• แดนอีศาน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-09
  • จำนวนเรื่อง : 3015
  • จำนวนผู้ชม : 899513
  • ส่ง msg :
  • โหวต 164 คน
ทะเลหมอก
วรรณกรรม ร้อยแก้ว ร้อยกรอง สะท้อนด้าน เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมือง ฯลฯ อย่างอิสระ เสรี และ เป็นธรรม เพื่อความยั่งยืน ของสังคมและประเทศชาติ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/FogSea
วันเสาร์ ที่ 21 กันยายน 2562
Posted by แดนอีศาน , ผู้อ่าน : 385 , 11:34:42 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wullopp , นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

Winners and losers from Saudi Aramco’s travails
By M. K. Bhadrakumar
16/09/2019

การโจมตีเมื่อวันเสาร์ (14 ก.ย.) แสดงให้เห็นว่าการป้องกันของซาอุดีฯยังมีจุดอ่อนยังมีความเปราะบางอย่างสูง หากสหรัฐฯลงมือทำให้เกิดการขยายตัวบานปลายใดๆ ขึ้นมา ย่อมอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารกับอิหร่าน และก่อให้เกิดปัญหายากลำบากนานาซึ่งอาจเป็นภัยอันตรายอย่างสาหัสถึงขั้นทำลายราชอาณาจักรแห่งนี้ทีเดียว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ทวิตเมื่อวันอาทิตย์ (15 ก.ย.) ที่ผ่านมา เกี่ยวกับเหตุการณ์โจมตีโรงงานสิ่งปลูกสร้างด้านน้ำมัน 2 แห่ง ของ ซาอุดี อารามโค (Saudi Aramco) รัฐวิสาหกิจของซาอุดีอาระเบีย ในวันเสาร์ (14 ก.ย.) โดยมีข้อความดังนี้:

“ซัปพลายน้ำมันซาอุดีอาระเบียถูกโจมตี มีเหตุผลที่จะเชื่อได้ว่าเรารู้ตัวคนร้าย ซึ่งถูกล็อกเป้าโหลดกระสุนเล็งใส่แล้ว รอเพียงการตรวจสอบยืนยัน แต่เรากำลังคอยฟังทางซาอุดีอาระเบียว่าพวกเขาเชื่อว่าใครเป็นผู้ทำให้เกิดการโจมตีนี้ และภายใต้เงื่อนไขอย่างไรที่เราจะลงมือ!”

มันช่างเป็นการทวิตที่ใช้คำอย่างฉลาดหลักแหลม โดยคำนึงถึงผู้อ่านหลายหลาก ทรัมป์ใช้เวลาใคร่ครวญเพื่อแสดงปฏิกิริยา และเขายังคงหยุดยั้งไม่ถึงกับกล่าวประณามอิหร่านออกมา สหรัฐฯนั้นขาดไร้หลักฐานที่หนักแน่น ด้วยเหตุนี้แหละ “การตรวจสอบยืนยัน” จึงเป็นสิ่งจำเป็น และต้องให้ทางกรุงริยาดเป็นผู้ที่ประเมินว่า “ใครเป็นผู้ทำให้เกิดการโจมตีนี้ และภายใต้เงื่อนไขอย่างไรที่เราจะลงมือ”

ทรัมป์คุยอวดว่าสหรัฐฯ “ถูกล็อกเป้าโหลดกระสุนเล็งใส่” ตัวการอยู่แล้ว พรักพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือซาอุดีอาระเบีย กระนั้นเพียงเมื่อ 1 วันก่อนหน้านั้น เมื่อตอนที่ทรัมป์โทรศัพท์สนทนากับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (Prince Mohammed bin Salman) มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียนั้น ฝ่ายหลังได้กล่าว “เน้นย้ำถึงความปรารถนาและความแข็งแกร่งทางราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ในการต่อสู้ขัดขวางการก้าวร้าวรุกรานแบบผู้ก่อการร้ายเช่นนี้ และจัดการกับผลต่อเนื่องต่างๆ ที่จะเกิดตามมา”

อันที่จริงแล้ว นี่ได้กลายเป็นท่าทีซึ่งฝ่ายซาอุดีฯแสดงออกมาซ้ำแล้วซ้ำอีก --นั่นคือการจัดการรับมือกับวิกฤตเช่นนี้ เป็นสิ่งที่อยู่ภายใต้ศักยภาพความสามารถของซาอุดีฯ ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ที่มกุฎราชกุมารของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ต่อสายมาเพื่อประณามเหตุการณ์โจมตีโดยใช้โดรน (อากาศยานไร้คนขับ) คราวนี้ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ก็เน้นย้ำเช่นกันว่า “ทางราชอาณาจักร (ซาอุดีอาระเบีย) มีความสามารถในการเผชิญหน้าและในการรับมือกับการก้าวร้าวรุกรานแบบผู้ก่อการร้าย” สำหรับสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน ก็มีพระราชดำรัสกับ เจ้าเอมีร์ แห่ง คูเวต (the Emir of Kuwait) ว่า “ทางราชอาณาจักรมีความสามารถในการเผชิญหน้ากับการโจมตีแบบผู้ก่อการร้ายดังกล่าว และในการรับมือกับผลพวงที่ติดตามมา”

ไม่มีรัฐใดในภูมิภาคเลย –ไม่ว่าจะเป็น อียิปต์, ยูเออี, คูเวต, บาห์เรน, จอร์แดน, ตุรกี ฯลฯ-- หรือมหาอำนาจต่างชาติใดๆ ที่กล่าวประณามอิหร่านว่าเป็นผู้ก่อเหตุใช้โดรนโจมตีโรงงานสิ่งปลูกสร้างด้านน้ำมันเหล่านี้ของซาอุดี อารามโค นี่จึงทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ พอมเพโอ ของสหรัฐฯ ต้องกลายเป็นเพียงข้อยกเว้นหนึ่งเดียวผู้โดดเดี่ยว

เรื่องที่น่าสนใจมากประการหนึ่งก็คือ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ได้ต้อนรับเอกอัครราชทูตรัสเซีย เซียร์เก คอซลอฟ (Sergei Kozlov) เพื่อสนทนากันตามลำพังหนึ่งต่อหนึ่งเมื่อวันอาทิตย์ (15 ก.ย.) ไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ ของการพบปะกันครั้งนี้ บันทึกการหารือที่เปิดเผยต่อสาธารณชนของฝ่ายซาอุดีฯ กล่าวเน้นเพียงแค่ว่า “มีการหารือกันเกี่ยวกับประเด็นปัญหาจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นที่สนใจร่วมกันของประเทศเพื่อนมิตรทั้งสอง”

แน่นอนทีเดียว ความสนใจของฝ่ายรัสเซียนั้นย่อมอยู่ที่เรื่องการลดทอนผ่อนคลายความตึงเครียดต่างๆ ของภูมิภาคซึ่งกำลังขยายบานปลายออกไป และมอสโกกับเตหะรานนั้นก็มีการติดต่อกันอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียนั้นมีกำหนดพบหารือกับประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี (Hassan Rouhani) ของอิหร่านในช่วงต่อไปของวันเดียวกันนั้น โดยเป็นการพูดจาทวิภาคีข้างเคียงการประชุมซัมมิต 3 ฝ่ายในตุรกี ระหว่าง รัสเซีย-อิหร่าน-ตุรกี ที่เรียกขานกันว่า “เอสตานา ทรอยกา” (Astana troika) นอกจากนั้นปูตินยังมีกำหนดที่จะเดินทางไปเยือนซาอุดีอาระเบียในเดือนตุลาคมนี้

แท้ที่จริงแล้ว ถึงหากซาอุดีฯต้องการให้สหรัฐฯเข้ามาเกี่ยวข้องพัวพันด้วย มันก็คงเป็นเรื่องยากที่จะเป็นไปได้ การขาดแคลนความไว้เนื้อเชื่อใจกันเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน (คณะบริหารทรัมป์เพิ่งตัดสินใจที่จะเปิดเผยชื่อเสียงเรียงนามของเจ้าหน้าที่ซาอุดีฯ ผู้ซึ่งถูกกล่าวหาว่าได้ช่วยเหลือพวกผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุการณ์วินาศกรรม 9 กันยายน 2001)

ส่วนความเชื่อมั่นของซาอุดีฯ เกี่ยวกับความวิริยะอุตสาหะและความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวของสหรัฐฯที่จะยืนหยัดเคียงข้างคอยปกป้องซาอุดีอาระเบียเมื่อถึงเวลาเกิดวิกฤตขึ้นมา ก็กำลังอยู่ในอาการสั่นคลอน อิทธิพลบารมีของริยาดในหมู่ชนชั้นนำแถวกรุงวอชิงตันนั้นได้หดเหี้ยนหายสูญลงไปอย่างสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังเกิดกรณีสังหารโหดนักหนังสือพิมพ์ จามาล คาช็อกกี (Jamal Khashoggi) อารมณ์ความรู้สึกในรัฐสภาสหรัฐฯเวลานี้ เป็นไปในทางที่ไม่เป็นมิตรกับซาอุดีอาระเบีย

ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมีแง่มุมหลายแง่หลายมุมที่อ่อนไหวยิ่ง ซึ่งริยาดย่อมต้องการที่จะจัดการด้วยตนเอง ฝ่าย (กบฎ) ฮูตี ( Houthis) (ในเยเมน) อ้างว่าพวกตนได้รับ “ข่าวกรองและความร่วมมือ” จากภายในซาอุดีอาระเบีย ในการก่อเหตุโจมตีด้วยโดรนครั้งนี้ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง ย่อมหมายความว่าพวกฮูตีมีสายติดต่ออยู่ภายในจังหวัดตะวันออก (Eastern Province) ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ที่นั่นซึ่งเป็นชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ กำลังเรียกร้องให้ได้อำนาจเพิ่มขึ้นและมีสิทธิปกครองตนเอง (หมายเหตุผู้แปล: 2 เป้าหมายที่ถูกโจมตีคราวนี้ คือ โรงกลั่นน้ำมันยักษ์อับกอยก์ (Abqaiq) กับ บ่อน้ำมันและโรงแปรรูปน้ำมันดิบคูไรส์ (Khurais) โดยที่อับกอยก์ตั้งอยู่ในจังหวัดตะวันออก ส่วนคูไรส์อยู่ถัดออกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราวๆ 200 กิโลเมตร ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bbc.com/news/world-middle-east-49699429)

ริยาดย่อมต้องการที่จะขุดคุ้ยลงไปให้ลึก แต่ก็ต้องการทำด้วยตนเองโดยไม่พึงพาอาศัยการส่องทางแนะนำของซีไอเอ –เนื่องจากเรื่องนี้เมื่อคิดกันถึงที่สุดแล้วย่อมเป็นเรื่องความมั่นคงภายในของราชอาณาจักร และเป็นเรื่องความสามัคคีตลอดจนชะตากรรมของพระราชวงศ์ซาอุดีฯ

 

 ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพวกโครงสร้างพื้นฐานที่บ่อน้ำมันคูไรส์ ของรัฐวิสาหกิจซาอุดี อารามโค ของซาอุดีอาระเบีย หลังถูกโจมตีตอนก่อนเช้ามืดวันเสาร์ (14 ก.ย.) พื้นที่ในสี่เหลี่ยมสีแดงคือบริเวณที่ได้รับความเสียหาย (ภาพนี้เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ 15 ก.ย. โดยรัฐบาลสหรัฐฯและดิจิตอลโกลบ)


การโจมตีเมื่อวันเสาร์ (14 ก.ย.) แสดงให้เห็นว่าการป้องกันของซาอุดีฯยังมีจุดอ่อนยังมีความเปราะบางอย่างสูง หากสหรัฐฯลงมือทำให้เกิดการขยายตัวบานปลายใดๆ ขึ้นมา ย่อมอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารกับอิหร่าน และก่อให้เกิดปัญหายากลำบากนานาซึ่งอาจเป็นภัยอันตรายอย่างสาหัสถึงขั้นทำลายราชอาณาจักร

ยูเออี (และรัฐริมอ่าวเปอร์เซียรายอื่น) ก็ย่อมต้องการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการบานปลายขยายตัวใดๆ ต่อไปอีกเช่นเดียวกัน ในระยะสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งซาอุดีอาระเบียและยูเออีต่างแสดงท่าทีอ่อนโยนลงต่ออิหร่าน ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะบรรเทาความตึงเครียด

กระนั้น ยังคงมีรอยยับย่นอยู่รอยหนึ่ง ได้แก่การที่ฝ่ายซาอุดีอาระเบียและฝ่ายสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูเหมือนมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับเยเมน โดยที่ฝ่ายหลังกำลังวางแผนครองอำนาจในภาคใต้ของเยเมน ด้วยการอาศัยตัวแทนที่เป็นกองกำลังอาวุธท้องถิ่นกลุ่มต่างๆ ถึงแม้นี่เท่ากับเป็นการลดทอนอำนาจของรัฐบาลเยเมนที่นำโดย มานซูร์ ฮาดี

 

(Mansur Hadi) ซึ่งมีริยาดเป็นผู้อุปถัมภ์ใกล้ชิด

นอกจากนั้นแล้ว ความปั่นป่วนซึ่งเกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์โจมตีครั้งนี้ กำลังทำให้แผนการที่จะนำเอาหุ้นบางส่วนของรัฐวิสาหกิจ ซาอุดี อารามโก ออกมาจำหน่ายแก่สาธารณชน จากนั้นก็เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (ทำ IPO) ตกอยู่ในสภาพไร้ความแน่นอนเสมือนแขวนเอาไว้บนเส้นด้ายบางๆ เมื่อเป็นอย่างนี้ มันย่อมหมายความต่อไปด้วยว่า โครงการ “วิชั่น 300” (Vision 300) ของเจ้าชายมกุฎราชกุมารซาอุดีฯ ที่จะปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของราชอาณาจักรให้พึ่งพาอาศัยน้ำมันลดน้อยลง และริเริ่มการปฏิรูปที่จำเป็นต่างๆ มากมาย โดยมุ่งหวังที่จะนำเอาเงินทองจากการขายหุ้น ซาอุดี อารามโก มาใช้จ่ายเพื่อการนี้ ก็จะได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ (14 ก.ย.) ยังแสดงให้เห็นด้วยว่า เศรษฐกิจโลกอาจจะเจอปัญหาหนักเหมือนถูกหลังคาถล่มทับลงมา ถ้าอัคคีภัยระดับภูมิภาคใดๆ ก็ตามเกิดปะทุขึ้นมาจนทำให้พวกรัฐที่ร่ำรวยจากน้ำมัน (รัฐปิโตรดอลลาร์ the petrodollar states) ได้รับความเสียหายหนกหน่วง ทั้งนี้ราคาซื้อขายล่วงหน้าของน้ำมันดิบชนิด “เบรนต์” กระโจนพรวดสูงขึ้นเกือบๆ 20% ทีเดียวในคืนวันอาทิตย์ (15 ก.ย.) ก่อนจะไหลรูดลงมาบ้าง

ถ้าหากการลดการผลิตน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบีย (ประมาณกันว่า จากความเสียหายที่ อับกอยก์ และที่ครูไรส์ คราวนี้ ทำให้การผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียหดตัวลงราวครึ่งหนึ่ง หรือเท่ากับ 5% ของผลผลิตน้ำมันในแต่ละวันของทั่วโลก –ผู้แปล) เกิดยืดเยื้อออกไปเป็นเดือนๆ คาดหมายได้ว่าการขึ้นราคาอย่างสุดโหดของเบรนต์จะดำเนินต่อไปจวบจนกระทั่งทะลุ

ระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระทั่งถึงจุดนั้นแล้ว ก็ยังอาจจะขยับสูงขึ้นไปอีก

สมควรที่จะกล่าวด้วยว่า การข่มขู่ของอิหร่านที่บอกจะไม่ยอมเป็นผู้แพ้เพียงฝ่ายเดียวหากเกิดการประจันหน้าทางทหารกับสหรัฐฯนั้น เป็นสิ่งที่จะต้องขบคิดพิจารณากันอย่างจริงจังมาก ทั้งนี้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (Islamic Revolutionary Guard Corps หรือ IRGC) ได้ออกมากล่าวย้ำเรื่องนี้อีกครั้งในวันอาทิตย์ (15 ก.ย.)

มองกันโดยภาพรวม สหรัฐฯนั้นหมดทางเลือกที่จะนำมาใช้รับมือกับอิหร่านเสียแล้ว ถ้าหากเจตนารมณ์เบื้องหลังการทวิตของทรัมป์คือการทำให้เตหะรานตกใจเสียขวัญ และบังคับให้อิหร่านต้องยินยอมที่จะจัดการพบปะหารือระหว่างตัวทรัมป์กับรูฮานีในระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติที่นครนิวยอร์กแล้ว นี่ก็ต้องถือว่าเป็นความไร้เดียงสาอย่างที่สุด กระนั้นก็ตามที มีโอกาสอยู่หรอกที่จะเกิดการพบปะกันระหว่างทรัมป์-รูฮานี

เตหะรานนั้นไม่เคยพลาดโอกาสที่จะได้เน้นย้ำว่า ก) ตนสามารถที่จะเป็นปัจจัยสร้างเสถียรภาพในอ่าวเปอร์เซีย และ ข) บรรดารัฐในภูมิภาคเท่านั้นที่จะสามารถดูแลรักษาความมั่นคงของภูมิภาคได้อย่างดีที่สุด ทั้งนี้โดยผ่านการเจรจาสนทนากัน

การแสดงความคิดเห็นอย่างละเอียดครั้งแรกของรูฮานีเมื่อวันอาทิตย์ (15 ก.ย.) โดยออกมาในแนวทางอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ควรถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ขณะที่ไม่สามารถปฏิเสธได้หรอกว่าอาจจะมีการติดต่อกันในบางรูปแบบบางลักษณะ ระหว่างซาอุดีอาระเบีย, ยูเออี, อิหร่าน หรือในหมู่พวกเขาเหล่านี้

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คอยกระตุ้นทรัมป์อยู่เสมอให้เลือกเดินทางไปบนเส้นทางที่ใช้ “แรงบีบคั้นกดดันสูงสุด” (maximum pressure) เพื่อเล่นงานอิหร่าน แต่เมื่อพวกเขาก้มมองดูห้วงเหวล้ำลึกอันเลวร้ายในวันนี้แล้ว พวกเขาน่าจะไม่รู้สึกพอใจสิ่งที่พวกเขากำลังมองเห็นอยู่

ก่อนหน้านี้ พวกฮูตีนก็อยู่เบื้องหลังการโจมตีเล่นงานสายท่อส่งน้ำมันของซาอุดีฯ, เรือสินค้าของซาอุดีฯ, ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแห่งอื่นๆ ของซาอุดีฯมาแล้ว โฆษกคนหนึ่งของกลุ่มฮูตีอธิบายแจกแจงว่า “เราให้คำมั่นสัญญากับระบอบปกครองซาอุดีฯได้ว่า การปฏิบัติการในอนาคตของเราจะขยายตัวออกไปอีก และจะสร้างความเจ็บปวดมากยิ่งขึ้นไปอีก ตราบใดทีการก้าวร้าวรุกรานและการปิดล้อม (ฝ่ายกบฎฮูตี โดยกลุ่มพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบีย) ยังคงดำเนินอยู่”

โฟกัสในเวลานี้ควรจะอยู่ที่การลดระดับของสงครามในเยเมนให้ผ่อนคลายลงมา โดยที่ในปัจจุบัน สงครามนี้เองกำลังกลายเป็นเครื่องมืออันสำคัญยิ่งยวด ที่ริยาดกับอาบูดาบี ใช้ในการสู้รบต่อกรกับเตหะราน

(เก็บความจากเว็บไซต์ indianpunchline ของ เอ็ม.เค. ภัทรกุมาร อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษได้ที่https://indianpunchline.com/winners-and-losers-from-saudi-aramcos-travails/

เอ็ม เค ภัทรกุมาร เคยรับราชการเป็นนักการทูตอาชีพในกระทรวงการต่างประเทศอินเดียเป็นเวลากว่า 29 ปี โดยที่ราวครึ่งหนึ่งได้รับมอบหมายให้ไปประจำยังประเทศที่เคยเป็นดินแดนของอดีตสหภาพโซเวียต ตลอดจนไปอยู่ที่ปากีสถาน, อิหร่าน, และอัฟกานิสถาน ประเทศอื่นๆ ที่เขาเคยไปรับตำแหน่งยังมีเกาหลีใต้, ศรีลังกา, เยอรมนี, และตุรกี ปัจจุบันเขาเขียนอยู่ในเว็บไซต์ “อินเดียน พันช์ไลน์” (https://indianpunchline.com) ของเขา หลักๆ แล้วเขียนถึงนโยบายการต่างประเทศของอินเดีย และกิจการของตะวันออกกลาง, ยูเรเชีย, เอเชียกลาง, เอเชียใต้, และเอเชีย-แปซิฟิก

 

-------------------  

ท่ิ่มา  :  

                          https://mgronline.com/around/detail/9620000090640

                            ขออนุญาตเผยแพร่และขอขอบคุณ

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
wullopp วันที่ : 21/09/2019 เวลา : 17.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ไม่ว่า
จะเป็นเพราะเหตุไร

ขอให้
เหตุการณ์นี้ผ่านพ้นไป

โดย
ทุกคนทุกฝ่ายเดือดร้อนน้อยที่สุด
เท่าที่จะเป็นไปได้...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 21/09/2019 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เหตุการณ์นี้
ก็
คล้ายกับการเมืองอีกหลายๆ เรื่องที่ว่า

เราน่าจะไม่รู้จริง
ใน
ความเป็น
และ
ความไป
ของเรื่อง

มีหลักคิดอย่างหนึ่ง คือ
ให้มองหาว่า

ใครน่าจะได้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้
ซึ่ง
อาจจะเป็น...

กลุ่มประเทศ
หรือกลุ่มผลประโยชน์ต่อไปนี้

1. กลุ่มประเทศ ส่งออกน้ำมัน
ได้ประโยชน์ จาก น้ำมันที่อาจจะแพงขึ้น

2. กลุ่มประเทศ ส่งออกอาวุธ
ได้ขายอาวุธ
หรือ ระบบป้องกันอาวุธ
หรือ บริการทหารรับจ้างข้ามชาติ (รปภ.ติดอาวุธ)

3. กลุ่มประเทศ ที่ไม่ชอบอิหร่าน

4. ผู้นำ ผู้บริหาร นักการเมือง ในอิหร่าน
ซึ่ง อาจจะได้สร้างภาพ

เพื่อ กลบเกลื่อนปัญหาในประเทศ
โดยเฉพาะ เศรษฐกิจที่แย่ลงเรื่อยๆ

และ ภาวะขาดน้ำจืด
ที่แรงขึ้นจนมีคำกล่าวว่า

อิหร่านอาจจะล้มละลายจากการขาดน้ำจืด
(Freshwater Bankrupcy)


5. กลุ่มนิกายทางศาสนา
ซึ่ง อาจเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่ก็ได้

เพราะ บริเวณใกล้แหล่งน้ำมันทางตะวันออก
ของ ซาอุฯ มีคนกลุ่มน้อย นิกายชีอะห์
มากกว่า บริเวณอื่นๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Nathalee Cadone-Hastr siembre

เพลงเกี่ยวกับเช เกววาร่า ..ฟังสนุก ศิลปการแสดงสวยงาม สไตล์ละติน .. จาก YouTube -ขอขอบคุณ

View All
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]