*/
  • Alian
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : fatty9bar@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-02-17
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 100774
  • จำนวนผู้โหวต : 39
  • ส่ง msg :
  • โหวต 39 คน
<< มีนาคม 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 15 มีนาคม 2553
Posted by Alian , ผู้อ่าน : 2169 , 07:17:18 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



เวลาเที่ยงครึ่งพอดี พวกเรานั่งรอกะเหรี่ยงที่หาย บริเวณนี้มีที่นั่งพักผ่อนเป็นแท่นปูนยกสูง ที่นั่งก่อปูนยาวเป็นราวสี่ด้าน ต้นไม้ใหญ่แผ่ปกคลุมให้ร่มเงา เราเติมเต็มกระเพาะด้วยอาหารกลางวันที่เตรียมมา ครอบครัวดิฉันให้อาหารกลางวันติดตัวเมื่อมาเที่ยวทุกครั้ง..... แซนวิชที่มีไส้ในเป็นเนย และผักกาดหอม แซนวิชไส้แฮม ส้ม เวฟเฟอร์ ( เรียกว่าหนักขนมปัง อร่อย.....ไม่อร่อย.......ไม่เคยเกี่ยงค่ะ.....ให้อย่างไรกินอย่างนั้น.......) เพื่อนบางคนบอกเบื่อ......แต่ดิฉันเฉยๆ....กินได้ค่ะ.....ของอย่างนี้ชั่วคราว.....ไม่ใช่ตลอดชีวิต.......ในบางครอบครัวเหล่ากะเหรี่ยงต้องมาหาซื้อเอง หรือทำอาหารเองโดยใช้วัตถุดิบในครอบครัวนั้นๆ.....เรียกว่าเปิดตู้เย็นช่วยตัวเอง......พอใจทำอะไรกินก็ตามสะดวก......อันนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในแต่ละครอบครัว
ไกด์พากะเหรี่ยงหายกลับคืนกลุ่มตามเดิม........พวกเราไม่มีใครต่อว่าใครให้ช้ำใจ.........เห็นไกด์ท่าทางเหนื่อย พวกเราหยิบยื่นไมตรีอาหารให้  แต่เขาปฏิเสธไม่ว่าจะคะยั้นคะยออย่างไรก็ตาม.........
น้องนัสซือไม่ได้เตรียมอาหาร เธอกินนอกบ้านเกือบทุกมื้อ ที่มาที่ไปเรื่องนี้น้องเธอเล่าว่า ในช่วงแรกทางบ้านทำกับข้าวเผื่อ น้องลงมาตรงเวลา แต่เจ้าของบ้านมีแขก จึงเดินกลับขึ้นไป ลงมาอีกครั้งแขกยังอยู่ น้องก็กลับขึ้นไปอีก คิดว่ากินช้าหน่อย ตามนิสัยคนไทยจึงกลับเข้าห้องนอน  เข้าครัวมากินตอนหัวค่ำ เจ้าของบ้านไม่พอใจ ตั้งแต่นั้นมาน้องเขาก็เลยตกลงกับเจ้าของบ้านหากินเอง  ดิฉันแบ่งแซนวิชให้บอกไม่มีหมูแน่นอน....ฮา..ฮา....เชื่อมน้ำใจไมตรีภาคเหนือ ภาคกลางของเราสองคน...... เรื่องวีรกรรมของนัสสือยังไม่จบค่ะ......รวมทั้งแง่คิดมุมมองในการยืดหยัดในโลกใบใหญ่อย่างเข้มแข็งที่เธอแนะนำดิฉัน.....ยังจำได้ไม่ลืม......ขออุบไว้ก่อน....
ถึงกำหนดเวลา รวมพลได้ครบ รถบัสเคลื่อนมารับเรา.....แสนสบาย...ยกนิ้วให้ไกด์มือโปร...........แฮรรอดอยู่ใกล้แค่เอื้อม.....หัวหน้าทัวร์ไม่โดนรุมยำ รถแล่นผ่านอาคารสวย พิพิธภัณฑ์ ประเทศอังกฤษรวยเหลือล้นด้านสถาปัตยกรรม และประติมากรรม
ในที่สุดตึกรูปทรงคลาสิคสีน้ำตาลอมส้มก็ปรากฎสู่สายตา ธงชาติหลายชาติเรียงรายหน้าอาคาร เช่น ธงยูเนียนแจ๊คของอังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมัน ฝรั่งเศส (เล่าเท่าที่รู้จักค่ะ) แต่มองไม่เห็นธงชาติอเมริกา....ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร.....หรือบอกประเทศของแบรนด์สินค้า......ไม่แน่ใจ......ด้านหน้าเป็นกันสาดโค้งสีเขียวคล้ายหัวหมวกแคป     สีเขียวเข้มตัวอักษรขาว “ Harrods”  ห้างสวยเพราะกินมุมถนนสองด้าน มองแล้วเหมือนยอดมุงกุฎที่มีส่วนสูงตรงกลาง และแผ่ออกด้านข้างสองด้าน
แฮรรอด (Harrods) ห้างสรรพสินค้าที่คนไทยที่ไปเที่ยวอังกฤษไม่ยอมพลาดโอกาส มาลอนดอนพลาดแฮรรอดเหมือนไปเชียงใหม่ไม่ได้ไปตลาดวโรรสขายของพื้นเมืองยังไงยังงั้นเลย ห้างแฮรรอดถือได้ว่าเป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่โตติดอันดับ 1 ใน 2 ของอังกฤษเลยก็ว่าได้ โดยเปิดบริการมาตั้งแต่ปี 1849 ปัจจุบันได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของลอนดอนไปแล้ว ภายในห้างมีทั้งหมด 7 ชั้นด้วยกัน  ขืนเดินครบ 7 ชั้นคงต้องนอนลอนดอน.....
ขอสอดแทรกเรื่องชั้นต่างๆของห้างเป็นอาหารสมองฝากเด็กหน่อยค่ะ ชั้นที่อยู่ติดพื้นดินคนอังกฤษเรียกว่า Ground Floor (G) ชั้นถัดขึ้นไปเรียกว่า The First Floor (1) ในขณะคนอเมริกันเรียก Ground Floor ว่า The First Floor และนับเลขต่อไป สอนเด็กหัดสังเกตตัวเลขในลิฟต์นะคะ......เดี๋ยวหน้าแตกแหกยับ เดินเข้าเดินวนออกลิฟต์ เขาจะหาว่าครูไม่สอน ...... ส่วนอักษร B (Basement) หมายถึงชั้นใต้ดินค่ะ หรือเรียกว่า Lower Ground Floor (LG)
สิ่งที่ทำให้ดิฉันไม่ผิดหวังในการเดินชมห้างแฮรรอดไม่ใช่สินค้าแบรนด์เนมมากมายลานตา แต่ที่เป็นเอกลักษณ์ดูแปลกตากว่าที่อื่นคือ การตกแต่งภายใน ไม่ว่าจะเป็นอียิปต์  หรือโอเปร่า ก็ล้วนทำให้เกิดสุนทรียภาพในการเดินชมสินค้าจริงๆ เราไม่มีจุดมุ่งหมายในการซื้อ เพราะรู้ว่าสินค้าราคาจับไม่ลง  ขึ้นบันไดเลื่อนวนเวียนหลายชั้นค่ะ......ชมความงามแต่อย่างเดียว
ห้างแฮรรอดมีกฎระเบียบ และข้อบังคับที่พึงทราบและปฎิบัติ คือ ห้ามไม่ให้สะพายกระเป๋าเป้ไว้ด้านหลัง (Backpack) แม้แต่จะสะพายข้างเดียวก็ไม่ได้ แต่ให้นำมาถือไว้ธรรมดาได้ เพราะทางห้างถือว่าไม่สุภาพ นอกจากนี้ยังห้ามใส่กางเกงขาสั้น สวมรองเท้าแตะ ใส่กางเกยีนส์ขาดๆ และเดินทานอาหารพร้อมกับไปทั่วด้วย หากใครเดินอยู่แล้วมีพนักงานเข้ามาเตือน ก็ให้รีบสำรวจตัวเอง โดยด่วนเลยนะคะ ทำอะไรผิดกฎของห้างหรือเปล่า  เพราะไม่อย่างนั้นเจ้าหน้าที่อาจจะเชิญเราออกจากห้างก็เป็นได้ค่ะ ตัวใครตัวมันก็แล้วกันนะคะ……แต่หัวหน้า Social Program อย่างดิฉันส่งสารบอกเพื่อนตั้งแต่ก่อนมาแล้วละค่ะ....เรียกว่าปฎิบัติหน้าที่ให้สมกับความไว้วางใจ...
    พวกเราซื้อของฝากตามวิสัยคนบ้านนอกว่าไปไหนต้องมีของติดไม้ติดมือ ด้วยเหตุนี้เองทำให้พี่ไทยหลายคนมาเที่ยวแล้วต้องเก็บเงินสะสมใหม่อีกหลายปีกว่าจำได้ขึ้นเครื่องบินอีกครั้ง        ดิฉันไม่ได้แวะเวียนแบรนด์เนมอย่าง Louis Vitton    Gucci     Prada    หรือ Channel เลยสักนิด....เสียเวลา......ดูไปก็ซื้อไม่ได้....เพราะรสนิยมใช้ของปลอม........แต่เกรดดีหน่อยพอสมกับสถานะเงินเดือน.... น้องปุ๊ย...ปราดเข้าเลือกถุงพลาสติคลายสวยของแฮรรอดสินค้ายอดฮิตในหมู่คนไทย สมกับเป็นสาวไฮโซ ...น้องเธอกวาดไป 7 ถุงๆละ 700 บาท (ราคาเมืองไทย 1,500 บาท)  ส่วนดิฉันได้ปากกาของฝากพี่น้องที่ยืมข้าวของเขามาในราคาด้ามละ 250 บาทยี่ห้อ Harrods อักษรสีทองหราบนพื้นปากกาน้ำเงินเข้มใส่กล่องใส.......หมดเรื่องของฝากแบรนด์เนม....
น้องสุมาลีได้กระเป๋า (Handbag) แบรนด์แฮรรอดสีน้ำตาลราคาพันกว่าบาท น้องคนอื่นได้ของกันถ้วนหน้า อย่างละนิดอย่างละหน่อย มาถึงห้างดังจะออกไปมือเปล่า....กลัวเสียเที่ยว.....
จากคู่มือทัวร์ เรามีสิทธิ์ขอคืนเงินภาษี เรากรอกแบบฟอร์มขอคืนภาษี ชื่อที่อยู่ที่เมืองไทย พร้อมทั้งเซ็นต์รับรอง เครดิตการ์ดเพื่อโอนเงินเข้าบัญชี  เซ็นชื่อคนขายกำกับ พร้อมทั้งประทับตราของร้าน และไปยื่นเอกสารที่สนามบิน ปุ๊ยไม่รอช้าหายเงียบไปคนเดียวตามที่ข้อมูลที่ดิฉันเกริ่นกะเหรี่ยง .........เงินเธอโบยบินมากกว่าใคร......... เราซื้อกันพอหอมปากหอมคอ ไม่เหมือนไฮโซปุ๊ย “น้องปุ๊ย ซื้อทำไม......แพงนะ”...... แต่ตอนนี้วิญญาณนักช๊อปรสนิยมไฮโซเข้าสิง.......กระตุกไม่อยู่....ภายหลังน้องแกว่าเขาฝากซื้อ....ป่านนี้ไม่รู้ได้ถอนทุนคืนหรือไม่............
 “.น้องนัสซือ” ผู้จ่ายเงินจำนวนมากเห็นดิฉันขอคืนภาษีที่สนามบิน แต่ไม่ได้ทำเอกสารจากร้านค้า เลยแห้ว.....เขาเรียกว่าตอนหัวหน้าทัวร์ติวเข้มแล้วไม่จำ....น่าตีจัง.... งั้นคงได้เงินคืน เพราะน้องก็ช๊อปไม่เบา ครอบครัวใหญ่ก็อย่างนี้แหละค่ะ
มีเรื่องขำตอนกำลังทำเรื่องขอคืนเงินภาษี เจ้าหน้าที่สาวห้าวผิวสีที่เตร็ดเตร่คอยให้ความสะดวกแถวนั้น เห็นท่าทางพรรคกระยาจกเดินห้าง ปรี่เข้าถามไถ่ ชี้แจงยอดเงินขั้นต่ำในการขอเงินภาษี ดิฉันหันซ้ายขวาหาตัวร่วมได้ยอดของนาวี และพี่แอ็ด รวมกันจึงเข้าเป้า (คู่มือไม่เห็นบอก...เลยงงง...) ตรงเข้าไปนั่งโต๊ะที่เจ้าหน้าที่สาวยี่ห้อเกาหลีส่งภาษาด้วยสำเนียงที่รัว และสั้น เพราะคงเจนจบกับงานประจำ กะเหรี่ยงไทยแปลไม่ได้ศัพท์จับสำเนียงไม่ถูก ต้องเรียกน้องนาวีรูปหล่อมาเจรจา เผื่อความรวดเร็วของประโยคจะลดลง เพราะตะลึงกับความหล่อของหนุ่มไทย.....ได้ผล.... ดิฉันทำเอกสารเรียบร้อยด้วยความช่วยเหลือของนาวี แต่คงเป็นเพราะคำศัพท์ของตนเองไม่ถึงขั้นมากกว่า.......คงต้องไปฝึกปรืออีกหลายประเทศ......ฮา....ฮา..... เสียเวลาตั้งนานได้คืน  400 บาท...เฮ้อ.....แถมทำผ่านบัตรเครดิต.....คิดว่าเงินสดมันยุ่งยากที่สนามบิน.....คิดผิด....ไม่ยุ่งเลย.....เราเองทำมันยุ่ง.....ป่านนี้น้องนาวี และพี่แอ๊ดยังไม่ได้ส่วนแบ่งเลย.......แน่จริงมารับคืนที่เมืองพิจิตร.....จะคุ้มค่ารถไหมเนี่ย......
การซื้อของกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน กระเป๋าเงินใบเล็กยี่ห้อแฮรรอด ราคาพอประมาณ กะเหรี่ยงผู้บุกเบิกอวดความงามของกระเป๋าในห้องเรียน  ถามไถ่กันถ้วนหน้าซื้อตรงไหน ทำไมไม่ผ่านตาเลย บ่นเสียดาย เพราะมันราคาพอประมาณแต่มียี่ห้อแฮรรอด  โชคเข้าข้างบรรดาสาวๆที่ไม่ได้ซื้อ เพราะตาลายเนื่องจากข้าวของในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มากเสียจนมึน ”น้องวิไลวรรณ” ครูจากพะเยาว์นัดกับเพื่อนชาวลอนดอนกลับไปเยือนอีกรอบ  เท่านี้เอง กระแสเงินปอนด์สะพัดสะพัด เหล่ากะเหรี่ยงฝากซื้อของเก็บตกรวมจำนวน...... 35 ใบ.....โอโฮ....นึกในใจ...แล้วน้องจะขนมาอย่างไร.....น้องวิไลลักษณ์ไม่ปฏิเสธ....ไม่เคยบ่น.....แต่สุดท้ายเธอไม่มีเวลา......เลยแห้วทุกคน................โถ.......ข่าวว่าเธอกำลังพิจารณาหนุ่มใหญ่ที่กรุงลอนดอนเป็นพิเศษ.............เวลาเลือกกระเป๋าคงไม่มี........ของอย่างนี้เรื่องกระเป๋าเอาไว้ทีหลังก็ได้จ้า......มีข่าวดีเมื่อไร........กะเหรี่ยงอาจยกก๊วนแสดงความยินดีที่ลอนดอน.....พร้อมกลับไปซื้อกระเป๋าพร้อมขนกระเป๋า............
เยือนแฮรรอดต้องครบสูตรตามคู่มือของJ. BlueWater ร้านโดนัทคริสปรีครีม (Krispy Kreme) เป็นร้านโดนัทของอเมริกาที่เข้ามามีชื่อเสียงโด่งดังในอังกฤษ ปัจจุบันร้านนี้ได้เป็นสัญลักษณ์ของห้างแฮรรอดไปเสียแล้ว เพราะใครมาก็ต้องแวะมาชิมโดนัทคริสปีครีมกันทั้งนั้น คู่มือทัวร์เขียนอย่างนี้......มีหรือคนอย่างดิฉันจะไม่ซอกแซกหาจนพบ...........แหมกว่าจะลุยถึงร้านขายโดนัท เราผ่านแหล่งรวมอาหารจากทุกชาติ ดิฉันเดินเมียงมองสินค้าบริโภคหน้าตาแปลกๆ ชอคโกแลตยั่วยวนตา รูปร่างสวยๆน่ากิน ......แต่ซื้อกลับเมืองไทย....รูปทรงสวยๆของช๊อคโกแลต....คงกลายเป็นช๊อคโกเละ.....เละตุ้มเป๊ะ.....เพราะความร้อนของอากาศ........
เจ้าโดนัทคริสปีครีมที่ว่านี้ยิ่งซื้อมากราคาถูกลง จ่ายไป 12 ชิ้น ราคา 7.95 ปอนด์ ซื้อตรงนั้นชิมตรงนั้น พี่น้อง 3 คนไม่เหลือให้สงสัยในรสชาติ......เขาว่าอร่อยมาก........แต่ดิฉันว่าอร่อย......แต่ไม่มาก แต่เนื้อขนมนิ่ม....แบ่งกลับบ้านฝากครอบครัวฝรั่งตามแบบฉบับไทย........เจ้าของบ้านตาโต........แสดงว่าขนมดังจริง......เขาคงคิดว่ากะเหรี่ยงรวย……ปล่าวเลยค่ะ......เขาเรียกว่าเสียเงินซื้อประสบการณ์........Joภรรยาเจ้าของบ้านถามหาถุงพลาสติคใส่ขนมที่ติดยี่ห้อแฮรรอด......เสียใจค่ะ...งานนี้ถึงมีก็ตอบว่าไม่มี......ดิฉันงกยี่ห้อเหมือนกัน.....ฮา...ฮา....ถุงสีเขียวเข้ม อักษรภาษาอังกฤษสวยคะ …….Harrods ....
ถึงตรงนี้มีเรื่องเล่า “ เจ้าถุงพลาสติค” สินค้าหายากในครอบครัวที่พำนัก ชาวอังกฤษคู่นี้รักษ์โลกค่ะ เขาจะใช้ถุงพลาสติคในบ้านน้อยมาก ตอนเตรียมอาหารกลางวันให้ดิฉันกับน้องสุมาลี เขาสั่งให้คืนถุงพลาสติค ตอนแรกใช้แล้วทิ้งค่ะ ตามนิสัยเดิมเพราะดูมันธรรมดามากๆ พอเขาทวงถุงพลาสติค ดิฉันก็ไม่เคยทิ้ง....นำมาคืนทุกครั้ง.......แต่แอบนินทากับเพื่อน ขนาดถุงพลาสติคยังทวง.....เขาใส่ถุงผ้าค่ะ....ดิฉันกลับมาเมืองไทยรับสิ่งที่ดีจากอังกฤษ......ปฏิเสธถุงพลาสติค.....ใช้เท่าที่จำเป็น.....คนขายของคาราวานโอทอปพูดกับดิฉันว่า..... ...” รู้ไหม.........คุณเป็นลูกค้าคนแรกในภาคเหนือตอนล่าง..........ที่ปฏิเสธถุงพลาสติค”.....ดิฉันรับของมาใส่รวมในถุงผ้าของตนเอง......นี่ไงค่ะสิ่งที่ดีๆติดตัวมาจากอังกฤษ......
เดินเตร่ไปมาพบ “น้องหนิง” เดินดี่ยวหลงกับเพื่อน เธอมองหาน้ำหอมทีโรส (Tea Rose) ฝากผู้บริหาร (สงสัยสูงวัย ถ้าใช้กลิ่นนี้......ฮา...ฮา...เดาค่ะ....ไม่กล้าถามน้อง) คนขายบอกไม่มีขาย.....
เราเดินวนเวียนชมความงาม .....เพชรส่องประกายวาววับบาดตาบาดใจ.....ไฮโซปุ๊ยชี้ชวนให้ดูตาเคย.......ไม่ได้ดูโคตรเพชรในทาว์เวอร์ออฟลอนดอน ก็มาเมียงมองประกายแพรวพราวของเพชรในตู้กระจก......นางแบบสาวปารีเชียงโพสท่าน่ามอง ........หน้ากากทองคำจำลองของตุตันคาเมนแห่งอียิปต์ ดอกไม้ทั้งสดแห้งในแจกันใบใหญ่ บรรยากาศย้อนยุคอีกหลายอย่าง ดูเหมือนไม่ใช่ห้าง บรรยายไม่ไหว....ไปดูเองเถอะค่ะ......อ้าว...ไงจบง่ายๆยังนี้......คือ..ว่า......แฮะ...แฮะ......ไม่มีภาพในกล้องนะซิ.....ฮา...ฮา....
ดิฉันเก็บตกอย่างสุดท้ายในแฮรรอด คือตามหาเจ้าหญิงไดอานา ถาม...ถาม...ถาม...เดินวนไปมา....ทางเดินบางจุดลับตา.....เราเดินซอกแซก.....ถาม.... และแล้ว.......เธอและโดดีรอเราอยู่ที่ชั้นใต้ดินของห้าง Lady Diana & Dodi Memorial บริเวรไม่กว้างนัก รูปสองคนคู่กัน มีแหวนเพชรเม็ดเขื่องพยานรักรอการสวมใส่อยู่ในกรอบ พุ่มดอกลิลลี่สีขาวสวยสง่าอยู่ด้านหน้า ด้านหลังเป็นฉากงานแกะสลักหินรูปนก และดงไม้ ด้านล่างเป็นอ่างน้ำโยนเหรียญบริจาคเงินการกุศล .......เศษเหรียญมากมายในอ่างน้ำ ป้ายกรอบสีทองเด่นสง่าด้านข้างของบุคคลทั้งคู่ “ เงินทุกปอนด์ที่ท่านโยนลงในอ่างน้ำ จะคืนสู่เด็กผู้ยากไร้”......ดิฉันไม่พลาดการทำกุศลนี้
ช๊อปกันถ้วนหน้าได้เวลานัด พวกเราออกมาเตร็ดเตร่บริเวณหน้าห้าง เก็บภาพสวยๆของกันสาดผ้าสีเขียวรูปโค้งอักษร Harrods ไว้เป็นที่ระลึกกับการได้มาเหยียบห้างดัง เหมือนอยู่เมืองไทยขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสลงสถานีพร้อมพงศ์ แล้ววินโดชอปปิ้ง (Window Shopping)  ในห้างสรรพสินค้าดิอิมโพเรียม ( The Emporium) หรือไม่ก็ถ่ายรูปบริเวณน้ำพุหน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน (Siam Paragon) …..ไม่ว่าอะไรดัง......ดิฉันลุยทุกที่.....ไม่ซื้อก็ขอดู.....
  ยืนแอคชั่นแบกคริสปรีครีมแร่ขายโดยมีห้างแฮรรอดสีส้มอมน้ำตาลเป็นพื้นหลัง ........มีคนเดียวละค่ะในก๊วนที่ทำท่าแปลกๆอย่างนี้.....หัวหน้ากะเหรี่ยงเริ่มเพี้ยน......ท่าแปลกๆออกเมื่อไร......แสดงว่าสนุกเต็มที่............
โชเฟอร์มารับตรงเวลาที่บริเวณนัดหมาย .......ไกด์ชาวอังกฤษเมื่อส่งเราเข้าห้างแฮรรอดเรียบร้อยก็หมดหน้าที่เขาแล้วค่ะ......อ้าวตาเหลือบเห็น.....ป้าย Lebanese Restaurant ชาตินี้แปลกในความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นอาหาร หนังสือ เรื่องราวของชนชาตินี่ยังดำมืดในหัวสมอง ......คงต้องศึกษา.....
ถึงเวลารถออกกะเหรี่ยงยังไม่ครบ น้อง 2-3 คน ไปไกลกว่าแฮรรอดค่ะ ข่าวว่าไปสำรวจ Piccadilly Circus  แต่ข้อมูลนี้ไม่แน่ใจ ความรับผิดชอบ ทำให้หัวหน้าทัวร์อย่างดิฉันต้องลงไปยืนโชว์โฉม เพื่อน้องที่มาสมทบจะได้เห็นชัดๆ อยู่ไม่ติดค่ะ......เพียงไม่นานกลุ่มนักช๊อปชุดสุดท้ายก็มาถึง.......น้องติงลี่.....น้องนุ.....และ..???....ซื้ออะไรกันบ้างก็ไม่รู้  น้องแกไม่ค่อยช่างพูด......
พูดถึงน้องนุ พวกเรายกให้เป็นนายทะเบียนประจำก๊วน น้องเอิ้นถามว่า “ พี่ ครูบ้านนอกไปอังกฤษ กี่ตอนจบ ” น้องคงอยากผนวกเรื่องราวเข้าทำเนียบรุ่น......น้องเอ๋ย...พี่ก็ไม่รู้ว่ากี่ตอน........เพราะพี่เป็นมือสมัครเล่น ..ฮา...ฮา...เมล์ลูกยอมาเป็นชุด....จบตอน 13 บอกรอตอน 14 ……บ้างก็ว่าน่าเป็นนักเขียนนิยาย......(พูดจริงหรือพูดเล่นนะเนี่ย) .....บ้างก็อึ้ง...ทึ่ง....จำละเอียดอย่างนี้ได้ไง.....เสียวว่าใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไป.......วีรกรรมครูบ้านนอกมีกันถ้วนหน้า...............คนอย่างพี่ก็เลยบ้าเขียนตายห่ะ.....มันจะจบตอนที่เท่าไรวะเนี่ย.....พี่เองยังกังขา......หลายสิ่งหลายอย่างยังวนในสมอง Fitz Museum, Botanical Garden, Ely, New Market, Granchester, Greenwich, Lindsey, Certificate, Farewell Party, Tourist Information, Classroom และวีรกรรมนัสซือในการสาธิตระบำเปลื้องผ้า การขมักเขม้นลอกการบ้านของใครบางคนที่ดูไบ นี่ยังไม่นับการไปเยือนเมือง Oxford ของกะเหรี่ยงบางกลุ่ม…..…คนนอกก๊วนกะเหรี่ยงคงสงสัย.....มันไปเที่ยวหรือไปเรียนกันวะเนี่ย….เอาเป็นว่าขึ้นเครื่องบินเมื่อไหร่ก็จบตอนนั้นแหละน้อง.....ฮา....ฮา...กวนโอ้ยดีไหม..........



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จอมโจรเทวะ วันที่ : 15/03/2010 เวลา : 11.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kpkk

โห........

น่าไปช็อปนะคะ......

แต่ว่า....สะตังค์จะพอรึเปล่าเนี่ยสิ...




ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 15/03/2010 เวลา : 10.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ไม่เคยไปลอนดอนครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
bon09 วันที่ : 15/03/2010 เวลา : 08.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

ขอบคุณที่พาเที่ยวค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน