• Enlightened
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pipatmonkong@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2018-01-07
  • จำนวนเรื่อง : 76
  • จำนวนผู้ชม : 20792
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
One man one world
The secret of the secret
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Enlightened
วันอังคาร ที่ 19 มกราคม 2564
Posted by Enlightened , ผู้อ่าน : 122 , 09:50:04 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

Tenet ในชีวิตจริง (ควอนตัมไขทุกปัญหา)

 

ในระบบควอนตัมจะมีคำที่เป็นคีย์เวอร์ดที่เราสามารถนำไปใช้ไขปัญหาหรือคำถามหรือข้อสงสัยที่มีอยู่ตั้งแต่อนุภาคที่เล็กที่สุดไปจนถึงจักรวาล คำนั้นคือ ทั้งหมดและหรือบางส่วน ซึ่งแยกออกเป็นทั้งหมดคือทั้งหมด บางส่วนคือ บางส่วน ทั้งหมดคือ บางส่วน และบางส่วนคือ ทั้งหมด โดยทั่วไปเราจะมีความคิดว่าทั้งหมดก็คือทั้งหมด ทั้งหมดจะกลายเป็นบางส่วนได้อย่างไรและในทางกลับกันบางส่วนก็คือบางส่วนบางส่วนจะกลายเป็นทั้งหมดได้อย่างไรกันยกตัวอย่างง่ายๆเช่น มนุษย์เราทุกคนต่างก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่ในความเหมือนเราก็มีความไม่เหมือนกัน (แตกต่างกันด้วยหรือ ผู้หญิงผู้ชาย รวมไปถึงการใช้ชีวิตในด้านอื่นๆเช่น กินอยู่หลับนอนขับถ่าย การศึกษาเล่าเรียน โลกที่เป็นขั้วคู่กลับด้าน การไหลของน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรแปซิฟิก สมองซีกซ้ายและซีกขวา การทดลองการแยกสมองSplit-Brain Operation (ที่ทำให้เราได้รับรู้ถึงการทำงานที่แตกต่างกันของสมองทั้งสองซีก แต่ในความเป็นจริงกระบวนการทำงานที่มีความแตกต่างกันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่สมองถูกแยกออกจากกันเท่านั้น แต่มันเกิดขึ้นตลอดเวลาเพียงแต่เราไม่เคยเข้าไปทำการสังเกตการเกิดขึ้นของมันมาก่อนโดยเราคิดว่า เป็นไปไม่ได้ที่เราจะสามารถสังเกตหรือมองเห็นสิ่งที่มีความละเอียดมากๆๆๆๆอย่างนั้นได้ แต่อย่างลืมนะว่าทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจากการใช้ความคิดความรู้สึกของเราทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าหากเราใช้เวลาติดตามดูการเคลื่อนที่ของความคิดความรู้สึกของเราอย่างละเอียดเราจะสามารถเข้าถึงหรือแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นอะไรเหมือนกับกระบวนการย้อนกลับเอนโทรปีที่เรียกว่า Maxwells Demon (เพิ่มข้อมูลเข้าไปในระบบ ซึ่งไม่ง่ายและไม่ยากลองพิจารณาและนำตัวอย่าง 2 ตัวอย่างนี้ไปเปรียบเทียบกับเอนโทรปีและการย้อยเวลาในหนังเรื่อง Tennet (คำแนะนำคือ อ่านและคิดทบทวนกลับไปกลับมา (จากซ้ายไปขวา จากขวาไปซ้าย จากหน้าไปหลัง จากหลังไปหน้า จากบนลงล่าง จากล่างขึ้นบน จากในออกนอก จากนอกเข้าในเหมือนกับอักษรพาลินโดรมชนิดแรกที่ค้นพบนั้น ถูกเรียกว่า “Sator Square” อักษรพาลินโดรมนี้นอกจากจะมีความหมายในแง่มุมทางภาษาแล้ว ในแง่มุมทางคณิตศาสตร์ กับวิทยาศาสตร์ พาลินโดรมก็มีให้พบเห็นด้วยเหมือนกัน เราสามารถนำเอาแง่มุมทั้งหมดมาใช้ในการคำนวนค่าเอนโทรปีและเวลาซึ่งจะช่วยไขปัญหาของนักวิทยาศาสตร์และทุกๆสาขาอาชีพได้ทั้งหมด ทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ล้วนมีความเกี่ยวข้องหรือมีความเชื่อมโยงถึงกันทั้งสิ้น

-ถ้าเรากลิ้งลูกบอลไป เราจะรู้ว่าลูกบอลก่อนกลิ้งกับหลังกลิ้งมีลำดับ’ ทางเวลาที่ชัดเจน เพราะเมื่อกลิ้งไปแล้ว สุดท้ายลูกบอลก็จะหยุด และการหยุดนั้นเกี่ยวข้องกับแรงเสียดทาน โดยแรงเสียดทานจะก่อให้เกิดความร้อนขึ้นมา ด้วยเหตุนี้ เอนโทรปีเวลา และความร้อน จึงเป็นสิ่งที่เกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิดมากๆโดยเอนโทรปีจะเป็นตัวบ่งชี้ ‘ทิศทาง’ ของกระบวนการในระบบ 

-ในเวลาที่เราขว้างลูกบอลไปกระทบผนังลูกบอลจะย้อนกลับมาหาเราในตำแหน่งเดิมโดยไม่ได้รบกวนการไหลเวียนของเวลาตามธรรมชาติ แต่ลอกเลียนวิถีการเคลื่อนที่เดิมของตน แม้เราจะกรอฉากนี้ย้อนกลับก็จะไม่มีความเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้เกิดขึ้น

 

โครงแบบ’ หรือ Configurationโดยทั่วไปเราจะเห็นเวลาเป็นเส้นตรงเดินตรงดิ่งจากอดีตมาปัจจุบันสู่อนาคต แต่ถ้าหากมองจากตัวอย่างการขว้างลูกบอลข้างต้นเราจะเห็นว่า เวลาไม่ได้เดินเป็นเส้นตรงจากอดีตสู่ปัจจุบันสู่อนาคต แต่มีการทวนหรือย้อนกลับของเวลาและเอนโทรปีเกิดขึ้นจากปัจจุบันไปสู่อนาคตและย้อนกลับสู่อดีต ถ้าหากเรามองว่าเวลาเดินเป็นเส้นตรงเราจะเห็นว่าลูกบอลที่ย้อนกลับมาหาเราจะไม่สามารถแปลความหมายเป็นอย่างอื่นได้นอกจากอนาคต แต่ถ้าเราเปลี่ยนมุมมองโดยไม่ได้มองว่าเวลาเดินเป็นเส้นตรง แต่มองว่าเวลามีการเดินทางเป็นเส้นโค้งที่แยกออกอย่างชัดเจนคือ ทวนเข็มนาฬิกาและตามเข็มนาฬิกา ซึ่งทวนเข็มนาฬิกา=อดีต และตามเข็มนาฬิกา=อนาคต เราจะเห็นว่า เวลาของเราไม่ได้มีแค่ปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังมีอดีตและอนาคตซ้อนทับอยู่ในเวลาเดียวกันอีกด้วย ซึ่งเวลาที่มีการเดินทางเป็นเส้นโค้งนั้นนอกจากจะมีเวลาที่แยกออกอย่างชัดเจนคือ ทวนเข็มนาฬิกาและตามเข็มนาฬิกา แล้วยังมีเวลาที่ไม่ได้มีการแยกออกอย่างชัดเจนอยู่ด้วยคือ ทวนเข็มนาฬิกาสามารถเป็นได้ทั้งอดีตและอนาคต และในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันตามเข็มนาฬิกาก็สามารถเป็นได้ทั้งอนาคตและอดีต ซึ่งในทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์เรียกว่า ระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear system) ระบบที่มีความไวต่อสภาวะเริ่มต้นกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ระบบ 2ระบบที่มีสภาวะการเริ่มต้นเหมือนกันหรือมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเมื่อระบบได้มีการเปลี่ยนไปสักระยะหนึ่ง สภาวะของระบบทั้งสองที่เราสังเกตได้เมื่อเวลาผ่านไปจะแตกต่างกันอย่างสังเกตเห็นได้ชัด เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวหรือ "ผีเสื้อขยับปีกทำให้เกิดพายุ" (butterfly effect) ที่ด้านหนึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นแบบสุ่มหรือไร้ระเบียบrandom/stochastic และอีกด้านหนึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นระบบแบบไม่สุ่ม หรือระบบที่มีระเบียบdeterministic ซึ่งภายใต้ความไร้ระเบียบก็จะมีความมีระเบียบซ้อนทับและพัวพันอยู่ และในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันภายใต้ความมีระเบียบก็จะมีความไร้ระเบียบซ้อนทับและพัวพันอยู่ เวลาทั้งสามนี้จะมีการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปมาระหว่างกันอยู่ตลอดเวลาและไม่ตลอดเวลา ความหมายคือ ถ้าหากเราเข้าไปสังเกตการมีอยู่ของสิ่งใดก็ตามเราก็จะมองเห็นการมีอยู่นั้นตาม ‘โครงแบบ’ หรือ Configuration ที่เรามีอยู่ ซึ่งในระบบควอนตัมสามารถกล่าวได้ว่า ถูกทั้งหมดและหรือไม่ถูกทั้งหมด (ผิดทั้งหมด

 

กฎข้อที่สองของอุณหพลศาสตร์กล่าวว่า เอนโทรปีของระบบอิสระไม่มีทางที่จะลดลงในกระบวนการใด (ทั่วไปนั่นคือการเปลี่ยนแปลงเอนโทรปีของระบบมีคุณสมบัติเป็นฟังก์ชันเพิ่มทางเดียว (monotonically increasing) ถ้าหากเราพิจารณาเอนโทรปีเป็นฟังก์ชันของเวลาที่เดินทางเป็นเส้นตรงเราจะเห็นว่า ไม่ว่าเราจะใช้ชีวิตด้านบวกหรือด้านลบ ทำดีหรือทำไม่ดีเอนโทรปีของระบบก็จะมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราจะเห็นว่า โลกเราจะมีความวุ่นวายสับสนยุ่งเหยิงและไร้ระเบียบมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าหากเราพิจารณาเอนโทรปีเป็นฟังก์ชันของเวลาที่ไม่ได้เดินทางเป็นเส้นตรง แต่เป็นเส้นโค้งที่แยกออกเป็นสองทางคือ ทวนเข็มนาฬิกาและตามเข็มนาฬิกา ซึ่งทวนเข็มนาฬิกาสามารถเป็นได้ทั้งอดีตและอนาคต และในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันตามเข็มนาฬิกาก็สามารถเป็นได้ทั้งอนาคตและอดีต เราจะเห็นว่า เอนโทรปีของระบบที่เพิ่มขึ้นนั้นจะมีการเพิ่มขึ้นและลดลงตามค่าจำนวนเต็มทางคณิตศาสตร์ 3 ค่าคือ -1   +1 ซึ่งค่าทั้งสามตั้งอยู่บนฐานสอง เลขฐาน 10 ต่อมาก็พบว่าเลขพาลินโดรมบางชนิด สามารถเขียนในรูป nk ได้โดยที่ n เป็นจำนวนนับ และ k เป็น 2,3,4 เท่านั้น (ระดับมหภาคที่เรารู้จักกัน 3มิติคือ กว้าง ยาว สูง(ต่ำแต่ในระดับจุลภาพทั้งสี่ส่วนต่างก็มีมิติที่แยกออกเป็นของตัวเองอย่างชัดเจนและทั้งสี่ส่วนต่างก็มีการซ้อนทับกันอยู่อย่างแนบเนียนมากๆๆๆๆ ถ้าหากเราไม่สังเกตหรือพิจารณาอย่างละเอียดมากๆๆๆๆเราจะไม่สามารถแยก dimensions ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน (โดยไม่ชัดเจนนี้ได้ดังตัวอย่างของลูกบอลข้างบนได้

 

***อักษรพาลินโดรมสองมิติสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีสี่สมมาตร (กลุ่มสมมาตรคือกลุ่มไคลน์สี่กลุ่มแทนที่จะเป็นกลุ่มทแยงมุมของลำดับ 8 เนื่องจากด้านที่อยู่ติดกันของสี่เหลี่ยมไม่เหมือนกันเป็นเอกลักษณ์การสะท้อนสองแนวทแยงมุมและ  หมุน 180 องศา  ข้อความอาจอ่านจากบนลงล่างล่างขึ้นบนซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้าย  และอาจหมุนได้ 180 องศาและยังอ่านได้ทุกวิธี (หลักการเดียวกันนี้ผู้เขียนเคยยกตัวอย่างเหรียญไปแล้ว)

 

#change




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน