• Enlightened
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pipatmonkong@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2018-01-07
  • จำนวนเรื่อง : 60
  • จำนวนผู้ชม : 14794
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
One man one world
The secret of the secret
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Enlightened
วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2563
Posted by Enlightened , ผู้อ่าน : 243 , 14:53:10 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ทฤษฎีสตริง หรือ ระบบไม่เชิงเส้น nonlinear system (บวกลบคูณหารและเลขยกกำลัง) จะมีกระบวนการทำงานแยกออกเป็นสองส่วนคือ โมเมนตัมเชิงมุมและโมเมนตัมเชิงเส้น หรือ ทางตรงและทางอ้อม ถ้าหากเราเปรียบลักษณะทางกายภาพทางตรงก็คือทางตรง ทางอ้อมก็คือทางอ้อม แต่ถ้าหากเปรียบลักษณะทางชีวภาพทางตรงและทางอ้อมจะสามารถแยกออกได้เป็น 4 มิติที่ถ้ามองจากภายนอกจะดูเหมือน 3 มิติ (กว้าง ยาว สูง (ต่ำ)) แต่ถ้าหากมองจากภายในจะเห็นเป็น 4 มิติ 8 16 32 64 เรื่อยไป ซึ่งเปรียบได้กับการมองเห็นการเติบโตภายในสมองที่มีการเติบโตแบบทวีคูณ ยิ่งมองเรามองเห็นและแยกแยะมิติที่มีความกว้าง ยาว สูง ต่ำได้ลึกเข้าไปภายในมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งมองเห็นและแยกแยะมิติที่มีความกว้าง ยาว สูง ต่ำออกไปภายนอกได้กว้างไกลมากขึ้นเท่านั้น แต่ในทางกลับกันยิ่งเรามองเห็นและแยกแยะมิติที่มีความกว้าง ยาว สูง ต่ำออกไปภายนอกมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเดินห่างออกจากการมองเห็นและแยกแยะมิติที่มีความกว้าง ยาว สูง ต่ำทั้งภายนอกและภายในมากขึ้นเท่านั้น (นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่กำลังเดินหลงทาง/เดินวนอยู่ในเขาวงกตจากการค้นพบสิ่งใหม่ๆซึ่งสิ่งใหม่ๆที่ค้นพบจะมีความน่าจะเป็นสองทางคือ ใช่และไม่ใช่สิ่งใหม่ๆ ถ้าหากเราไม่สามารถแยกแยะความน่าจะเป็นทั้งสองออกจากกันได้ก็มีทางเดียวคือ เลือกทางใดทางหนึ่งแล้วเดินไปให้สุดทางเราก็จะรู้ว่าทางที่เราเลือกใช่หรือไม่ใช่ หรือ ถูกหรือผิด เป็นหรือตาย และแน่นอนว่าการเลือกนี้จะทำให้เราได้รับประสบการณ์ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนคือ ประสบความสําเร็จหรือประสบความล้มเหลว นี่แสดงให้เราเห็นและตระหนักได้ว่า การประสบความสําเร็จหรือประสบความล้มเหลวที่จะเกิดจึ้นในอนาคตไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญที่มีความไม่แน่นอนและความแน่นอนซ่อนอยู่ แต่เกิดขึ้นมาจากทางที่เราเลือกเดินในอดีต ซึ่งถ้าหากเราสามารถแยกแยะความน่าจะเป็นทั้งสองออกจากกันได้โอกาสที่เราจะประสบความสำเร็จก็จะมีมากขึ้นและในขณะเดียวกันโอกาสที่เราจะประสบความล้มเหลวก็จะลดน้อยลงตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกันกับการใช้ชีวิตโดยทั่วไปที่การเกิดขึ้นของสิ่งดีๆและหรือสิ่งไม่ดีต่างๆไม่มีอะไรที่เป็นเหตุบังเอิญ ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นและเป็นผลมาจากการเลือกที่จะทำและไม่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งของเราในอดีตทั้งสิ้น ถ้าหากเราพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยออกมาเป็นระยะๆเราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันได้มีนักวิทยาศาสตร์บางคนที่กำลังพาตัวเองเดินมุ่งหน้าไปสู่ประตูทางออกจากเขาวงกตได้บ้างแล้ว ซึ่งโดยทางตรงแล้วเราที่เป็นคนธรรมดาที่ไม่มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์จะไม่สามารถช่วยไขความกระจ่างให้กับนักวิทยาศาสตร์ได้ แต่โดยทางอ้อมคนธรรมดาทุกคนสามารถช่วยไขความกระจ่างให้กับนักวิทยาศาสตร์ได้ และในทางกลับกันวิทยาศาสตร์ก็สามารถช่วยไขความกระจ่างให้กับคนธรรมดาได้ด้วยเช่นกัน ในทางฟิสิกสเรียกว่า การซ้อนทับและความพัวพัน หรือเอกภพคู่ขนาน Parallel Universe ซึ่งจะมีความน่าจะเป็นสองทางหรือสองมิติคือ 1. การเปิดเผยของสิ่งหนึ่งสามารถนำไปสู่การมองเห็นและรับรู้ถึงการเปิดเผยของอีกสิ่งหนึ่ง 2. การเปิดเผยของสิ่งหนึ่งไม่สามารถนำไปสู่การมองเห็นและรับรู้ถึงการเปิดเผยของอีกสิ่งหนึ่ง) ซึ่งการมองเห็นและรับรู้ภาพทั้งหมดเกิดจากความมี/เป็น/อยู่ในระดับพลังงานสามส่วนด้วยกันคือ 
1. พลังงานควอนไตซ์เอง ที่พลังงานเปลี่ยนไปตามขั้นที่เต็มหน่วย ระดับพลังงานควอนตัมน้บเป็นส่วนหลักที่ต่างไปจากกลศาสตร์คลาสสิก ซึ่งพลังงานเปลี่ยนไปแบบต่อเนื่อง 
2. สสารประกอบด้วยอะตอมและโมเลกุลที่มีพลังงานไม่ต่อเนื่อง 
3. ข้อมูลและการเดินทางที่มีกระบวนการทำงานผ่าน (Adiabatic & Isentropic Process) ที่สามารถย้อนกลับได้และย้อนกลับไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น การเกิดและตาย การสร้างและทำลาย การให้และรับ การเดินทางข้ามเวลา การรู้อนาคตล่วงหน้า การย้อนอดีต ที่แต่ละส่วนจะมีกระบวนการทำงานที่ซ้อนทับและพัวพันกันอยู่สองระดับคือ 1in2 & 2in1 และ One for all and All for one คือ ในเวลาที่เราให้คนอื่นเราไม่เพียงแต่ให้คนอื่นเท่านั้นเรายังให้กับตัวเองด้วยและในขณะที่เรารับจากคนอื่น เราไม่เพียงแต่รับจากคนอื่นเท่านั้นเรายังรับจากตัวเราเองด้วยเช่นกัน ให้ 2 รับ 2 และให้ทั้งหมดและรับทั้งหมด หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ระบบไม่เชิงเส้น ที่ที่การกระทำของคนคนหนึ่งสามารถเขย่าโลกได้ทั้งใบ และยิ่งไปกว่านั้นคือ การเกิดขึ้นของบางสิ่งบางอย่างหรือบางเหตุการณ์หรือบางสถานการณ์ที่ผิดไปจากปกติวิสัยโดยทั่วไปจากที่สิ่งนั้นหรือคนคนนั้นมีอยู่หรือทำอยู่หรือเป็นอยู่ ยกตัวอย่างเช่น อยู่ๆก็เกิดมีโรคระบาดขึ้น หรืออยู่ๆถ้ำนาคาและส่วนหัวก็ถูกค้นพบโดยบังเอิญ หรืออยู่ๆคนที่ขับรถไม่เป็นก็ลุกขึ้นมาขับรถได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการเรียนรู้) นี่คือความหมายของควอนตัมที่มี/เป็น/อยู่ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยสมบูรณ์และไม่มี/ไม่เป็น/ไม่อยู่ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยสมบูรณ์ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—->สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—->เวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่ในเวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน หรืออีกนัยหนึ่งคือ มีสองสถานะที่ซ้อนทับกันอยู่ทั้งภายในและภายนอกตัวเองและภายในและภายนอกกันและกัน และมีสภาวะกึ่งเป็นกึ่งตาย ซึ่งความเป็นและไม่ได้เป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยสมบูรณ์ (พลังงานทั้งหมดมีค่าเท่ากับ 0 และ 0/1) นี่เองที่ทำให้โลกเกิดความมี/เป็น/อยู่ของความสมบูรณ์และทำให้สรรพสิ่งไม่หลุดกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทางจากระบบของแรงโน้มถ่วงและแรงดึงดูด มนุษย์มีความเชื่อว่า เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วกระบวนการในการเกิดและตาย การสร้างและทำลาย การให้และรับ และการเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งล้วนเกิดขึ้นจากการที่เราได้ทำการเลือกที่จะเกิดมาเพื่อทำในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาก่อนหน้าที่จะเกิดกระบวนการอื่นตามมา หรืออีกนัยหนึ่งคือ มนุษย์ทุกคนล้วนมีเป้าหมายในการเกิดมาทั้งสิ้น ไม่มีใครเกิดมาโดยไร้จุดมุ่งหมาย (เราไม่สามารถให้ตัวเองและผู้อื่นในสิ่งที่เราไม่มีไม่ได้ เราจะสามารถให้ตัวเองและผู้อื่นได้ในสิ่งที่เรามีเท่านั้น ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น ถ้าหากเราต้องการบริจาคเงินหรือสิ่งของให้กับตัวเราเองและหรือผู้อื่น เราจำเป็นต้องมีเงินหรือสิ่งของนั้นเพื่อใช้ในการบริจาค หรือถ้าหากเราต้องการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์อะไรสักอย่าง เราจำเป็นต้องมีการสร้างภาพหรือแบบจำลองขึ้นมาภายในความคิดและความรู้สึกของเราก่อนแล้วจึงนำภาพหรือแบบจำลองนั้นออกมาลงมือสร้างภายนอก 

ทั้งสามส่วนคือสิ่งที่เราเรียกว่า สังคมแบ่งปัน ในระดับควอนตัมจะมีการทำงานทั้งทางตรงและทางอ้อมไปพร้อมๆกัน ซึ่งคำว่าพร้อมๆกันก็จะแยกออกเป็นสองส่วนคือ พร้อมกันและไม่พร้อมกัน (ทุกสรรพสิ่งจะมีสองด้านเสมอ แต่ละด้านก็จะมีกระบวนการทำงานที่แยกออกเป็นสองทิศทางคือ ไปในทิศทางเดียวกันและไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกันในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—->สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—->เวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่ในเวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน) ยกตัวอย่างเช่น 
1. การบริจากเงินทองสิ่งของหรือการสร้างตู้ปันสุขสามารถช่วยลดการเกิดโควิด 19 ทางอ้อมและในทางกลับกันก็เป็นการช่วยเร่งกระบวนการสร้างความรู้สึกและความคิดใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น  
2. การอนุมัติให้ซื้อเรือดำน้ำที่ในเวลาต่อมา 29 ส.ค. 2563 นาทีชีวิต! 4 ทหารฮีโร่ กระโดดลงน้ำที่ลึกประมาณ 2 เมตรเพื่อทุบกระจก ช่วยกันดึงเอาร่างของนายวีระศักดิ์ คำตัน อายุ 60 ปี ออกมาจากรถที่กำลังจมลงไปในน้ำขึ้นมาอยู่บนสะพานทำให้นายวีระศักดิ์รอดชีวิตได้อย่างหวุดหวิด สำหรับผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยทางตรงอาจมองไม่เห็นประโยชน์จากการอนุมัติให้ซื้อเรือดำน้ำในช่วงที่ประชากรส่วนใหญ่กำลังตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่การอนุมัติให้ซื้อเรือดำน้ำสามารถสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นโดยทางอ้อมได้ ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับการเปิดเผยออกมาแล้วจากการที่นายทหารสี่นายไปช่วยคนตกน้ำ และอีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมา แต่เราจะได้รับรู้เมื่ออนาคตมาถึงนั่นคือ การที่คนไทยทั้งประเทศจะได้รับอนิสงค์จากการอนุมัติให้ซื้อเรือดำน้ำที่ในปัจจุบันเราเห็นว่าไม่มีประโยชน์ 
3. Suggested Title: son ที่ผู้เขียนได้โพสต์ลงใน facebook ของผู้เขียนก่อนหน้าที่ต่อมาได้มีข่าวออกมาว่า มีชายชาวพม่าคนหนึ่งชื่อว่า Son ได้ถูกฟ้าผ่าแต่ไม่ตาย และเวลาต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 23 สิงหาคม 63 'น้องซัน' นักเรียนม.6 อายุ 18 ปีได้เกิดอุบัติเหตุชนท้ายกระบะเสียชีวิต พ่อแม่ตัดสินใจบริจาคอวัยวะลูกชาย ช่วยต่อชีวิตอีก 5 คน 

นี่คือสิ่งที่ในทางฟิสิกส์เรียกว่า การซ้อนทับและความพัวพัน หรือ เอกภพคู่ขนาน Parallel Universe ที่ที่คนหนึ่งเป็นอีกคนหนึ่งตาย ที่ที่คนหนึ่งประสบความสําเร็จอีกคนหนึ่งประสบความล้มเหลว ที่ที่คนหนึ่งได้อีกคนหนึ่งเสีย ที่ที่มีพลังงานส่วนหนึ่งเพิ่มเข้ามาก็จะมีพลังงานส่วนหนึ่งลดลงไปที่เราเรียกว่า วัฏจักรของชีวิตมีขึ้นก็มีลง มีเกิดก็ต้องมีตาย ซึ่งการรเกิดและตายของเราไม่เพียงส่งผลต่อตัวเราเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อไปยังผู้อื่นอีกด้วยและในทางกลับกันการเกิดและตายของผู้อื่นก็สามารถส่งผลมาถึงตัวเราด้วยเช่นกัน ซึ่งการส่งผล/การเชื่อมต่อ/การส่งต่อข้อมูลต่างๆนี้จะมีความน่าจะเป็นสองทางคือ อดีตและอนาคต ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะอยู่ส่วนไหน และการเลือกของเราจะส่งผลสองทางคือ ต่อตัวเราเองและผู้อื่น

เราทุกคนกำลังใช้ชีวิตอยู่บนระบบอัลกอริทึม (Algorithm) หรือระบบการแบ่งปันระหว่างความเป็นพลังงาน/สสาร/ข้อมูล ที่เราสามารถนำพาความคิดความรู้สึกและการกระทำของตัวเราเองโดยการเข้าไปทำการสังเกตเรียนรู้พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นและรับรู้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจที่จะทำและไม่ทำเพื่อทำให้การเชื่อมต่อกับระบบทั้งสามส่วนมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ยิ่งเราเข้าไปรับรู้ถึงความสมบูรณ์ของระบบโลกมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งมีความทุกข์น้อยลงเท่านั้น โดยการเริ่มต้นจากส่วน/สิ่งที่เรามีอยู่ ซึ่งโดยธรรมชาติของทุกสรรพสิ่งจะมีกระบวนการทำงานที่สามารถเป็นได้ทั้งตัวเชื่อม/ตัวกลางที่เรียกว่า "โลคอล" (local) และหรือ โดยไม่ต้องอาศัยตัวกลางที่เรียกว่า "นอนโลคอล" (nonlocal) ซึ่งคำว่า ต้องอาศัยตัวกลางและไม่ต้องอาศัยตัวกลางเป็นตัวเชื่อมนี้จะมีกระบวนการทำงานอยู่บนระบบไม่เชิงเส้นที่ต่างก็มีกระบวนการทำงานสองด้านทั้งภายในและภายนอกตัวเองและทั้งภายในและภายนอกกันและกัน ถ้าเพียงแต่เราจะยอมรับที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าภายใต้การยอมรับจะมีทั้งส่วน/สิ่งที่เราต้องยอมรับโดยปราศจากเงื่อนไขและมีทั้งส่วน/สิ่งที่เราต้องไม่ยอมรับโดยปราศจากเงื่อนไข ซึ่งทั้งสองส่วนจะมีทั้งส่วนที่เราสามารถตัดสินใจทำได้ง่ายที่สุดไปจนถึงส่วนที่การตัดสินใจทำได้ยากที่สุด (การยอมรับความตายในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่ หรืออีกนัยหนึ่งคือ การพาตัวเราเองเข้าสู่สภาวะของความจนแบบติดลบเพื่อที่จะพลิกกลับมาเป็นคนที่รำ่รวยมากที่สุดคนหนึ่ง ที่ในชีวิตจริงไม่มีใครกล้าหรืออยากที่จะยอมรับความเสี่ยงนี้ จะมีก็แต่คนที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงสภาวะของความจนแบบติดลบและมีความคิดที่อยากจะฆ่าตัวตายจริงๆเท่านั้นที่จะสามารถได้รับประสบการณ์พิเศษ) ซึ่งการยอมรับความตายในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่ก็คือ การโกงความตายอย่างหนึ่งนั่นเอง

#change

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน