากคนอื่น แจกันดอกไม้สีเหลือง สีส้มเท่านั้นวางเรียงราย (ไม่รู้ว่าสีเหลืองมีความหมายพิเศษอะไรหรือเปล่า) มีโคลงเขียนไว้อาลัย แปลเองเถอะคะ

Good Frend For Iesvs Sake Forbeare

To Dicc He Dvst Encloased heare

Blese Be Y Man Y Spares Hes Stones’

And Cvrst Be He Y moves my bones.

ภายในโบสถ์เก่าแห่งนี้มีศิลปกรรมงดงามเช่นเคย ลวดลายของกระจกเขียนสี งานสลักหินอันงามวิจิตร สถาปัตยกรรมทรงคุณค่าเหล่านี้ถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดีสำหรับอนุชนรุ่นหลัง  ถ่ายรูปกันหลายมุม “น้องดิว” สาวห้าวประจำคณะขอให้ถ่ายรูป ดิฉันเข้าใจถ่ายกระจกสี น้องร้องทัก “ถ่ายรูปหนู ไม่ใช่ถ่ายโบสถ์” เห็นหรือยังคะว่าดิฉันมึนเมากับการถ่ายรูปแค่ไหน พูดถึงน้องดิว เธอมีรูปร่างสูงใหญ่ มาดแข็งแกร่งเกินมาตรฐานสาวไทย เราพบกันตอนรายงานตัว ความที่หน้าตายังเด็ก หุ่นบึกบึนสมเป็นบอดี้การ์ด ดิฉันฝากเนื้อฝากตัวกับน้องดิวและน้องต๊อบ ทั้งสองคนเป็นชาวเพชรบุรี หน้าตายังเด็กนึกว่าจะได้รวมก๊วนโสด แต่เธอทั้งคู่สารภาพว่ามีผู้ยึดครองหัวใจแล้ว .........แต่ตลอดเวลา 1 เดือน น้องทั้งสองดำรงตนเป็นสาวโสด (ชั่วคราว) ทำให้กลุ่มสนุก ความห้าวของน้องดิวในการสอยคิวสนุกเกอร์ และความอินโนเซนต์ของน้องตอบในการล่องเรื่องท้องแบนมีให้เมาท์กระจายอีกเพียบ......ติดตามนะคะ...

เราเดินออกจากโบสถ์ย้อนกลับมา ผ่านโรงแรมเก่าใช้ชื่อ Shakespeare Inn สีขาวดำ มีไม้กระถางทรงกลมแขวนเรียงราย เห็นแล้วโดดเข้าถ่ายรูป ผนังขาวดำนั้นโชว์ความงามของตกแต่งด้วยไม้โบราณ อังกฤษไม่ทาสีไม้เหมือนสีโอค แต่เป็นเนื้อไม้จริงๆ มองดูจึงเก่า รูปทรงอาคารย้อนยุคที่เรียงรายสองฝั่งถนนสวยจริงๆค่ะ แต่ที่ร้องกรี๊ดกราดเห็นจะเป็นบานประตูโรงรถของโรงแรมที่มีสีดำมะเกลือ ไม้เลี้อยสีม่วงสีลาเวนเดอร์เกาะเกี่ยวต้นขนาดใหญ่ที่เห็นแต่ดอกแทบหาใบไม้ไม่พบ นึกภาพดอกกล้วยไม้ไอยเรศที่เป็นสีม่วงลาเวนเดอร์อ่อนล้วน ดอกเล็กๆที่ประกอบรวมกันเป็นช่อ แต่ละช่อเบียดเสียดในหนึ่งกิ่ง ประกอบหลายกิ่งเป็นเป็นต้นไม้เถาว์ แถมยังอยู่ในช่วงสวยสะพรั่ง ไม่มีช่อไหนเหี่ยว หรือโรยรา (ที่อื่นดอกสีม่วงไม่ดกเท่านี้ หรือบางแห่งดอกดก แต่มีดอกโรยปนอยู่ สีเลยไม่เสมอกัน) ตรงนี้คือไฮไลท์ของดิฉันในการมาเมือง Stratford ค่ะ เสียดายที่น้องไม่ได้โคลชภาพใกล้ๆ ผู้หญิงกับผู้ชายซึ้งผิดกัน........ดอกไม้กับผู้หญิงของคู่กันค่ะ......

เราเดินผ่าน New Place สถานที่ๆท่านมหากวีใช้ชีวิตในบั้นปลาย ที่นี่ เราได้ยลความงามขอสวนสไตล์อังกฤษโบราณเต็มรูปแบบ คนอังกฤษรักต้นไม้

ในสายเลือด ส่งผลให้บ้านเรือนในปัจจุบันมีสวนหย่อมหน้าบ้าน (Garden) แทบทุกบ้าน ถนนหนทางที่มีต้นไม้ใหญ่ สวนสาธารณะหลากหลาย สมกับเป็น Green country จริงๆ

        กล่าวโดนรวมว่าเมืองสเตรดฟอร์ดบ้านเกิดของท่ามหากวีเป็นเมืองน่าอยู่ สงบเงียบ แต่มีความสะดวกสบายครบรันเพราะเป็นเมืองนักท่องเที่ยวตัวจริงเสียงจริง แม่น้ำเอวอนมีมนต์เสน่ห์ให้หลายคนกลับมาเยือน นึกในใจถ้าได้มาอยู่ที่นี่คงดีไม่น้อย บรยากาศสงบเงียบ เมืองเล็กๆ ไม่พลุกพล่าน นี่คือสิ่งที่สัมผัสอย่างผิวเผิน แต่ในชีวิตจริงองค์ประกอบในการดำเนินชีวิตมีอีกหลายอย่าง ความอบอุ่นของผู้คนรอบด้านสำหรับดิฉันคงไม่มีที่ไหนเกินเมืองไทย..............สรุปแล้วอังกฤษเหมาะสำหรับเที่ยวชั่วครู่ชั่วยาม แต่เมืองไทยขอเป็นบั้นปลายของชีวิต......


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 15/12/2009 เวลา : 09.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เสียดายไม่เห็นรูป

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน