• Enlightened
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pipatmonkong@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2018-01-07
  • จำนวนเรื่อง : 46
  • จำนวนผู้ชม : 10083
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
One man one world
The secret of the secret
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Enlightened
วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม 2562
Posted by Enlightened , ผู้อ่าน : 220 , 12:50:38 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หลายคนมีคำถามเกี่ยวกับการทำดีว่าดีแค่ไหนถึงจะพอ ในระดับโลกใบใหญ่จะสอนให้ทุกคนทำดีไปเรื่อยๆและจงอย่าหยุดทำความดี การทำตามคำสอนโดยไม่รู้สถานะและสภาวะหรือไม่รู้ข้อจำกัดสถานะและสภาวะของตัวเองที่จะมีปลายสองด้านคือ ด้านหนึ่งเป็นการส่งเสริมและอีกด้านหนึ่งเป็นการทำร้ายทำลายตัวเราเองหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ขั้วบวกขั้วลบ/อดีตอนาคต ที่เริ่มจากสถานะรู้และไม่รู้เข้าสู่สภาวะกึ่งรู้ตัวกึ่งไม่รู้ตัว ซึ่งจะแยกออกเป็นสองระดับคือ ระดับโลกใบใหญ่คือ รู้ตัวว่าเราอยู่ในสถานะอะไร แต่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสถานะที่มีอยู่/เป็นอยู่ และไม่รู้สภาวะที่เรากำลังทำอยู่ว่าเราอยู่ในสภาวะของการส่งเสริมหรือทำร้ายทำลายตัวเอง จนกว่าเราจะนำสิ่งที่มีอยู่ภายในออกมาลงมือทำ ซึ่งจะเผย/แสดงให้เราเห็นถึงสถานะและสภาวะของตัวเราเองว่าเป็นหรือตาย หรือเป็นการส่งเสริมหรือทำร้ายทำลายตัวเราเอง และการแสดงให้เราเห็นจะมีความน่าจะเป็นบนระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear system) อยู่สองทางคือ เราเห็นเองหรือไม่เห็นเอง (คนอื่นเห็นและระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear system) ทั้งสองส่วนก็จะมีส่วนที่แยกออกไปในแต่ละส่วนอีกสองระดับคือ เห็นด้วยความคิด-ความรู้สึก และหรือเห็นด้วยความรู้สึก-ความคิด และจากสองเป็นสี่คือ เห็นด้วยความคิด-ความรู้สึก บวกหรือลบ และหรือเห็นด้วยความรู้สึก-ความคิด บวกหรือลบ ทั้งภายในและภายนอกสมอง ภายในและภายนอกร่างกาย และจากสี่ในแต่ละส่วนจะถูกส่งต่อมารวมกันอยู่ภายในสมองส่วนกลางทำให้ภายในสมองส่วนกลางจะมีพลังงาน/ข้อมูล/สสารทั้งหมดแปดส่วนด้วยกัน และเมื่อไหร่ที่เรานำพาตัวเราเองเข้าไปสังเกตุการมีอยู่/เป็นอยู่ภายในสมองส่วนกลางจะมีส่วนหนึ่งที่ยุบหายไป ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการเพิ่มและลดพลังงาน /ข้อมูล/สสารส่วนที่ยุบหายไปจะถุกส่งต่อออกไปภายนอกทันทีโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการแยกส่วนออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนหนึ่งอยู่ภายนอกและอีกส่วนหนึ่งเคลื่อนที่ออกจากภายนอกเข้าสู่ภายใน ซึ่งจะแยกออกไปอีกสองส่วนคือ ภายในสรรพสิ่งและภายในโลก และแต่ละส่วนก็จะแยกอออกไปในส่วนของตัวเองอีกสองส่วนและสี่ส่วนจากนั้นสี่ส่วนจากสองส่วนแรกจะถุกส่งต่อย้อนกลับออกมาอยู่รวมกันที่โลกส่วนนอก ซึ่งจะมีทั้งสรรพสิ่งและเวลา space time หรืออีกนัยหนึ่งคือ โลกในส่วนที่เรามองออกไปจากภายในสู่ภายนอกที่จะมีทั้งส่วนที่มีอยู่จริงและไม่มีอยู่จริง หรือ กึ่งมีอยู่กึ่งไม่มีอยู่ กึ่งจริงกึ่งไม่จริง เมื่อเรานำพาตัวเราเข้าไปทำการสังเกตถึงความมีอยู่/เป็นอยู่ของสิ่งใดก็ตามสิ่งนั้นก็จะมีอยู่/เป็นอยู่สำหรับเรา และในการนำพาตัวเราเองเข้าไปสังเกตก็จะเท่ากับเราได้เพิ่มพลังงาน /ข้อมูล/สสารเข้าในภายในระบบโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้มีพลังงาน /ข้อมูล/สสารส่วนหนึ่งยุบหายไป และส่วนที่ยุบหายไปก็จะกลับเข้าสู่กระบวนการแยกส่วนออกเป็นสองส่วนคือ ยุบหายไปจากภายนอกเคลื่อนที่เข้าสู่ภายใน ซึ่งจะแยกออกเป็นสองส่วนคือโดยอัตโนมัติและไม่โดยอัตโนมัติ ส่วนที่เข้าไปโดยอัตโนมัติคือ เข้าสู่สรรพสิ่งและเวลาและก่อให้เกิดเป็นเรื่อง/เหตุการณ์ต่างๆที่อยู่นอกเหนือความรู้ความเข้าใจของเราอย่างที่ทุกคนสงสัยว่า สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรซึ่งการเกิดขึ้นของเหตุการณ์ต่างๆก็จะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนดีและไม่ดี ส่วนที่ให้คุณและให้โทษ ยกตัวอย่างเช่น การถูกล็อตเตอร์รี่ การได้รับรางวัลต่างๆ อุบัติเหตุต่างๆ เป็นต้น ถ้าหากเป็นสิ่งดีเราก็จะรู้สึกดีและมีความพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งจะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ใช่วิทยาศาสตร์และไม่ใช่วิทยาศาสตร์ ถ้าหากเป็นสิ่งไม่ดีก็จะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ใช่วิทยาศาสตร์และไม่ใช่วิทยาศาสตร์ และแต่ละส่วนก็จะมีส่วนที่แยกออกไปในส่วนของตัวเองเรื่อยๆ ซึ่งจะมีทั้งส่วนที่ต่อเนื่องและไม่ต่อเนื่อง และมีที่สิ้นสุดและไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าความรู้ความเข้าใจนั้นจะได้รับการยกระดับและขยายขอบเขตออกไป จะเห็นได้ว่า การนำเอากระบวนการทำงานภายนอกและหรือภายในอย่างใดอย่างหนึ่งมาเป็นฐานหรือมาเป็นจุดยืนจะทำให้เราเกิดความสับสนพัวพันและซ้อนทับที่ยากต่อการแยกแยะระหว่างพลังงาน/ข้อมูล/สสารที่มีอยู่/เป็นอยู่และไม่มีอยู่/ไม่เป็นอยู่ที่อยู่ในสิ่งเดียวกันและไม่ได้อยู่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน ซึ่งทั้งระบบหรือในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีพลังงาน/ข้อมูล/สสารทั้งสองด้านเสมอ เมื่อไหร่ที่เรานำพาตัวเราเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยที่เรามีจุดยืนอยู่ที่ใดที่หนึ่งจะเท่ากับเป็นการบังคับให้มีพลังงาน/ข้อมูล/สสารส่วนหนึ่ง (ส่วนที่อยู่ตรงกันข้ามยุบหายไปทันที ซึ่งการยุบหายไปของพลังงาน/ข้อมูล/สสาร ภายนอกและภายในจะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่เป็นรูปธรรมและส่วนที่เป็นนามธรรม ซึ่งแต่ละส่วนจะแยกออกเป็นสองส่วนในตัวเองคือ ทำให้เกิดความเป็นและหรือตาย หรือ กึ่งเป็นกึ่งตาย และเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือและไม่นอกเหนือการมองเห็นและรับรู้ มนุษย์สามารถพัฒนา/ยกระดับการมองเห็นและรับรู้ ได้ผ่านการยกระดับและขยายขอบเขตระหว่างความคิด-ความรู้สึก และหรือ ความรู้สึก-ความคิด จากการมองเห็นและรับรู้ภายในสมองส่วนกลาง/ส่วนนอกของโลก โดยการพาตัวเราเองเคลื่อนที่ออกจากการมองเห็นและรับรู้ภายในสมองส่วนกลาง/ส่วนนอกของโลก และเคลื่อนที่เข้าสู่การมองเห็นและรับรู้ภายในสมองส่วนหน้าและส่วนท้าย ซึ่งการพาตัวเราเองเข้าไปทำการมองเห็นและรับรู้ภายในสมองส่วนหน้าและส่วนท้ายจะเท่ากับเราได้นำพาตัวเราเองเข้าไปสู่การมองเห็นและรับรู้ถึงการมีอยู่/เป็นอยู่และกระบวนการทำงานภายในส่วนในของโลกโดยอัตโนมัติ ในระดับโลกใบใหญ่จะเรียก การกระทำนี้ว่า การคิดและทำนอกกรอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานภายใต้ระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear system) ที่จะมีความน่าจะเป็นสองทางคือ ความคิด-ความรู้สึก +การกระทำ และหรือ ความรู้สึก-ความคิด + การกระทำ ที่จะแยกออกเป็นขั้วบวกขั้วลบ ซึ่งจะแสดงผลในสองรูปแบบคือ 1. ระบบสองระบบ (ขั้วบวกขั้วลบที่เริ่มต้นคล้ายกันหรือเกือบเหมือนกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง ระบบทั้งสองจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน 2. ระบบสองระบบ (ขั้วบวกขั้วลบที่เริ่มต้นคล้ายกันหรือเกือบเหมือนกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่ว่าจะเป็นขั้วบวกหรือขั้วลบ ในท้ายที่สุดก็มาสิ้นสุดที่ความรุนแรงและการทำร้ายทำลายกัน

 

ในโลกใบใหญ่ สิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเกิดจากสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ และในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติก็เกิดจากสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่ในโลกใบเล็กนั้นจะมีความแตกต่างออกไปคือ สิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจะแยกออกเป็นสองส่วนคือ เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติและไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ และในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติก็เกิดจากสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติและเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึ่งแต่ละส่วนจะแยกออกเป็นขั้วบวกและขั้วลบ ซึ่งจะทำงานร่วมกับแรงพื้นฐานธรรมชาติ 4 แรง + แรงที่ซ้อนทับและพัวพันกันอยู่อีก 4 แรง + แรงไทดัล ฮิกส์โบซอนและอื่นๆตามลำดับ พลังงาน/ข้อมูล/สสารทั้งหมดจะมีค่าเท่ากับ 0/10 และมีค่าของพลังงานหมุนเวียนอยู่ที่ 0/1 ไหลเวียนอยู่ทั้งระบบ

 

 T-34 บนตัวหมีขาวในรัสเซียหมายถึง ประเทศไทยกำลังเดินออกจากอาถรรพณ์ คำว่า อาถรรพณ์ หมายถึง การสลับขั้วแม่เหล็กโลก จะมีเหตุการณ์หลายๆเหตุการณ์ที่โลกบอกให้เรารู้ถึงสถานะและสภาวะของโลก ยกตัวอย่างเช่น รถบรรทุกชนสะพานทำให้บันใดทางเดินขากครึ่งส่วน หรือ แม่ค้าถูกทำร้ายโดยการใช้เลื่อยยาว 1 เมตร ต้องเย็บแปดเข็ม หรือ สามีทำร้ายภรรยาทำให้ต้องผ่าสมองซีกซ้าย หรือ พบพญางูจงอาง น้ำหนัก 20กกเดือนมกราคม62 และพบงูจงอางยาว 5 เมตรในบ้าน เดือนธันวาคม62 หรือ ชายผิวขาวบุกยิง-เผาวัดไทยลาสเวกัส ก่อนยิงตัวตาย หรือ เด็กชายวัย 13 ปี อยู่ในชุดนักเรียน ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด นอนเลือดไหลนองพื้นอยู่หน้าห้องเรียนชั้น .1/2 บริเวณชั้น 5 หรือคนเร่ร่อนชาย-หญิง อึ๊บกันกลางแจ้ง วันที่ 17 ..62 หญิงอายุประมาณ 40 ปี กับชายวัยประมาณ 60 ปี เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ก็คือ การสะท้อนกลับไปกลับมาระหว่างพลังงาน /ข้อมูล/สสารที่มีอยู่/เป็นอยู่และไม่มีอยู่/ไม่เป็นอยู่ภายในโลกทั้งหมดที่เริ่มต้นจากสถานะของสิ่งที่เรารู้ไปสู่ไม่รู้และรู้ ไปสู่สภาวะกึ่งไม่รู้กึ่งรู้ และจากสถานะไม่รู้กลับมาสู่สิ่งที่เรารู้และไม่รู้ ไปสู่สภาวะกึ่งรู้กึ่งไม่รู้ วนเวียนกลับไปกลับมารอบแล้วรอบเล่า ซึ่งการมีอยู่/เป็นอยู่และไม่มีอยู่/ไม่เป็นอยู่จะเข้าสู่กระบวนการแยกออกและไม่แยกออก ย้อนกลับและไม่ย้อนกลับทั้งภายในและภายนอกตัวเองและภายในและภายนอกกันและกันต่อไป.

 

การเปิดเผยสถานะและสภาวะของเราและหรือสรรพสิ่งและเวลาจะเท่ากับเป็นการบังคับให้โลกต้องเปิดเผยสถานะและสภาวะของโลกโดยอัตโนมัติ และในทางกลับกันการเปิดเผยสถานะและสภาวะของโลกก็จะเท่ากับเป็นการบังคับให้เราและหรือสรรพสิ่งและเวลาต้องเปิดเผยสถานะและสภาวะของตัวเราและหรือของสรรพสิ่งและเวลาโดยอัตโนมัติด้วยเช่นกัน ฉะนั้นยิ่งเราสามารถนำพาตัวเราเองเข้าไปรับรู้กระบวนการทำงานและนำกระบวนการทำงานนั้นออกมาลงมือปฏิบัติมากเท่าไหร่ก็จะทำให้โลกต้องเปิดเผยสถานะและสภาวะของโลกให้เรารับรู้มากยิ่งขึ้น ซึ่งอะไรที่เราต้องการเราต้องพาตัวเราเองและหรือสรรพสิ่งและเวลาเข้าไปเป็นสะพาน/ตัวเชื่อมเพื่อให้สิ่งที่เราต้องการได้ใช้เป็นเครื่องมือในการเปิดเผยสถานะและสภาวะของตัวเองออกมา เช่นเดียวกันกับที่โลกและหรือคนอื่นหรือสิ่งอื่นใช้เราเป็นเครื่องมือในการเปิดเผยสถานะและสภาวะของโลกและหรือคนอื่นหรือสิ่งอื่น และเมื่อเราได้รับผลจากการเป็นสะพาน/ตัวเชื่อมเราก็มีความจำเป็นที่จะต้องละทิ้งสะพาน/ตัวเชื่อมนั้นเพื่อสร้างสะพาน/ตัวเชื่อมใหม่ที่จะนำเราไปสู่สิ่งใหม่ๆ ในระดับควอนตัมทุกสรรพสิ่งและเวลาจะมีทั้งสถานะและสภาวะที่อยู่ภายในและภายนอกตัวเองและภายในและภายนอกกันและกัน จึงทำให้การละทิ้งใช่และไม่ใช่การละทิ้ง ความดีใช่และไม่ใช่ความดี ความเลวใช่และไม่ใช่ความเลวในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—->สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—->เวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน 

 

#change




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน