*/
  • Alian
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : fatty9bar@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-02-17
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 99988
  • จำนวนผู้โหวต : 39
  • ส่ง msg :
  • โหวต 39 คน
<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม 2553
Posted by Alian , ผู้อ่าน : 3068 , 08:33:02 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Alian โหวตเรื่องนี้



ต้องขอโทษด้วยที่โพสต์เรื่องของพี่แจ๋วช้า จดหมายฉบับนี้เป็นฉบับที่ 24 ที่พี่แจ๋วส่งมาให้พรรคพวกอ่านระลึกถึงความหลังกัน พี่แจ๋วเป็นคนที่เขียนในแบบพรรณาโวหารเก่งจริงๆ บรรยายเรื่องราวต่างๆ ออกมาให้ผู้อ่านเห็นภาพได้ชัดเจน มีรายละเอียด แม้ไม่มีภาพประกอบก็ได้อรรถรสค่ะ และขอแสดงความยินดีที่พี่แจ๋วของเราได้รับคัดเลือกเป็น Master Teacher วิชาภาษาอังกฤษด้วยนะคะ (Master Teacher คือครูที่ได้รับคัดเลือกจากสถาบันภาษาอังกฤษ ด้วยการสอบครูภาษาอังกฤษทั่วประเทศ จำนวน 22,883 คน และได้ครูที่ทำคะแนนสูงสุดเพียง 1,749 คน พี่แจ๋วเป็น 1 ใน 1,749 คนนั้น) มาอ่านเรื่องของพี่แจ๋วกันดีกว่า....


เรื่องจากพี่แจ๋ว
วันนี้วกมาเก็บตกในตัวเมืองเคมบริดจ์ให้หมดเรื่องเล่าที่ยังอยู่ในความทรงจำดีกว่านะคะ......ทำตามน้องๆขอร้อง......”.เค้นความทรงจำออกมาให้หมดนะพี่”......
เคมบริดจ์เป็นเมืองเล็ก ถนนเล็กมากมาย เราเดินไปมาเดี๋ยวก็คุ้นตาค่ะ แต่ดิฉันไม่เคยจำ เพราะเดินตามน้องๆเท่านั้น.....ถ้าเดินคนเดียว หรือขึ้นรถเมล์คนเดียวคงจำ......สมองคงสั่งให้ต้องจำ.........เพราะมนุษย์มีสัญชาตญานการเอาตัวรอด (Survival)….. ไปกับน้องๆไม่ต้องกังวลอะไร มีคนนำทาง ดูแลช่วยเหลือ เราทำหน้าที่อย่างเดียวศึกษาข้อมูลที่ไป กิจกรรมที่ต้องทำ ไปอย่างไร ขึ้นลงตรงไหน น้องๆสอดส่ายสายตาหา.....
สวนสาธารณะใจกลางเมืองที่เราคุ้นตามี  2 แห่ง คือ Green Park และ Parker Piece ในส่วน Green Park ติดบริเวณศูนย์ขนส่งรถบัส ดอกไม้ในสนามที่นี้สวยมากๆๆๆๆๆ ในสัปดาห์แรกที่ไปเยือน.........ดอกบูลเบลม่วงคราม ทิวลิปสีชมพูลายขาว ทิวลิปขาว ไม้ดอกสีเหลืองแก่ เหลืองอ่อน ไม้ดอกดกสีขาว ทั้งหมดปลูกในพื้นที่วงกลมหลายวง อย่าเพิ่งเบื่อว่าดิฉันพูดซ้ำซากเรื่องดอกไม้.........ความพิเศษของที่นี่คือ............สีของมวลดอกไม้ทั้งหมดเป็นเฉดสีพาสเทล (Pastel) .....สีที่ผสมสีขาว........ สีของดอกไม้จึงนวลละมุนตาก่อให้เกิดอารมณ์ละเมียดละไมจริงๆ ท่ามกลางผืนหญ้าเรียบสีเขียวเข้ม แนวต้นไม้สูงเป็นฉากหลัง เก้าอี้ไม้สีธรรมชาติให้นั่งผ่อนอารมณ์เช่นเคย ดิฉัน น้องนาวีและน้องปุ๊ย เราสามคนไม่รอช้า.....สวยแข่งดอกไม้....ทำอย่างไงได้ภาพสามพี่น้องละค่ะ..........กลุ่มวัยรุ่นเดินผ่านมา.....ขอความอนุเคราะห์....พวกนี้ชอบอยู่แล้วค่ะ.......เมืองนี้เป็นเมืองนักศึกษา เรื่องอย่างนี้ไม่แปลก
    Parker Piece สวนสาธารณะอีกแห่งหนึ่งที่คั่นกลางระหว่าง Cambridge ESOL และ  The Grafton  แหมความรู้เพิ่งเฉลย .....ก็มัวดูแต่ที่เที่ยว ไม่เคยมองแหล่งชอปปิ้ง.....วันที่ไปกับน้องสุมาลีเดินขาแทบลาก....ที่นี่ผู้คนพักผ่อนกลางสนามหญ้ามากมาย นักเรียนบางกลุ่มฝึกกีฬาคริ๊กเกต.(Cricket)....มุมสนามที่ติดถนนเริ่มมีเศษขยะเกลื่อน........ความเจริญเข้ามา........ความเสื่อมของอารยธรรมก็คืบคลาน.......ประเทศอังกฤษไม่สะอาดทุกที่หรอกค่ะ....บางที่.......บางแห่ง........บางสิ่ง....ก็เหมือนเมืองใหญ่ไม่มีข้อยกเว้น............เพียงแต่ “ครูบ้านนอกไปอังกฤษ” บอกแง่คิด มุมมองของครูบ้านนนอกคนหนึ่ง บนพื้นฐานของสิ่งที่ได้พบเห็นตลอด 1 เดือน เท่านั้นเอง ......ไปอีกครั้ง........กับเพื่อนกลุ่มใหม่.......เวลาใหม่......วัยวุฒิใหม่....สถานะภาพใหม่......(นักเรียนหรือนักเที่ยว....ฮา..ฮา..) มุมมองก็เปลี่ยน.....เรื่องอย่างนี้...ธรรมดาค่ะ.....นี่ละค่ะ...ประสบการณ์....คุ้มค่าในการมีชีวิตค่ะ....
    สวนสาธารณะใกล้บ้านก็ไปยลมาค่ะ ชวนน้องสุมาลีไปพิสูจน์ สวนสาธารณะใกล้ Misslenton Court ในเคมบริดจ์เหมาะเป็นที่เดินเล่นยามเย็น ต้นไม่ใหญ่ๆอายุยืนนาน ต้นสนยักษ์เป็นดงตั้งตระหง่านกลางสนามหญ้าเขียว มองไกลๆเหมือนในภาพยนต์แฟนตาซี มีเส้นทางวิ่งพาดผ่านกลางสวน ดิฉันชอบต้นไม้ที่มันผ่านร้อนผ่านหนาวมาเนิ่นนาน มองดูให้อารมณ์ ดิฉันมาสองครั้ง ครั้งแรกไปไม่สุดสวนเพราะไม่กล้า ครั้งที่สองมากันสี่คน เลยพิสูจน์หายสงสัย ทางเดินหายไปลับแนวรั้วไม้ ด้านนอกค่ะ.....ใช้แนวไม้บดบัง....ไม้กลางสวนก็ออกดอกงดงาม...ถ่ายรูปกันเพลิน.....ด้านหน้าตรงประตูทางเข้า....ท่อนไม้แกะสลักรูปคนขนาดใหญ่สูงตระหว่าน ความเก่าของเนื้อไม้ และต้นไม้ที่ปกคลุมบอกระยะเวลาอันยาวนาน..........น้องบอกดูน่ากลัว.......เพราะมันถูกละเลยไม่เอาใจใส่เท่าที่ควร ถ้าบ้านอยู่ใกล้ๆแถวนี้คงมาเดินเล่นทุกวัน มันกว้าง เงียบ เขียว เป็นธรรมชาติ.....Back to basic ค่ะ 
    ในระยะแรกของการเยือนอังกฤษ ดิฉันอยากชมเมืองเคมบริดจ์โดยภาพรวม.....ทำอย่างไรละค่ะ....ไม่ยาก.....รถเมล์ซิ.......ขึ้นตรงไหน....นั่งไปสุดทาง......นั่งย้อนกลับมาที่เดิม.......แค่คนละฝั่งถนนเท่านั้นเอง....หลังเลิกเรียนมีเวลาเหลือเฟือ........เจ้าของบ้านว่าขึ้นรถเมล์สุดสายจะเห็นกังหัน (Wind Mill) แบบในเนเทอร์แลนด์....ไปซิคะ...นั่งชั้นบนรถเมล์สองชั้น.....ชั้นสองเป็นของเรา 4 คน ....ถ่ายรูปหน้าตารถเมล์อังกฤษสบายเลย.....ไม่ทำท่าบ้านนอกให้ใครเห็น....นอกจากบ้านนอกด้วยกัน...ฮา..ฮา.......รถพาลัดเลาะขอบชานเมือง....ถนนเล็กๆ...อ้อมไปตามทุ่งเร๊บซีด( Rapeseed Field) แต่มันยังเขียวไม่ออกดอก.....โน่นกังหันลมตั้งตระหง่านบนเนิน....ถ้าเป็นกลางวัน คงชวนลงกลางทางลุย.....พิสูจน์กังหันลม.....แต่ตอนนี้เย็นมา.......เส้นทางไกลบ้านคน.......ไม่อยากเสี่ยง......สุดสายรถเมล์ที่ห้างเทสโกโลตัส ห้างสัญชาติอังกฤษที่กินพื้นที่ไปทั่วโลก ....ไม่เว้นแม้ไทย.....โชห่วยประท้วงกันพรึบ....ไม่เว้นบ้านเกิดดิฉัน.....จะต้านไหวหรือไม่....คนไทยซื้อเพียบ....ถูกตอนนี้.....วันข้างหน้าแพง.......ขึ้นราคาเท่าไรก็ต้องซื้อ.........แต่คงมีห้างดังอื่นโผล่มาลดกระหน่ำแข่งแน่....อยู่รอดูกันไหม...ฮา...ฮา... อีกซัก 50 ปีข้างหน้า....
ในตัวเมือง ร้านค้าที่ดังๆ เช่น Boots, Body Shop, Guess, Esprit, Mark and Spencer, Luis ดิฉันกับปุ๊ยชวนชี้ ชวนชม รสนิยมพอกัน.... แวะเวียนกระเป๋า เสื้อผ้า ถูกตาถูกใจ.....รสนิยมสูง....แต่รายได้ต่ำ....เลยได้แต่มอง.... Window Shopping……ของราคาถูกยี่ห้อดีๆก็มี เช่น ครีมอาบน้ำ สบู่ ครีมทาผิว ผลิตภัณฑ์ประเภทสปาซึ่งเป็นของโปรดปรานทั้งนั้น.....แต่น้ำหนักที่ต้องแบกขึ้นเครื่องทำให้ดูเฉยๆซื้อไม่ได้....ขี้เกียจกังวลเรื่องค่าปรับที่สนามบิน......
    ร้านค้าที่เรียกว่า One Pound Shop เราก็เขาไปสำรวจค่ะ ทุกอย่างในร้านราคาเพียง 1 ปอนด์ (52 บาท) ประเภทสินค้าทั่วๆไป  ดิฉันได้สติกเกอร์รูปร่างหน้าตาแปลกกว่าเมืองไทยมาฝากนักเรียน....น้ำหนักเบา ราคาถูก.....ที่นี่เองพบว่ามาอังกฤษ ข้าวของเครื่องใช้ไม่ต้องขน อาบน้ำสระผมไม่ต้องขนมาให้หนัก....ร้านนี้ถูกกว่าเมืองไทย.....กันเนื้อที่กระเป๋าเอาไว้ซื้อของถูกที่นี่แต่แพงที่เมืองไทย.....เคล็ดลับนี้ของฝากนักช๊อป.....
    บางวันลุยไปร้านขายเครื่องกีฬาอยู่ชั้นสองใน Grand Arcade แฟนบอลทีมชาติอังกฤษ เช่น แมนเชสเตอร์ ลิเวอร์พูล ......คงได้ของฝากเพียบ.....เสื้อยืด กางเกง ผ้าพันคอ ถุงเท้า แก้วน้ำ พวงกุญแจ พรมเช็ดเท้า ฯ .....เนื้อผ้าไม่ดีเท่าไร....ขายยี่ห้อ.....นาวี และปุ๊ยเลือกซื้อฝากเพื่อน....ดิฉันเลือกชม.....
คนไทยไปไหนต้องหาร้านอาหารไทย กะเหรี่ยงก๊วนนี้ก็เช่นกัน คนที่ยกธงนำหน้าคือน้องนาวี หนุ่มลาวไปนอก (น้องเขาตั้งชื่อนี้ให้ตัวเองนะค่ะ...แต่ก็ตั้งได้เหมาะสมจริงๆ     เพราะอาหารโปรดของหนุ่มระยองคนนี้คือ ปลาร้า.....แม้ว่าเจ้าของบ้านที่เขาพำนักจะเลี้ยงอาหารเช้า-เย็น และ Bell มีคูปองอาหารว่าง อาหารกลางวัน แต่เหล่าหนุ่ม 2 คนคือน้องนุ และน้องนาวีก็พิศมัยกับการฝากท้องนอกบ้านมากกว่า เธอว่าถูกปากถูกตากว่ากันเยอะ .....ถูกปากนะอาหาร ถูกตาสำหรับชายหนุ่มคืออะไรคงนึกออก......นึกภาพน้องนาวีชี้ชวนมองวัยรุ่นหญิงชายดูดี๋กลางสวนสาธารณะ.....แหมน้องพากย์มันหยด....ส่วนน้องนุก็ว่าสาวฝรั่งเศสน่ารัก......เสียดายไม่เห็น........
ในบางวันหลังเลิกเรียน พวกเราก็ไปเดินสำรวจเมืองเคมบริดจ์เก็บตก   .เดินผ่านนาฬิกาที่ทำเป็นตัวตั๊กแตนสีทองขนาดใหญ่ มันก้าวเดินบนลานนาฬิกา หนึ่งก้าวคือหนึ่งวินาที....แต่ไม่ตรงเวลาหรอกค่ะ....แค่ไอเดียเก๋ไก๋........
ดิฉันบอกน้องว่ายังหาภาพของ King’s College Chapel ตามภาพไฮไลท์ในเว็บไซด์ไม่ได้ ภาพนั้นสวยมาก ดูเหมือนมีแม่น้ำด้านหน้า ....คิดไว้ว่าจะเสนอหน้าประดับวิว........แล้วเราก็เดินตามหาจนเจอ.....
    เราย้อนกลับไปชมความงามของ The Backs บริเวณด้านหลังมหาวิทยาลัยอีกครั้ง...เก็บตก...เดินผ่านทางเล็กเข้า Trinity College เมื่อครั้งไกด์พามา ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำเคมที่วิวทัศน์แสนโรแมนติด วันนี้คนไม่พลุกพล่าน เพราะเป็นวันธรรมดา สามพี่น้องเลยถ่ายรูป 360 องศา ชื่นชมความงามของ The Backs เต็มตา เต็มใจ  .......พื้นปูนเรียบของสะพานมีไว้ให้คนเดินสะดวก.....แต่แนวทั้งสองด้านของพื้นปูนกลับกลายเป็นก้อนกรวดทรงกลม ทรงรีขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กฝังบนพื้นปูน.....หินทรงกลมเก่าขนาดใหญ่บนราวสะพานที่วางเป็นระยะๆ ......ไม่ทำให้ใหม่...เก่าอย่างไงเก่าอย่างนั้น.......แต่สะอาด......ทำให้ภาพสวยแปลก...... ความละเอียดของงานศิลปแทรกตัวเป็นยาดำในทุกที่ในอังกฤษ..........สัมผัสเต็มๆกับเคมบริดจ์เมืองที่ผ่านห้วงเวลาอันยาวนาน ........ ด้านหลังเป็นภาพมวลหมู่ของวิทยาลัยอันเก่าแก่ อากาศยามเย็นเวลานี้ ...แดดผีตากผ้าอ้อม.....แสงแดดอ่อนงามละมุนตา....เฮ้อ.........อยากพาตนเองไปอยู่ห้วงเวลานั้นอีกครั้ง...........
เราเดินตรงตามแนวต้นไม้ใหญ่สู่ถนนเส้นหลัง ระหว่างทางสวนของวิทยาลัย Claire College บริเวณทางเข้าเป็นไม้ทรงสูงขนาดใหญ่มาก ตัดเป็นรูปคล้ายโบว์ลิ่งสองด้าน เหลือเห็นด้านในเพียงเล็กน้อย.......แหมภาพอย่างนี้........เหมือนความลับ.........เข้ากั้นไว้เหมือนเป็นพื้นที่ส่วนตัว  เวลาไม่เอื้ออำนวย ไม่งั้นคงชวนน้องลุย.....
    เราเดินเลี้ยวซ้าย.....แล้วภาพมุมไกลข้ามฝั่งน้ำของ King’s College Chapel ก็อวดโฉม.......ใช่เลย....ใช่เลย.....ภาพไฮไลท์ในเว็บ.....ภาพเต็มรูปแบบ มุมมองผ่านแม่น้ำเคม ด้านหน้าภาพเป็นทุ่งหญ้าดอกขาว แต่เสียดายพื้นที่ตั้งกล้องมันรกไปด้วยวัชพืช ถึงอย่างนั้น.....เราสามคนก็ได้ภาพเดี่ยวด้านหลังเป็นKing’s College ในมุมกว้าง ผ่านโฟร์กราวด์ (foreground)ที่เป็นดอกหญ้าขาว สนามหญ้าลายทางเขียว (ตัดหญ้าให้ความสูงไม่เสมอ ภาพสนามจึงเป็นลายเขียวขาว) นักเรียนทุนรุ่นเก๋าเมืองสยามยืนยิ้มสง่าอยู่ด้านหน้าสุดของภาพ.....ฮา...ฮา......ภาพนี้ต้องขยาย....ยิ้มสยาม.....ตามหาจนเจอ.....
    เราเดินผ่านเห็นประตูโค้งด้านหลังของวิทยาลัย ตอนแรกคิดเดินผ่านเข้าไป เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต เพราะวันนี้นักศึกษาสอบ ......งั้นถ่ายรูปกับป้าย King’s College กับโลโกเหนือประตูเหล็กสีดำก็แล้วกัน
    เดินเลาะด้านหลังของหมู่วิทยาลัย ( The Backs) อีกฝั่งถนนเป็นวิทยาลัยเช่นกัน แต่เราไม่เคยมา.....เพียงแค่นี้โปรแกรมเที่ยวก็อัดแน่นจนรัฐบาลสงสัย....กะเหรี่ยงชุดนี้เที่ยว หรือเรียน หรือช๊อปปิ้ง
    เดินชมบ้านเมืองมาเรื่อย บ้านเรือนที่ก่ออิฐสีส้มนี่สวยนะคะ.....บ้านเราก่ออิฐแล้วฉาบปูน....แต่ที่นี่อิฐสีส้มดูแข็งแรงกว่า ก่อเป็นอาคารโดยไม่ฉาบปูน เห็นลายแนวการเรียงอิฐสวย แถมเล่นเป็นทรงเรขาคณิตในส่วนหลังคา.....จับตาจับใจ...บ้านที่ก่ออิฐไม่ฉาบปูนบางบ้านเก่า เพราะสีมันซีดเหลือง แต่มันก็สวยแบบเก่าๆค่ะ….เพราะงานก่อปูนสุดแสนจะเนี๊ยบ.....ใครนะตั้งชื่อ....ละเอียด...เนี๊ยบหมือนผู้ดีอังกฤษ.....จริงเลยละค่ะ.....
    เราเดินทางถึงสะพานข้ามแม่น้ำอีกแห่งหนึ่งเพื่อกลับเขาเมือง ที่นี่เป็นท่าจอดเรือที่ใช้ในการล่องเรือ (Punting) เราเดินลงไปที่ท่าเรือ สำรวจบริเวณนั้น ร้านเครื่องดื่มริมน้ำ ผู้คนอุดหนุนหนาตา เรื่อง Punting นี้ขอเล่าทีหลัง.....เพราะเจ้าแม่ตัวจริงเสียงจริงเกิดขึ้นอีกราย.....ขาใหญ่ค่ะคนนี้....
บริเวณนี้ติดต่อสวนสาธารณะใหญ่อีกแห่งหนึ่ง เราเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ริมน้ำยามเย็น ระดับน้ำที่ไม่เท่ากันของทางกั้นน้ำ ทำให้เกิดน้ำตกเล็กๆ เด็กน้อยสองคนหนุงหนิงเล่นกันเพลินบริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ชายน้ำ.......ภาพนี้มองแล้วให้ชีวิตชีวาค่ะ คำศัพท์อินโนเซ็นท์ (Innocent) เหมาะกับสิ่งที่เห็นจริงๆ
    ผ่านสะพาน Mathematical Bridge แต่ไม่กล้าลงไปดูใกล้ๆ ต้องผ่านลานจอดรถ เรื่องการผ่านสถานที่ๆไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวในต่างแดนมีประสบการณ์สอนค่ะ เมื่อครั้งเป็นนักเรียนทุน SEAMEO ที่สิงค์โปร์สองเดือน เยือนต่างแดนครั้งแรก ปรับตัวยังไม่ได้ อาการไม่ค่อยดี เลยออกมาวิ่งคนเดียวไปตามถนนในตอนเย็น ลัดเลาะเข้าในโรงเรียนมัธยม ผ่านบอร์ดอาคารเรียนสวยแวะเข้าไปดูในอาคาร เผื่อนำไอเดียกลับมาเมืองไทย วันรุ่งขึ้นมาเล่าให้เพื่อนชาวสิงค์โปร์ เจ้าถิ่นตกใจ......ไม่ได้ค่ะ....ไปวิ่งในโรงเรียนหลังเลิกเรียนไม่ได้.....ก็ประตูใหญ่เปิดอยู่...คงกลัวไปวางระเบิดมั๊ง.....
แต่ที่บ้านนอกของดิฉัน ตอนเย็นสนามกีฬาของโรงเรียนเปิดบริการให้นักเรียนได้ฝึกซ้อมร่วมกับชุมชน ในบริเวณโรงเรียนมีบ้านพักครู.....คนเล่นกีฬาส่วนใหญ่เป็นนักเรียนกับรุ่นพี่ในชุมชน .....ท้องฟ้าปิด...สนามก็ปิดโดยปริยาย ใครอยากเล่นนานๆไม่เสียอารมณ์ต้องไปสนามหน้าอำเภอ .....ช่องว่างของเรากับชุมชนจึงไม่มี.......ไม่มีเหตุจูงใจในการก่อการร้าย.....โรงเรียนเราชุมชนเป็นรั้ว.....ชาวบ้านเป็นยามค่ะ.....คุยซะหน่อย.....โรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร.....ล่อซะเต็มยศ......ฮึ...ดีนะที่ยังไม่บอกรหัสไปรษณีย์.....ฮา...ฮา...


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน