• Enlightened
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pipatmonkong@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2018-01-07
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 4298
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
One man one world
The secret of the secret
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Enlightened
วันอาทิตย์ ที่ 22 กันยายน 2562
Posted by Enlightened , ผู้อ่าน : 274 , 13:07:24 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ควอนตัมมีสองระดับคือ ระดับของสิ่งมีชีวิตกับระดับของสิ่งไม่มีชีวิตแต่มีชีวิต
ควอนตัมในระดับของสิ่งไม่มีชีวิตแต่มีชีวิตได้แก่ อิฐหินดินทรายเหล็กก๊าซแสงอากาศน้ำแร่ธาตุและอื่นๆอีกมากมาย
ควอนตัมในระดับของสิ่งมีชีวิตได้แก่ มนุษย์สัตว์พืชแบคทีเรียเป็นต้น
ควอนตัมในทางฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์หมายถึง ความน่าจะเป็นระหว่างสองสิ่งที่อยู่ในสิ่งเดียวกัน
ควอนตัมในทางคณิตศาสตร์หมายถึง ความน่าจะเป็นระหว่างเลขคณิตมูลฐานบวกลบคูณหาร
จะเห็นได้ว่าความน่าจะเป็นในทางคณิตศาสตร์จะมีความน่าจะเป็นที่มากขึ้นและลึกขึ้นกว่าความน่าจะเป็นในทางฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์ดังนั้นถ้าหากฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์คือ ทางเข้าสู่การทำงานของระบบควอนตัม คณิตศาสตร์ก็คือ ทางออกของระบบควอนตัม

ควอนตัมหมายถึง ความเป็นคู่ที่ใช่และไม่ใช่ความเป็นคู่ที่อยู่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันสิ่งเดียวกันที่ใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันและเวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกันในทางวิทยาศาสตร์และฟิสิกส์เรียกว่ามิติ/มิติคู่ขนาน/โลกคู่ขนาน+ 1 มิติของช่องว่างและเวลาซึ่งภายในความใช่และไม่ใช่ที่เป็นสมการหลักในการทำงานแล้วยังมีสมการย่อยที่เป็นผุ้ช่วยที่ช่วยสนับสนุนการทำงานให้เกิดความชัดเจนของสถานะและสภาวะต่างๆมากขึ้นไปอีกสี่สมการคือใช่คือใช่ ไม่ใช่คือไม่ใช่ ไม่ใช่คือใช่และใช่คือไม่ใช่ สมการทั้งหมดสามารถนำไปใช้ได้กับทุกสิ่งทุกอย่างตั่งแต่ระดับที่เล็กมากๆที่เกิดขึ้นรอบตัวเราไปจนถึงระดับจักรวาล

ระบบควอนตัมคือ ระบบที่มีการทำงานเป็นคู่และไม่เป็นคู่อยู่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันและมีการทำงานในทิศทางเดียวกันและไม่ได้ทำงานในทิศทางเดียวกัน(ทิศทางตรงกันข้ามกัน) ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน ซึ่งความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้การทำงานเป็นคู่และไม่เป็นคู่และการทำงานในทิศทางเดียวกันและไม่ได้ทำงานในทิศทางเดียวกัน(ทิศทางตรงกันข้ามกัน) ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันจะมีความหมายแยกออกเป็นสองสถานะและสองสภาวะในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันคือ สถานะและสภาวะของความเป็นคู่กับสถานะและสภาวะของความไม่เป็นคู่ และภายในของทั้งสองสถานะและสองสภาวะก็ยังมีอีกสองสถานะและสองสภาวะที่ซ่อนอยู่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน ซึ่งนักฟิสิกส์ได้ทำการทดลองทางความคิดให้เราได้เห็นถึงการสปินขึ้นลงของสถานะควอนตัมและการทดลองทางความคิดที่เกี่ยวกับแมวที่อยู่ในสภาวะกึ่งเป็นกึ่งตายของชโรดิงเจอร์ แต่การทดลองทั้งสองตัวอย่างเป็นเพียงข้อพิสูจน์ให้เราเห็นถึงสถานะและสภาวะของควอนตัมเพียงด้านเดียวคือ ด้านของความคิดเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่นักฟิสิกส์ได้ทำการทดลองจึงเป็นเพียงการทดลองที่แสดงให้เห็นถึงสถานะและสภาวะที่อยู่ภายในความคิด/ภายในมิติเดียวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงควอนตัมยังมีมิติคู่ขนาดที่เป็นความใช่และไม่ใช่ของความคิดที่อยู่ภายในมิติเดียวกันอีกคือ ความรู้สึกซึ่งมิติทางด้านความรู้สึกนั้นจะเป็นมิติที่มีความละเอียดและมีความลึกที่มีค่าเป็นอนันต์ในทุกด้านมากกว่ามิติทางด้านความคิดเพราะความคิดจะมีอยู่ในสิ่งมีชีวิตเท่านั้นซึ่งต่างจากความรู้สึกที่จะมีอยู่ในสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตแต่มีชีวิต/ทุกสิ่งทุกอย่างความคิดอาจทำให้เรามองเห็นภาพสามมิติของความกว้างยาวสูง(ลึก) + 1 มิติของช่องว่างและเวลาที่ทำให้ภาพเหล่านั้นเกิดมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นแต่ความชัดเจนที่มากยิ่งขึ้นก็ไม่อาจทำให้เราเกิดความชัดเจนที่มากยิ่งขึ้นได้ถ้าปราศจากความชัดเจนที่เกิดจากความรู้สึกเข้ามาสนับสนุนความชัดเจนทางความคิดให้มากยิ่งขึ้นอีกความคิดเป็นสิ่งที่มีขอบเขตและไม่มีขอบเขตในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันความรู้สึกก็เช่นกันการจะทำให้ทั้งความคิดและความรู้สึกเป็นสิ่งที่ไร้ขอบเขตเราจะต้องนำความคิดที่เรารับเข้ามาใหม่ของเราเข้าไปขยายความรู้สึก และในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันเราจะต้องนำเอาความรู้สึกที่เรารับเข้ามาใหม่ของเราเข้าไปขยายความคิดของเราเองด้วย ในทางฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์เรียการทำงานนี้ว่าหลักการเติมเต็ม(complementarity principle) 

มนุษย์ใช้ชีวิตอยู่กับความคิดที่ว่า พลังงานบวก=ความดี พลังงานลบ=ความไม่ดี เราพยายามแบ่งแยกความดีและความไม่ดีออกจากกันและพยายามใช้ความดีเอาชนะความไม่ดี แต่เราไม่เคยประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงเลยนั่นก็เป็นเพราะในระดับควอนตัมพลังงานบวกและพลังงานลบหรือความดีและความไม่ดีคือ ความใช่และไม่ใช่ที่อยู่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน และเวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน ในระดับควอนตัมพลังงานบวกและพลังงานลบหรือความดีและความไม่ดีคือ สิ่งที่ช่วยเหลือสนับสนุนและผลักดันกันและกันเพื่อให้เกิดการทำงาน/ทำให้เกิดการเคลื่อนที่จากสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง/ทำให้เกิดการหมุนเวียนของพลังงานที่ไม่มีวันสิ้นสุด ในระดับควอนตัมยังมีสิ่งที่คอยให้การสนับสนุนและช่วยเหลือการทำงานของพลังงานบวกและพลังงานลบหรือความดีและความไม่ดีอยู่อีกด้านหนึ่งก็คือ แรงโน้มถ่วงและอื่นๆอีกมากมาย ชีวิตที่ผ่านมาเราคิดว่าเราคือ ผู้ประสบภัยจากพลังงานลบ/ความไม่ดี แต่ในระดับควอนตัมมันคือ ความใช่และไม่ใช่ที่อยู่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันคือ ใช่พลังงานลบ/ความไม่ดีและไม่ใช่พลังงานลบ/ความไม่ดี ใช่แรงโน้มถ่วงและไม่ใช่แรงโน้มถ่วง แต่เป็นความใช่และไม่ใช่ระหว่างพลังงานลบและแรงโน้มถ่วงมนุษย์ทุกคนคือ ผู้ประสบภัยจากแรงโน้มถ่วงของโลก ดังนั้นแรงโน้มถ่วงจึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนจำเป็นต้องพยายามเอาชนะ ซึ่งการเอาชนะแรงโน้มถ่วงในระดับควอนตัมไม่ใช่การเอาชนะแรงโน้มถ่วงโดยทางตรงซึ่งเป็นไปไม่ได้แต่เป็นการเอาชนะแรงโน้มถ่วงโดยทางอ้อมที่ง่ายและเป็นไปได้คือ  การเอาชนะตัวเองและปล่อยให้ผลจากการเอาชนะตัวเองของเราไปเปลี่ยนการทำงานของแรงโน้มถ่วง หรือในทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์เรียกว่า"ปรากฏการณ์ผีเสื้อกระพือปีก"หรือ"บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟกต์" (butterfly effect) ซึ่งเป็นระบบไม่เชิงเส้น(nonlinear system) ประเภทหนึ่งที่มีความไวต่อสภาวะเริ่มต้นการเอาชนะตัวเองหมายถึง การใช้ชีวิตกลับด้านจากที่เราเคยใช้อยู่คือ จากการใช้ชีวิตวิ่งตามชีวิตเป็นการปล่อยให้ชีวิตวิ่งตามเรา 

การตายของแพนด้าช่วงช่วง การกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณไม่ครบของนายกรัฐมนตรี การเกิดน้ำท่วมเป็นต้น ซึ่งตัวอย่างทั้งหมดคือ สิ่งที่โลกกำลังพยายามส่งสัญญาณบอกกับเราเป็นระยะๆถึงสถานะและสภาวะที่กำลังเกิดขึ้นกับโลก และในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันก็เป็นการชี้แนะทิศทางที่เราทุกคนควรมุ่งไปสู่ซึ่งก็คือ การให้การช่วยเหลือสนับสนุนให้โลกเข้าสู่การสลับขั้วแม่เหล็กโดยส่งผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตให้น้อยที่สุดและส่งผลดีต่อสิ่งมีชีวิตให้มากที่สุด ซึ่งในระดับควอนตัมการสลับขั้วแม่เหล็กสามารถเกิดขึ้นได้สองทางคือ เกิดจากธรรมชาติและไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ(เกิดจากฝีมือมนุษย์) เราไม่สามารถกำหนดความเสียหายได้ถ้าหากเราปล่อยให้ธรรมชาติเป็นผู้ทำให้เกิดแต่ในทางกลับกันเราสามารถกำหนดความเสียหายได้ถ้าเราทุกคนจะช่วยกันเป็นคนทำให้โลกเกิดการสลับขั้วแม่เหล็กด้วยการเอาชนะตัวเองของเราทุกคน ซึ่งการเอาชนะตัวเองของเราไม่ได้เป็นเพียงการเอาชนะเพื่อเปลี่ยนแปลงความคิดความรู้สึกและการกระทำในปัจจุบันของเราเท่านั้น แต่ยังส่งผลเป็นการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมของเราเองอีกต่างหาก การที่เราเห็นเด็กบางคนมีความเป็นอัจฉริยะมากกว่าคนอื่นไม่ใช่เป็นความบังเอิญแต่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางความคิดความรู้สึกและการกระทำเพียงเล้กๆน้อยทั่วไปของเรานั่นเองที่ส่งผลของเกิด"ปรากฏการณ์ผีเสื้อกระพือปีก"หรือ"บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟกต์" (butterfly effect) 

***ในระดับควอนตัมเราคือทุกสิ่งของตัวเราเองแต่เราไม่ใช่สิ่งใดเลยของตัวเราเองเราคือผู้กำหนดทุกสิ่งทุกอย่างให้เกิดขึ้นกับเราด้วยตัวเราจากพลังงานบวกและพลังงานลบที่เป็นแหล่งกำเนิดของความคิดความรู้สึกและการกระทำและมีแรงโน้มถ่วงที่เป็นผู้ช่วยที่คอยสนับสนุนการทำงานของความคิดความรู้สึกและการกระทำ
***ในระดับควอนตัมแรงโน้มถ่วงคือสิ่งที่ควบคุมการทำงานทั้งระบบของมนุษย์โลกและจักรวาล





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]