• แดนอีศาน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-09
  • จำนวนเรื่อง : 2838
  • จำนวนผู้ชม : 870805
  • ส่ง msg :
  • โหวต 164 คน
ทะเลหมอก
วรรณกรรม ร้อยแก้ว ร้อยกรอง สะท้อนด้าน เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมือง ฯลฯ อย่างอิสระ เสรี และ เป็นธรรม เพื่อความยั่งยืน ของสังคมและประเทศชาติ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/FogSea
วันอาทิตย์ ที่ 18 สิงหาคม 2562
Posted by แดนอีศาน , ผู้อ่าน : 210 , 09:09:52 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

แค่ตัวประกอบ ตัวจริงคือ “เจ้าสัว” ผู้ทรงอิทธิพล

เผยแพร่: 17 ส.ค. 2562 06:01   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 

 ภาพ  : จิมมี่  ไล และ เฉินหลง(ผู้จัดการออนไลน์-ขอขอบคุณ)

ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ถึง ณ เวลานี้ ไม่มีใครรู้ได้ว่า “ตอนจบ ของ “ม็อบฮ่องกง” จะลงเอยอย่างไร เพียงแต่รู้ว่า ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมได้ใช้ยุทธวิธียึดสนามบินบนเกาะฮ่องกง ตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ส.ค.62 จนทำให้มีการประกาศสถานการณ์พิเศษที่การท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องติดค้างอยู่ที่สนามบิน

อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากสถานการณ์ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดแล้ว สังคมโลกยังให้ความสนใจกับ ตัวละครคนสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งนอกจาก โจชัว หว่อง, แอกเนส โจว แกนนำม็อบเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เปิดศึกกับ “แคร์รี่ แลม” ประธานผู้บริหารเขตบริหารพิเศษแห่งฮ่องกง ในห้วงที่ผ่านมายังมีอีกหลายคนและหลายบริษัทที่ถูกลากโยงเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จากทั้ง “ฝ่ายหนุน และ ฝ่ายต่อต้าน

และผู้ที่ปรากฏชื่อหราว่าให้ “การสนับสนุน” กลุ่มผู้ชุมนุมใน “ฮ่องกง อย่างเป็นทางการคนแรก เห็นทีจะหนีไม่พ้น ผู้ชายที่มีชื่อว่า “จิมมี่ ไล หรือ หลี่จื้ออิง หรือที่สื่อทางการของจีนแผ่นดินใหญ่เรียกขานว่า คนขายชาติแซ่หลี่

จิมมี่ ไล คือเจ้าของบริษัท เน็กซ์ มีเดีย ซึ่งมีสื่อชื่อดังอย่าง นิตยสาร Next Magazine และหนังสือพิมพ์ Apple Dailyในฮ่องกง และไต้หวัน มีทรัพย์สินหลายร้อยล้านดอลล่าร์สหรัฐ 

และที่ต้องขีดเส้นใต้เอาไว้ก็คือ เขาเป็นผู้ก่อตั้งเสื้อผ้าแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง “ จิออดาร์โน” อีกด้วย

ขณะที่ “พระเอก” ในฝ่ายจีนแผ่นดินใหญ่ เห็นทีจะเป็นใครเสียมิได้นอกจาก “แจ็กกี้ ชาน” หรือ “เฉินหลง” นักแสดงชื่อดังชาวฮ่องกงที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับฮอลลีวูด ซึ่งแสดงท่าทีต่อสถานการณ์การชุมนุมในฮ่องกงไปในทิศทางตรงกันข้ามกับ “จิมมี่ ไล” 

อย่างไรก็ดี ต้องบอกว่าสถานการณ์การชุมนุมในฮ่องกงมีความสลับซับซ้อน เพราะต่างฝ่ายต่างเดินเกมผ่านปฏิบัติการทางจิตวิทยาในหลากหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น กรณี “คาเธ่ย์ แปซิฟิก แอร์เวย์” ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของฮ่องกงที่แผ่นดินใหญ่กดดันให้ “ไล่พนักงาน” ที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงออก กระทั่งส่งผลให้หุ้นของคาเธ่ย์ แปซิฟิกดิ่งเหวในรอบ 10 ปี หรือการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจ เมื่อปรากฏภาพ “จูลี เอียเดห์ (Julie Eadeh)” เจ้าหน้าที่แผนกการเมืองของสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ประจำฮ่องกง ขณะแอบไปพบแกนนำนักศึกษาที่จัดชุมนุม

นี่ไม่นับรวมถึง Versace ที่ออกแบบเสื้อยืดคลุมศีรษะ (ฮูด) สกรีนข้อความ “Hong Kong - HONG KONG อันมีนัยว่าฮ่องกงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน ซึ่งถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจากชาวจีนจำนวนมาก 

จิมมี่ ไล VS เฉินหลง
ยกแรกของสงครามข่าวสาร
เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปแล้วว่า ต้นสายปลายเหตุของ “ม็อบฮ่องกง” มีที่มาจาก กฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีที่จีน จากนั้นได้ลุกลามบานปลายออกไปกลายเป็นการเรียกร้องให้ “นางแคร์รี่ แลม” แสดงความรับผิดชอบออกจากตำแหน่ง และไปไกลถึงเรื่องการเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตยและความเป็นอิสระในการปกครองตนเอง

แน่นอน การเรียกร้องที่ทางการจีนมองว่า ล้ำเส้น” ก็มีเหตุผลเป็นที่เข้าใจได้ เพราะแม้คนฮ่องกงจะมาจากแผ่นดินใหญ่ แต่พวกเขาก็มี “วิถี เป็นของตนเองหลังจากอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษมานานนับร้อยปี 

เพราะฉะนั้น จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจที่จะมีคนอย่าง จิมมี่ ไล เกิดขึ้น และ “จิมมี่ ไล” ก็น่าจะเป็น “มหาเศรษฐีและเจ้าสัวฮ่องกงรายแรกๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ 

จริงๆ แล้ว จิมมี่ ไล เกิดในจีนแผ่นดินใหญ่ ที่กวางโจว เป็นทายาทของตระกูลที่มั่งคั่ง หลังจากที่เขาเกิดได้เพียงปีเดียว พรรคคอมมิวนิสต์ ก็ขึ้นมามีอำนาจ ทรัพย์สินของตระกูล ถูกยึดไปหมด บิดาของ “ไล” เล็ดลอดหนีออกจากประเทศ ปล่อยให้ครอบครัวตกระกำลำบาก เขาต้องทำงานเลี้ยงชีพตั้งแต่อายุยังน้อย 

เมื่ออายุ 12 ปี “ไล” ได้ขอความช่วยเหลือจากญาติ จนได้รับใบอนุญาตเดินทางไปมาเก๊า จากมาเก๊า เขาเล็ดลอดออกไปยังเขตปกครองของอังกฤษ ด้วยการซ่อนตัวอยู่ใต้ท้องเรือประมง เมื่อถึงฮ่องกง เขาก็เริ่มต้นทำงานในโรงงานผลิตถุงมือ เป็นคนกวาดพื้น 

เมื่ออายุ 20 ปี “ไล” เริ่มฝึกภาษาอังกฤษ และเริ่มหุ้นกับเพื่อน เอาเงินออม 2,000 ดอลลาร์ ไปเล่นหุ้น ได้กำไรมาเป็นกอบเป็นกำ ถึง 150,000 ดอลลาร์ แล้วนำมาลงทุนซื้อโรงงานทอผ้า แล้วก่อตั้ง บริษัทโฮลดิ้งคอมปะนี ในเวลาต่อมา... 

ไล” ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีจากคนข้างถนน มาเป็นเศรษฐี 300 ล้านดอลลาร์

ความสำเร็จของ จิมมี่ ไล เป็นเรื่องเหลือเชื่อ คำเล่าลือเกี่ยวกับตัวเขา จึงมีออกมาต่างๆ นานา บ้างก็ว่าเขาเป็นสายของคอมมิวนิสต์ ที่ส่งเข้ามาแทรกซึมในแวดวงธุรกิจหัวกะทิของฮ่องกง บ้างก็ว่าเขาทำงานให้กับ ซีไอเอ 

แต่สำหรับ “จิมมี่ ไล” เอง เขามองตัวเองว่าเป็น “นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกง

หลังปี พ.ศ. 2540 เมื่อการปกครองฮ่องกง ถูกโอนคืนกลับไปให้จีนแผ่นดินใหญ่ ตามสัญญาเช่าเมื่อ 99 ปี แต่ “จิมมี่ ไล ก็ยังหวังว่า หากคนในฮ่องกงยืนหยัดจริงๆ แล้ว ก็อาจจะทำให้ฮ่องกง เป็นเกาะที่มีการปกครองของตนเองได้ มิใช่อยู่ใต้การปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดๆ

ว่ากันว่า จิมมี่ ไล” นอกจากเตรียมพร้อมไปอังกฤษตลอดเวลา หากไม่ใช่อังกฤษ ยังมีที่ที่เขาลงทุนไว้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้ง ในแคนาดา และฝรั่งเศส

 

ในขณะที่ผู้ประท้วงชื่นชม “จิมมี่ ไล และแผ่นดินใหญ่เดือดดาลด้วยการกล่าวหาด้วยการประณามเขาอย่างรุนแรงว่า คนขายชาติแซ่หลี่ด้วยมองว่าฝักใฝ่สหรัฐฯ อย่างออกนอกหน้า ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้เข้าพบ “ไมค์ เพนซ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ มาร์ก พอมพีโอรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯก็มีตัวละครคนสำคัญปรากฏตัวขึ้น นั่นก็คือ “เฉินหลง” ซูเปอร์สตาร์ชาวฮ่องกงผู้โด่งดังในฮอลีวูด

เฉินหลง ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีน เกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในพื้นที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ที่กำลังเพิ่มดีกรีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยกล่าวว่า เขารู้สึกสะเทือนใจที่ได้เห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในฮ่องกง

เขายังบอกด้วยว่า “จีน” กับ ฮ่องกง ต่างก็คือบ้านเหมือนกัน พร้อมทั้งยังกล่าวถึงธงชาติจีน ธงผืนสีแดงและดาวทั้งห้า นับเป็นธงอันทรงเกียรติ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใดและเห็นธงผืนนี้ ก็คือความภาคภูมิใจในความเป็นชาติจีนแผ่นดินใหญ่ และเขาก็หวังว่าสถานการณ์ต่างๆ จะคลี่คลายและสงบลงโดยเร็ว

“ผมมีความภาคภูมิใจต่อธงชาติสีแดง ที่มีดาว 5 ดวง ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของประชาชน 1,400 ล้านคน ใต้ร่มธงผืนนี้ คือความปลอดภัย เสถียรภาพและความรุ่งเรือง”

คำสัมภาษณ์ของ “เฉินหลง ได้ถูกหยิบมาประเด็นทางสังคมและการเมืองในทันทีในโซเชียลฯ บ้างก็ว่าเขาต้องเอาใจจีน เพราะเป็นฐานใหญ่แฟนหนังของเขา... บ้างก็ต่อว่าการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของบุคคลสาธารณะเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น เพราะทัศนคติคนแตกต่างกันไป การแสดงออกผ่านทางสื่อช่องทางต่างๆไม่ต่างอะไรกับการชี้นำในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน และทำให้ชาวฮ่องกงโกรธกับคำพูดเหล่านี้

แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่เห็นว่า “เฉินหลง” พูดได้ดี เข้าใจชีวิตอย่างถ่องแท้ รากเหง้าของตน บรรพบุรุษตน เผ่าพันธุ์ของตัวเอง และฝ่ายสนับสนุนเฉินหลงก็มากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ดี สถานการณ์ความขัดแย้งและความกดดันก็ได้แผ่ขยายวงกว้างออกไปเป็นลำดับ ทั้งใน “แผ่นดินใหญ่” และ “ฮ่องกง” เพราะไม่ว่าใครจะเลือกอยู่ฝ่ายไหนก็ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่นกรณีสายการบิน คาเธ่ย์แปซิฟิคคหรือแบรนด์เสื้อผ้าชื่อก้องอย่าง “เวอร์ซาเช่ (Versace)” 

กรณี “คาเธ่ย์แปซิฟค กลายเป็นปัญหาเมื่อ “นายรูเพิร์ต ฮอกก์” ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ได้ออกแถลงการณ์เตือนพนักงานทุกระดับเรื่อง “ผลกระทบทางวินัย ที่อาจถึงขั้น “การยกเลิกสัญญา หรือ “การพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ในบริษัท” หากเข้าร่วมหรือสนับสนุนการชุมนุมประท้วง หลังสำนักงานการบินพลเรือนของจีน ( ซีเอเอซี ) กดดันอย่างหนัก

และ“คาเธ่ย์แปซิฟิค ก็ลงดาบด้วยการไล่พนักงานภาคพื้นดินออก 2 คน ฐานเปิดเผยข้อมูลของผู้โดยสารที่เป็นตำรวจให้แก่ผู้ประท้วง และ “พักงานอย่างไม่มีกำหนด” ต่อนักบินคนหนึ่ง ซึ่งรวมอยู่ในกลุ่มผู้ต้องหา 44 คน ที่อัยการฮ่องกงกำลังดำเนินคดีในข้อหา “ก่อการจลาจล”

ทว่า ผลที่ได้รับกลับมาก็คือหุ้นของคาเธ่ย์แปซิฟิคที่ร่วงกราวรูด

ส่วน Versace แบรนด์แฟชั่นอิตาลีชื่อดังก็เผชิญปัญหาเช่นกัน เมื่อมีการผลิตเสื้อที่มีความหมายว่า ฮ่องกงและมาเก๊าเป็นประเทศอิสระ กระทั่งต้องออกแถลงการณ์โดยปัจจุบันทันด่วน ด้วยการยอมรับว่า “เป็นความผิดพลาดในการออกแบบและจะทำลายเสื้อผ้าที่ละเมิดทุกตัว… เรารักจีนและเคารพในอำนาจอธิปไตยของดินแดนจีนอย่างยิ่ง”

ตอนจบ : คนฮ่องกงมีแต่ความสูญเสีย
จับตาท่าที เจ้าสัวที่เปลี่ยนไป
ความจริงกรณี “จิมมี่ ไล และ “เฉินหลง เป็นเพียงส่วนยอดของภูมิเขาน้ำแข็งเท่านั้น เพราะสิ่งที่ผู้คนอยากรู้ก็คือ บรรดา เจ้าสัวฮ่องกง” ที่ทรงอิทธิพลในปัจจุบันมีท่าทีอย่างไรต่อเรื่องนี้ 

 

 

ผู้ประท้วงชูธง “อิสรภาพฮ่องกง ปฏิวัติแห่งยุคสมัยของเรา” ที่สนามบินนานาชาติฮ่องกง ภาพ 12 ส.ค. (รอยเตอร์ส)

  

ตำรวจแจ้งสัญญาณธงดำ ยิงแก็สน้ำตาโต้กลับ และธงแดง Disperse or We Fire แจ้งเตือนการใช้กระสุนยาง ให้ สลายการชุมนุม มิเช่นนั้นเราจะยิง (ภาพจากคลิปเซาท์ไชน่า มอร์นิงโพสต์)


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เจ้าพ่อฮ่องกงตัวจริง” อย่าง “ลีกาชิง” มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของฮ่องกงและระดับโลกที่ประกาศวางมือในการทำธุรกิจไปแล้ว จะมีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน เลือกยืนอยู่ข้าง ผู้ชุมนุม” หรือ แผ่นดินใหญ่ หรือเหยียบเรือสองแคมตามสไตล์นักธุรกิจมากประสบการณ์ เพราะเป็นที่รับรู้ว่า อาณาจักรธุรกิจของเขาได้ “ข้ามชาติ” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ดังเช่นการซื้อธุรกิจประกันในญี่ปุ่น หรือการที่ FWD Group ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยของ กลุ่มแปซิฟิก เซ็นจูรี่ กรุ๊ป (Pacific Century Group) เข้ามาซื้อ “บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)” หรือ SCB Life กิจการประกันของธนาคารไทยพาณิชย์ในประเทศไทย เป็นต้น

หากยังจำกันได้ ก่อนหน้านี้ “ลีกาชิง ได้เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของฮ่องกงเอาไว้เมื่อหลายปีที่ผ่านมาว่า ฮ่องกงกำลังเผชิญภาวะยากลำบากทางเศรษฐกิจอย่างสาหัสที่สุดในรอบ 20 ปี ในสภาพที่ภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคการค้าปลีกต่างทำยอดขายตกต่ำ ขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลกก็อยู่ในอาการอ่อนแอ 

สำหรับเรื่องที่มีผู้เสนอว่าฮ่องกงควรแยกตัวจากจีนแผ่นดินใหญ่ไปเป็นเอกราชนั้น “เจ้าพ่อฮ่องกง” ผู้นี้กล่าวว่าเป็นแนวความคิดที่ห่างไกลความเป็นจริงเหลือเกิน และเชื่อว่าคนฮ่องกงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

ขณะที่ความเห็นล่าสุดของ “ลีกาชิง” เกิดขึ้นเมื่อคราว “ม็อบร่ม” ซึ่งเขาระบุว่า “ตั้งแต่ที่มีการส่งมอบอำนาจ สูตร “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ได้คอยปกป้องคุ้มครองวิถีชีวิตของฮ่องกงเรื่อยมา ผมขอเรียกร้องทุกๆ คนอย่าได้สร้างความปั่นป่วน ผมขอเรียกร้องทุกๆ คนอย่าปล่อยให้อารมณ์ความรู้สึกของวันนี้ต้องกลับกลายเป็นความเศร้าเสียใจสำหรับวันพรุ่งนี้ ผมใคร่ขอร้องอย่างจริงจังให้ทุกๆ คนกลับบ้านไปหาครอบครัวของพวกเขา”

ทั้งนี้ ถ้าหากย้อนดูประวัติศาสตร์ของ ฮ่องกง ต้องยอมรับว่า บรรดา เจ้าสัวนักธุรกิจ มีบทบาทสำคัญยิ่ง และแม้กระทั่ง จีนแผ่นดินใหญ่” ยังต้องให้ความเกรงใจ เพราะเป็นที่ยอมรับว่า มีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของจีน

 

ลีกาชิง มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของฮ่องกง


ที่ผ่านมาดูเหมือนพวกเขาจะยังคงสงวนท่าทีไม่น้อยกับการชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้น 

แต่การชุมนุมที่ยืดเยื้อได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจฮ่องกงไม่น้อย ดังรายงานของสำนักข่าว Bloomberg ที่พบว่านับตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคมเป็นต้นมา บริษัทขนาดใหญ่ระดับ ท็อปไฟว์” ของฮ่องกง คือ CK Group, Sun Hung Kai Properties Ltd., Henderson, New World และ Chow Tai Fook group เสียมูลค่าตลาดไปราว 28,000 ล้านเหรียญสหรัฐ 

และมีการประเมินในภาพรวมว่า ตัวเลขความเสียหายทางธุรกิจน่าจะไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว

ขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาทิศทางของปัญหาแล้ว ทำให้สามารถประเมินสถานการณ์ได้ว่า แผ่นดินใหญ่ น่าจะปล่อยให้สถานการณ์บานปลาย และอาจนำไปสู่การจลาจล ก่อนที่จะเข้ามา “ควบคุม” ซึ่งจะสร้างความเสียหายแก่ฮ่องกงมหาศาล

ในอดีตที่ผ่านมา ฮ่องกงอาจจะมี “ความสำคัญ ต่อ “จีนแผ่นดินใหญ่” ในฐานะศุนย์กลางทางเศรษฐกิจในหลายๆ ด้าน แต่หากย้อนกลับ

ไปดูความเป็นจริงหลังจากที่ฮ่องกงพ้นจากอก “สหราชอาณาจักร” หรือ “อังกฤษ” กลับคืนสู่อ้อมอกของจีนจนถึงปัจจุบัน ต้องยอมรับว่า ฮ่องกงต่างหากที่ต้องพึ่งพาจีน

การเปิดประเทศของจีนที่เกิดขึ้นพร้อมกับการพัฒนา “เมืองใหญ่” ทำให้ความเจริญในทุกๆ ด้านหลั่งไหลเข้าไป หลายเมืองของจีนตอนนี้ มี GDP และการเติบโตที่มั่งคั่งมากกว่าฮ่องกง ไม่ว่าจะเป็นเซินเจิ้นที่ GDP (2.422 ล้านล้าน) แซงหน้าฮ่องกง (3.62 แสนล้าน) ไปเมื่อปี 2018 และเมืองใหญ่ 10 เมืองแรกของจีนมี GDP มากกว่า 1.3 - 3.27 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ 

ขณะที่เศรษฐกิจของฮ่องกงในปัจจุบันก็มิได้ยิ่งใหญ่เหมือนเมื่อก่อน 

กลุ่มบริษัท New World ของ “เฮนรี เจิ้ง ซึ่งเพิ่งจะได้สัญญาธุรกิจ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐที่สนามบินนานาชาติ ได้ซื้อหน้าโฆษณา 1 หน้าครึ่งในหนังสือพิมพ์เพื่อเรียกร้องให้ฮ่องกงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง 

ขณะที่ CK Group ของ “ลีกาชิง” มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของฮ่องกงเรียกร้องให้คนฮ่องกงกลับมาสร้างสังคมความกลมเกลียวร่วมกัน เช่นเดียวกับ Henderson ที่บอกว่า “ฮ่องกงที่ล่มสลายจะมีประโยชน์อะไรกับครอบครัวของคุณ?

และลอยจีหว่อ เจ้าพ่อธุรกิจกาสิโนที่ซื้อโฆษณา 1 หน้าเต็มเรียกร้องให้คนหนุ่มสาวหยุดคิดแล้วใช้สติปัญญาทบทวน ส่วนรัฐบาลก็ควรเข้าหาคนหนุ่มสาวเพื่อหารือเพื่อหาทางออกอย่างมีเหตุผล 

ปัจจุบัน จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บสประจำปี 2562 มหาเศรษฐีจีน 10 อันดับแรกประกอบด้วย 1. ลีกาชิง มีมูลค่าทรัพย์สิน: 3.2 หมื่นล้านเหรียญ 2. LEE SHAU KEE มูลค่าทรัพย์สิน: 3.0 หมื่นล้านเหรียญ 3. LEE MAN TAT มูลค่าทรัพย์สิน: 1.71 หมื่นล้านเหรียญ 4. JOSEPH LAU มูลค่าทรัพย์สิน: 1.7 หมื่นล้านเหรียญ 5. KWONG SIU-HING มูลค่าทรัพย์สิน: 1.5 หมื่นล้านเหรียญ 6. LUI CHE WOO มูลค่าทรัพย์สิน: 1.48 หมื่นล้านเหรียญ 7. PETER WOO มูลค่าทรัพย์สิน: 1.08 หมื่นล้านเหรียญ 8. JOSEPH TSAI มูลค่าทรัพย์สิน: 9.5 พันล้านเหรียญ 9. MICHAEL KADOORIE มูลค่าทรัพย์สิน: 8.5 พันล้านเหรียญ และ 10. FRANCIS CHOI มูลค่าทรัพย์สิน: 6.7 พันล้านเหรียญ

อย่างไรก็ดี แม้ขณะนี้จะยังไม่รู้ว่า “ตอบจบ” ของเหตุการณ์จะลงเอยอย่างไร แต่เชื่อเหลือเกินว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะสร้าง “บาดแผล” และ “ความแตกแยก” ให้เกิดขึ้นกับ คนฮ่องกงไปอีกนานไม่ต่างกับความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทย กระทั่งไม่อาจคาดเดาได้ว่า จะกลับมา “เหมือนเดิม” ได้หรือไม่

“ผมคิดว่า หนึ่ง มีแนวโน้มอย่างมากที่จีนจะเข้ามาจัดการ เพียงแต่ว่าจังหวะเวลาช่วงไหนเท่านั้นเอง สอง เมื่อเข้ามาแล้ว ผลของการจัดการเป็นอย่างไร ถ้าหากว่ามันจบลงด้วยการที่ไม่มีการสูญเสียชีวิต อันนี้ก็โชคดีไป ไอ้บาดเจ็บมันคงมีมั่ง เพราะตอนนี้ก็ยังมีบาดเจ็บเลย” รศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษา ให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดของเหตุความวุ่นวายของการประท้วงบนเกาะฮ่องกง เอาไว้

 

-----------------------------------------------  

ที่มา  : 

                  https://mgronline.com/daily/detail/9620000078112

                    ขออนุญาตเผยแพร่และขอขอบคุณ

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Nathalee Cadone-Hastr siembre

เพลงเกี่ยวกับเช เกววาร่า ..ฟังสนุก ศิลปการแสดงสวยงาม สไตล์ละติน .. จาก YouTube -ขอขอบคุณ

View All
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]