• Enlightened
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pipatmonkong@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2018-01-07
  • จำนวนเรื่อง : 63
  • จำนวนผู้ชม : 15890
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
One man one world
The secret of the secret
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Enlightened
วันพฤหัสบดี ที่ 20 สิงหาคม 2563
Posted by Enlightened , ผู้อ่าน : 192 , 09:37:19 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ทุกสิ่งคือ ความจริง และทุกสิ่งก็ไม่ใช่ความจริง ซึ่งในระดับควอนตัมจุลภาคและควอนตัมมหภาคจะมีกระบวนการยืดออกและหดสั้นลงเหมือนกัน แต่จะอยู่ในลักษณะที่ตรงกันข้ามกัน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พหุจักรวาล (multiverse) หรือ เอกภพคู่ขนาน Parallel Universe ที่แต่ละส่วนสามารถแยกออกเป็น 2 4 8 เรื่อยไปจนถึงค่าอนันต์ และการแยกออกนี้จะมีกระบวนการดังต่อไปนี้
1. แยกเพื่อรวม รวมเพื่อแยก 1in2 & 2in1 และ One for all and All for one 
2. กระบวนการย้อนกลับและไม่ย้อนกลับ Adiabatic & Isentropic Process 
3. กระบวนการที่มีความต่อเนื่องและไม่ต่อเนื่อง (สสารประกอบด้วยอะตอมและโมเลกุลที่มีพลังงานไม่ต่อเนื่อง ต่างจากพลังงานคลาสสิกที่ต่อเนื่อง) เป็นจำนวนเต็มและไม่ใช่จำนวนเต็ม (พลังงานควอนไตซ์ พลังงานเปลี่ยนไปตามขั้นที่เต็มหน่วย ระดับพลังงานควอนตัมนั้นเป็นส่วนหลักที่ต่างไปจากกลศาสตร์คลาสสิก ซึ่งพลังงานเปลี่ยนไปแบบต่อเนื่อง) อนุภาคที่มีครึ่งสปิน (half-integer spin) จะแสดงสถิติแบบแฟร์มี-ดิแรค (Fermi–Dirac statistics) เรียกว่าเฟอร์มิออนอนุภาคที่มีสปินเป็นจำนวนเต็ม หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเต็มสปิน จะแสดงสถิติแบบ โบเซ-ไอน์สไตน์ เรียกว่าโบซอน ซึ่งจะมีการทำงานอยู่บนระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear system) ที่แยกออกเป็นโมเมนตัมเชิงมุม กับ โมเมนตัมเชิงเส้น การยืดออกของเส้นสปาเกตตีที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบนั้นไม่ได้มีเพียงการยืดจากบนลงล่างเท่านั้น แต่ยังมีการยืดออกจากซ้ายไปขวา จากหน้าไปหลัง จากในไปนอกและวนกลับในทุกกรณีและในทุกกระบวนการจะมีการย้อนกลับและไม่ย้อนกลับ เชื่อมต่อและไม่เชื่อมต่อ กระบวนการแยกเพื่อรวม รวมเพื่อแยก อยู่ทั้งภายในและภายนอกตัวเองและอยู่ภายในและภายนอกกันและกัน และในขณะเดียวกันกับที่มีกระบวนการยืดออกก็จะมีกระบวนการหดสั้นเกิดขึ้นในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันอีกด้วย (การเพิ่มและลดพลังงาน) และจากสิ่งเดียวกันจะแยกออกเป็นสอง สี่ แปด ทั้งภายในและภายนอกตัวเองและอยู่ภายในและภายนอกกันและกันไปเรื่อยๆจนกลายเป็นสตริงที่เชื่อมต่อกันทั้งระบบ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ระบบอัลกอริทึม (Algorithm) ที่มนุษย์เปรียบเสมือนตัวหมากรุก (ต้นแบบมาจากอินเดีย ชาวอินเดียเรียกหมากรุกว่า "จตุรงค์" มีกระบวนการทำงานของโลก/ชีวิตซ่อนอยู่) ที่ดูราวกับว่ามนุษย์แต่ละคนคือ ผู้เล่นตัวจริง แต่ในความเป็นจริงแล้วมนุษย์เป็นเพียงหมากที่ถูกชักใยให้เดินไปตามเส้นทาง/ทางเดินล่องหนที่ซ้อนทับอยู่อีกชั้นหนึ่ง ในอีกนัยหนึ่งคือ มนุษย์ไม่ได้เป็นผู้สร้างสรรค์สรรพสิ่ง มนุษย์เพียงแต่ทำให้สรรพสิ่งปรากฏเด่นชัดขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น ผู้ประดิษฐ์นาฬิกาคนแรกของโลกอาศัยอยู่ในซีกโลกเหนือ จึงได้นำทิศทางการหมุนของนาฬิกาแดด มาใช้กับนาฬิกาเข็มที่ใช้กันด้วย นาฬิกาเข็มจึงเดินในทิศทาง "ตามเข็มนาฬิกา" อย่างในปัจจุบัน ถ้าหากคนประดิษฐ์นาฬิกาคนแรกเป็นชนเผ่าเมารี หรือชนเผ่าใดที่อาศัยอยู่ในซีกโลกใต้ เราคงได้ใช้นาฬิกาที่เข็มหมุนในทิศทาง "ทวนเข็มนาฬิกา" กับนาฬิกาที่เราใช้กันอยู่ตอนนี้ อีกตัวอย่างหนึ่งคือ การใช้ความคิดและความรู้สึกที่ต่อมานำไปสู่การลงมือทำเพื่อให้เกิดผลนั้นเราสามารถแยกกระบวนการทำงานออกได้เป็นสองส่วนคือ กายภาพและชีวภาพ ทั้งสองส่วนจะมีทั้งส่วนที่สามารถและไม่สามารถแยกกระบวนการทำงานออกจากกันได้อย่างสิ้นเชิงในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน —->สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—->เวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่ในเวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน ในอีกความหมายหนึ่งคือ กายภาพมีส่วนในการสร้างชีวภาพ และในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันชีวภาพก็มีส่วนในการสร้างกายภาพ และภายใต้คำว่า “มีส่วน” จะแยกออกเป็นสองส่วนคือ มีส่วนและไม่มีส่วน และแต่ละส่วนก็จะแยกออกเป็นสอง สี่ แปด ทั้งภายในและภายนอกตัวเองและอยู่ภายในและภายนอกกันและกันไปเรื่อยๆจนกลายเป็นสตริงที่เชื่อมต่อกันทั้งระบบ ยกตัวอย่างในชีวิตประจำวันง่ายๆเช่น หลังจากที่เราตื่นนอนเราก็ต้องล้างหน้าอาบน้ำแปรงฟันทานอาหารและออกไปทำกิจกรรมต่างๆ (เรียน เล่น ทำงาน) ที่ทุกคนจะได้รับผลที่แยกออกเป็นสองทางคือ จากสิ่งที่เราได้ทำไปแล้วและจากสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ซึ่งผลทั้งสองทางจะมีกระบวนการทำงานอยู่บนระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear system) ระบบที่มีความไวต่อสภาวะเริ่มต้น กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ระบบ 2 ระบบที่มีสภาวะการเริ่มต้นเหมือนกันหรือมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย เมื่อระบบได้มีการเปลี่ยนไปสักระยะหนึ่ง สภาวะของระบบทั้งสองที่เราสังเกตได้เมื่อเวลาผ่านไปจะแตกต่างกันอย่างสังเกตเห็นได้ชัด เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว" หรือ "ผีเสื้อขยับปีกทำให้เกิดพายุ" (butterfly effect)

การที่มนุษย์จะสามารถเข้าถึงสัจจะหรือความจริงในระดับควอนตัมได้นั้น มนุษย์จำเป็นต้องนำพาความคิดความรู้สึกและการกระทำของตัวเองไปให้เหนือกว่าสิ่งที่มนุษย์มีอยู่/เป็นอยู่ ยกตัวอย่างเช่น มนุษย์ทุกคนจะมีขอบเขตของการมองเห็นและรับรู้ที่เชื่อมต่อมาจากการใช้ความคิดความรู้สึกและการกระทำอยู่ที่ 50 เมตร ถ้าหากเราต้องการที่จะมองเห็นและรับรู้ทั้งระบบเราจำเป็นต้องยกระดับและขยายขอบเขตจาก 50 เมตร โดยการยกกำลัง 2 (คูณและหาร) ทำทั้งสองด้านไปพร้อมๆกัน โดยปฏิบัติตามกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน (Newton’s laws of motion) เป็นทั้งกฎกายภาพและชีวภาพ และกฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะนำคุณไปสู่การค้นพบระบบการทำงานของแรงโน้มถ่วงที่มี/เป็นส่วนสำคัญในการ “ชักใย” ระบบการทำงานทั้งระบบตั่งแต่อนุภาคไปจนถึงกาแลคซี

#change




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน