*/
  • Alian
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : fatty9bar@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-02-17
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 99990
  • จำนวนผู้โหวต : 39
  • ส่ง msg :
  • โหวต 39 คน
<< มีนาคม 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 28 มีนาคม 2553
Posted by Alian , ผู้อ่าน : 3448 , 14:58:34 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ไกด์ผมทองให้พวกเราถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน้าพระราชวัง Buckingham กันพอสมควรแก่เวลาแล้ว
ก็พาลัดเลาะผ่าน Green Park  ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่  ลองดูวีดีโอเปรียบเทียบดูนะ
ว่าเหมือนสวนลุมพินีหรือสวนจตุจักรบ้านเราหรือไม่




พอออกจาก Green Park ก็เดินเท้าต่อไปที่สนามกลางแจ้ง Horse Guard Parade ซึ่งจะใช้เป็นสนามแข่ง
วอลเล่ย์บอลชายหาด ในกีฬาโอลิมปิค 2012 อีก 2 ปีข้างหน้า


แผนที่เตรียมไว้ เมือ่สร้างเสร็จจะออกมาเป็นแบบนี้



จุดขายของเขา คือจะให้เห็น London Eye ด้วย เผื่อคนซื้อตั๋วดูไม่ได้ ก็จะต้องขึ้นกระเช้า London Eye ดู
มีแต่ได้กับได้เลยนะ เงินคงจะไหลเข้าประเทศอังกฤษเป็นว่าเล่น

ขอถ่ายรูปกับสถานที่จริง ในเดือนพฤษภาคม ปี 2009 ก่อน จะเห็นว่ากำลังสร้างที่นั่งสำหรับคนดู ที่เป็นสีแดงๆ
นั่นไง พอสร้างเสร็จเอาแผงสีฟ้ากั้น ก็เก็บเงินค่าเข้าชมได้แล้ว




ตอนนี้ก็ใช้เป็นที่ซ้อมของนักกีฬาประเทศอังกฤษไป ก่อน เพื่อให้ชินกับสถานที่แข่งขัน



เท่จะตาย มีทหารม้ามายืนอารักขาด้วย เวลาซ้อม




แล้วก็ผ่านคอกม้า และทหารม้าที่ยืนประจำการอยู่  กะเหรี่ยงทั้งหลายไม่รอช้า แย่ง scene กันถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ได้ยิน
เสียงกล้องแชะๆ ไม่ขาดสาย เราก็ได้มารูปนึงเป็นที่ระลึก 



จากตรงนี้นะ เดินไปก็จะผ่านที่ทำการของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งห้ามเข้าเด็ดขาด แล้วก็ผ่านรูปปั้นของ
 Robert Clive ซึ่งมีชื่อเสียงในการสร้างอินเดียให้เป็นอาณานิคมของอังกฤษ



แล้วก็มาเจอนี่ ทายซิคะว่าอะไร


ที่อนุสาวรีย์บอกไว้ชัดเจนว่าเป็น ผู้หญิงแห่งสงครามโลกครั้งที่ 2 คำเฉลยก็คือ เป็นอนุสาวรีย์ วีรชนสตรี
ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจปฏิบัติหน้าที่ในยุคนั้น โดยกระจายกันไปช่วยเหลือ
งานต่างๆ เช่นทำงานในโรงงานผลิตอาวุธ ในโรงพยาบาล งานฉุกเฉิน และทำงานในไร่นา ออกแบบ
โดย John W.Mill ซึ่งผ่านการคัด เลือกจากผู้เข้าแข่งขันออกแบบอนุสาวรีย์นี้ ซึ่งมีทั้งหมด 12 คน 
concept ของเขาได้มาจากการเห็นแม่ทำงานเพื่อช่วยเหลือบ้านเมืองในยุคนั้น    อนุสาวรีย์แสดง
เครื่องแบบของผู้หญิงที่ทำงานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รวม 17 ชุด และแขวนเสื้อผ้าไว้
เมื่อสงครามเสร็จสิ้น เก๋ไก๋ดีไม่เบา ไม่มีหน้าให้เห็น มีแต่ชุด งานนี้โดนวิจารณ์กันเละ ทั้งผู้ชายผู้หญิง
ผู้ชายวิจารณ์ว่าไม่เห็นความสำคัญของผู้ชายเลยหรือไง ถึงมีแต่อนุสาวรีย์ผู้หญิง โธ่..โธ่...
โธ่..โถ
ก็คุณอยู่ในแผ่นดินที่อิสตรีเป็นใหญ่นี่คะ Queen Elizabeth เสด็จมาทรงเปิดป้ายเองเชียวนะ  How important!
ส่วนผู้หญิงก็วิจารณ์ว่า ทำไมไม่ให้เกียรติปั้นหน้าตาและตัวคนด้วย เห็นชุดสำคัญกว่าหรือไง ก็ว่ากันไป


แล้วก็ผ่าน Big Ben ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศอังกฤษเลยก็ว่าได้


เลยไปอีกนิด ก็จะเป็น Westminster Abbey


ถ่ายรูปกับลักษณ์ Home mate คนละมุม


เที่ยงกว่าแล้ว ได้เวลาพักรับประทานอาหารกลางวัน ตอนเดินเที่ยวก็เพลิดเพลินเจริญใจดีอยู่หรอก แต่พอหยุดพัก
แล้วนี่ซิ ความวิตกกังวล หวาดหวั่นก็เข้ามาแทนที่ นี่เราจะอยู่ฉายเดี่ยวในลอนดอนจริงหรือ  เดี๋ยวจะต้อง
แยกจากเพื่อนแล้วนะ ถ้าหลงจะทำยังไง จะได้กลับไปเห็นหน้าแม่ หน้าลูกและญาติพี่น้องอีกไหม
(คิดฟุ้งซ่านด้วยความกลัว) รีบตัดสินใจเลยนะ เพราะพอออกจากนี่ เค้าก็จะไปเดินห้าง Harrods ซึ่งเป็นโปรแกรม
เที่ยวโปรแกรมสุดท้ายของวันนี้แล้ว  เราจะกล้าบ้าบิ่นไปคนเดียวหรือเปล่า บ้านที่จะไปพัก ก็เป็นเพียงบ้านพี่ชาย
ของรองผู้อำนวยการฝ่ายปกครองที่โรงเรียน ไม่เคยเห็นหน้าเจ้าของบ้านเลยด้วยซ้ำ ได้ยินแต่เสียงทางโทรศัพท์
ที่บอกเราว่าจากห้างแฮรอด ให้ข้ามถนนมาขึ้นรถสาย 74 ไปลง Baker Street underground แล้วต่อรถที่นั้น
ไปลงสถานี Willesden Green จะทำยังไงดี ความคิดมันวนเวียนละซ่อนอยู่ใต้สีหน้าเรียบเฉย



ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง Harrods



ห้างนี้เปิด ทำการมาตั้งแต่ปี 1834 โดย Charles Henry Harrod


เขาค้าขายแต่สินค้าที่มีคุณภาพดี จึงทำให้การค้าเจริญก้าวหน้า ดูรูปสมัยก่อนดีกว่า เห็นป้ายชื่อห้าง Harrod
ตัวใหญ่มั๊ยคะ ตอนนั้นยังไม่มีตัว s เลยค่ะ เพราะ Mr.Harrod เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว






เห็นมั๊ยล่ะว่า ถ้าคนเรารักษาคุณภาพในการทำงาน มีความซื่อสัตย์ กิจการอะไรก็แล้วแต่ มันต้องเจริญก้าวหน้าแน่นอน
แล้วก็มีผู้มาร่วมลงทุน ขยายร้านออกไป ปัจจุบัน ห้าง Harrods ถูกครอบครองและซื้อกิจการโดยมหาเศรษฐีชาว
อียิปต์
Mohamed al-Fayed ซึ่งเค้าบอกว่าต้องมาซ่อมแซมและดัดแปลงใหม่ให้สวยงาม เลิศหรู อลังการ ไม่ให้เป็นเพียง
ห้างสรรพสินค้าเท่านั้น แต่ต้องเป็นที่แสดงศิลป
ไปในตัว  แล้วก็ต้องเป็นศิลปของประเทศของเขาด้วย นี่ถ้า
คนไทยมา take over คงจะมีวัดพระแก้วมาโชว์แน่ ไม่รวยมั่งก็แล้วไป



ก่อนจะเข้าห้าง Harrods ผู้ประสานงานได้แจ้งพวกเราให้เตรียมตัวเป็นอย่างดี ห้ามใส่กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ
ห้ามถ่ายรูป ห้ามเอาเป้สะพายหลัง ต้องเอามาถือไว้ที่มือ หนักจะตาย เพราะเราเอากล้องวีดีโอ และขวดน้ำ
มาด้วย
ถึงจะเป็นห้างดัง มีผู้คนจากทุกมุมโลกมาซื้อสินค้า แต่ห้างนี้ก็ยังคงถือวัฒนธรรมอังกฤษ คือ
ในวันอาทิตย์ ปิด 6 โมงเย็น วันธรรมดา ปิด 2 ทุ่ม ไม่เหมือนบ้านเราเนอะ เปิดถึง 5 ทุ่ม เพราะคนแห่กัน
ไปรับแอรฺ์เย็นฉ่ำในห้าง และยังได้ดูผู้คนมากหน้าหลายตา เด็กวัยรุ่นก็หายเหงา เพราะถ้าอยู่บ้าน
พ่อแม่ก็ไม่อยู่ ไปทำงาน เป็นซะยังงี้แหละ


โดยส่วนตัวแล้ว ไม่คิดจะมาใช้เงินเล็กน้อยของเราให้ไปเป็นเศษส่วนขี้ปะติ๋วในความร่ำรวยของ Mr.
Al-Fayed เลย
 แต่อยากเข้ามาดูความหรูหรา การ display สินค้า เพราะได้ยินคำร่ำลือว่า ในห้างนี้มีสินค้าทุกอย่างให้จับจ่าย
ใช้สอย และที่สำคัญอยากดูราคาด้วย And the most important of all, อยากดูห้องน้ำที่เขาบอกว่าต้องเสีย
ค่าเข้า 1 ปอนด์ (63 บาท) ต่อ 1 ครั้ง มา...ไปเดินกัน

ดูผลิตภัณฑ์พวกไข่ไก่ สังเกตที่ป้ายใหญ่สีเขียว  Harrods-HenCamจะบอกว่าสามารถดูภาพสดๆ
ของการเลี้ยงไก่ที่ฟาร์ม สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคเป็นอย่างมาก





คงจะอยากกินลูกกวาด ลูกอมกันแล้วล่ะซิ เผื่อจะซื้อได้บ้าง มาซื้อกัน แค่ 2 ปอนด์ 75 เพ็นซ์เอง
คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 160 กว่าบาท ต่อ 1 อัน ค่าทำให้ฟันผุ



เอ้า..ไหนบอกของดองไม่ดีต่อสุขภาพไง แล้วมาวางขายในห้างอย่างเป็นล่ำเป็นสันอย่างนี้ได้ไงเนี่ย



 อาหารพวกเนื้อสัตว์ จัดโชว์ไว้ยังกับงานศิลป์ จริงตามคำของ Mr.Al Fayed ที่ว่าคนมาเดินห้างนี้ จะได้
เพลิดเพลินกับการชมศิลปที่สวยงามไปด้วย


นี่ก็อาหารปลา มีหอยนางรมด้วย และมีปลากระป๋องจัดเรียงไว้ ไม่มีกลิ่นเหม็นคาวเลย ไม่รู้ทำได้ไง


ตรงนี้ชอบมาก ห้องขายชา กาแฟจากทุกมุมโลก ดูตู้ดูชั้นที่เค้าจัดวางแล้วมันเพลินดีจัง




เครื่องสำอางแบรนด์ดัง ประดับด้วยแจกันดอกไม้ใหญ่ แล้วดูบนเพดานซิ ให้ความ
รู้สึกว่าเป็นผู้หญิงจริง..จิ๊ง

The Egyptian escalator   เค้าเรียกบันไดเลื่อนเค้าว่าอย่างนี้แหละ ใครจะทำไม มีป้ายแสดงชั้นต่างๆ อย่างชัดเจน


ลองแหงนขึ้นไปดูบนเพดานซิคะ ประเทศพัฒนาแล้วนี่เค้าวัดกันที่ศิลปะและสุนทรียภาพทางอารมณ์นี่เอง




นี่เป็นบันไดเลื่อนชั้น Ground Floor มีรูปปั้น Sphinx สีทองตั้งตระหง่าน
ต้อนรับผู้คนอยู่



ทางด้านซ้าย จะมี altar เป็นที่ระลึกถึงเจ้าหญิงไดอาน่าและ Dodi ลูกชายเจ้าของห้าง สร้างไว้เหมือนตอกย้ำ
ให้ชาวโลก ได้รับรู้ถึงความอยุติธรรมที่เค้าได้รับ ขนาดมหาเศรษฐียังต้องยอมจำนนต่ออำนาจเลย

ดูการแกะสลักที่สวยงาม คุ้มไหมล่ะ กับการได้เข้ามาเดินในห้างนี้
ซักครั้งหนึ่งในชีวิต



คุณคิดว่าห้างนี้มีของที่คนต้องการครบจริงหรือ  มาดูห้องนี้ก็แล้วกัน ของเล่นของเศรษฐี พวกเศษซากฟอสซิล
หิน แร่ธาตุต่างๆก็มีวางขายค่ะ



 นี่เป็นทางเข้าไปดูเสื้อผ้าผู้ชาย แบรนด์ดังๆ
  เสาต้นใหญ่สีทอง อลังการดีไหม
เหมือนไปเดินในวังของเจ้าชายอียิปต์


ไปดูของโปรดของคุณผู้หญิงกัน  น้ำหอม  การจัดโชว์ display ดูมีรสนิยมจริงๆ


แล้วก็มาถึงที่สุดท้ายที่อยากจะดู คือ ห้องน้ำ ที่ลือกันว่าต้องเสียค่าเข้าถึง 1 ปอนด์    ห้องน้ำสีทอง เลิศหรู 
คุณเอ๊ย ไม่มีกลิ่นที่น่ารังเกียจเลย มีแต่กลิ่นหอมอ่อนๆ
อยากจะอยู่ในนี้นานๆ ถ้าทำได้ รูปนี้ขอยืมเค้ามานะคะ
เจ้าของรูปโพสต์ชื่อไว้ด้วย







น้ำหอมตรงนี้น่ะ เชิญคุณใช้ตามสบายนะคะ จริงๆ แล้วไม่เห็นมีคนมาคอยเก็บเงินค่าเข้าเลย
แต่เค้าจะมีกล่องสำหรับบริจาค แล้วแต่จะให้ ก็ไม่โหดเท่าไหร่นี่
ต้องแก้ข่าวซะแล้ว แต่ที่ไม่
ประทับใจเลย คือ พอเค้ามองเห็นคนเอเชียเข้าไปในสภาพแบบพวกเรา รปภ.จะจับตาดูเป็นพิเศษ
 แล้วเชื่อขนมกินได้เลยว่าต้องมีพวกนอกเครื่องแบบแน่นอน แหม คนไทยระดับที่มาเที่ยวที่นี่ได้
ก็เป็นอีกระดับหนึ่งแล้ว คงไม่ทำเสียชื่อเสียงประเทศเป็นแน่




เหลือบดูนาฬิกาข้อมือ บ่ายสองโมง คงต้องไปแล้วล่ะ เดี๋ยวมืดค่ำ เผื่อหลงทางอีก งานนี้ถ้าพลาด
ประการใด จะขอพึ่งตำรวจประเทศอังกฤษซะที แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราเอาตัวรอดได้ทุกครั้ง
 หวังเอากรรมดีที่เราทำไว้เป็นที่พึ่ง คงไม่มีอันตรายอะไรหรอก เคยสังเกตกรรมหรือการกระทำที่
เราทำไหม เราสังเกตประจำ
 เราทำอะไรไว้มันจะได้ผลตอบแทนเดี๋ยวนั้น เช่น คืนโทรศัพท์มือถือที่เราเก็บได้ในห้องน้ำโรงพยาบาล
 พออีก 2-3 เดือนต่อมา เราลืมกระเป๋าเงินไว้ ก็มีคนเก็บมาคืน
หรือเรื่องไม่ดี
อย่างนินทาใครอยู่ คนนั้นจะมายืนข้างหลังเราในทันที เราคงไม่มีกรรมหนักอะไร ถึงกับต้องชดใช้
ด้วยชีวิตหรอกนะ ชั่งใจดูแล้ว ไปดีกว่า อยากไปเมือง ฺBath มาก เพราะคงไม่ได้มาอังกฤษอีกแล้ว
เป็นช่วงเวลาที่ไม่สามารถหวนกลับคืนมาได้  โอเค ตัดสินใจแล้ว ก้าวขาออกจากห้าง Harrods เมื่อไหร่
ก็จะเปิดบันทึกของการผจญภัยในต่างแดนอีกหน้าหนึ่งทันที


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน