• Enlightened
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pipatmonkong@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2018-01-07
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 40269
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
One man one world
The secret of the secret
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Enlightened
วันอังคาร ที่ 21 กันยายน 2564
Posted by Enlightened , ผู้อ่าน : 220 , 11:03:31 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นักวิทยาศาสตร์ใช้เทคนิคไอออนแทร็ปปิ้งในการสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมขึ้นมาโดยจะเป็นการจับอะตอมแต่ละตัวมาวางเรียงกันแล้วใช้เรย์เซอร์ยิงทุกทิศทุกทางซ้ายขวาหน้าหลัง(บนล่างนอกใน) ทำให้อะตอมไม่สามารถหลุดออกมาได้ 

 

คนธรรมดาใช้เทคนิคไอออนแทร็ปปิ้ง (ปีศาจแม๊คเวลล์ หรือ ความคิดและหรือความรู้สึก หรือ เซลล์สมองและหรือเซลล์เส้นประสาทในการสร้างสมองคอมพิวเตอร์ควอนตัมโดยจะเป็นการนำเอาข้อมูลจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าทั้งก่อนหน้าและหลังจากทั้งในระยะใกล้และไกลทั้งภายนอกและภายใน(ปัจจุบันและนำเอาข้อมูลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าในระยะไกลและใกล้ทั้งภายในและภายนอกมาคิดวิเคราะห์ร่วมกันมาทำให้ข้อมูลมีความสามารถทะลุกำแพงควอนตัมได้ ซึ่งความสามารถในการทะลุกำแพงควอนตัมจะต้องทำให้เกิดมีขึ้นสองด้านคือ ทะลุและไม่ทะลุ แต่ละด้านก็จะแยกออกเป็นสองในลักษณะที่ตรงกันข้ามกันและไม่ตรงกันข้ามกัน (อยู่ข้างเดียวกันซึ่งคำว่า อยู่ข้างเดียวกันก็จะมีความน่าจะเป็นสองด้านซึ่งจะมีทั้งการขยายออกและหดกลับในเวลาเดียวกันทั้งภายในและภายนอกตัวเองและภายในและภายนอกกันและกัน (สตริง หรือเครื่อยข่ายใยแมงมุม)

 

สมองคอมพิวเตอร์ควอนตัมคือ พลังงานสะอาด+พลังงานสกปรก ในระดับมหภาคหมายถึง ขาวดำ มีการซ้อนทับ 2 มิติ (positive and negative) แต่ในระดับจุลภาคจะหมายถึง ขาวดำ และดำขาว มีการซ้อนทับ 4 มิติ (positive and negative ที่แต่ละตัวจะแยกออกเป็นสี่คือ อิเล็กตรอน โพซิตรอน โปรตอนและนิวตรอนถ้าหากกล่าวในระดับมหภาคจะมีการแยกออกเป็นสองทิศทางคือ ตรงกันข้ามกันและไม่ตรงกันข้ามกันหรือ โลกกระจก แต่ถ้าหากกล่าวในระดับจุลภาคเราจำเป็นต้องมีการเพิ่มและหรือลดขนาดเป็น 2 เท่าและดับเบิ้ลขึ้นตามลำดับเช่นเดียวกันการเพิ่มและลดขนาด ปริมาณและจำนวนเซลล์ในสมอง (นำเอากระบวนการทำงานภายในออกมารีไซเคิล รีเฟรช รีบู๊ตภายนอก และนำเอากระบวนการทำงานภายนอกกลับเข้าไปรีไซเคิล รีเฟรช รีบู๊ตภายในในทางวิทยาศาสตร์เรียก เอนโทรปีและการทวนเอนโทรปี ผ่านกระบวนการอะเดียแบติกและกระบวนการไอเซนโทรปิค ที่เราจำเป็นต้องเพิ่มมิติในการมองเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอกให้มากขึ้นกว่า 2 มิติอย่างที่เคยเป็น 4 มิติเพื่อทำให้เรา (ระบบเกิดมี/เป็นการเชื่อมต่อ/เชื่อมโยงทั้งระบบ)

 

เราเคยโพสต์บทความเรื่อง เมืองทิพย์ (2) ที่เราพูดถึง กฏอนุรักษ์พลังงาน The conservation of energy พลังงานไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่และไม่สามารถสูญหายได้ แต่เกิดการเปลี่ยนรูปแบบได้ จากแรงเสียดทานไปสู่ความร้อน แต่ไม่เคยเห็นความร้อนเปลี่ยนไปเป็นแรงเสียดทาน จริงๆแล้วกระบวนการเปลี่ยนแรงเสียดทานไปสู่ความร้อน และกระบวนการเปลี่ยนความร้อนไปเป็นแรงเสียดทานนี้เกิดขึ้นตลอดเวลา ถ้าหากคุณผู้อ่านลองสังเกตทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัวคุณผู้อ่านทั้งในขณะที่คุณผู้อ่านกำลังใช้ความคิดและหรือความรู้สึกภายในอยู่และในขณะเดียวกันภายนอกคุณผู้อ่านอาจจะกำลังทำกิจกรรมอื่นๆอยู่แล้วอยู่ๆกิจกรรมดังกล่าวก็เกิดมีอาการสะดุดหรือมีความผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้น (อุบัติเหตุเล็กๆน้อยหรือใหญ่โตรุนแรงถึงชีวิตก็ได้หรือมีเหตุให้มีการเบี่ยงเบนเกิดขึ้น นั่นคือ สิ่งที่เรียกว่า ความร้อนไปเป็นแรงเสียดทาน ในทางกลับกันเราก็สามารถเรียกกระบวนการเปลี่ยนแรงเสียดทานไปเป็นความร้อนได้เช่นกันเมื่อจุดยืนเปลี่ยนไป (ผู้สังเกตคนที่ 1 กับผู้สังเกตุคนที่ 2 ถ้าหากเราสามารถเป็นทำให้ตัวเราเองเป็นได้ทั้งผู้สังเกตคนที่ 1 และผู้สังเกตุคนที่ 2 ได้ในเวลาเดียวกันเราจะเห็นการซ้อนทับกันบนจุดเป็นกลาง Neutal point แบบที่เรียกได้ว่า สนามแม่เหล็ก  2  สนามหรือมากกว่า  มีปฏิกิริยาต่อกันและกันด้วยอำนาจที่เท่ากัน  แต่ทิศตรงกันข้าม คือ เราจะเห็นทั้งความเท่ากันและความไม่เท่ากันที่อยู่ในสิ่งเดียวกัน —>สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—>เวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การมีปฏิกิริยาหรือมีอันตรกิริยาต่อกันสามารถเริ่มต้นจาก 0-ค่าอนันต์ทั้งทางบวกและทางลบ หรือ <-1   +1> ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของพลังงาน สสารหรือข้อมูลจะมีทิศทางการหมุน/วิ่ง/เดินในสองทิศทางคือ ตามเข็มนาฬิกาและทวนเข็มนาฬิกา หรือ ไปในทิศทางเดียวกันและไม่ได้ไปในทิศทางเดียว (ทิศทางตรงกันข้ามกันซึ่งแต่ละด้านก็จะมีกระบวนการแยกออกเป็นสอง สี่ แปดไปเรื่อยๆ และในขณะที่เกิดกระบวนการแยกออกก็จะมีกระบวนการรวมกันเข้าเกิดขึ้นมาพร้อมๆกันและไม่พร้อมกันเกิดขึ้น (ระยะไกล ระยะใกล้ หรือกลับด้านกัน) = การแยกเพื่อรวม รวมเพื่อแยก ซึ่งเราจะเห็นกระบวนการเกิดขึ้นด้านหนึ่งและไม่เห็นอีกด้านหนึ่ง และด้านที่เราเห็นก็จะมีความน่าจะเป็นสองทางคือเราเห็นทั้งหมดและไม่เห็นทั้งหมด (เห็นบางส่วนในทางกลับกันด้านที่เราไม่เห็นก็จะมีความน่าจะเป็นสองทางเช่นเดียวกันคือ ไม่เห็นทั้งหมด (เห็นบางส่วนและเห็นทั้งหมด (ควอนตัมยากที่จะเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยสมบูรณ์ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ทุกสรรพสิ่งจะมีสถานะที่ซ้อนทับกันอยู่สองสถานะคือ มหภาคและจุลภาค (เท่ากันและไม่เท่ากัน ยกตัวอย่างเช่น ผู้หญิงผู้ชาย เมื่อแรกเกิดเราทุกคนมีสองเพศ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่งเราจำเป็นต้องเลือกเพศใดเพศหนึ่ง เพศที่เราไม่ได้เลือกไม่ได้หายไปไหนแต่จะหลบซ่อนอยู่อย่างเงียบๆและไม่หลบซ่อนอยู่อย่างเงียบๆ นัยอีกความหมายหนึ่งคือ การแสดงออกทั้งหมดของเราจะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่ถูกเลือกกับส่วนที่ไม่ได้ถูกเลือก แต่หลบซ่อนอยู่ ซึ่งต่อมาอาจกลายเป็นส่วนที่ถูกเลือกแทนที่ (เพศที่สามภายในและมีสภาวะกึ่งมหภาคกึ่งจุลภาค (มากกว่าน้อยกว่าการมีทั้งสถานะและสภาวะในเวลาเดียว มีสปินทิศทางขึ้นลง ซ้ายขวา หน้าหลัง นอกใน)

 

ที่ต่อมาท่านประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีน ก็ได้แถลงนโยบาย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (17 สิงหาคม 2564) ว่า เศรษฐกิจยุคใหม่ของจีนจะมุ่งเน้นเรื่อง Common prosperity ความเจริญรุ่งเรือง (ร่ำรวยร่วมกัน สีจิ้นผิงพูดว่า จะต้องเปลี่ยนโครงสร้างสังคมจีนจากรูปพีรามิด (ต่ำ กลาง สูง หรือยอดบนคนรวยคนจนฐานล่าง หรือจน กลาง รวย -1 0 +1) เป็นรูปลักบี้หรือวงรี่คือ ตรงกลางอ้วน (ขยายชนชั้นกลางมากขึ้นคนรวยคนจนน้อยลง)

 

Let some people get rich first เพื่อที่จะนำคนที่เหลือให้รวยร่วมกัน เปลี่ยนจากเน้นเชิงปริมาณมาเน้นคุณภาพ

 

ถ้าหากมองผ่านๆคุณผู้อ่านอาจจะไม่เห็นความเหมือนที่อยู่ในความต่าง แต่ถ้าหากพิจารณาอย่างละเอียดจะเห็นได้ว่า กฏอนุรักษ์พลังงาน The conservation of energy ไม่ได้จำกัดเฉพาะในแวดวงวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่อยู่ในทุกที่ทุกชีวิต 

 

ไม่มีอะไรที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ และไม่มีความลึกลับอะไรภายใต้กฏเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ การเข้าถึงวิทยาศาสตร์และศาสตร์แขนงอื่นใดก็ตามในระบบควอนตัมที่อยู่บนความน่าจะเป็นระหว่างความคิดและหรือความรู้สึก เราสามารถเข้าทางความคิดและหรือความรู้สึกก็ได้ (วิทยาศาสตร์ทั่วไปที่ใครก็ช่วยชี้แนะให้เราเข้าถึงได้หรือวิทยาศาสตร์จิตที่มีเพียงเราเท่านั้นที่จะสามารถช่วยตัวเองได้

 

การเข้าถึงวิทยาศาสตร์จิต (ควอนตัมจุลภาคจะช่วยไขความลึกลับต่างๆที่เป็นปริศนาได้ทั้งหมด




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน