• แดนอีศาน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-09
  • จำนวนเรื่อง : 2882
  • จำนวนผู้ชม : 877214
  • ส่ง msg :
  • โหวต 164 คน
ทะเลหมอก
วรรณกรรม ร้อยแก้ว ร้อยกรอง สะท้อนด้าน เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมือง ฯลฯ อย่างอิสระ เสรี และ เป็นธรรม เพื่อความยั่งยืน ของสังคมและประเทศชาติ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/FogSea
วันเสาร์ ที่ 21 กันยายน 2562
Posted by แดนอีศาน , ผู้อ่าน : 289 , 08:58:12 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

‘ฮูตี’โจมตี‘โรงกลั่นน้ำมันซาอุดีฯ’ ส่งผลพลิกเกมยุทธศาสตร์ในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้(ตอน 1)

เผยแพร่: 20 ก.ย. 2562 00:41   โดย: เปเป้ เอสโคบาร์

 

นักข่าวช่างภาพสื่อมวลชน ถ่ายภาพเศษซากโดรนและขีปนาวุธร่อน ที่กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียนำมาจัดแสดงและเปิดแถลงข่าวในวันพุธ(18ก.ย.) โดยdกระทรวงระบุว่าเป็นหลักฐานการรุกรานของอิหร่าน ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ หลังกล่าวหาเตหะรานอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและบ่อน้ำมันเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.asiatimes.com)

How the Houthis overturned the chessboard
By Pepe Escobar
18/09/2019

การโจมตีอย่างน่าตื่นตาตื่นใจของกองกำลังอาวุธชาวชีอะห์ฮูตีในเยเมน ต่อสิ่งปลูกสร้างด้านน้ำมัน 2 แห่งของซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะที่โรงกลั่นน้ำมันอับกอยก์ มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นการเปิดประตูสู่การผลักดันเพื่อขับไสราชวงศ์ซาอุดให้พ้นจากอำนาจ

จากการเข้าถล่มโจมตีอย่างชนิดโดดเด่นเตะตาที่ (โรงกลั่นน้ำมัน) อับกอยก์ (Abqaiq) (ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/Abqaiq) (ของซาอุดีอาระเบีย) กองกำลังอาวุธชาวฮูตี (Houthis) แห่งเยเมน ก็ได้เปลี่ยนแปลงพลิกผันกระดานหมากรุกทางภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ไปอย่างมโหฬาร ความสำเร็จของพวกเขากำลังไปไกลจนถึงขั้นน่าจะเป็นการเริ่มต้นมิติใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ การเปิดประตูอันเป็นไปได้อย่างชัดเจนในการลงมือลงแรงผลักดันเพื่อขับไสไล่ส่งราชวงศ์ซาอุด (House of Saud) ให้พ้นจากอำนาจ

ชาวฮูตี เป็นมุสลิมชีอะห์จากภาคเหนือของเยเมน ซึ่งศรัทธาสำนักคิดที่เรียกกันว่า ไซดียะห์ (Zaidiyyah บุคคลที่ศรัทธาในสำนักคิดนี้เรียกว่า ไซดี Zaidi) โดยที่พวกไซดี ชีอะห์ กับ พวกวะห์ฮาบีย์ (Wahhabis) สำนักคิดของมุสลิมสุหนี่ ซึ่งเคารพนับถือกันและมีอิทธิพลสูงยิ่งในซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นศัตรูชนิดไม้เบื่อไม้เมาของกันและกันมาอย่างยาวนาน (หนังสือเรื่อง Tribes and Politics in Yemen: A History of the Houthi Conflict (เผ่าชนและการเมืองในเยเมน: ประวัติศาสตร์ของความขัดแย้งเกี่ยวกับชาวฮูตี) ซึ่งเขียนโดย Marieke Brandt (มาริเกอ บรานดท์) https://www.amazon.com/Tribes-Politics-Yemen-History-Conflict-ebook-dp-B079Z926NH/dp/B079Z926NH/ref=mt_kindle?_encoding=UTF8&me=&qid เป็นคู่มือที่มีความจำเป็นอย่างที่สุดสำหรับการทำความเข้าใจกับความสลับซับซ้อนชวนให้สับสนของบรรดาเผ่าชนชาวฮูตี ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ควรถือเป็นโบนัสก็คือหนังสือเล่มนี้สืบสาวบรรยายถึงความปั่นป่วนวุ่นวายในดินแดนต่างๆ ของชาวอาหรับทางตอนใต้ อย่างลงลึกและไปไกลกว่าเพียงแค่สงครามตัวแทน อิหร่าน-ซาอุดีอาระเบียเท่านั้น)

กระนั้นก็ตาม เป็นสิ่งสำคัญเสมอมาที่จะต้องคำนึงด้วยว่า ชาวชีอะห์อาหรับซึ่งพำนักอาศัยอยู่ในจังหวัดตะวันออก (Eastern province) ของซาอุดีอาระเบีย และกำลังทำงานอยู่ในสถานที่สิ่งปลูกสร้างทางด้านน้ำมันแห่งต่างๆ ของซาอุดี ฯ ต้องถือเป็นพันธมิตรโดยธรรมชาติของพวกฮูตีที่กำลังสู้รบต่อต้านริยาดอยู่ในเวลานี้

สมรรถนะความสามารถในการโจมตีของพวกฮูตี (ตั้งแต่การใช้ฝูงโดรน หรืออากาศไร้คนขับ ไปจนถึงการโจมตีด้วยขีปนาวุธทิ้งตัว หรือ ballistic missile) กำลังมีการปรับปรุงยกระดับขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา มันไม่ใช่อุบัติเหตุเลยสำหรับการที่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เกิดตาสว่างมองเห็นว่าลมทางภูมิศาสตร์และทางภูมิเศรษฐกิจกำลังพัดไปในทิศทางไหน ด้วยเหตุนี้ อาบูดาบีจึงได้ถอนตัวผละจากสงครามอันโหดเหี้ยมที่กระทำกับเยเมน ของเจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน (Mohammad bin Salman) มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย และเวลานี้กำลังหันมาใช้วิธีการเข้ามีปฏิสัมพันธ์ ในลักษณะที่ยูเออีเรียกว่า เป็นยุทธศาสตร์ “สันติภาพเป็นอันดับแรก” (“peace-first” strategy) (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://fanack.com/united-arab-emirates/history-past-to-present/uaes-withdrawal-from-yemen/?gclid=CjwKCAjwq4fsBRBnEiwANTahcI7JnalINl2Ey4ac_WZ-MBt9IrEcHsZmO7cXtTtCh1wMZPCIDXBK7hoC-u8QAvD_BwE)

ตั้งแต่ก่อนหน้าการโจมตีอับกอยก์ในคราวนี้เสียอีก พวกฮูตีก็ได้วางแผนและดำเนินการโจมตีอยู่บ้างแล้ว ทั้งการเล่นงานสถานที่ตั้งและสิ่งปลูกสร้างด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ตลอดจนสนามบินของดูไบและสนามบินของอาบูดาบี เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ศูนย์บัญชาการด้านยุทธการของเยเมน (Yemen’s Operations Command Center หมายถึง กองบัญชาการกองกำลังอาวุธของฝ่ายกบฏฮูตีในเยเมน –ผู้แปล) ได้จัดนิทรรศการที่นำเอาข้าวของต่างๆ มาตั้งโชว์กันอย่างเต็มที่ในกรุงซานา โดยมีทั้งขีปนาวุธทิ้งตัว, และขีปนาวุธแบบมีปีก (winged missiles), ตลอดจนโดรน แบบต่างๆ ที่พวกเขามีอยู่อย่างครบครัน (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mintpressnews.com/uae-yemen-troop-withdrawal-houthi-new-drones-missiles/260253/)

สถานการณ์ในเวลานี้ได้ก้าวไปไกลถึงจุดที่ว่ามีเสียงพูดพล่ามกันมากมายตลอดทั่วทั้งอ่าวเปอร์เซียว่าอาจจะเกิดฉากทัศน์ (scenario) ความเป็นไปที่พิเศษผิดธรรมดามากๆ ขึ้นมา ได้แก่ การที่ชาวฮูตีตัดสินใจทุ่มเทลงทุนแบบบ้าคลั่ง ด้วยการบุกจู่โจมสายฟ้าแลบเคลื่อนข้ามทะเลทรายอาหรับ (Arabian desert) เข้าไปยึดเมืองเมกกะ และเมืองเมดินา โดยร่วมมือประสานงานกับการลุกฮือของประชาชนชาวชีอะห์ในแถบพื้นที่ซึ่งอุดมด้วยน้ำมันทางภาคตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย เวลานี้ฉากทัศน์เช่นนี้ไม่ได้ดูห่างไกลเกินกว่าจินตนาการกันอีกต่อไปแล้ว อันที่จริงเรื่องที่แปลกประหลาดยิ่งกว่านี้ก็ยังบังเกิดขึ้นในตะวันออกกลางมาแล้ว แล้วถึงอย่างไรก็อย่าลืมว่า ชาวซาอุดีฯนั้นไม่สามารถเอาชนะใครได้แม้กระทั่งในเวลาเกิดทะเลาะวิวาทกันในบาร์ –นี่แหละคือเหตุผลที่พวกเขาต้องพึ่งพาอาศัยพวกทหารรับจ้าง

ซากความคิดแบบ“บูรพาคดีศึกษา”ที่ดูถูกตะวันออกอีกแล้ว

แวดวงข่าวกรองของสหรัฐฯแตะเบรกไม่ยอมรับคำกล่าวอ้างของชาวฮูตี โดยยืนกรานว่ากองกำลังอาวุธของพวกฮูตีไม่มีความสามารถที่จะเปิดการโจมตีอันละเอียดซับซ้อนเช่นนี้ได้ ซึ่งนี่ก็ดูเป็นซากเดนของความคิดแบบ “บูรพาคดีศึกษา” (orientalism) ของพวกตะวันตกที่ดูหมิ่นตะวันออก และซากเดนของปมเขื่องในหมู่ชาวตะวันตกแบบภาระของคนผิวขาว/ความเหนือกว่าของคนผิวขาว (white man’s burden/superiority complex)

ชิ้นส่วนขีปนาวุธในจุดถูกโจมตีเท่าที่ฝ่ายซาอุดีอาระเบียนำออกมาแสดงในตอนนี้ มีเพียงพวกชิ้นส่วนซึ่งมาจากขีปนาวุธร่อน (cruise missile) แบบ คุดส์ 1 ที่ผลิตขึ้นในเยเมน (Yemeni Quds 1) ตามคำแถลงของ พลจัตวา ยาห์ยา ซารี (Brigadier General Yahya Saree) ผู้ทำหน้าที่เป็นโฆษกให้แก่กองทัพเยเมนซึ่งตั้งฐานอยู่ในกรุงซานา (ก็คือกองกำลังอาวุธของฝ่ายกบฎฮูตี ที่เวลานี้ยึดครองเมืองหลวงซานาเอาไว้ --ผู้แปล) “ระบบ (ขีปนาวุธร่อน) คุดส์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถอันใหญ่โตของมัน ในการโจมตีใส่เป้าหมายต่างๆ และในการเล็ดลอดหลบหลีกระบบตรวจจับสกัดกั้นต่างๆ ของฝ่ายข้าศึก”

กองทัพฮูตีแถลงอ้างความรับผิดชอบในการโจมตีอับกอยก์ได้อย่างถูกต้องเหมาะเหม็งมาก คำแถลงนี้กล่าวว่า “การปฏิบัติการนี้เป็นหนึ่งในการปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุดของเรา ซึ่งดำเนินการโดยกองกำลังอาวุธของเราในพื้นที่ลึกเข้าไปในซาอุดีอาระเบีย และบังเกิดขึ้นภายหลังการปฏิบัติการด้านข่าวกรองอันถูกต้องแม่นยำ และการเฝ้าติดตามล่วงหน้าตลอดความร่วมมือที่ได้รับจากเหล่าบุคคลผู้ทรงเกียรติและเสรีภายในราชอาณาจักรแห่งนั้น” (ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.english.iswnews.com/7201/yahya-sari-10-uavs-targeted-the-aramcos-refineries-in-buqayq-and-khurais/ )

ขอให้สังเกตถ้อยคำสำคัญที่ระบุถึง “ความร่วมมือ” จากภายในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นถ้อยคำที่สามารถครอบคลุมกว้างขวางตั้งแต่หมายถึงชาวเยเมน ไปจนถึงชาวชีอะห์ในจังหวัดตะวันออกเหล่านั้น

เรื่องที่ชัดเจนจนไม่ต้องโต้เกียงกันเลย ก็คือ ข้อเท็จจริงที่ว่า พวกฮาร์ดแวร์อเมริกันมากมายมหาศาลซึ่งติดตั้งประจำการอยู่ในซาอุดีอาระเบีย ทั้งประเภทที่ตั้งประจำอยู่ภายในและคอยเฝ้าระวังภัยจากภายนอก และทั้งประเภทที่ตั้งอยู่ภายนอกและคอยเฝ้าระวังภัยที่จะเข้าไปข้างใน ไม่ว่าจะเป็น ระบบดาวเทียม, เครื่องบินเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ (Airborne Warning and Control System หรือ AWACS เอแวคส์), ขีปนาวุธสกัดกั้นแบบ แพทริออต (Patriot missiles), โดรน, เรือรบใหญ่น้อย, เครื่องบินขับไล่ไอพ่น ล้วนแต่ไม่สามารถตรวจจับพบเห็นอะไรสักอย่าง หรืออย่างน้อยที่สุดก็ไม่สามารถตรวจจับพบเห็นได้อย่างทันการณ์ กระทั่งต้องมีการอ้างอิงคำบอกเล่าของนักล่านกชาวคูเวตผู้หนึ่งซึ่งอ้างว่าพบเห็นโดรน “ที่กำลังบินอ้อยอิ่ง” จำนวน 3 ลำโดยท่าทางน่าจะมุ่งหน้าไปซาอุดีอาระเบีย มาเป็น “หลักฐาน” เกี่ยวกับการโจมตีคราวนี้ ลองนึกทบทวนดูเถอะว่ามันเป็นภาพที่น่าอับอายขายหน้าขนาดไหน ที่มีฝูงโดรน (ไม่ว่ามันจะมาจากไหนก็ตามที) กำลับบินเหนือดินแดนซาอุดีอาระเบีย โดยไม่ได้ถูกรบกวนขัดขวางใดๆ ทั้งสิ้นเป็นระยะเวลาตั้งหลายๆ ชั่วโมง

พวกเจ้าหน้าที่สหประชาชาติกล่าวยอมรับอย่างเปิดเผยว่า มาถึงตอนนี้สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะต้องขบคิดพิจารณากันให้มาก ก็คือ สิ่งที่อยู่ภายในรัศมี 1,500 กิโลเมตรแห่งพิสัยทำการของโดรน ยูเอวี-เอ็กซ์ (UAV-X drone) รุ่นใหม่ของพวกฮูตี ไม่ว่าจะเป็นบ่อน้ำมันแห่งต่างๆ ในซาอุดีอาระเบีย, โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง, หรือท่าอากาศยานอันใหญ่โตมโหฬารในดูไบ (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.reuters.com/article/us-saudi-aramco-houthis/yemen-houthi-drones-missiles-defy-years-of-saudi-air-strikes-idUSKBN1W22F4)

จากการที่ผมได้สนทนากับแหล่งข่าวต่างๆ ในกรุงเตหะรานในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผมมีความแน่ใจว่า ทั้งโดรนแบบใหม่และขีปนาวุธแบบใหม่ของพวกฮูตี โดยสาระสำคัญแล้วเป็นการก็อปปี้จากดีไซน์ของฝ่ายอิหร่าน แล้วนำมาประกอบให้สำเร็จรูปกันในเยเมน โดยได้รับความช่วยเหลืออย่างสำคัญยิ่งจากพวกวิศวกรของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah)

พวกข่าวกรองสหรัฐฯยืนกรานว่า อาวุธที่ใช้ในการปฏิบัติการคราวนี้ เป็นโดรนและขีปนาวุธร่อนจำนวน 17 ชิ้น ซึ่งถูกยิงออกมาในลักษณะผสมผสานกัน จากบริเวณพื้นที่ภาคใต้ของอิหร่าน แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ในทางทฤษฎีแล้วเรดาร์ของระบบขีปนาวุธสกัดกั้น “แพทริออต” ก็ควรจะสามารถตรวจจับได้และจัดการน็อกโดรน/ขีปนาวุธเหล่านี้ให้ตกลงมาจากฟากฟ้า จวบจนถึงเวลานี้ ยังไม่มีการเปิดเผยให้เห็นกันจริงๆ ถึงวงโคจรของอาวุธเหล่านี้ พวกผู้เชี่ยวชาญทางการทหารต่างเห็นพ้องกันโดยทั่วไปว่า เรดาร์ของระบบขีปนาวุธแพทริออต นั้นดีมีประสิทธิภาพ ทว่าอัตราส่วนความสำเร็จในการทำหน้าที่ตรวจจับของมัน อย่างน้อยที่สุดก็ต้องบอกว่ายังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ainonline.com/aviation-news/defense/2019-06-12/big-claims-big-cost-surface-air-missile-systems) ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า สิ่งที่เป็นสาระสำคัญก็คือ ฝ่ายฮูตีนั้นมีขีปนาวุธเพื่อการโจมตีระดับก้าวหน้าอยู่จริงๆ และการพุ่งใส่เป้าหมายที่อับกอยก์ได้อย่างถูกต้อง

แม่นยำมากของอาวุธเหล่านี้ เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มาก

ดังนั้นสำหรับในเวลานี้ ดูเหมือนว่าสงครามที่ราชวงศ์ซาอุดกระทำ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในเดือนมีนาคม 2015 โดยได้รับความสนับสนุนจากสหรัฐฯ/สหราชอาณาจักร และเป็นสงครามที่มุ่งเล่นงานประชากรพลเรือนชาวเยเมน ซึ่งได้ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมอย่างเลวร้าย ชนิดที่สหประชาชาติถือว่ามีขนาดในระดับเดียวกับที่เอ่ยไว้ในคัมภีร์ไบเบิลนั้น ผู้ชนะแน่นอนทีเดียวว่าไม่ใช่มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย เจ้าชาย โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน ผู้เป็นที่รู้จักกันกว้างขวางด้วยตัวย่อพระนามว่า MBS…

 

 

---------------------------------- 

หมายเหตุ  :

                      เนื่องจากบทความนี้มีเนื้อหาสาระดี ทันต่อเหตุการณ์ที่กำลังครุกรุ่น ในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบต่อราคาน้ำมัน เศรษฐกิจโลก  สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดสงครามครั้งใหญ่  มีรายละเอียดมาก  กรุณาอ่านอย่างตั้งใจ  เนื่องจากบทความค่อนข้างยาว  ลุงจึงอนุญาตแบ่งเป็นสองตอน   เพื่อสะดวกต่อการโหลด  และการอ่าน

 

ท่มา  :  

                          https://mgronline.com/around/detail/9620000090640

                            ขออนุญาตเผยแพร่และขอขอบคุณ

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Nathalee Cadone-Hastr siembre

เพลงเกี่ยวกับเช เกววาร่า ..ฟังสนุก ศิลปการแสดงสวยงาม สไตล์ละติน .. จาก YouTube -ขอขอบคุณ

View All
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]