• Enlightened
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pipatmonkong@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2018-01-07
  • จำนวนเรื่อง : 54
  • จำนวนผู้ชม : 12506
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
One man one world
The secret of the secret
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Enlightened
วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม 2563
Posted by Enlightened , ผู้อ่าน : 162 , 11:21:03 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

Attachment.png

 

 

ให้ 1 (เราให้ 2 (คนอื่นรับ2 (คนอื่นรับ 1 (เรา)

การให้ก็จะมีสองส่วนคือ ภายในและหรือภายนอก และมีสองระดับคือ จุลภาคและหรือมหภาค การให้ในระดับมหภาคคือ ให้บวกและหรือให้ลบ การให้ในระดับจุลภาคคือ ให้บวกหรือให้ลบที่อยู่ในด้านลบ และหรือ ให้บวกหรือให้ลบที่อยู่ในด้านบวก

 

การรับก็จะมีสองส่วนคือ ภายในและหรือภายนอก และมีสองระดับคือ จุลภาคและหรือมหภาค การรับในระดับมหภาคคือ รับบวกและหรือรับลบ การรับในระดับจุลภาคคือ รับบวกหรือรับลบที่อยู่ในด้านลบ และหรือ รับบวกหรือรับลบที่อยู่ในด้านบวก

 

ทั้งสองส่วนจะมีกระบวนการทำงานอยู่บนระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear system) ที่แยกการทำงานออกเป็นสองส่วนคือโมเมนตัมเชิงเส้นและโมเมนตัมเชิงมุม ที่แต่ละด้านจะมี/เป็นสองระบบคือ ระบบแบบสุ่มหรือไร้ระเบียบ(random/stochastic) และระบบแบบไม่สุ่ม หรือระบบที่มีระเบียบ (deterministic) แต่จะมีในลักษณะที่กลับด้านและหรือตรงกันข้ามกัน และแต่ละด้านก็จะมีกระบวนการแยกออกและไม่แยกออก (รวมย้อนกลับและไม่ย้อนกลับ (ส่ง/เชื่อมต่อเป็นสองส่วนคือ ไปในทิศทางเดียวกันและไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกันในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น พ่อแม่เป็นอย่างไร ลูกจึงเป็นอย่างนั้นและไม่ได้เป็นอย่างนั้นในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน —> สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—->เวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่ในเวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน ดังตัวอย่างของรูปด้านบนที่ภายในรูปๆเดียวสามารถใช้อธิบายกระบวนการทำงานตั่งแต่ระดับจุลภาค-มหภาค (จักรวาลทั้งภายในและภายนอก ซึ่งสมการของวงกลมจะเหมือนกับ null geodesics ที่จะวางตัวตามกรวยคู่ 

440px-Light_cone.png

 

 

 ซึ่ง null dual-cone นี้แทน "แนวการมองเห็น ถ้าเราขยายผลนี้เป็นปริภูมิสามมิติ null geodesics จะเป็นกรวย 4 มิติหรือ ให้ 1 (เราให้ 2 (คนอื่น/โลกรับ2 (คนอื่น/โลกรับ 1 (เราระหว่างสมองทั้งสามส่วน และ DNA และ RNA และหรือระหว่างเรา คนอื่นและโลก ซึ่งจะมีการจับคู่สลับสับเปลี่ยนระหว่างคู่กันไปมาเช่นเดียวกับการทำงานภายในสมองDNA และ RNA รูปด้านบนของผู้เขียนแสดงถึงความเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปกล่าวว่า วัตถุต่างๆ จะเคลื่อนที่ไปตามเส้นตรงในกาลอวกาศ 4 มิติ  (ภายในและภายนอกจะมีอีก + 4 - มิติซ้อนทับและพัวพันอยู่แต่มันก็ยังปรากฏเหมือนกับว่า เครื่องบินเองก็กำลังเคลื่อนที่ไปในเส้นทางโค้งของอวกาศ 3 มิติ (ภายในและภายนอกมี 2 มิติซ้อนทับและพัวพันอยู่ด้วยเช่นกัน อีกนัยหนึ่งคือ ระหว่าง 4 มิติ และ หรือ + 4 - ที่ซ้อนทับและพัวพันอยู่จะมีและ3มิติ และหรือ 2 มิติขั้นอยุ่ระหว่างกลางทั้งสองด้าน (บวกลบคำว่า สองด้าน จะแยกออกเป็นความคิด-ความรู้สึก และความรู้สึก-ความคิด ที่จะจับคู่สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งและโมเมนตัมระหว่างกันไปมาทั้งในนอก บนล่าง หน้าหลัง ซ้ายขวา จะเห็นได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะมีความใช่และไม่ใช่อยู่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน —> สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—->เวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่ในเวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน

Null_spherical_space_28special_relativity29.jpeg

 

null geodesics ที่วางตัวตามกรวยคู่ null dual-cone นี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนเกิดมาเพื่อปรับเปลี่ยนสถานะและสภาวะภายในและภายนอกของเราให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับโลก ซึ่งภายในสมองของคนเราจะมีเซลล์ที่เป็นรูปกรวยอยู่ 2 ที่คือ สมองส่วนหน้าและสมองส่วนท้าย ซึ่งทั้งสองตำแหน่งจะมีการวางตัวอยู่ในลักษณะที่กลับด้านและไม่กลับด้าน (ตรงกันข้ามกันซึ่งทั้งคำว่า กลับด้านและไม่กลับด้าน (ตรงกันข้ามกันและคำว่า ไปในทิศทางเดียวกันกับโลกจะมีความใช่และไม่ใช่อยู่ทั้งภายในและภายนอกตัวเองและภายในและภายนอกกันและกัน ความหมายคือ โลก/คนอื่น/เราเป็นและไม่ได้เป็นในสิ่งที่เราคิดว่าโลก/คนอื่น/เราเป็น จริงๆแล้วการมาของโควิด19 คือ ตัวเร่ง ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของแต่ละคนอยู่แล้วเพียงแต่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นตัวเร่งเฉพาะบุคคลเท่านั้น แต่เป็นตัวเร่งสำหรับมนุษย์ทุกคนในการนำพาความคิด ความรู้สึกและการกระทำเดินออกจากศตวรรษที่ 20 (ควอนตัมมหภาคเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 (ควอนตัมจุลภาคที่จะเป็นการยกระดับและขยายขอบเขตของความสามารถในการรับรู้ของมนุษย์ให้กว้างไกลออกไป (รู้ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีการพูดคุยหรือสืบสวนสอบสวนคำว่า “การเว้นระยะห่างทางสังคม” มีความหมายในระดับควอนตัมจุลภาคมากกว่าที่คุณคิด

 

ขออนุญาตยกอีกสองตัวอย่างคือ ผู้กองเบนซ์และดีเจภูมิที่ถูกโลกโซเชี่ยลเข้าไปแสดงความคิดเห็นมากมายในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อนำมาเป็นวิทยทานในการเรียนรู้และทำความเข้าใจในระบบควอนตัมที่ไอส์ไตนส์และเพื่อนสมมุติว่ามีอนุภาค 2 อนุภาคที่มีอันตรกริยาต่อกัน และในเวลาต่อมาได้ถูกแยกจากกัน ในมุมมองของกลศาสตร์ควอนตัมนั้น อนุภาคทั้งสองถือว่าเป็นองค์ประกอบของระบบเดียวกัน ในที่นี้ผู้โพสต์และผู้แสดงความคิดเห็นทั้งสองถือว่าเป็นองค์ประกอบของระบบเดียวกัน ในระดับมหภาคผู้ให้และผู้รับจะเป็นคนละคนกัน แต่ในระดับจุลภาคเราเป็นทั้งผู้ให้ของตัวเองและผู้ให้คนอื่น และในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันเราก็เป็นผู้รับของคนอื่นและผู้รับของตัวเองในที่นี้ผู้โพสต์ก็คือ ตัวเร่งของตัวผู้โพสต์และเป็นตัวเร่งของผู้อ่านและผู้แสดงความคิดเห็น และในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันผู้อ่านและผู้แสดงความคิดเห็นก็คือ ตัวเร่งของตัวผู้อ่านและหรือของตัวผู้แสดงความคิดเห็นและเป็นตัวเร่งของผู้โพสต์ ในอีกความหมายหนึ่งคือ ข้อมูลที่เราให้/ส่งต่อ/แสดงออกไปจะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ให้คนอื่นและให้สิ่งตัวเราเอง แต่เป็นการให้ในสองลักษณะคือ ทางตรงและทางอ้อม ซึ่งจะมีการสลับตำแหน่งและโมเมนตัมระหว่างกันไปมา (ให้-รับดังเช่นการออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยการขอโทษและกล่าวว่าจะนำความคิดเห็นที่ได้ไปปรับปรุงตัวเอง ซึ่งสิ่งที่จำเป็นต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามในที่นี้ก็คือ สิ่งที่เราไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นถึงคิดไม่ได้หรือเปลี่ยนไม่ได้หรือเลิกไม่ได้ คนอื่นก็คิดกับเราเช่นเดียวกัน ในเวลาที่เราให้ข้อมูลกับคนอื่นว่า ต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ ทำไมไม่ทำอย่างนั้น ไม่ทำอย่างนี้แทนที่จะทำอย่างนั้นอย่างนี้แล้วได้ผลลัพธ์แบบเดิมๆ ทำไม่ไม่เปลี่ยน ไม่เลิก ทำไมไม่คิดใหม่ ทำใหม่ เราไม่รู้หรอกว่านั่นคือ สิ่งที่เราเองก็ต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองด้วยเช่นกัน ซึ่งเราจะรู้ก็ต่อเมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นกับเรา ในที่นี้คือ การแสดงความคิดเห็นของผู้อ่าน (เปิดเผยตัวทำให้เรารู้ว่า เราอยู่ในสภาวะเป็นหรือตาย ซึ่งเราอาจจะแย้งว่า เราไม่เหมือนคนอื่นหรือเราแตกต่างจากคนอื่นเนื่องจากเราอยู่ในสถานะของผู้ให้และผู้อ่านอยู่ในสถานะของผู้รับ สิ่งที่เราไม่รู้คือ ในระดับควอนตัมสถานะของทุกสรรพสิ่งจะมีการเคลื่อนที่และเปลี่ยนแปลงแยกออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนหนึ่งจะมีการเคลื่อนที่และเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติและอีกส่วนหนึ่งจะมีการเคลื่อนที่และเปลี่ยนแปลงโดยการนำพาของแต่ละคนเอง ซึ่งคำว่า ส่วนหนึ่งจะมีความหมายแยกออกเป็นสองทางคือ ส่วนหนึ่งคือ ส่วนหนึ่ง และส่วนหนึ่งคือทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น พลังงานทั้งหมดมีค่าเท่ากับศูนย์ และมีค่าเท่ากับ 0/1 การเคลื่อนที่ของพลังงานไม่ได้เคลื่อนที่เฉพาะส่วนที่มีค่าเท่ากับศูนย์เท่านั้น แต่ยังเคลื่อนที่ในส่วนที่มีค่าเท่ากับ 0/1 ไปพร้อมๆกันด้วย ซึ่งคำว่า พร้อมกัน ก็จะแยกออกเป็นสองส่วนคือ พร้อมและไม่พร้อม ในทุกสรรพสิ่งจะมีกระบวนการทำงานตามธรรมชาติที่จะมีทั้งส่วนที่มีการแยกออกและไม่แยกออก ย้อนกลับและไม่ย้อนกลับ ทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่น การทำงานของอวัยวะต่างๆภายในร่างกายเป็นต้น Please do judges and do not judges a book by its cover in the same thing in the same time การนำเอาหลักการเติมเต็ม (complementarity principle) มาใช้

 

ความหมายในระดับควอนตัมจุลภาค

 1. เราดีกว่าคนอื่นและเราก็ไม่ได้ดีกว่าคนอื่นในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน ความหมายคือ ถ้าหากเรายังใช้ชีวิตอยู่ภายใต้วงจรหรือวัฏจักรหรือค่าอนันต์เดียวกันกับคนอื่นที่มีการตอบโต้ โต้แย้ง โต้เถียง การแสดงความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ = เราและคนอื่นคือ องค์ประกอบของระบบเดียวกัน เราและคนอื่นอาจมีความแตกต่างกันจากการสลับสับเปลี่ยนกันเป็นผู้นำและผู้ตาม ผู้ให้และผู้รับ แต่เราและคนอื่นก็ไม่แตกต่างกันในความเป็นองค์ประกอบของระบบเดียวกัน 

2. เราดีกว่าคนอื่น ความหมายคือ การสร้างวงจรหรือวัฏจักรหรือค่าอนันต์ในทางบวกใหม่ๆไปเรื่อยๆให้กับตัวเองและให้กับคนอื่น  Keep walking by making a new positive circles คำว่า positive และ negative จะมีมิติที่ซ้อนทับและพัวพันมากกว่าความรู้ความเข้าใจแบบปกติ It’s time to move from normal to new normal.

 

ความคิดและความรู้สึกอาจเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน แต่ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์จะแยกความละเอียดอ่อนของทั้งสองออกจากกันไม่ได้ ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่น ซึ่งการมาของโควิด 19 คือจุดเริ่มต้นหรือตัวเร่งที่ดีอย่าปล่อยให้จุดเริ่มต้นหรือตัวเร่งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นหรือตัวเร่งที่สูญเปล่า นี่คือ เวลาที่ทุกคนจำเป็นต้องนำพาความคิด ความรู้สึกและการกระทำของตัวเองเดินออกจากศตวรรษที่ 20 (ควอนตัมมหภาคเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 (ควอนตัมจุลภาค) / ศาสนาจักรวาล (cosmic religion) / สังคมแบ่งปัน โดยหลักการปิดความรู้สึกเพื่อเปิดความคิด/ลดความรู้สึกเพื่อเพิ่มความคิด และโดยหลักเปิดความคิดเพื่อปิดความรู้สึก/เพิ่มความคิดเพื่อลดความรู้สึก  If you want to escape from your cage, you must die while you are alive ไม่ว่ามนุษย์จะต้องการหรือไม่ต้องการก็ตามไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เพราะนี่คือ สิ่งที่โลกต้องการ 

 

การซ้อนทับระหว่างภาพแห่งความจริงและไม่จริง (ภาพลวงตาอาจยากต่อการแยกแยะในระยะเริ่มต้น แต่ถ้าหากเรามีความพยายามเรียนรู้ ทำความเข้าใจและพัฒนาตัวอย่างอย่างต่อเนื่อง เราจะเห็นได้ว่า การแยกแยะกระบวนการทำงานระหว่างความคิด ความรู้สึกและการกระทำทั้งภายในและภายนอกตัวเราเอง/คนอื่น/โลกออกจากกันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง (การทำงานของระบบไม่เชิงเส้นสมการคือ การแยกเพื่อรวม การรวมเพื่อแยก (การทำงานของแรงแม่เหล็กไฟฟ้าตามสมการแมกซ์เวล)

 

จริงๆแล้วโลกมีความพยายามที่จะเปิดเผยวิธีการใช้ชีวิตให้มนุษย์ได้รับรู้อยู่ตลอดเวลา (ซ่อนอยู่ในการใช้ชีวิตประจำวันแต่เราไม่เคยนำพาความคิด ความรู้สึกและการกระทำของเราเข้าไปทำการสังเกต รับรู้และทำความเข้าใจ

 

#change




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน