• Enlightened
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pipatmonkong@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2018-01-07
  • จำนวนเรื่อง : 81
  • จำนวนผู้ชม : 22958
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
One man one world
The secret of the secret
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Enlightened
วันศุกร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564
Posted by Enlightened , ผู้อ่าน : 271 , 11:28:01 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การซ้อนทับ ในระดับควอนตัม (2)

 

รูปแบบของการซ้อนทับกันจะมีอยู่สองรูปแบบคือ อนุภาคและคลื่น แต่ละส่วนก็จะแยกออกเป็น 2 4 8 ไปเรื่อยๆในสองทิศทางคือ ไปในทิศทางเดียวกันและไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน (ตรงกันข้ามกันทั้งอนุภาคและคลื่นจะมีการซ้อนทับกันทั้งภายในและภายนอกตัวเองและภายในและภายนอกกันและกัน ซึ่งจะทำให้เกิดการรวมตัวกันในสองลักษณะคือ 

  1. การรวมแบบเสริมกัน (Constructive Superposition) 
  2. การรวบแบบหักล้าง (Destructive Superposition)

แต่ละลักษณะก็จะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ภายใต้การรวมแบบเสริมกัน (Constructive Superposition) ก็จะมีทางแยกอยู่สองทางคือ มีการรวมแบบเสริมกัน (Constructive Superposition) และมีการรวบแบบหักล้างกัน (Destructive Superposition) และในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันภายใต้การรวบแบบหักล้าง (Destructive Superposition) ก็จะมีทางแยกอยู่สองทางเช่นเดียวกันคือ มีการรวบแบบหักล้างกัน (Destructive Superposition) และมีการรวมแบบเสริมกัน (Constructive Superposition) ซึ่งจะเห็นได้ว่าการซ้อนทับ ในระดับควอนตัมนั้นไม่ได้มีแต่เฉพาะอนุภาคและคลื่นเท่านั้น แต่ทั้งภายในและภายนอกตัวของอนุภาคและคลื่นยังมีการซ้อนทับกันของตัวอนุภาคและคลื่นที่มีความแตกต่างกันทั้งชนิด สายพันธุ์ลักษณะ เชื้อชาติ สัญชาติกันเช่นเดียวกันกับมนุษย์ไม่มีผิดเพี้ยน มนุษย์มี/เป็น/อยู่และไม่มี/ไม่เป็น/ไม่อยู่อย่างไร อนุภาคและคลื่นก็เป็นแบบนั้นเช่นเดียวกัน แต่ภายใต้ความเป็นเช่นเดียวกันก็จะมีทางแยกอยู่สองทางคือ เป็นเช่นเดียวกันและไม่ได้เป็นเช่นเดียวกันในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—>สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—>เวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น โลกมี/เป็น/อยู่และไม่มี/ไม่เป็น/ไม่อยู่ของกลางวันและกลางคืนในเวลาเดียวกัน เมื่อด้านหนึ่งมี/เป็น/อยู่ในกลางวันก็จะไม่มีกลางคืน แต่ภายใต้ความไม่มีก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีเพราะอีกด้านหนึ่งของโลกก็จะมี/เป็น/อยู่ของกลางคืนและเมื่อเวลาผ่านไปกลางวันก็จะเปลี่ยนไปเป็นกลางคืนและกลางคืนก็เปลี่ยนเป็นกลางวันสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปมาระหว่างกันไม่มีที่สิ้นสุด เช่นเดียวกันกับการเดินทางของแสงที่มี/เป็นริ้งสีขาวดำสลับกันไปตลอดทาง มนุษย์ก็เช่นเดียวกันที่มีอดีตและอนาคตสลับกลับไปกลับมาตลอดเวลา อนุภาคก็เช่นเดียวกัน จะเป็นได้ว่าไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหนทุกสิ่งทุกอย่างก็จะมีกระบวนการเดินทาง/ทำงานแบบเดียวกัน แต่ภายใต้การเดินทาง/ทำงานแบบเดียวกัน แต่ละสิ่งต่างก็มีแนวทางที่เป็นของตัวเองซ้อนทับอยู่ด้วย (ความเสมอภาคและความไม่เสมอภาค/ความเท่าเทียมกันและความไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งจริงๆแล้วความไม่เสมอภาคก็คือความเสมอภาคอย่างหนึ่ง และความเสมอภาคก็คือความไม่เสมอภาคอย่างหนึ่ง ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น ผู้ชายและผู้หญิง ทั้งสองต่างก็มีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน แต่ภายใต้ความเป็นมนุษย์ที่มีความเท่าเทียมกันทั้งสองมีคุณสมบัติที่ทั้งแตกต่างกัน/ตรงกันข้ามกันและไม่แตกต่าง/เหมือนกัน ซึ่งการมองเห็นคุณสมบัติที่เหมือนและแตกต่างกันนี้สามารถเริ่มต้นจาก 0 และขยายออกไปทั้งด้านบวกและด้านลบจนถึงค่าอนันต์ทั้งสองทาง นัยอีกความหมายหนึ่งคือ จากความสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนไปสู่การมองเห็นได้อย่างไม่ชัดเจน และจากการมองเห็นได้อย่างไม่ชัดเจนกลับสู่การมองเห็นได้อย่างชัดเจนซึ่งการมีแนวทางเป็นของตัวเองสามารถทำให้โลก/แสง/มนุษย์/สัตว์/พืช/สิ่งของ/อนุภาคเกิดความมี/เป็น/อยู่และไม่มี/ไม่เป็น/ไม่อยู่ของแสงสี รสชาติ ความสุขความทุกข์ความรวยความจน ดีเลว บุญบาป และอื่นๆอีกมากมาย (เพิ่มและลด)

 

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า อะตอม ประกอบด้วยอนุภาคมูลฐาน 3 ชนิด คือ

  1. Electron ค้นพบโดย Thomson
  2. Proton ค้นพบโดย Glodstien
  3. Neutron ค้นพบโดย Chadwick

 

ทั้งสามชนิดต่างก็มีคุณสมบัติและคุณลักษณะเฉพาะตัวที่มีทั้งเหมือนและแตกต่างกันคือ มีความเป็นอนุภาคและคลื่นเหมือนกัน แต่ภายใต้ความเป็นอนุภาคและคลื่นที่เหมือนกันทั้งสามก็มีความเหมือนและมีแตกต่างกันแบบสุดขั้วและแบบไม่สุดขั้วรวมอยู่ด้วยทั้งภายในและภายนอกตัวเองและภายในและภายนอกกันและกัน ซึ่งการที่เราจะแยกแยะความเหมือนที่มีทั้งความเหมือนและความต่าง และความแตกต่างที่มีทั้งความต่างและความเหมือนที่มีทั้งแบบสุดขั้วและแบบไม่สุดขั้วที่รวมกันและไม่รวมกัน/ซ้อนทับและไม่ซ้อนทับ/พัวพันและไม่พัวพันกันอยู่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากหรือเป็นไปไม่ได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการสังเกตซึ่งจะมีสองด้านคือ 

  1. ยิ่งเราอยู่กับหรือเฝ้าสังเกตสิ่งใดนานเท่าไหร่เราก็จะยิ่งมองเห็นความเหมือน/ความแตกต่างกันของสิ่งนั้นได้มากขึ้นเท่านั้น
  2. ยิ่งเราอยู่กับหรือเฝ้าสังเกตสิ่งใดนานเท่าไหร่เราก็จะยิ่งมองไม่เห็นความไม่เหมือน/ความไม่แตกต่างกันของสิ่งนั้นได้มากขึ้นเท่านั้น

 

ทั้งสองด้านบอกให้เรารู้ว่า การยึดติดอยู่กับสิ่งใดก็ตามสามารถส่งผลทั้งในด้านดีและไม่ดี และการไม่ยึดติดอยู่กับสิ่งใดเลยก็สามารถส่งผลทั้งในด้านไม่ดีและดี (ควอนตัมยากที่จะเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยสมบูรณ์มนุษย์จะให้นิยามกับการใช้ชีวิตว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสองด้านคือ มีดีและไม่ดีอยู่ภายในตัวเอง แต่นิยามของควอนตัมนั้นจะมีขอบเขตที่ครอบคลุมมากกว่าสองด้านที่อยู่ภายในตัวเอง ควอนตัมจะมีทั้งการขยายออกและหดสั้นลง และมีการยกระดับและลดระดับทั้งภายในและภายนอกตัวเองและภายในและภายนอกกันและกัน ทั้งจากซ้ายไปขวา จากขวาไปซ้าย จากบนลงล่าง จากล่างขึ้นบน จากหน้าไปหลังจากหลังมาหน้า จากนอกเข้าในและจากในออกสู่นอก การเข้าสู่โลกควอนตัมจะช่วยยกระดับความเป็นมนุษย์ของเราไปสู่ความเป็นมนุษย์เทพ

 

ความหมายของคำว่า มนุษย์เทพ ไม่ได้หมายถึงการละเว้นและหมายถึงการละเว้นในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน —>สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—>เวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน นัยอีกความหมายหนึ่งคือ

  1.  การทำความเข้าใจในความเหมือนที่อยู่ในความต่างและความต่างที่อยู่ในความเหมือนที่ดำเนินอยู่ภายใต้กระบวนการทำงานระหว่างความคิดที่มีความรู้สึก กับ ความรู้สึกที่มีความคิด (อะไรกำลังขับเคลื่อนความคิดความรู้สึกและการกระทำของเราอยู่?)
  2. การมองเห็นภาพและการรับรู้การมองเห็นภาพที่มีการซ้อนทับและพัวพัน (cross) กันอยู่ทั้งภายในและภายนอก ซ้ายขวา บนล่าง หน้าหลัง
  3. ประสาทสัมผัสและการรับรู้ความรู้สึกที่ในระบบควอนตัมนั้นทั้งระยะทางและเวลาไม่ใช่ปัญหา ไม่ว่าการเปิดเผยนั้นจะเกิดขึ้นที่ใดก็ตามเมื่อเราได้รับทราบว่ามีการเปิดเผยเกิดขึ้นเราจะรู้ได้ในทันที่ว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไรและทำไม ซึ่งการรับรู้นี้จะแยกออกเป็นสองสถานะคือ สถานะมหภาคและสถานะจุลภาค กับ สถานะจุลภาคและสถานะมหภาค ในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า หลักการเติมเต็ม(complementarity principle) หรือ CPT Symmetry ซึ่งแต่ละส่วนก็จะแยกออกเป็นส่วนที่แสดงออกโดยตรงกับส่วนที่ซ้อนทับอยู่ และส่วนที่ซ้อนทับกับส่วนที่แสดงออกทางอ้อม ในระดับควอนตัมนั้นจะแยกออกเป็นสามส่วน (สี่ส่วนหรือ สามมิติ(สี่มิติทางตรงคือ ทางตรง ทางอ้อมคือทางอ้อม ทางตรงคือทางอ้อม และทางอ้อมก็คือทางตรงยกตัวอย่างเช่น ส่วนที่แสดงออกและส่วนที่ซ้อนทับของโควิด19 ที่เราจำเป็นต้องมีการสืบค้นและค้นหาแหล่งที่มาที่ไปถึงต้นตอทั้งภายในและภายนอกของโควิด19 เพื่อเข้าถึงวิธีการป้องกันดูแลและรักษา (ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการทั้งหมดได้ในทันทีและส่วนที่ซ้อนทับกับส่วนที่แสดงออกทางอ้อม (สามารถเข้าถึงได้หรือรับรู้ได้โดยทันที่โดยที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการสืบค้นหรือค้นหา ซึ่งการรับรู้ในส่วนนี้เป็นเรื่องใหม่มากๆสำหรับมนุษย์และจำเป็นต้องมีการเรียนรู้และฝึกฝนใหม่ทั้งหมด)

 

อนุภาคมูลฐาน 3 ชนิดได้แก่ อิเล็กตรอน โปรตอน นิวตรอน จะมีการเชื่อมต่อหรือส่งต่อข้อมูลผ่านอนุภาคโพซิตรอน และการเชื่อมต่อหรือส่งต่อข้อมูลจะมีความสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อตัวของอนุภาคมูลฐานเองมีการยกระดับ/พัฒนาคุณสมบัติส่วนตัวไปพร้อมๆกันด้วย ในทางวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า ธรรมชาติของอิเล็กตรอนจะตกลงสู่บ้านเดิมของมันเสมอ *พึงระลึกเอาไว้อยู่เสมอว่า กระบวนการทำงานของอนุภาคมูลฐานสามารถสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปมาระหว่างกันได้ตลอดเวลา โดยการสลับสับเปลี่ยนนั้นสามารถทำได้สองอย่างคือ เลื่อนขึ้นเลื่อนลงตามลำดับขั้นบันใด และหรือสามารถกระโดดข้ามขั้นตอนไปเลยก็ได้ (ทำให้เร็วทำให้ไว หรือใครเร็วกว่าคนนั้นได้ไปแต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดก็ตามทุกอย่างจะมีสองด้านเสมอ ซึ่งเราจำเป็นต้องเรียนรู้และฝึกฝนทั้งสองด้าน

 

#change




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน