• Enlightened
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pipatmonkong@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2018-01-07
  • จำนวนเรื่อง : 139
  • จำนวนผู้ชม : 40409
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
One man one world
The secret of the secret
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Enlightened
วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน 2564
Posted by Enlightened , ผู้อ่าน : 307 , 12:44:26 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การเดินทางข้ามเวลาในระบบควอนตัมจะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ขั้วบวกขั้วลบ หรือ จากขั้วบวกไปหาขั้วลบ และจากขั้วลบไปหาขั้วบวก หรือที่เราได้รับรู้ผ่านสื่อแขนงต่างๆมากมายซึ่งแทบทั้งหมดจะกล่าวถึงการเดินทางจากปัจจุบันย้อนกลับไปสู่อดีต/จากขั้วบวกไปสู่ขั้วลบ เมื่อย้อนกลับเราจะมีข้อมูลเริ่มต้นอยู่สองด้านคือ ข้อมูลในปัจจุบันที่มีข้อมูลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตรวมอยู่ด้วยที่เรารู้แต่คนในยุคสมัยนั้นไม่รู้และมีข้อมูลในอดีตที่คนในยุคสมัยนั้นรู้แต่เราไม่รู้ (มีและไม่มี มีคือไม่มี ไม่มีคือมี หรือ 3/4 มิติในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า สถานะและสภาวะควอนตัม คือมีสองสถานะในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียว/2in1 สถานะขั้วบวกและสถานะขั้วลบ / สถานะรู้และสถานะไม่รู้ / สถานะเป็นและสถานะตาย และมีหนึ่งสภาวะ/1in2 สภาวะกึ่งขั้วบวกกึ่งขั้วลบ / สภาวะกึ่งรู้กึ่งไม่รู้ / สภาวะกึ่งเป็นกึ่งตายในทางฟิสิกส์กล่าวว่า ควอนตัมยากจะเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยสมบูรณ์ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องนับรวมสถานะทั้งสองสถานะ และนับรวมสภาวะทั้งสองเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งจะมีความแตกต่างจากการคิดโดยสามัญสำนึกปกติทั่วไปที่เราจะแยกการรู้และไม่รู้ออกจากกันอย่างสิ้นเชิงโดยไม่นำมานับรวมกัน รู้ก็คือรู้ ไม่รู้ก็คือไม่รู้

 

ซึ่งอาจมีการกล่าวถึงการเดินทางจากปัจจุบันไปสู่อนาคตบ้าง แต่จะเห็นได้ว่าเป็นการกล่าวถึงอนาคตที่ยังคงยึดติดอยู่กับพื้นฐานหรือแนวคิดเดิมๆอยู่ค่อนข้างมากนั่นก็เป็นเพราะว่าเรามีข้อมูลในอนาคตอยู่น้อยกว่าข้อมูลในปัจจุบันและหรือในอดีตนั่นเอง ซึ่งจะแตกต่างจากการเดินทางจากปัจจุบันย้อนกลับไปสู่อดีตที่เราจะมีข้อมูล 3 ส่วนคือ อดีตปัจจุบันและอนาคตในระดับที่มากน้อยแตกต่างกันในแต่ละคนจึงทำให้คนนิยมนำมาบอกเล่าหรือสร้างสรรค์ผลงานได้ง่ายและมากกว่า

 

การเดินทางทั้งสองแบบเป็นการเดินทางอยู่ภายใต้วงกลมวงเดียวที่ด้านหนึ่งเป็นขั้วบวกและอีกด้านหนึ่งเป็นขั้วลบ (ถ้าเปรียบกับโลกก็หมายถึง ขั้วเหนือขั้วใต้คุณรู้หรือไม่ว่าเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การเดินทางข้ามเวลาที่การรับรู้ของเราไม่ได้จำกัดอยู่ภายใต้วงกลมวงเดียวเท่านั้น แต่เรายังสามารถยกกระดับและขยายขอบเขตการรับรู้ที่เกิดขึ้นจากการเดินทางข้ามเวลาที่วนเป็นวงกลมกลายเป็นวนเป็นเลขแปดภายใต้วงกลมสองวง (ถ้าหากเปรียบกับโลกก็จะหมายถึงขั้วคู่ที่อยู่ในขั้วเหนือและขั้วใต้อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเคยมีนักคณิตศาสตร์กล่าวว่า คนคนหนึ่งสามารถสร้างวงกลมได้สองวงคือ วงกลมความคิด (ไฟฟ้าและวงกลมความรู้สึก (แม่เหล็ก)) ซึ่งจริงๆแล้วมันก็คือ กระบวนการทำงานของแรงแม่เหล็กไฟฟ้านั่นเอง ในทางฟิสิกสควอนตัมเรียกสถานะซ้อนทับ หรือ สถานะอนุภาคและคลื่น หรือ สถานะมหภาคและสถานะจุลภาค ซึ่งเราก็คือ ปีศาจของแม็คเวลล์ ที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่บนการมีความสุขและความทุกข์สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปมา หรือเราจะใช้ชีวิตอยู่เหนือความสุขและความทุกข์ (ถ้ามองตามคุณสมบัติที่แสดงออกภายนอกจะเห็นได้ว่าเป็นการแยกสถานะทั้งสองออกจากกันอย่างสิ้นเชิง แต่ถ้าหากมองตามคุณสมบัติที่มีการซ้อนทับ/ซ่อนอยู่จะเห็นได้ว่า ทั้งสองมีสถานะที่ซ้อนทับกันอยู่แบบพอดีเป็ะ ไม่ขาดไม่เกิน นอกจากนั้นเรายังสามารถมองเห็นทางเดินล่องหน (สตริงและจิ๊กซอว์ (กายหยาบและกายละเอียดที่ขาดหายไปอย่างชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ)

 

ที่ Bohr เรียกว่า หลักการเติมเต็ม (complementarity principle) เราจำเป็นต้องทำให้เกิดมีขึ้นทั้งสองทางคือ เป็นและไม่เป็นผู้ผลักดันตัวเองและผลักดันคนอื่น เป็นและไม่เป็นผู้นำและผู้ตามของตัวเองและของผู้อื่น ซึ่งการทำทั้งสองทางเราจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิดวิธีรู้สึกและวิธีปฏิบัติที่เรียกกันว่า การ “เปลี่ยนกระบวนทัศน์” หรือ Paradigm Shift เพื่อทำให้เกิดมุมมองใหม่ต่อชุดข้อมูลเดิม โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงข้อมูลเดิมแต่อย่างใด!!! หลักการคือ การนำเอาข้างในออกข้างนอก เอาข้างนอกเข้าข้างใน และ นำเอาข้างบนลงข้างล่าง เอาข้างล่างขึ้นข้างบน 

 

ซึ่งข้อมูลที่เราได้เปิดเผยก่อนหน้าทุกโพสต์ต่อมาเราก็ได้ยินหรือได้รับรู้จากการนำเสนอข่าวทั่วไปว่ามีเหตุการณ์ต่างๆมากมายเกิดขึ้นสอดคล้องกับข้อมูลที่เราได้โพสต์ไปแบบไม่มีอะไรผิดเพี้ยนเลย (คุณผู้อ่านอาจจะมองเห็นหรือรับรู้ได้แตกต่างออกไปเนื่องจากเราและคุณผู้อ่านมีการใช้ชีวิตและมีวิธีคิดวิธีรู้สึกและวิธีปฏิบัติที่ดูตามสถานะมหภาคด้านหนึ่งอาจจะมีความเหมือนกันหรือคล้ายคลึงกันมาก แต่ถ้าหากมองตามสถานะจุลภาคจะมีความแตกต่างกออกไปอย่างสิ้นเชิงที่ในทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เรียกว่า ระบบไม่เชิงเส้น หรือที่เรียกว่า การ “เปลี่ยนกระบวนทัศน์” หรือ Paradigm Shift ที่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดวิธีรู้สึกและวิธีปฏิบัติที่แบบไม่มีที่สิ้นสุดโดยวนเป็นวงกลมเดิมๆหรืออยู่ภายใต้วงกลมวงเดียวไปสู่การวนแบบไม่มีที่สิ้นสุดแบบใหม่โดยวนเป็นเลขแปด

 

ยกตัวอย่างเช่น

 

.. 2564 ชาวบ้านขอขมาแทน หลังหนุ่มคลั่งพังศาลเจ้า ขึ้นไปนั่งบนแท่น เหยียบรูปปั้นเจ้าพ่อเจ้าแม่https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_6599872

 

.. 2564 เจอแล้วผู้เฒ่าอังกฤษ หลงป่า 3 วัน เล่าตอนอยู่ในป่า เมียโผกอด ลั่นมีความสุขสุดในชีวิตhttps://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_6600009

 

03 .. 2564 เขยฝรั่ง "หลงป่าชุมชน 3 วัน ยังหาตัวไม่พบ https://www.komchadluek.net/news/481728

 

พระมหาไพรวัลย์-พระมหาสมปองไลฟ์2วันติด ยอดวิวทะลุ2แสน-เพจดังแห่เมนต์รัวๆเช่นเดิม... อ่านต่อที่: https://www.dailynews.co.th/news/237849/

 

ถ้าหากมองโดยแบบเก่าเราจะไม่เห็นการเชื่อมโยงหรือเชื่อมต่อของแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ถ้าหากมองโดยมีการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ หรือ Paradigm Shift เราจะเห็นทางเดินล่องหน (สตริงและจิ๊กซอว์(กายหยาบและกายละเอียดที่ขาดหายไปอย่างชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ 

 

ก่อนหน้านี้เราได้นำเสนอเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าที่เป็นผู้ก่อตั้งศาสนาพุทธนั้นได้มีการเคลื่อนที่ออกจากศาสนาพุทธเข้าสู่ศาสนาจักรวาล ซึ่งเหตุการณ์ทั้งสี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนข้อมูลที่เราได้นำเสนอไปโดยทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับการเดินทางข้ามเวลาระหว่างขั้วบวกและขั้วลบที่อยู่ภายใต้สถานะมหภาคและสถานะจุลภาค ต้องบอกก่อนว่าการแปลความหมายของข้อมูลที่เกิดขึ้นเราสามารถแปลความหมายแยกออกเป็นสองทาง ข้อมูลหลักและข้อมูลรอง หรือ ข้อมูลทางวิชาการกับข้อมูลชาวบ้าน หรือ กฏบ้านกับกฏเมือง ซึ่งข้อมูลทั้งสองส่วนสามารถพลิกกลับไปกลับมาได้ตลอดเวลา (ไม่มีอะไรอยู่นิ่งแต่ละบ้านแต่ละคนจะมีกฏประจำที่แตกต่างกันแต่ทุกบ้านต้องปฏิบัติตามกฏเมืองเหมือนกัน การใช้ชีวิตก็เช่นเดียวกันที่ทุกชีวิตจะมีกฏที่แต่ละคนตั้งขึ้นเองและมีกฏธรรมชาติที่เราทุกคนต้องปฏิบัติตามเหมือนกัน 

 

การนำเสนอของพระมหาไพลวัลยและพระมหาสมปองเป็นการนำเอาความเป็นพระเข้าสู่ความเป็นฆราวาสโดยมีความคิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าเป็นการนำเสนอธรรมะในรูปแบบใหม่ แต่จริงๆแล้วเป็นการเดินออกจากความเป็นพระเข้าสู่ความเป็นฆราวาสที่ละน้อยที่ละน้อยโดยไม่รู้ตัว ที่ในระดับควอนตัมจุลภาค = ท่านทั้งสองกำลังแสดงคุณสมบัติเป็นสะพาน/ทางเดินให้กับพระพุทธเจ้า เชื่อมระหว่างศาสนาพุทธ (พระเข้าสู่ศาสนาจักรวาล (ฆราวาสแต่ในระดับควอนตัมมหภาคจะเป็นการเชื่อมระหว่างศาสนาพุทธ (พระเข้าสู่ศาสนาจักรวาล (ฆราวาสเหมือนกัน แต่เป็นการเชื่อมที่ส่งผลแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง (ด้านหนึ่ง (พระมหาไพลวัลยและพระมหาสมปองเข้าสู่โหมดแสงสีที่มีขาวดำเป็นฉากหลัง แต่อีกด้านหนึ่ง (พระพุทธเจ้าจะนำพาชาวโลกเดินออกจากโหมดแสงสีเข้าสู่โหมดขาวดำที่มีแสงสีเป็นฉากหลังที่ทำให้คนธรรมดาขึ้นไปนั่งบนแท่นเจ้าพ่อเจ้าแม่ (เทพเจ้ากลับมามีชีวิตไม่ได้เป็นเพียงรูปปั้นไม่มีชีวิตอีกต่อไป

 

ข่าว 2 ฝรั่งหลงป่าที่ต่อมาได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย = เราจะได้รับการช่วยเหลือจากผู้ที่อยู่แดนไกลที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาอยู่ใกล้ขึ้นทุกขณะ (การกลับมาของพระพุทธเจ้าที่ไม่ใช่เพื่อสารต่อศาสนาพุทธแต่เป็นศาสนาจักรวาล)

 

ไม่มีอะไรดีหรือร้ายในตัวของมันเอง ทุกสิ่งทุกอย่างมีสองด้าน แต่ภายใต้ความมีสองด้าน ในระดับควอนตัมจุลภาคจะมีเป็นสองเท่า (มีการซ้อนทับมากกว่าสองด้านคือ ไม่ได้มีแต่ขั้วบวกขั้วลบเท่านั้น แต่ยังมีคูณหารและเลขยกกำลังอีกด้วย และแต่ละด้านก็จะถูกแยกออกเป็นขั้วบวกขั้วลบในทางวิทยาศาสตร์หมายถึง ทั้งหมดและบางส่วน หรือ สามารถมองได้ว่าถูกทั้งหมดและหรือผิดทั้งหมด

 

โปรดติดตามตอนต่อไป การเดินทางจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน