*/
  • Alian
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : fatty9bar@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-02-17
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 100021
  • จำนวนผู้โหวต : 39
  • ส่ง msg :
  • โหวต 39 คน
<< มกราคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 20 มกราคม 2553
Posted by Alian , ผู้อ่าน : 874 , 03:18:24 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เล่าเรื่องเที่ยวมาหลายเพลา วกเข้ามาเรื่องโรงเรียนบ้างนะค่ะ คราวนี้จะเล่าอย่างละเอียด เกริ่นนำไปบ้างแล้ว แต่อยากตอบแทนบุญคุณที่ประสิทธิประสาทวิชาตลอด 30 วัน ....เผื่อใครสนใจส่งลูกหลานมาเรียน....แต่เหตุผลหลัก............อยากกระตุ้นต่อมจินตภาพในสมองของเหล่ากะเหรี่ยงให้ระลึกถึงความหลัง ความผูกพันระหว่างบ้านนอกด้วยกัน.......ไม่มีครูจากกรุงเทพเลยสักคน........ด้วยเหตุนี้ก๊วนนี้จึงมีสมญาว่า “ครูบ้านนอกไปอังกฤษ”…..เพราะนอกกรุงเทพ.....ฮา.....ฮา.....

เรามาอบรมที่โรงเรียนสอนภาษา เด็กนักเรียนหลายชาติมาเรียนที่นี่ เช่น ตะวันออกกลาง ญี่ปุ่น ....ผมทอง...ไม่รู้ชาติไหน......เราพบพวกเด็กๆตอนกินข้าว คนแก่กินเสร็จเด็กเริ่มมา (โรงเรียนจัดเวลาให้ครูไทยโซ้ยก่อน) เวลาเรียนห้องใครห้องมัน ประตูหน้าต่างปิดสนิท ไม่เห็น...ห้องข้างเคียง…เรียนอยู่กลุ่มเดียวกัน...กินกลุ่มเดียวกัน....กลุ่มกะเหรี่ยงมากที่สุด ....ทั้งจำนวน และอายุ….

จากถนนใหญ่ด้านทิศตะวันออก ป้ายชื่อโรงเรียนไม่ใหญ่โตเหมือนเมืองไทย.....แค่แสดงตัวว่านี่คือ Bell International Language School ผ่านสู่ลานจอดรถยนต์ และจักรยาน มุมมองด้านนี้ เราจะเห็นด้านข้างของอาคารชั้นล่างเป็นหอสมุด ชั้นบนเป็นห้องเรียน อาคารนี้ลักษณะครึ่งกระจกครึ่งอิฐค่ะ สนามหญ้าด้านตะวันออกเขียวขจีส่งอาคารเด่นขึ้นมาถนัดตา.......มุมมองด้านนี้ขนานกับถนนใหญ่ค่ะ แนวไม้ใหญ่กั้นสายตาบุคคลภายนอก ต้นไม้ด้านใน...สนยักษ์สูงใหญ่.....กางกิ่งก้านสยายอวดความอหังการของอายุอันเนิ่นนาน….

ทางเดินเข้าผ่านลานจอดรถ แนวไม้หลายพันธุ์ดอกดกเช่นเคย ไม้พุ่มออกดอกสีขาวช่อเลี้อยยาวติดพื้น....ไม่เห็นใบ....มีแต่ดอกล้วนๆ .....บางต้นไม้พุ่มสีม่วงเป็นช่อกลม สีชมพู สีขาว สีแดง ......อังกฤษกับดอกไม้..........วันแรกที่มาเยือนวันเวลาเป็นใจ.....ดอกไม้เลยอวดช่อล้อตากะเหรี่ยงแสดงการต้อนรับบ้านนอกไทย....แต่เมื่อผ่านไปเกือบ 30 วัน ก่อนกะเหรี่ยงกลับ....สังเกตได้ทุกที่...ดอกไม้โรยรา...ไม่สวยจนตื่นเต้นเหมือนวันแรกที่เยือน....แม้แต่ดอกไม้สีขาวในสนามหญ้าก็หดหาย.......กะเหรี่ยงเลื่อนเที่ยวบินจากไทยมาอังกฤษช้าสองอาทิตย์........สัมผัสความงามของมวลดอกไม้ได้พอดีเวลา......ฮา...ฮา...

สุดอาคารหอสมุด หักมุมตัวแอล อาคารเรียนยาวขนานทิศใต้ ด้านหัวอาคารสวยค่ะ .......หน้ามุขโค้งยอดทรงแหลม..หน้าต่างกระจกสีขาว แบ่งเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ .....บานหน้าต่างไม้สีโอ๊ค.........ตรงมุมรอยต่อระหว่างสองอาคาร สร้างเป็นอาคารกระจกทรงสี่เหลี่ยมด้านล่างโล่ง.....ตรงนี้ใช้เป็นทางเชื่อมต่อระหว่างอาคารค่ะ....ดิฉันเคยไปสำรวจที่นี่….ที่นั่งไม้น่ารัก มองผ่านกระจกชมวิวสองด้าน....แหม...ใครมาเห็นคงนึกว่านางในห้องกระจก.... แต่ถ้าพูดว่านางในตู้กระจกคงโกรธกันตาย....ฮึ..

อังกฤษใช้สนามหญ้าสีเขียวตัดเรียบเนียนเป็นตัวเน้นให้อาคารโดดเด่น......เรื่องนี้จริงค่ะ....สิ่งก่อสร้างจะสวยถ้าตั้งบนสนามหญ้าที่ตัดเรียบเนียน....แม้จะไม่ปลูกดอกไม้อะไรเลย....ดูสนามกอล์ฟเป็นไง.....แต่ต้องตัดหญ้าบ่อยๆนะคะ........หญ้าจะขึ้นแน่น..........แต่ถ้าตกแต่งด้วยดอกไม้โดยไม่คำนึงถึงทรงต้นไม้ ความสูง ความเตี้ย ทรงพุ่มใบ .....ยังไงก็ไม่สวยค่ะ ในสนามหญ้าที่อังกฤษส่วนใหญ่จะมีดอกหญ้าสีขาวเล็กๆแทรกตัวเต็มไปหมด ดอกหญ้าชนิดนี้สูงพอๆกับหญ้าค่ะ มองแล้วเหมือนเกล็ดหิมะขาวบนผืนหญ้า.....มันจึงสวยด้วยประการฉะนี้แล..... 

แต่ที่แปลกเห็นจะเป็นต้นไม้เขียวเป็นกอแทรกตัวอยู่กับสนามหญ้า มองคล้ายเหมือนวัชพืช .....ไม่เหมือนต้นแห้วหมูที่แทรกในหญ้าเหมือนเมืองไทย....ใบใหญ่ค่ะ แต่ขยายตัวแนวนอน ดูแปลกค่ะ มันแผ่ขยายกอเบียดแทรกหญ้า .....หญ้าหดหายเพราะโดนเบียด.....ลักษณะเหมือนเราเป็นแผลหนองที่ผิวหนัง และหนองกินบริเวณกว้างขึ้นเรื่อยๆ ........ดิฉันเห็นความแปลกและถ่ายภาพไว้ อ้าวน้องก็เห็น.....และเก็บภาพเช่นกัน

ถ้าเข้าโรงเรียนทางด้านเหนือ ทางเข้านี้เป็นสายหลัก อาคารเรียนอีกหลังขนานทางเข้าเชื่อมอาคารรูปตัวแอล ( L ).......จากแอลเลยกลายเป็นอี( E ).... อีอังกฤษ....ไม่ใช่อีไทย...เดี๋ยวจะหาว่าพูดหยาบ.......ไม้พุ่มสีขาวปลูกข้างทาง เดินเข้ามาสู่เสาสูงก่ออิฐสองด้านคล้ายอาณาเขตประตูทางเข้า บนยอดเสางานปูนปั้นเช่นเคย จากตรงนี้ถึงตัวอาคารเรียนหลักบริเวณไม่กว้างนัก กระถางปูนทรงสูงใบใหญ่ปลูกไม้ดอกเหลือง แจมด้วยไม้ยอดฮิตทิวลิปแดง ด้านข้างหอสมุดปลูกต้นไม้ดอกสีชมพูอ่อนเต็มต้น ไม้ใบสีแดงองุ่น แปลงทิวลิปแดงเล็กๆเลาะตามแนวตึก......เจ้าดอกไม้ประเภทนี้เรียกเสียงกรี๊ดกราดจากเหล่ากะเหรี่ยงตั้งแต่ในวันแรกที่มาถึงโรงเรียนเบล บริเวณนี้คือจุดรวมพลของกะเหรี่ยง.......และเป็นหน้าประตูแผนก Social Program ที่ดิฉันเดินเข้าออกวันแรกๆ...และจองทริปตลอดเดือน ทั้งๆที่เขาให้จอง พร้อมจ่ายเงิน(บางทริป)ก่อนวันพุธของทุกสัปดาห์.......ยังไงก็ไป...ว่ามันม้วนเดียวจบซะเลย.....

ด้านหลังของอาคารที่เป็นตัวแอลยาวขนานกับทางทิศใต้ คือมุมมองที่เป็นไฮไลท์ของโรงเรียนเบล ติดตัวอาคารเป็นระเบียงนั่งเล่น เก้าอี้ไม้ยาวให้นักเรียนได้ผ่อนคลายอารมณ์ในช่วงเบรค สนามหญ้าเขียวเนียนกว้างไกลออกจากอาคาร สุดสนามเป็นแนวปูนยาวปลูกดอกไม้ม่วงเหลืองเป็นแถวขนานกับอาคารเรียน ระยะกลางแนวปูนตรงอาคารเรียนปูพื้นหินทรงกลมลดหลั่นสามระดับ ปลูกดอกไม้เหลืองอ่อน เหลืองแก่ในอ่างทรงสูง เรายืนเกาะอ่างยิ้มรับดอกไม้สวย ภาพด้านหลังเราก็จะเป็นอาคารสีน้ำตาลแดง หน้าต่างโค้งขาว ปล่องไฟสองด้าน รูปโฉมของเบลนั่นเอง.....ตรงนี้มุมเด็ดค่ะ....รับรองภาพในกล้องกะเหรี่ยงมีทุกคน….เสี้ยวชีวิตใน International Language School ของวัยรุ่นตอนปลายสายอาชีพ (ครู)......ฮา..ฮา...

ต่ำลงมาจากพื้นปูนทรงกลมเป็นส่วนของสนามด้านล่างอีกระดับ บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของสโมสรเล็กๆไว้บริการงานจัดเลี้ยง (Free Party) และสนามฟุตบอลที่ล้อมด้วยรั้วเตี้ยๆที่กระแสไฟฟ้ากันสัตว์ร้าย...…....ทั้งสองที่นี้.....พวกเราไม่พลาดที่จะฝากวีรกรรมไว้.......

ส่วนทิศตะวันตกของอาคารเป็นที่กินอาหารกลางแจ้ง ห้องอาหารที่เป็นกระจกในอาคารก็อยู่ติดกัน.....โรแมนติคตามสไตล์อังกฤษ........กิน และชมวิวสีเขียวด้วย โต๊ะสนามสีเขียวเป็นกลุ่มๆใต้ต้นไม้ใหญ่.........ดิฉันเติมเต็มประสบการณ์ชีวิตใช้บริการวันที่อากาศดี.....อิ่มท้อง....อิ่มตาตา...ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย.....ส่งอิ่มใจค่ะ ..

เลยออกมาจากที่ทานอาหารเป็นทางเล็กที่ปลูกไม้คลุมดิน สีขาว สีเหลือง สีม่วงออกดอกสะพรั่ง ทางนี้ลงสู่พื้นที่ต่างระดับมีต้นไม้กั้นเป็นสัดส่วน นำไปสู่สวนเล็กๆลับตาคน ม้าไม้นั่งเล่นริมสระน้ำเชิญชวนผู้ที่ชอบความสงบ รักสันโดษ หรือต้องการความเป็นส่วนตัว......เลือกตามสบายค่ะ...........ต้นไม้ใหญ่บริเวณนี้ชมพูหวานทีเดียว.....

ชมวิวทิวทัศน์ด้านนอกแล้ว กลับเข้ามาในตัวอาคารดีกว่านะคะ ใครที่ต้องการอารมณ์ผ่อนคลาย ในห้องโถงนั่งเล่นจัดมุมเปียโนให้ซ้อมมือ......กะเหรี่ยงไม่เคยใช้บริการเลยสักคน.....สถานที่ของโรงเรียนที่พบเหล่ากะเหรี่ยงบ่อยที่สุดเห็นจะเป็นห้องอาหาร กะเหรี่ยงเวียนเข้าออกทั้งมื้อหนัก มื้อเบา อาหารว่าง ไม่เว้นขาด แถมเงินเหลือขนซื้อช๊อคโกแลตกลับถิ่นจนขนมหมด...สั่งเจ้าหน้าที่ให้สั่งยี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้มา....กะเหรี่ยงต้องการซื้อเพิ่ม....เงินค่าอาหารจ่ายเป็นบัตร จวนกลับมืองไทย มูลค่าบัตรเหลือแลกคืนเงินสดไม่ได้.....กะเหรี่ยงกะเพาะน้อย...กวาดช๊อคโกแลตเป็นของฝาก......ประหยัดเงินซื้อของฝากไปอีกอย่าง......

ส่วนดิฉันเงินเหลือ แต่ซื้อนิดหน่อยกลัวน้ำหนักเกิน.....น้องดิวตัวใหญ่รูดบัตรจนหมด.....อดข้าวมื้อสุดท้าย......ดิฉันเอื้อเฟื้อ.....เอาของพี่ไปเลยได้พอมื้อ.....ยึดสุภาษิต...ปลาทูตัวเดียวกินได้ทั้งปี......ผ่านไปเพชรบุรีหวังกินขนมหม้อแกงแม่กิมไล้จากน้องดิว......ฮา...ฮา.......แว่วจากน้องมาว่า......” มาเลยพี่.....อ่านเรื่องเล่าของพี่...อึ้ง...ทึ่ง....หวาดเสียว...ใครจะเป็นเหยี่อรายต่อไป....รีบกวาดตาอ่าน..มีวีรกรรมตูหรือเปล่าวะเนี่ย” .....น้องจำอะไรไม่ได้เลย....ฮา...ฮา...เหตุการณ์ใน Free Party จำได้ฮะปล่าว....อะแฮ้ม....พี่ไม่ขายความลับหมดหรอก....ค่าปิดปากไม่แพง....ขนมหม้อแกงถาดเดียว.....

พูดเรื่องอาหาร เห็นกับข้าวในจานฝรั่งเปรียบเทียบกับข้าวในจานกะเหรี่ยงไทยแล้ว......นึกในใจ.........ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ดูแลกะเหรี่ยงกันเป็นอย่างดี ของคาวหวานผลไม้เครื่องดื่ม...กะเหรี่ยงไทยฟาดเรียบ...ทุกมื้อ...ทุกวัน....สาธุ...โชคดีที่เกิดเป็นคนไทย....อุดมสมบูรณ์......บ้านอื่นเมืองอื่น....สวย ดี.....แต่สุดท้ายเมืองไทยสวยที่สุด....ดีที่สุด.....ชาติใครชาติมันล่ะคะ.....ดีคนละอย่างถูกแล้วค่ะ ขืนมาดีอยู่เมืองเดียว....แย่งกันกินแย่งกันใช้.....จราจลแน่......

ในตอนเช้ากะเหรี่ยงบางคนตรงแนบเข้าห้องสมุดส่งเมล์ถึงคนทางบ้าน ดิฉันก็ทำเช่นนั้นในระยะแรก.......ไม่ได้ทำเองหรอกค่ะ....โลว์เทคโน.....พี่แอ๊ด ครูอังกฤษมือเจ๋งจากจันทบุรีช่วยสงเคราะห์ให้ .....ดิฉันแซงคิวขอส่งเมล์ฝากข่าวทางบ้าน......พี่เขาถาม Password ดิฉันบอกจำไม่ได้.......ปัดโถ....แล้วมันจะเข้าเมล์ได้อย่างไรคะ...วันรุ่งขึ้นทดลองใหม่ความจำกลับคืน...จำ Passwordได้เลยได้ส่งเมล์กับเขา......นึกแล้วขำตนเอง.......แต่ตอนนี้กลายเป็นมือโปรส่งเมล์ .............เพราะทุกวันเสาร์เหล่ากะเหรี่ยงคอยเรื่องเล่า.....

เรื่องความไฮเทคมีเรื่องขำเล่าสู่กันฟัง สมัยคอมพิวเตอร์เฟื่องฟูใหม่ๆ ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง (แต่ไม่ใช่โรงเรียนดิฉันแน่นอน.....ฮา...ฮา....ต้องรีบออกตัว)บอกให้ครูทุกคนล้างมือก่อนใช้คอมพิวเตอร์ .......ไม่ใช่กลัวไข้หวัดระบาด......แต่เพราะกลัวไวรัสคอมพิวเตอร์ .....งานนี้ฮากันกลิ้ง......อะไรจะขนาดนั้น......แต่เรื่องนี้มีจริง ติดลมขออีกเรื่อง.....เรื่องจริง..ประสบการณ์ตรง....อาจารย์วิทยาลัยครูแห่งหนึ่งใส่แผ่นดิสก์(สมัยก่อนแผ่นใหญ่) แทนที่จะใส่ไปในช่องไดร์ท.....ปัดโถ...ท่านดันใส่ไปในระหว่างรอยต่อเครื่อง (เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นแรกๆ).....เดือดร้อน.....เจ้าหน้าที่ของ RELC ต้องใช้สกรูขันน๊อตถอดเครื่อง..........ยังมีคนอาการหนักกว่าดิฉัน............(ใช้ภาษาอังกฤษคำนี้ยืนยันเรื่องจริง....ฮา...ฮา...)

ตอนเช้าถ้าส่งเมล์ต้องกระหืดกระหอบเข้าห้องเรียน ....มาเช้ากว่านี้ก็ไม่ได้.....กินข้าวเช้ากับเจ้าของบ้านทุกเช้า.....กว่าจะเสร็จ 8.00 น. .และข้อสำคัญ...คนพูดมากอย่างดิฉัน.....เริ่มต้นคุยติดลมทุกที.........ตอนหลังตัดสินใจใช้โทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศสะดวกค่ะ (ทำ Roaming จากเมืองไทยเผื่อฉุกเฉินเท่านั้น ...ยังคงไม่คิดถึงใครหรอกค่ะ...แค่ 30 วัน....หายใจเฮือกเดียว...ก็กลับเมืองไทยแล้ว.....แฮ่ะ...เรื่องเที่ยว....เวลามันผ่านไปไว....) แต่พอมาเรียนรู้ว่าซิมการ์ดถูกมากที่อังกฤษ ตัดสินใจซื้อซิมการ์ดใหม่เลย นาทีละแค่ 4 บาท โปรโมชั่นถูกกว่านี้ก็มี....แต่ไม่หา.... แล้วแต่ความสะดวก ความพอใจ ของแต่ละคน............

พูดถึงเรื่องความพอใจ ขอสอดแทรกปรัญญาชีวิตคำสอนของหลวงปู่ชาสุภัทรโท เกจิอาจารย์แห่งวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี........มองเห็นไม้ขนาดนี้ แต่ต้องการไม้ยาว เราก็ว่าไม้ท่อนนี้สั้นเกิน .....มองเห็นไม้ขนาดเดียวกัน เราต้องการไม้สั้น เราก็ว่าไม้ยาวเกินไป.....แต่มองเห็นไม้ขนาดพอดีกับที่ต้องการก็ว่ายาวพอดี......เออ...น่าคิดนะคะ....ไม้ท่อนเดียวกันแท้ๆ.....อะไรที่ทำให้ต่างกัน...........คิดเองค่ะ.....อ้าว....ไหงกลายเรื่องธรรมะไปเสียแล้ว.....เปล่าค่ะเรื่องเดียวกัน......โทรข้ามแดนนาทีละ 4 บาท ....พอดีค่ะ.....ขี้เกียจเดินหาร้าน...เสียเวลาเที่ยว ...พอได้โทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ นาทีละ 4 บาท มูลค่าตั้ง 500 บาท คุยโทรศัพท์มันส์กว่าส่งเมล์.......งานนี้เลยเมาท์แตก.....ไทย-อังกฤษ....ใกล้กันนิดเดียว.....So far So near…..

พวกเราแยกเรียนเป็นสองกลุ่ม คนละห้อง เรียนวิชาเดียวกัน แต่สลับเวลา คนแต่ละกลุ่มช่างเหมาะเจาะ คนพูดเก่งอย่างน้องนาวี น้องนัสซือ น้องใกล้รุ่ง พี่ต้อง น้องเดวี น้องโย น้องวิไลวรรณ จับฉลากไปอยู่รวมห้องเดียวกันหมด ห้องของดิฉันเป็นพวกปานกลาง แนวเฮอา ไม่มีใครโดดเด่นกว่าใคร บรรยากาศรื่นรมย์ทุกชั่วโมง แถมพยายามชวนอาจารย์เขวออกนอกเรื่องต้องห้องนี้ค่ะ.....ประสบการณ์ครูไทยกับครูอังกฤษในเรื่องการจัดการเรียนการสอน จำนวนนักเรียน ปริมาณงาน คุณภาพครู สื่อเทคโนโลยี เปรียบกันไม่ลง จนมีเรื่องให้เล่าสู่กันฟังระหว่างนักเรียนไทย และครูอังกฤษบ่อยครั้ง

ระหว่างเรียนเรามีวิชาที่ต้องไปสังเกตการสอนในห้องเรียนจริงของนักเรียนต่างชาติในโรงเรียนเบล กลุ่มดิฉันประกอบด้วยดารักษ์ ครูค.ศ. 3 จากเตรียมอุดมน้อมเกล้า อุตรดิตถ์ และนคร ครูจากสุราษฎร์ธานี พวกเราเข้าไปเข้าไปนั่งรวมกับเด็กวัยรุ่นประมาณ 7-8 คน ......จากการสังเกต....ไม่ได้เข้าข้างตนเองนะคะ....ครูไทยสอนดีกว่าค่ะ.....แต่ที่เห็นเด่นชัดคือการเปิดโอกาสให้เด็กแสดงความคิดเห็นบ่อยครั้ง......และเวลาที่เด็กอ่านเนื้อหา....เงียบจริงๆ... 

ครั้งที่สองเรามีโอกาสสังเกตการสอนอีกครั้งในขั้นตอนการสอนที่ต่างๆจากครั้งแรก คนละห้องเรียน ผู้สอนคนละคน ครูอังกฤษให้นักเรียนแสดงบทบาทสมมติโชว์ครูหัวดำ ไม่แปลกใจเด็กพูดคล่อง…..รู้แก่ใจว่า ESL กับ EFL กระบวนการตอบสนองของผู้เรียนต่างกัน......ขณะนี้ปากต้องปิด....ตาต้องเปิด.......เก็บความรู้มาประยุกต์เท่านั้นเอง......ห้องนี้นักเรียนส่วนใหญ่มาจากตะวันออกกลาง ภาษาอังกฤษพูดได้ แต่อ่านเขียนแพ้เด็กไทย......เราสามคนเข้าร่วมกิจกรรม....สนุกดีค่ะ..... คุยกับเขา Ahmed…..คนนี้ชาตินิยมค่ะ....อย่างนี้ละมั๊ง....สงครามระหว่างเผ่าพันธ์ดำเนินมานานเหลือเกิน.......แต่ครั้งนี้ดิฉันซาบซึ้งกับกะเหรี่ยงด้วยกัน.....ระหว่างรอสังเกตการสอนนอกห้องเรียน....ดารักษ์ ครู ค.ศ.จากอุตรดิตถ์.....เธอพยายามชักจูงในดิฉันทำผลงานวิชาการ......สงสัยตนเองเหมือนกันว่า......ทำไมจึงไม่รู้สึกลื่นมือเหมือนเขียนเรื่องเล่า.....เรื่องเล่า...ไม่มีตอนใดที่โกหก.....ตัวจริงเสียงจริงทั้งนั้น....ผลงานวิชาการ.....ไม่โกหก....สอบตก.....ชัวร์


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน