• Enlightened
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pipatmonkong@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2018-01-07
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 8910
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
One man one world
The secret of the secret
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Enlightened
วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม 2562
Posted by Enlightened , ผู้อ่าน : 221 , 14:24:32 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ความแตกต่างระหว่างศาสนาพุทธและวิทยาศาสตร์คือ ทางสายกลางในศาสนาพุทธเกิดจากการละทิ้งและการปล่อยวาง ซึ่งการละทิ้งและการปล่อยวางก็คือ การเลือกข้างระหว่างความเป็นและความตาย และในเมื่อเป็นการเลือกที่จะอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง ดังนั้นในท้ายที่สุดของทางสายกลางในศาสนาพุทธจึงไม่ใช่ทางสายกลางอีกต่อไป แต่เป็นการนำพาตัวเราเองเดินออกจากการไม่ละทิ้งและไม่ปล่อยวางเข้าสู่การยึดติดอยู่กับการละทิ้งและการปล่อยวางแทน ยิ่งเราละทิ้งและปล่อยวางมากเท่าไหร่เราก็จะยิ่งมีความยึดติดอยู่กับการละทิ้งและการปล่อยวางมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งคำว่า ยึดติด ไม่ว่าจะเป็นทางใดก็คือ การยึดติดทั้งสิ้น ความสมดุลย์และความสมบูรณ์ของโลกและสรรพสิ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการยึดติด แต่เกิดขึ้นได้จากการนำพาตัวเราเดินออกจากสภาวะกึ่งเป็นกึ่งตาย โดยการนำพาตัวเราเองเข้าไปรับรู้และสัมผัสถึงสถานะและสภาวะของความมีอยู่/เป็นอยู่และไม่มีอยู่/ไม่เป็นอยู่ หรือ กึ่งมีอยู่กึ่งไม่มีอยู่ กึ่งเป็นอยู่กึ่งไม่เป็นอยู่ และเมื่อเราได้รับรู้และสัมผัสถึงสิ่งใดก็ตาม เราจะต้องนำสิ่งที่เราได้รับรู้และได้สัมผัสออกมาลงมือปฏิบัติภายนอก ซึ่งมีเพียงการนำเอาสิ่งที่อยู่ภายในออกมาลงมือปฏิบัติภายนอกเท่านั้นที่จะทำให้เราได้เห็นถึงสถานะและสภาวะที่แท้จริงได้ แต่ความสามารถในการมองเห็นสถานะและสภาวะที่แท้จริงจะต้องเกิดขึ้นจากการไม่ยึดติดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และเมื่อเราสามารถมองเห็นสถานะและสภาวะที่แท้จริงได้ เราจะต้องนำพาตัวเองเดินออกจากการรับรู้นั้นและเดินกลับเข้าสู่สภาวะกึ่งเป็นกึ่งตายเช่นเดิม เพื่อคืนความสมดุลย์/สมบูรณ์ให้กับระบบ และเป็นการเตรียมพร้อมที่จะนำพาตัวเราเองเข้าไปรับรู้และสัมผัสถึงความมีอยู่/เป็นอยู่และไม่มีอยู่/ไม่เป็นอยู่ในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งการไต่/ยกระดับความสามารถในการมองเห็นและการรับรู้ของตัวเราเองขึ้นไปเรื่อยๆจะเท่ากับเป็นการเพิ่มความสามารถในการมองเห็นและรับรู้ที่อยู่เหนือขึ้นไป ซึ่งความหมายในระดับควอนตัมหมายถึง การเปิดเผยของสถานะหนึ่งจะทำให้เรารับรู้ถึงอีกสถานะหนึ่งทันที ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะอยู่ไกลสักแค่ไหน ความหมายคือ เมื่อมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นที่ใดในโลกใบนี้ ทันทีที่เราได้ทราบข่าวหรือรับรู้ว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เราจะรู้ได้ทันทีว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร และทำไม ซึ่งเป็นการรับรู้ในระดับพลังงาน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เชื่อมต่อบนระบบไม่เชิงเส้นที่เชื่อมต่อมาจากการเปิดเผยสถานะและสภาวะของเรา ซึ่งการเปิดเผยระหว่างเราและโลก หรือระหว่างโลกและเราก็คือ กระบวนการผลักดันตัวเองและกันและกันไปสู่การสลับขั้วแม่เหล็กของตัวเราเองและของโลก

เราอาศัยอยู่ในระบบพลวัตที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในระดับพลังงานไม่ว่าจะเป็นขั้วบวกหรือขั้วลบก็คือ ความใช่ด้วยกันทั้งคู่ และไม่ใช่ด้วยกันทั้งคู่ เนื่องจากบนโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่พลังงานขั้วบวกและขั้วลบเท่านั้น แต่ยังมีพลังงานอื่นๆอีกมากมายที่มีส่วนร่วมด้วยช่วยกันในการขับเคลื่อนโลกและสรรพสิ่ง ดังนั้นการยึดติดอยู่กับความมีอยู่/เป็นอยู่ระหว่างขั้วบวกขั้วลบจึงไม่สามารถทำให้โลกและสรรพสิ่งเกิดมี/เป็นความสมดุลย์/ความสมบูรณ์ขึ้นได้อย่างแท้จริง

#change




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน