• Enlightened
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pipatmonkong@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2018-01-07
  • จำนวนเรื่อง : 60
  • จำนวนผู้ชม : 14795
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
One man one world
The secret of the secret
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Enlightened
วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2563
Posted by Enlightened , ผู้อ่าน : 185 , 12:37:56 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มนุษย์มีความเชื่อที่ว่า ความคิดและความรู้สึกเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนมากๆจนไม่มีใครสามารถเข้าถึงหรือเข้าใจกระบวนการทำงานที่แท้จริงได้ แต่จริงๆแล้วทุกสรรพสิ่งทั้งในและนอกโลก (จักรวาลนี้ต่างก็มีกระบวนการทำงานอยู่บนพื้นฐานของสิ่งเดียวกันที่มีความใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันและเวลาเดียวกันที่ใช่และไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน

 

คนหนึ่งคนไม่ได้มีค่าเท่ากับโลกหนึ่งใบเท่านั้น แต่ยังมีค่าเท่ากับและไม่เท่ากับจักรวาลทั้งจักรวาล (ค่าพลังงานทั้งหมดเท่ากับ 0 และ 0/1) ซึ่งทั้งคำว่า เท่ากับโลก และคำว่า เท่ากับและไม่เท่ากับจักรวาลทั้งจักรวาลต่างก็มีกระบวนการทำงานอยู่บนกฎพื้นฐานของฟิสิกส์ที่เรียกว่า CPT Symmetry หรือหลักการสมมาตรของประจุ อนุภาค และเวลา ที่จะต้องมีคู่ตรงข้ามอยู่เสมอ ซึ่งคำว่า คู่ตรงข้ามก็จะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ใช่คู่ตรงข้ามและไม่ใช่คู่ตรงข้าม (คู่เดียวกันและคำว่า คู่เดียวกันก็จะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ใช่และไม่ใช่คู่เดียวกัน (คู่ตรงข้ามยกตัวอย่างการเปิดเผยตัวตนระหว่างเพศชายและเพศหญิงที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันที่มีการสลับข้ามเพศข้ามคู่ระหว่างกันไปมาที่ไม่ว่าใครจะมีเพศสภาพอย่างไรก็ตามก็สามารถมีหรือทำการสลับสับเปลี่ยนเพศของตัวเองและหรือเพศที่เป็นคู่ของตัวเองได้ทั้งหมด

 

โลกและหรือจักรวาลจะมีการเปิดเผยทั้งหมดและไม่ทั้งหมดในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—>สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—>เวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน คำว่า เปิดเผยทั้งหมดก็จะแยกออกเป็นสองส่วนคือ เปิดเผยทั้งหมดและไม่เปิดเผยทั้งหมด และในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันคำว่า ไม่เปิดเผยทั้งหมดก็จะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ไม่เปิดเผยทั้งหมดและเปิดเผยทั้งหมด เช่นเดียวกันกับการเปิดเผยเรื่องเพศที่ในระยะแรกเริ่มก่อนที่จะมีการเปิดเผยหรือเลือกเพศใดเพศใดหนึ่ง เมื่อเราอยู่ในครรภ์มารดาเราทุกคนจะอยู่ในสภาวะกึ่งเพศหญิงกึ่งเพศชาย หรือมีสองสถานะอยู่ภายใน (และภายนอกตัวเองจนกระทั้งถึงระยะเวลาที่มีการเลือกเพศเกิดขึ้นเราจึงทำการตัดสินใจว่าเราจะอยู่ในสถานะของเพศชายหรือเพศหญิงอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งการตัดสินใจในการเลือกสถานะทางเพศของเราจะตั้งอยู่บนพื้นฐาน 2 พื้นฐานด้วยกันคือ ความคิดและความรู้สึก ซึ่งจะแยกออกเป็นสองส่วนคือ 1in2 & 2in1 และ One for all and All for one คำอธิบายที่ลึกและละเอียดมากขึ้นในความเป็น 1in2 & 2in1 และ One for all and All for one หมายถึง การมองย้อนกลับไป (ย้อนกลับและไม่ย้อนกลับและหรือมองเข้าไปภายในและมองออกไปภายนอกพื้นฐาน 2 พื้นฐานคือ ความคิดและความรู้สึก (การพิสูจน์หรือการสืบค้นหาความจริงที่เริ่มต้นจาก 0 โดยการทำหรือไปทั้งสองทางคือ -1 และ +1) ที่การเกิดของคนคนหนึ่งหรือมากกว่าที่อยู่ภายในครรภ์มารดาจะตั้งอยู่บนพื้นฐาน 2 พื้นฐานคือ ความคิดและความรู้สึก ที่จะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่มีการแยกตัวออกจากกันอย่างชัดเจน (พ่อแม่ที่รู้แล้วว่า อะไรคือความคิด อะไรคือความรู้สึกและส่วนที่ยังไม่มีการแยกตัวออกจากอย่างชัดเจน (ทารกที่ยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่า อะไรคือความคิด อะไรคือความรู้สึกซึ่งส่วนที่มีการแยกตัวออกจากกันอย่างชัดเจนก็จะมีความหมายแยกออกเป็นสองส่วนคือ ชัดเจนและไม่ชัดเจน (พ่อแม่ที่เริ่มต้นจากการรู้ว่า อะไรคือความคิด อะไรคือความรู้สึก และได้ทำการเลือกข้างระหว่างความคิดหรือความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่กลับไม่รู้ว่าข้างที่ตัวเองเลือกนั้นคือความคิดหรือความรู้สึกกันแน่และส่วนที่ไม่มีการแยกตัวออกจากกันอย่างชัดเจนก็จะมีความหมายแยกออกเป็นสองส่วนคือ ไม่ชัดเจนและชัดเจน (ทารกที่มีการเริ่มต้นจากการไม่รู้ว่า อะไรคือความคิดอะไรคือความรู้สึกแต่ได้มีการเลือกข้างใดข้างหนึ่งจากสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ซึ่งที่นำไปสู่การรวมความคิดและความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน และหลังจากการรวมความคิดและความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันผ่านไปก็จะเข้าสู่กระบวนการแยกความคิดและความรู้สึกออกเป็นสองส่วนซึ่งกระบวนการรวมเพื่อแยก แยกเพื่อรวมนี้จะมีการสลับสับเปลี่ยนทั้งตำแหน่งและโมเมนตัมระหว่างกันไปมาตลอดเวลาและจะมีทั้งการเกิดขึ้นและสิ้นสุดทั้งภายในและภายนอกตัวเองและภายในและภายนอกกันและกัน (พ่อแม่ลูกนัยอีกความหมายหนึ่งคือ การไม่ยึดติด เราเป็นและไม่ได้เป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งในเวลาเดียวกัน ฉะนั้นการยึดติดอยู่กับความคิดใดความคิดหนึ่งหรือความรู้สึกใดความรู้สึกหนึ่งจะมี/เป็น/อยู่ทั้งส่วนที่ดีและไม่ดีอยู่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน —>สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—>เวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน 

 

ความคิดและความรู้สึกคือ สิ่งเดียวกันและไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน เมื่อไหร่ที่ความคิดและความรู้สึก/สิ่งเดียวกันเกิดมีการแยกตัวออกจากกันอย่างสิ้นเชิงเราก็จะสามารถมองเห็นหรือแยกแยะได้ว่าสิ่งใดคือ ความคิด สิ่งใดคือความรู้สึก หรือสิ่งใดคือความดี สิ่งใดคือความไม่ดี แต่ถ้าหากยังไม่มีการแยกตัวเกิดขึ้นเราก็จะไม่สามารถมองเห็นหรือไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งใดคือ ความคิด สิ่งใดคือความรู้สึก หรือ สิ่งใดคือความดี สิ่งใดคือความไม่ดี ยกตัวอย่างเช่น การออกมาประท้วง เรียกร้อง ถามหาสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตยและความยุติธรรมที่มีความพยายามในการออกมาประท้วงชุมนุมเรียกร้องกันรุ่นแล้วรุ่นเล่าโดยหารู้ไม่ว่าเป็นการกระทำที่หมุนวนหรือวนเวียนอยู่ภายใต้กฎพื้นฐานของฟิสิกส์ที่เรียกว่า CPT Symmetry หรือหลักการสมมาตรของประจุ อนุภาค และเวลา ที่จะต้องมีคู่ตรงข้ามอยู่เสมอ ซึ่งการหมุนวนหรือวนเวียนนี้จะมีทางแยกออกเป็นสองทางคือ การวนกลับเข้าไปสู่กระบวนการหมุนวนหรือหมุนเวียน และการวนออกจากกระบวนการหมุนวนหรือหมุนเวียน ดังตัวอย่างของมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีลักษณะทางกายภาพและชีวภาพที่แตกต่างกันที่ทำให้น้ำของทั้งสองไม่ไหลมารวมกัน ซึ่งการไม่ไหลมารวมกันก็จะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ไม่ไหลมารวมกันและไหลมารวมกัน ทั้งสองส่วนต่างก็มีกระบวนการอื่นอีกมากมายที่เข้ามามีส่วนร่วมในการทำให้เกิดการกระบวนการแยกเพื่อรวม รวมเพื่อแยก

 

การมองเห็นการระเบิดครั้งใหญ่หรือบิ๊กแบงเมื่อราว 14,000 ล้านปีก่อน คุณสามารถบอกหรือระบุได้หรือไม่ว่าเป็นการมองจากภายในออกสู่ภายนอก หรือ เป็นการมองจากภายนอกเข้าสู่ภายใน การมองทั้งสองสถานะและสภาวะอาจดูเหมือนกันหรือคล้ายกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วการมองทั้งสองส่วนมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงที่ในทางฟิสิกส์และคณิตศาสตร์เรียกว่า ระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear system) หรือ ทฤษฎีความอลวน (Chaos theory) เป็นทฤษฎีที่อธิบายถึงลักษณะพฤติกรรมของระบบที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยลักษณะการเปลี่ยนแปลงของระบบที่เรียกว่าเคออสนี้จะมีลักษณะที่ปั่นป่วนจนดูคล้ายว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นแบบสุ่มหรือไร้ระเบียบ (random/stochastic) แต่จริง  แล้วระบบเคออสนี้เป็นระบบแบบไม่สุ่ม หรือระบบที่มีระเบียบ (deterministic) ซึ่งถ้าหากคุณสามารถระบุสถานะที่แน่นอนของการมองเห็นการระเบิดครั้งใหญ่หรือบิ๊กแบงที่เกิดขึ้นเมื่อราว 14,000 ล้านปีก่อนได้ว่าเป็นการมองเห็นที่เกิดจากการมองจากภายในออกสู่ภายนอก หรือ เป็นการมองจากภายนอกเข้าสู่ภายใน (แต่ละส่วนก็จะมีส่วนที่การซ้อนทับและพัวพันกันมากกว่า -1 และ +1) คุณก็จะสามารถนำพาตัวคุณเดินออกจากและเข้าสู่กระบวนการหมุนวนในระดับต่อๆไปได้ แต่ถ้าหากคุณยังไม่สามารถระบุสถานะที่แน่นอนของการมองเห็นของคุณเองได้ก็จะเท่ากับคุณกำลังหมุนวนอยู่ภายในวงกลมวงเดิมที่หาทางออกไม่เจอดังกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ที่ยิ่งมีความพยายามที่จะแก้ไขมากเท่าไหร่ก็ดูราวกับว่าจะยิ่งเป็นการผูกปมหรือขมวดปมเพิ่มมากขึ้นโดยไม่รู้ตัวมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเปรียบได้กับการเดินอยู่ในเขาวงกตที่เดินอย่างไรหรือเท่าไหร่ก็หาทางออกไม่เจอ แต่กลับยิ่งถลำลึกหรือเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นกันคนทุกคน แต่จะมีการเกิดขึ้นมากน้อยแตกต่างกันไปตามลำดับความตื้นลึกหนาบางที่แต่ละคนพาตัวเองเข้าไปอยู่ ซึ่งไม่มีใครสามารถช่วยใครได้ เราทุกคนจำเป็นต้องช่วยเหลือตัวเราเอง เมื่อไหร่ที่เราสามารถช่วยเหลือตัวเองได้เราก็จะสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้

 

New Normal หรือ การปฏิวัติแฝด คือ การเปลี่ยนหรือปฏิวัติทั้งวิธีคิด วิธีรู้สึกและวิธีปฏิบัติจากที่เคยปฏิบัติสืบทอดต่อๆกันมาตั่งแต่อดีตใหม่ทั้งหมด ซึ่งวิธีการใหม่ทั้งหมดได้มีการซ่อนอยู่หรือซ้อนทับอยู่ในวิธีการแบบเดิมอยู่แล้วเพียงแต่เราทุกคนต่างก็มีความพยายามที่จะปฏิเสธการมองเห็นและการรับรู้ด้วยการพยายามใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความสะดวกสบายและความเคยชินเก่าๆของเราเอง ซึ่งทำให้เราได้รับผลแบบเดิมๆซำ้แล้วซ้ำเล่า และเมื่อเราได้รับผลแบบเดิมๆซำ้แล้วซ้ำเล่าสิ่งทที่เราจะเลือกทำเพื่อทำให้ชีวิตเราเกิดการเปลี่ยนแปลงคือ การเข้าไปผลักดันคนอื่น เมื่อคนอื่นเกิดมีการเปลี่ยนแปลงจากการผลักดันของเรา เราก็จะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของคนอื่นโดยอัตโนมัติซึ่งประโยชน์ที่เราได้โดยอัตโนมัติอาจทำให้ชีวิตภายนอกเกิดความสมบูรณ์มากขึ้นได้ แต่ไม่สามารถทำให้ชีวิตภายในของเราเกิดมีความสมบูรณ์ขึ้นได้เนื่องจากเราไม่ได้เคลื่อนที่ออกจากจุดเดิมที่นำเราไปสู่การผลักดันคนอื่น(หลังจากที่เราเข้าไปผลักดันคนอื่น เราต้องเข้าไปผลักดันตัวเราเองด้วย)

 

#change




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน