• แดนอีศาน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-09
  • จำนวนเรื่อง : 2838
  • จำนวนผู้ชม : 870803
  • ส่ง msg :
  • โหวต 164 คน
ทะเลหมอก
วรรณกรรม ร้อยแก้ว ร้อยกรอง สะท้อนด้าน เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมือง ฯลฯ อย่างอิสระ เสรี และ เป็นธรรม เพื่อความยั่งยืน ของสังคมและประเทศชาติ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/FogSea
วันเสาร์ ที่ 24 สิงหาคม 2562
Posted by แดนอีศาน , ผู้อ่าน : 271 , 19:41:38 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สิงห์นอกระบบ , สิงห์นอกระบบ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 ‘รัสเซีย’กับ ‘จีน’สำแดงความร่วมมือประสานงานทางยุทธศาสตร์ในเอเชีย-แปซิฟิก

 เผยแพร่: 17 ส.ค. 2562 23:12   โดย: เอ็ม เค ภัทรกุมาร

  

 (เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.asiatimes.com)

Militaries of Russia, China getting closer 
By M. K. Bhadrakumar 
31/07/2019

รัสเซียกับจีนต่างฝ่ายต่างส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ของตนออกตรวจการณ์ร่วมครั้งแรก เป็นการตอกย้ำความร่วมมือประสานงานกันทางยุทธศาสตร์ของมอสโกกับปักกิ่ง 

แม่พิมพ์ต้นแบบใหม่ทางภูมิรัฐศาสตร์อันน่าตื่นใจชิ้นหนึ่ง ได้บังเกิดขึ้นในเอเชีย-แปซิฟิก เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อกองทัพอากาศและอวกาศ (Aerospace Force) ของรัสเซีย กับ กองทัพอากาศแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA Air Force) ของจีน ได้ดำเนินการตรวจการณ์ทางอากาศร่วมครั้งแรกในภูมิภาคนี้ (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://tass.com/defense/1069966) การจับมือรวมกลุ่มเป็นพันธมิตรกันในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกกำลังมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสม่ำเสมอและไม่ค่อยเป็นที่รู้สึกกันเท่าใดนัก ทว่าในทางเป็นจริงแล้วมันกำลังดำเนินไปอย่างล้ำลึก

รัสเซียกับจีนกล่าวอ้างอยู่เป็นประจำว่า การทำความตกลงกันของพวกเขาไม่ได้มีลักษณะเป็นกลุ่มพันธมิตรทางทหาร และก็ไม่ได้พุ่งเป้าหมายเพื่อคัดค้านประเทศฝ่ายที่สามใดๆ ทั้งสิ้น กระนั้นก็ตามที ความเข้ากันได้ทางเคมีของความสัมพันธ์นี้ก็กำลังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิดแผกไปจากเดิมอย่างใหญ่โต โดยมีต้นตอมาจากการตัดสินใจอย่างมีจิตสำนึกของผู้นำระดับท็อปของทั้งสองประเทศ

สิ่งที่เรียกขานว่าเป็น การตรวจการณ์ร่วม ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมคราวนี้ มีเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์แบบตูโปเลฟ ตู-95เอ็มเอส (Tupolov Tu-95MS strategic bomber) ของรัสเซียเข้าร่วม ขณะที่ทางฝ่ายจีนมีเครื่องบินเอช-6 เค (H-6K) ซึ่งเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์เช่นเดียวกัน เครื่องบิน ตู-95เอ็มเอส ซึ่งองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) ตั้งสมญาให้ว่า The Bear (เจ้าหมี) เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ใช้เครื่องยนต์ใบพัด 4 เครื่อง และมีแพลตฟอร์ตติดตั้งขีปนาวุธซึ่งสามารถบรรทุกขีปนาวุธร่อนเทคโนโลยีหลบหลีกเรดาร์ (สเตลธ์) แบบใหม่ นั่นคือ เคเอช-101/102 (Kh-101/102 stealth cruise missile) ของรัสเซีย โดยที่ขีปนาวุธแบบนี้ใช้อุปกรณ์วิทยุ-เรดาร์ และระบบนำทางค้นหาเป้าหมายซึ่งอิงอยู่กับระบบ “กลอนาสส์” (GLONASS) หรือระบบนำทางทั่วโลกด้วยดาวเทียมของรัสเซีย (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/GLONASS) เดอะแบร์เคยเป็นไอคอนที่จริงแท้แน่นอนอย่างหนึ่งของยุคสงครามเย็น เนื่องจากมันสามารถดำเนินภารกิจทางด้านการตรวจการณ์ทางทะเลและการเล็งเป้าหมายให้แก่เครื่องบินชนิดอื่นๆ รวมทั้งให้แก่พวกเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำ ขณะที่ตัวมันเองก็เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดซึ่งมีความสามารถรอบตัว รวมทั้งสามารถทิ้งระเบิดเทอร์โมนิวเคลียร์ได้

เครื่อง เอช-6เค ของจีน เป็นเวอร์ชั่นเดอะแบร์ที่นำไปออกแบบเปลี่ยนแปลงใหม่อย่างมากมายแล้ว มันมีศักยภาพที่จะบรรทุกขีปนาวุธร่อนชนิดยิงจากอากาศได้ ตามรายงานของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) เอช-6เค ทำให้จีนมี “สมรรถนะโจมตีทางอากาศพิสัยไกลที่จะต้องคอยคำนึงถึง” ด้วยยุทโธปกรณ์นำวิถีที่มีความแม่นยำ รัสเซียกับจีนต่างส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์ ตู-95เอ็มเอส หรือ เอช-6เค ฝ่ายละ 2 ลำ ออกมาเข้าร่วมการตรวจการณ์ทางอากาศคราวนี้

  

 

(ภาพจากแฟ้ม) เครื่องบิน เอ-50 ของรัสเซีย


การปฏิบัติการร่วม 

ตามคำแถลงของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย การตรวจการณ์ทางอากาศเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ ดำเนินไปตาม “เส้นทางเหนือทะเลญี่ปุ่นและทะเลจีนตะวันออกตามที่ได้วางแผนการเอาไว้” คำแถลงบอกด้วยว่า การตรวจการณ์ทางอากาศร่วมเช่นนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์รัสเซีย-จีนให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น และยกระดับของปฏิสัมพันธ์ระหว่างกองทัพของประเทศทั้งสอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขยายสมรรถนะของพวกเขาเพื่อการปฏิบัติการร่วม

ประเด็นสำคัญอีกจุดหนึ่งก็คือ คำแถลงของฝ่ายรัสเซียระบุว่า เป้าหมายอีกประการหนึ่งของการตรวจการณ์ร่วมครั้งนี้คือ “เพื่อเพิ่มเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์ทั่วโลกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ระบุว่า เครื่องบินทหารเพื่อการบัญชาการและควบคุมแบบ เอ-50 (A-50 command and control military aircraft) ของรัสเซีย ในขณะที่ติดตามการตรวจการณ์ทางอากาศของรัสเซียกับจีนอยู่นั้น ได้เข้าสู่เขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense Identification Zone ใช้อักษรย่อว่า ADIZ) ของเกาหลีใต้รวม 2 ครั้งด้วยกัน โดยที่โสมขาวระบุว่าได้ส่งเครื่องบินขับไล่ไอพ่นของตนขึ้นฟ้า และได้ยิงเตือนเป็นจำนวน 360 นัดบริเวณพื้นที่ข้างหน้าก่อนที่เครื่องบิน เอ-50 ของรัสเซียจะเคลื่อนผ่าน โดยที่อากาศยานแบบนี้คือเครื่องบินติดตั้งระบบเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ (Airborne Warning and Control System ใช้อักษรย่อว่า AWACS) ซึ่งไม่ได้ติดอาวุธ แต่ออกแบบมาเพื่อการเฝ้าติดตามและสังเกตการณ์

ทำไมรัสเซียกับจีนจึงดำเนินการตรวจการณ์ทางอากาศร่วมครั้งแรกอย่างชนิดที่ไม่เคยกระทำกันเช่นนี้มาก่อน เหนือหมู่เกาะขนาดเล็กๆ ในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นพิพาทช่วงชิงกันอยู่ โดยที่ฝ่ายเกาหลีเรียกชื่อหมู่เกาะนี้ว่า ด็อคโด (Dokdo) ส่วนฝ่ายญี่ปุ่นขนานนามว่า ทาเกชิมะ (Takeshima)? เรื่องนี้ยังคงไม่เป็นที่กระจ่างชัดเจน

ทว่าสิ่งซึ่งมองเห็นกันได้ก็คือ มันเป็นการสบประมาทสหรัฐฯ ซึ่งมีสนธิสัญญาเป็นพันธมิตรกับทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เหตุการณ์นี้ยังเกิดขึ้นมาไม่ถึง 2 เดือนหลังจากที่เพนตากอนเผยแพร่เอกสาร “รายงานยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก” (Indo-Pacific Strategy Report) ซึ่งประกาศอย่างชัดเจนลงรายละเอียดเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของอเมริกาที่จะปิดล้อมจำกัดวงจีนกับรัสเซียกันทั้งคู่ โดยที่เรียกจีนว่าเป็น “มหาอำนาจลัทธิแก้” (a Revisionist Power) และเรียกรัสเซียว่า “ตัวแสดงเป็นผู้ร้ายที่กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่” (a Revitalized Malign Actor) (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://media.defense.gov/2019/Jul/01/2002152311/-1/-1/1/DEPARTMENT-OF-DEFENSE-INDO-PACIFIC-STRATEGY-REPORT-2019.PDF )

 

 

  แผนที่เส้นทางบินของภารกิจตรวจการณ์ร่วมรัสเซีย-จีน เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2019


แผนการร่วมมือประสานงานกัน 

โฆษกอย่างเป็นทางการของกระทรวงกลาโหมจีน พันเอก อู๋ เชียน (Colonel Wu Qian) ได้ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ดังนี้: ผมใคร่ที่จะย้ำว่า จีนกับรัสเซียกำลังมีปฏิสัมพันธ์กันในความร่วมมือประสานงานกันทางยุทธศาสตร์อย่างครอบคลุมทุกๆ ด้าน ภารกิจการตรวจการณ์ร่วมนี้ก็อยู่ในปริมณฑลของความร่วมมือประสานกันงานดังกล่าว และมีการดำเนินการกันภายในกรอบโครงของแผนการร่วมมือประสานงานกันประจำปีระหว่างบรรดาหน่วยงานกลาโหมของทั้ง 2 รัฐ มันไม่ได้พุ่งเป้ามุ่งเล่นงาน รัฐที่สามอื่นๆ ใดๆ ทั้งสิ้น

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติเพื่อการตรวจการณ์ร่วมทางยุทธศาสตร์นี้ ทั้งสองฝ่ายจะมีการตัดสินใจในเรื่องนี้บนพื้นฐานของการปรึกษาหารือทวิภาคี ภายใต้การบัญชาการทางยุทธศาสตร์ของประมุขแห่งรัฐ (ของ 2 ประเทศ) กองทัพของทั้งชาติจะพัฒนาความสัมพันธ์ของพวกเขาไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองฝ่ายจะสนับสนุนกันและกัน, เคารพในผลประโยชน์ที่มีร่วมกัน, และพัฒนากลไกแห่งความร่วมมือประสานงานที่จะตอบสนองจุดประสงค์นี้” 

 

เป็นที่ชัดเจนว่าคำแถลงของฝ่ายจีนนั้นมีเนื้อหาที่เป็นการยืนกรานอย่างหนักแน่นยิ่งกว่าคำแถลงของฝ่ายรัสเซียอีก โดยพรรณนาถึงการตรวจการณ์ร่วมว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “ความร่วมมือประสานงานกันทางยุทธศาสตร์อย่างครอบคลุมทุกๆ ด้าน” ระหว่างประเทศทั้งสอง และน่าจะดำเนินต่อเนื่องไปในอนาคต ขณะที่พวกเขา “สนับสนุนกันและกัน, เคารพในผลประโยชน์ที่มีร่วมกัน, และพัฒนากลไกแห่งความร่วมมือประสานงานที่จะตอบสนองจุดประสงค์นี้”

ฝ่ายมอสโกยังบอกด้วยว่า การตรวจการณ์ร่วมครั้งแรกสุดเท่าที่เคยมีมาของเครื่องบินพิสัยไกลในแปซิฟิกคราวนี้ คือการเริ่มต้นของโครงการที่มีขอบเขตกว้างขวางยิ่งกว่านี้อีก ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะเพิ่มพูนความสามารถในการทำงานร่วมกันของฝ่ายทหารรัสเซียและฝ่ายทหารจีน โดยที่โปรแกรมซึ่งจัดวางกันเอาไว้แล้วนี้มีขอบเขตระยะเวลาอย่างน้อยที่สุดก็ตลอดช่วงที่ยังเหลืออยู่ของปีนี้

ไม่ว่ารัสเซียหรือจีนต่างก็ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนในกรณีพิพาททางทะเลชิงหมู่เกาะด็อคโด/ทาเกชิมะ ในทะเลจีนตะวันออก อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาออกตรวจการณ์ร่วม มันก็มีลักษณะที่เลียนแบบคล้ายคลึงอย่างน่าประหลาดใจกับการปฏิบัติการเพื่อสำแดง “เสรีภาพในการเดินเรือ” (freedom of navigation” operations หรือ FONOPs) ของสหรัฐฯในทะเลจีนใต้ สหรัฐฯนั้นมีการปรากฏตัวทางทหารอย่างใหญ่โตในเอเชีย-แปซิฟิก ทว่าต้องแสดงบทบาทเป็นแค่เพียงผู้สังเกตการณ์ที่ไม่มีประโยชน์ โดยไม่สามารถที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือแก่ทั้งญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ ซึ่งต่างก็เป็นพันธมิตรของอเมริกัน ขณะที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้เองก็ไม่สามารถทำอะไรนอกจากคอยประท้วงและตำหนิติเตียนรัสเซียกับจีนอยู่ด้านข้างๆ เท่านั้น

การอ้างกรรมสิทธิ์ที่ขัดแย้งกัน 

ความหมายในเชิงสัญลักษณ์ต้องถือว่าน่าตื่นตาตื่นใจ ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ จอห์น โบลตัน (John Bolton) ผู้ซึ่งเดินทางไปเยือนกรุงโซล 1 วันหลังจากการบินข้ามหมู่เกาะพิพาทแห่งนั้นของเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ของรัสเซียและของจีน ได้พูดกระตุ้นแนะนำเกาหลีใต้และญี่ปุ่นให้ทำงานร่วมกัน ท่ามกลางความกังวลด้านความมั่นคงที่กำลังเพิ่มทวีขึ้นเรื่อยๆ

ในอีกด้านหนึ่ง เหตุการณ์เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมคราวนี้ก็รังแต่จะเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงการกล่าวอ้างกรรมสิทธิ์ที่ขัดแย้งกันเหนือหมู่เกาะดังกล่าวของเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ในระหว่างเกิดเหตุคราวนี้ มีรายงานเครื่องบินไอพ่นเกาหลีใต้ 18 ลำ และเครื่องบินจากกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นอีกราว 10 ลำ ได้ถูกส่งไปยังพื้นที่บริเวณนั้น ญี่ปุ่นซึ่งยืนยันว่าหมู่เกาะที่เวลานี้อยู่ใต้การควบคุมของฝ่ายเกาหลีใต้นั้นเป็นกรรมสิทธิของตนเอง ได้แสดงท่าทีเช่นนี้อีกด้วยการแถลงว่าโซลไม่ควรที่จะตอบโต้การบินเข้ามาของเครื่องบินรัสเซีย เพราะมันเป็นหน้าที่ของโตเกียวต่างหาก เวลาเดียวกันนั้น โฆษกของกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้แถลงในวันที่ 24 กรกฎาคมว่า ทัศนะเช่นนี้ของญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง

ในความเป็นจริงแล้ว ทัศนะความคิดเห็นประการหนึ่งมีอยู่ว่า จีนกับรัสเซียกำลังพยายามหาประโยชน์จากความแตกร้าวนี้ และทำการทดสอบความเป็นหุ้นส่วนทางด้านความมั่นคงของโซลกับโตเกียว โทรทัศน์ข่าวซีเอ็นเอ็นคาดเดาว่า ภารกิจร่วมของรัสเซียกับจีนครั้งนี้ อาจจะวางแผนเพื่อดึงดูดให้เครื่องบินของเกาหลีใต้และของญี่ปุ่นบินขึ้นมา ด้วยจุดประสงค์ในด้านการรวบรวมข่าวกรอง

แต่ไม่ว่าจะเนื่องจากเหตุผลทางไหนก็ตามที รัสเซียกับจีนน่าที่จะมุ่งตอกย้ำว่า จากการเดินหน้าบรรจบรวมตัวกันของพวกเขาในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กองทัพของพวกเขาทั้ง 2 ประเทศมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะดำเนิน “ความร่วมมือประสานงานกันทางยุทธศาสตร์” อย่างกระตือรือร้นในย่านตะวันออกไกล ซึ่งเป็นบริเวณที่สหรัฐฯกำลังเริ่มต้นติดตั้งประจำการสมรรถนะด้านการป้องกันขีปนาวุธระดับก้าวหน้า

สำหรับจีนด้วยแล้ว จังหวะเวลาตอนนี้ยังมีความสำคัญเป็นพิเศษ เมื่อพิจารณาถึงการที่สหรัฐฯเสนอขายอาวุธล็อตใหม่ให้ไต้หวัน

ในส่วนของทั้งรัสเซียและจีนนั้น ภาคตะวันออกไกลยังกำลังมีความสำคัญเพิ่มขึ้นทุกที ในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป เนื่องจากมันกำลังกลายเป็นปากทางไปสู่เส้นทางทะเลด้านเหนือ (Northern Sea Route) (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://tinyurl.com/y245l7g2) อันเป็นเส้นทางขนส่งทางทางทะเลที่ประเทศทั้งสองกำลังร่วมกันพัฒนา เพื่อต่อเชื่อมมหาสมุทรแอตแลนติกกับมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเลียบไปแนวชายฝั่งไซบีเรียและดินแดนภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย

ข้อเขียนชิ้นนี้ผลิตขึ้นด้วยความร่วมมือกันของ “นิวสคลิก” (Newsclick) และ “โกลบทรอตเตอร์” (Globetrotter) อันเป็นโครงการหนึ่งของสถาบันสื่อมวลชนอิสระ (Independent Media Institute) ซึ่งเป็นผู้ที่จัดส่งให้แก่ทางเอเชียไทมส์ 

ข้อเขียนชิ้นนี้ยังเผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์ indianpunchline ของ เอ็ม.เค. ภัทรกุมาร 

เอ็ม เค ภัทรกุมาร เคยรับราชการเป็นนักการทูตอาชีพในกระทรวงการต่างประเทศอินเดียเป็นเวลากว่า 29 ปี โดยที่ราวครึ่งหนึ่งได้รับมอบหมายให้ไปประจำยังประเทศที่เคยเป็นดินแดนของอดีตสหภาพโซเวียต ตลอดจนไปอยู่ที่ปากีสถาน, อิหร่าน, และอัฟกานิสถาน ประเทศอื่นๆ ที่เขาเคยไปรับตำแหน่งยังมีเกาหลีใต้, ศรีลังกา, เยอรมนี, และตุรกี ปัจจุบันเขาเขียนอยู่ในเว็บไซต์ “อินเดียน พันช์ไลน์” (https://indianpunchline.com) ของเขา หลักๆ แล้วเขียนถึงนโยบายการต่างประเทศของอินเดีย และกิจการของตะวันออกกลาง, ยูเรเชีย

 

 

--------------------------------- 

ที่มา  : 

https://mgronline.com/around/detail/9620000078744

ขออนุญาตเผยแพร่และขอขอบคุณ

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Nathalee Cadone-Hastr siembre

เพลงเกี่ยวกับเช เกววาร่า ..ฟังสนุก ศิลปการแสดงสวยงาม สไตล์ละติน .. จาก YouTube -ขอขอบคุณ

View All
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]