• Enlightened
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pipatmonkong@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2018-01-07
  • จำนวนเรื่อง : 143
  • จำนวนผู้ชม : 43823
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
One man one world
The secret of the secret
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Enlightened
วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม 2564
Posted by Enlightened , ผู้อ่าน : 266 , 15:48:37 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

เราสามารถมองโลกผ่านความเป็นวิทยาศาสตร์ได้สองสถานะคือ positive และ negative 

การมองโลกผ่านสถานะ negative คือ ยิ่งเติมเท่าไหร่น้ำก็ไม่เต็มแก้วสักที (ภายใน)

การมองโลกผ่านสถานะ positive คือ ยิ่งเติมน้ำลงในแก้วน้ำก็จะยิ่งสูงขึ้น (ภายนอก)

 

ซึ่งจะเป็นการมองผ่าน ‘โครงแบบ’ หรือ Configuration ที่จะมีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ ภายในและภายนอก ที่ภายในใช่และไม่ใช่ภายใน และภายนอกใช่และไม่ใช่ภายนอก ในทางวิทยาศาสตร์คือ การเดินทางของแสงที่มีริ้วสลับขาวดำนั่นเอง

  1. ภายนอก สรรพสิ่งและเวลาเดินทางเป็นเส้นตรงเดินตรงดิ่งจากอดีตมาปัจจุบันสู่อนาคต —->0—> หรือ <—0<— อนาคตสู่ปัจจุบันสู่อดีต หรือจากอนุภาคสู่คลื่น จากคลื่นกลับสู่อนุภาค ยกตัวอย่างเช่น ในเวลาที่เราได้ยินข่าวที่เกิดขึ้นกับคนอื่น แล้วต่อมาเราก็ได้ประสบพบเจอกับเหตุการณ์ที่เคยเป็นข่าวซึ่งคนส่วนใหญ่จะพูดว่า เคยได้ยินข่าวแต่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง (สถานะมหภาค หรือpositive )  หรือในทางกลับกันที่ทันทีที่เราได้ยินข่าวก็จะรู้สึกเหมือนกับเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นกับเราในอดีตได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง แต่เป็นการย้อนกลับในลักษณะที่รายละเอียดต่างๆจะอยู่ในทิศทางที่ตรงกันข้ามกัน (สถานะจุลภาค หรือ negative ) ซึ่งเปรียบได้กับการมองโลกผ่านสถานะ positive คือยิ่งเติมน้ำลงในแก้วน้ำก็จะยิ่งสูงขึ้น (ภายนอกเหมือนแก้วที่แตกแล้วแตกเลยไม่สามารถคืนรูปกลับมาเป็นแก้วใบเดิมได้อีก แต่การมองโลกผ่านสถานะ negative คือ ยิ่งเติมเท่าไหร่น้ำก็ไม่เต็มแก้วสักที (ภายในไม่ว่าจะเป็นรอยร้าวรอยแตกรอยแยกต่างๆจะสามารถทำให้เกิดกระบวนการย้อนกลับไปสู่จุดแรกเริ่มก่อนที่จะเกิดรอยต่างๆได้ทั้งหมด ซึ่งตรงกับตัวอย่างทางวิทยาศาสตร์ดังต่อไปนี้คือ1. ถ้าเรากลิ้งลูกบอลไป เราจะรู้ว่าลูกบอลก่อนกลิ้งกับหลังกลิ้งมี ‘ลำดับ’ ทางเวลาที่ชัดเจน เพราะเมื่อกลิ้งไปแล้ว สุดท้ายลูกบอลก็จะหยุด และการหยุดนั้นเกี่ยวข้องกับแรงเสียดทาน โดยแรงเสียดทานจะก่อให้เกิดความร้อนขึ้นมา ด้วยเหตุนี้ เอนโทรปี เวลา และความร้อน จึงเป็นสิ่งที่เกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิดมากๆ โดยเอนโทรปี ( positive ภายนอก และ negative ภายใน ) จะเป็นตัวบ่งชี้ทิศทาง’ ของกระบวนการในระบบ 2. ในเวลาที่เราขว้างลูกบอลไปกระทบผนังลูกบอลจะย้อนกลับมาหาเราในตำแหน่งเดิมโดยไม่ได้รบกวนการไหลเวียนของเวลาตามธรรมชาติ แต่ลอกเลียนวิถีการเคลื่อนที่เดิมของตน แม้เราจะกรอฉากนี้ย้อนกลับก็จะไม่มีความเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้เกิดขึ้นหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กระบวนการอะเดียแบติกและกระบวนการไอเซนโทรปิก ถ้าหากมองในแนวนอนก็คือ กรวยแสงแห่งอดีตและอนาคต หรือ การเดินทางข้ามเวลา (positive ภายนอกจะมีเวลา และ negative ภายในจะไม่มีเวลา หรือ โลกคู่ขนาน) เพื่อปลดล็อกพันธนาการที่นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายหรือจุดมุ่งหมาย (ไม่มีใครเกิดมาโดยไร้เป้าหมายหรือไร้จุดมุ่งหมายให้กับอดีตและอนาคตในระดับ 2 มิติ หรือ ระหว่างชายหญิง ขั้วบวกขั้วลบ ความคิดความรู้สึก หรือ การทำลายปมที่อยู่ภายในจิตใจที่ทำให้เรารู้สึกอ่อนแออ่อนไหว น้อยเนื้อต่ำใจ เป็นทุกข์เป็นเดือดเป็นแค้นแม้เพียงคำพูดเล็กๆน้อยๆในทางพุทธศาสนาเรียกว่า การตรัสรู้ หรือ การรู้แจ้งเห็นจริงระหว่างความคิดและความรู้สึกของตัวเอง (สถานะควอนตัมมหภาคที่เป็นเพียง first step เท่านั้น
  2. ภายใน สรรพสิ่งและเวลาเดินเป็นเส้นโค้ง (ทวนเข็มนาฬิกาและตามเข็มนาฬิกา) ความโค้ง = ความโน้มถ่วง ของไอสไตน์ <—-0—-> หรือ <><><><0><><><> สมการแม่เหล็กไฟฟ้าของแม๊คเวลล์ถ้ามองในแนวตั้งก็คือ กรวยแสงแห่งอดีตและอนาคต =  เพื่อปลดล็อกพันธนาการที่นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายหรือจุดมุ่งหมาย (ไม่มีใครเกิดมาโดยไร้เป้าหมายหรือไร้จุดมุ่งหมายให้กับอดีตและอนาคตในระดับ 4 มิติ ที่มี 3 มิติซ่อน/ซ้อนทับอยู่ และ 3 มิติที่มี 4 มิติซ่อน/ซ้อนทับอยู่ ดังตัวอย่างของการนำเอาเหรียญที่เหมือนกันและไม่เหมือนกันมาเรียงต่อกันโดยที่เหรียญแต่ละเหรียญมีสองด้านและตัวอย่างของการเรียงไพ่สี่ใบโดยไพ่ที่หงาย (สถานะมหภาคจะเรียงตามลำดับ 1234 แต่ไพ่ที่คว่ำ (สถานะจุลภาคจะไม่เรียงตามลำดับ หรือเรียงสลับกลับด้านกัน คุณผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าทั้งสองตัวอย่างมีส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างไรกับการมองเห็นมิติที่ซ้อนทับ/ซ่อนอยู่อย่างไร ต้องบอกว่าทั้งรายละเอียดและวิธีการของทั้งสองตัวอย่างคือ กุญแจดอกสำคัญที่สามารถเผยให้เห็นสถานะควอนตัมมหภาคและสถานะควอนตัมจุลภาคที่มี/เป็น/อยู่และไม่มี/ไม่เป็น/ไม่อยู่ของมิติที่ซ้อนทับ/ซ่อนอยู่ได้ ที่ทำให้เราได้เห็นว่า ในขณะที่เรามีสถานะเกิดและตาย ( positive และ negative ) ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบทางกายภาพหรือชีวภาพ เราก็มีสภาวะไม่เกิดและไม่ตาย หรือ สภาวะกึ่งเกิดกึ่งตาย หรือสภาวะกึ่งบวกกึ่งลบ สภาวะกึ่งภายนอกกึ่งภายใน หรือ สภาวะกึ่งอนุภาคกึ่งคลื่นซ้อนทับและพัวพันกันอยู่ถึง 4 มิติ/4สถานะในเวลาเดียวกันคือ อิเล็กตรอน โพซิตรอน โปรตอน นิวตรอน (บัวสี่เหล่าที่เมื่อเราเดินออกจากสถานะหนึ่งเราจะเดินเข้าอีกสถานะหนึ่งทันที หรือเมื่อเราเดินออกจากสภาวะหนึ่งเราก็จะเข้าสู่อีกสภาวะหนึ่งทันทีเช่นเดียวกันทำให้เรามีการเกิดและตาย และไม่เกิดและไม่ตายในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—> สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—>เวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน (การเคลื่อนที่ออกจากและเคลื่อนที่กลับเข้าสู่ที่ทำให้เกิดเป็นการวนไม่มีที่สิ้นสุด หรือกระบวนการอะเดียแบติกและกระบวนการไอเซนโทรปิกซึ่งข้อมูลที่เรานำมาเปิดเผยทั้งหมดนี้ต่อมาเราได้รับรู้ว่า ข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่างที่เราค้นพบและนำมาเปิดเผยนั้นล้วนมีข้อพิสูจน์หรือมีผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ออกมาก่อนหน้าแล้วทั้งสิ้น

 

จะเห็นได้ว่าการมองผ่าน ‘โครงแบบ’ หรือ Configuration ที่ต่างกันในข้อหนึ่งและข้อสอง แต่กลับให้ผลเหมือนกันคือ ไม่ว่าจะมองในแนวนอนหรือแนวตั้งเราก็จะมองเห็นกรวยแสงแห่งอดีตและอนาคตเหมือนกัน และถ้าหากพิจารณาอย่างละเอียดจะเห็นได้ว่ามีสิ่งที่แตกต่างออกไปคือ ค่าความโน้มถ่วง ซึ่งการมองเห็นหรือสัมผัสได้ถึงค่าความโน้มถ่วงที่แตกต่างกันจะส่งผลทำให้คุณผู้อ่านได้เห็นโลกในมุมที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงคือ  แทนที่จะมองว่าความคิดความรู้สึกและการกระทำของคนอื่นส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเราอย่างไรเพียงด้านเดียว เราจะมองเห็นว่าความคิดความรู้สึกและการกระทำของเราส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเราและคนอื่นทั้งในระยะใกล้ที่มีระยะไกลซ้อนทับและพัวพันอยู่และทั้งในระยะไกลที่มีระยะใกล้ซ้อนทับและพัวพันอยู่อย่างไร ดังตัวอย่างของการได้ยินหรือได้รับรู้ข่าวสารที่ในระบบควอนตัมไม่ได้เป็นเพียงการรับรู้รับฟังข่าวสารแบบผ่านๆไปเท่านั้น แต่ทุกๆข่าวสารที่เราได้ยินได้ฟังล้วนมี/เป็นข้อมูลที่สามารถบอกกับเราได้ว่าอดีตและอนาคตของเราและโลกที่เราอาศัยอยู่จะดำเนินไปอย่างไร ทั้งหมดทั้งมวลก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมีความสามารถในการแปลความหมายหรือเชื่อมต่อข้อมูลเหล่านั้นมากน้อยแค่ไหน ซึ่งความสามารถดังกล่าวสามารถพัฒนาให้มีมากขึ้นได้ตามลำดับ

 

การมองโลกผ่านสถานะทั้งสองจะทำให้คุณผู้อ่านได้เห็นว่า การใช้ชีวิตของสัตว์โลกทั้งหมดขึ้นอยู่กับกฏทางฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และศาสตร์แขนงอื่นทั้งหมด




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน