• ลมเพลมพัด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : umaporn@nationchannel.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-24
  • จำนวนเรื่อง : 57
  • จำนวนผู้ชม : 356134
  • ส่ง msg :
  • โหวต 191 คน
"ลม..กำลังจะพัดมา"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Fujin
วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม 2551
Posted by ลมเพลมพัด , ผู้อ่าน : 3311 , 14:10:12 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โปรดอ่านบทความนี้อย่างมีวิจารณญาณและเหตุผล
ผู้เขียนได้พยายามเลือกใช้คำที่ไม่เป็นการกล่าวหาหรือใส่อารมณ์จนเกินไป
แต่หากสำนวนอ่อนด้อย ล่วงละเมิดความรู้สึกของผู้ใดก็ขออภัยมาไว้ ณ ที่นี่ด้วย


ท่านๆ เคยกันไหม...โหนรถเมล์อยู่ แดดร้อนเปรี้ยงปร้าง
จักแร้คนข้างๆก็ส่งกลิ่นหึ่ง ทันใดก็มีเสียงพูดลอยขึ้นมา

“น้องๆ คิดว่าชีวิตมาจากไหน ใครสร้างเราขึ้นมา”
(ขออนุญาตใช้คำว่าน้องเพื่อไม่ให้ผู้เขียนรู้สึกว่าตัวเองแก่ แหะๆ)


หรือเราอาจเห็นเด็กๆเล่นเกมการ์ดกันน่าสนใจ
พอตามไปดูในเว็บของคนเล่นเกมการ์ดนี้ก็เจอข้อความแปลกๆอย่าง


“วันอาทิตย์นี้เล่นการ์ดแล้วเข้าโบสถ์หรือยัง”
“สนใจอยากพบสิ่งมหัศจรรย์ เชิญตามเข้ามาเว็บนี้”


สิ่งเหล่านี้คือกลยุทธการเผยแพร่ศาสนาในปัจจุบันที่อาศัยสื่อหลากหลาย
ทั้งปากต่อปาก เกมสำหรับเด็ก แผ่นพับ เว็บไซท์และไม่ได้เล็งที่ผู้ใหญ่อย่างเดียว


"วาระซ่อนเร้น" ของการเผยแพร่ศาสนาไม่ได้จบลงที่วิธีการเท่านั้น
ผลลัพธ์ซึ่งคนเหล่านี้คาดหวังยังอยู่ที่การบิดเบือนความคิดพื้นฐานในหัวสมอง
เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และตรรกะอีกด้วย
(บ้านเรามักจะเป็นการสอนเด็กไม่ให้เชื่อในทฤษฏีวิวัฒนาการของดาร์วิน-
แต่ในอเมริกามีพาลถึงห้ามเชื่อวิชาธรณีวิทยา วิชาฟิสิกส์เลยก็มี)


ถึงตรงนี้ต้องขอบอกไว้ก่อนว่าตัวคนเขียนไม่ได้คัดค้านการเผยแพร่ศาสนา
เพราะประเทศไทยให้เสรีภาพในการนับถือศาสนาและตัวเองก็จบการศึกษาจากโรงเรียนแคทอลิก
แต่ที่คนเขียนรู้สึกต่อต้านคือ
"วาระซ่อนเร้น" ที่ใช้วิทยาศาสตร์กึ่งไสยศาสตร์มาสร้างความสับสน
มันอาจปูทางให้การเปลี่ยนศาสนาทำได้ง่าย
แต่ในระยะยาวเราจะเห็นเด็กที่มีความคิดติดอยู่ในกรอบ
ไม่สามารถเปิดใจให้กว้างพอจะประสบความสำเร็จในโลกปัจจุบันได้


คงไม่มีใครชอบหากมีคนมาบอกลูกๆท่านบ้างว่า
“อย่าเชื่อทฤษฏีแรงโน้มถ่วงเลยนะ เพราะมีหลายจุดในเมืองไทยที่ถนนดูเอียงลง
แต่พอจอดรถแล้วจะไหลขึ้น ทฤษฏีแรงโน้มถ่วงเป็นเรื่องโกหก
มารับความจริงว่าปิศาจก๋วยเตี๋ยวยื่นเส้นสปาเก็ตตี้มาดึงวัตถุขึ้นลงกันดีกว่า”


การก้าวก่ายเรื่องทางโลกด้วยคำสอนทางธรรมเช่นนี้
เป็นอันตรายต่ออนาคตของวิชาวิทยาศาสตร์
แค่ตำรากระทรวงศึกษาไทยก็ล้าหลังพออยู่แล้ว
หากนักเรียนจะต้องถูกตีกรอบด้วยแนวคิดแคบๆ ไม่เปิดกว้างต่อการพิสูจน์อีกจะยิ่งย่ำแย่


คำว่า “หากคำสอนขัดกับหลักฐานและเหตุผล แสดงว่าหลักฐานนั้นผิด”
อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ในไทยเหมือนอย่างอเมริกา
(ซึ่งล่าสุดมีสารคดีเก๊แป๊กโรงเรื่อง Expelled ออกมากล่าวโทษทฤษฏีวิวัฒนาการอย่างมั่วซั่ว
จนคนที่ดูแล้วบอกว่าดีมีแต่อนุรักษ์นิยมฝ่ายขวา)
แต่ในโลกที่นับวันความขัดแย้งระหว่างศรัทธากับหลักเหตุผลลุกลามไปถึงเวทีการเมืองเช่นนี้
ผู้เขียนเห็นว่าเราควรกำหนดเส้นแบ่งทางโลกและทางธรรมให้ชัดเจน
เพื่อโลกที่เทคโนโลยีอยู่ร่วมกับความคิดทางจิตวิญญาณได้อย่างสงบสุข


ฉะนั้นเราในฐานะของผู้ที่ “รับการเผยแพร่” ไม่ว่าผู้ปกครองหรือเด็กนักเรียน
ควรสรรหาความรู้ซึ่งจะช่วยแยกข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์เพื่อหักล้างเพื่อให้คนที่เข้าใจผิด
ไม่เอาไปบอกต่อคนอื่น ถ้าเป็นไปได้ก็พยายามชักจูงอีกฝ่ายให้ยกระดับการถกเถียง
ไปอยู่ในกรอบของจิตวิญญาณอันเป็นหัวใจแท้จริงของศาสนา
ผู้เขียนคิดว่าคนเราหากจะเลือกศรัทธาสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ควรจะเพราะหัวใจ
ไม่ใช่เพราะสมองถูกปั่นป่วนด้วยสิ่งที่อ้างตนเป็นวิทยาศาสตร์แต่ไร้หลักฐานพิสูจน์


ในกรณีที่อีกฝ่ายไม่ต้องการยอมรับและพยายามโน้มน้าวโดยเสนอมุมมองวิทยาศาสตร์แปลกๆ
(ซึ่งร้อยทั้งร้อยมักเป็นการโจมตีทฤษฏีวิวัฒนาการและผลักดันความเชื่อพระเจ้าสร้างโลก)
ให้กับเรา ผู้เขียนขอแนะนำคำตอบง่ายๆให้กับข้ออ้างที่คล้ายๆกันจนเหมือนถูกโปรแกรมมาดังนี้


--------------------

"สังเกตสิว่าวิวัฒนาการน่ะเป็นแค่ทฤษฏีเท่านั้นนะ พวกนักวิทยาศาสตร์เองยังไม่มั่นใจเลย”

ตอบ:
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าทฤษฏีวิวัฒนาการของ Charles Darwin นักชีววิทยาชาวอังกฤษ
คือการอธิบายว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกเกิดจากการพัฒนาการอย่างช้าๆ
โดยผ่านกลไกคัดเลือกทางธรรมชาติและความเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม
ทั้งมนุษย์ หมา แมวหรือสัตว์เซลล์เดียวต่างก็วิวัฒนาการมาจากสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนน้อยกว่า

 

Charles Darwin ผู้เสนอทฤษฏีวิวัฒนาการ


ทฤษฏีในความหมายทางวิทยาศาสตร์คือ
“ข้อสันนิษฐานที่ใช้เป็นหลักในการอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ”
ซึ่งข้อสันนิษฐานเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากความจริงที่ทดลองและเห็นได้มากมาย
(ที่เรียกว่าทฤษฏีเพราะวิทยาศาสตร์เปิดใจกว้างต่อความเป็นไปได้-
ตราบใดที่ความเป็นไปได้นั้นมีหลักฐานสนับสนุนอย่างพอเพียง)
เหมือนกับทฤษฏีสัมพันธภาพของ Einstein นั่นแหละ
คงไม่มีใครบอกว่าระเบิดนิวเคลียร์เป็นแค่ทฤษฏีเท่านั้น จริงไหมท่านทั้งหลาย


--------------------


"ทฤษฏีวิวัฒนาการน่ะ ชั่วร้ายมากนะ
รู้หรือเปล่าว่าฮิตเลอร์ใช้มันเป็นข้ออ้างฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวด้วย”

ตอบ:
พรรคนาซีไม่เคยอ้างทฤษฏีของดาร์วินในการสังหารหมู่ชาวยิว
ที่สำคัญทฤษฏีของดาร์วินถูกห้ามไม่ให้ตีพิมพ์ในนาซีเยอรมันด้วยซ้ำ


ถ้าถามว่าฮิตเลอร์เอาความคิดเกลียดชังยิวมาจากไหนมากมาย
ก็ต้องตอบว่าเพราะส่วนหนึ่งมาจากประวัติศาสตร์ยุโรป
ที่ทั้งสถาบันรัฐและศาสนาโทษปัญหาต่างๆให้ชาวยิวมาตั้งแต่ยุคกลาง
ฮิตเลอร์ประกาศตนเป็นแคทอลิกและทหารนาซีเกือบหมดเป็นแคทอลิก ไม่ก็โปรแตสแตนท์


หากลองอ่านประโยคจากหนังสือ ”การต่อสู้ของข้าพเจ้า” เราก็จะเห็นภาพชัดเจนขึ้น


“ทุกวันนี้ข้าพเจ้าเชื่อว่ากำลังปฏิบัติตนตามประสงค์ของพระผู้สร้าง
ในการปกป้องตัวเองจากชาวยิวผมกำลังต่อสู้เพื่อพระองค์”


หรือสุนทรพจน์ในมิวนิกปี1922ที่บอกว่า


“ความรู้สึกของข้าพเจ้าในฐานะชาวคริสต์บอกว่าพระเยซูทรงเป็นนักต่อสู้
ท่านอยู่อย่างโดดเดี่ยวโดยมีผู้ติดตามเพียงหยิบมือเท่านั้น
แต่กระนั้น พระองค์ก็ยังเห็นธาตุแท้อันหลอกลวงของยิวและเรียกผู้คนมาต่อสู้กับพวกมัน”


หลายคนคงมองว่าฮิตเลอร์บิดเบือนศาสนา (ซึ่งก็ถูกต้อง)
แต่สิ่งที่คำพูดเหล่านี้ยืนยันคือฮิตเลอร์ไม่ได้ใช้ทฤษฏีดาร์วินสนับสนุนการฆ่าล้างชาวยิวแน่ๆ

หัวเข็มขัดทหารบกนาซีทุกคน "Gott mit uns" = "God with us" ในภาษาอังกฤษ

 --------------------


"ดาร์วินน่ะ ตอนกำลังจะตายเขาเปลี่ยนศาสนาและเลิกเชื่อทฤษฏีวิวัฒนาการด้วย”

ตอบ: ตำนานนี้ถูกเผยแพร่โดยเลดี้โฮป นักเผยแพร่ศาสนาอังกฤษ
ที่อ้างว่าได้พบกับดาร์วินก่อนเสียชีวิต ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากบุคคลใกล้ชิดดาร์วินแล้ว
ว่าไม่เป็นความจริง ที่สำคัญคือข้อเท็จจริงของทฤษฏีวิทยาศาสตร์ไม่ได้ขึ้นกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ต่อให้ดาร์วินเพ้อแล้วพูดตอนใกล้เสียชีวิตว่า
“โดราเอมอนพาสุนัขขึ้นไทม์แมชชีนมาสร้างอารยธรรมในอดีต”
นักวิทยาศาสตร์ก็จะหักล้างมันด้วยหลักฐานอยู่ดี ไม่มีใครเชื่อแบบหัวปักหัวปำแน่ๆ

 Elizabeth hope เจ้าของตำนานปั้นเรื่อง


--------------------

 "ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ใหญ่ๆของโลกที่สงสัยทฤษฏีวิวัฒนาการมีเต็มไปหมด”

ตอบ: จากการสำรวจของแกลลอปโพลปี1997 นักวิทยาศาสตร์อเมริกัน
ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับชีววิทยามีที่ไม่เชื่อทฤษฏีวิวัฒนาการเพียง 0.14% เท่านั้น
ดอกเตอร์หรือศาสตราจารย์ที่กลุ่มสนับสนุนแนวคิดพระเจ้าสร้างโลกเอามาอ้าง
มักไม่ใช่ผู้รู้ด้านนี้โดยตรงหรือเกิดก่อนยุคดาร์วิน


--------------------

 "ที่ตัวเลขนั้นมันน้อยก็เพราะนักวิทยาศาสตร์ที่ต่อต้านดาร์วินถูกปิดปากน่ะสิ ใครๆก็กลัวกัน”

ตอบ:
นั่นเพราะแนวคิดพระเจ้าสร้างโลก
(หรือที่กลุ่มล็อบบี้ในอเมริกาเปลี่ยนชื่อเป็น Intelligent design ให้ฟังเป็นวิทยาศาสตร์)
ไม่มีหลักฐานสนับสนุนเพียงพอที่จะได้รับการยอมรับต่างหาก
เอกสารที่ผ่านการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ของบุคคลกลุ่มนี้ในช่วงสิบปีมีน้อยจนนับนิ้วได้
และเกือบทั้งหมดถูกหักล้างหรือไม่สามารถยกเหตุผลที่ดีกว่าทฤษฏีวิวัฒนาการได้


ข้ออ้างว่า Flagella, ระบบส่งถ่ายโปรตีนในแบคทีเรีย,
ระบบภูมิคุ้มกันและดวงตามนุษย์นั้นซับซ้อนจนวิวัฒนาการขึ้นมาเองไม่ได้
ได้ถูกหักล้างไปหมดแล้วโดยวงการวิทยาศาสตร์


ข้อมูลหาเพิ่มเติมได้ที http://www.millerandlevine.com/km/evol/design2/article.html, http://www.cbs.dtu.dk/staff/dave/Behe.html, http://www.talkdesign.org/faqs/flagellum.html


กระทั่งหนังสือที่สนับสนุน Intelligent design อย่าง Darwin’s black box ของศจ. ไมเคิล บีฮี
ก็ไม่ได้มีการตรวจสอบสมมติฐานสักชิ้น ซึ่งท่านยอมรับข้อบกพร่องนี้ในการไต่สวนคดีปี 2005
ระหว่างทฤษฏีวิวัฒนาการกับ Intelligent design
ในศาลท่านยังยอมรับอีกด้วยว่าหากแนวคิดท่านสามารถถือเป็นทฤษฏีได้
วิชาโหราศาสตร์ก็ถือเป็นทฤษฏีได้เช่นกัน


--------------------

 "แนวคิดพระเจ้าสร้างโลกหรือ Intelligent design ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ตรงไหน”

ตอบ:
ไม่ใช่ เพราะมันไม่สามารถพิสูจน์หรือให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้
มันคือการนำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์มาตั้งคำถามลอยๆ ว่า “โห ไอ้สิ่งนี้มันซับซ้อนจัง”
โดยไม่คิดจะหาคำตอบว่า “ทำไมมันถึงซับซ้อนขนาดนี้ มีการพัฒนามายังไง”
แต่กำปั้นทุบดินเอาง่ายๆ ว่า “ไม่หาคำตอบแล้วละ พระเจ้าทำ”


แน่นอนว่าวิทยาศาสตร์คงหาคำตอบหลายอย่างไม่ได้ในช่วงชีวิตของเรา
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราควรจะหยุดหาคำตอบ
นับตั้งแต่ ชาร์ล ดาร์วินตีพิมพ์ The origin of species เมื่อร้อยปีมาแล้ว
วิทยาศาสตร์แขนงใหม่ได้ช่วยยืนยันทฤษฏีวิวัฒนาการของดาร์วิน
จนทุกวันนี้ข้อถกเถียงในทฤษฏีวิวัฒนาการมีแค่-
สิ่งมีชีวิตบางประเภทพัฒนาการจากแบบหนึ่งไปอีกแบบหนึ่งอย่างไรเท่านั้น


--------------------

 "แต่ทฤษฏีวิวัฒนาการอธิบายไม่ได้ว่าสิ่งมีชีวิตเกิดมายังไง”

ตอบ:
แน่นอน เพราะหน้าที่ของทฤษฏีวิวัฒนาการ
คืออธิบายว่าสิ่งมีชีวิตพัฒนาเป็นอีกรูปแบบหนึ่งได้อย่างไรเท่านั้น
คำถามว่าชีวิตมาจากไร้ชีวิตได้ยังไงนั้นเป็นหน้าที่ของทฤษฏี abiogenesis
ซึ่งการตั้งสมมติฐานและการทดลองเป็นสิ่งยากลำบาก
ถึงกระนั้นการใช้ศาสนาเป็นคำตอบก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก
เพราะศาสนาทั่วโลกต่างก็มีตำนานสร้างชีวิตของตัวเองและไม่มีใครมีหลักฐานดีกว่าคนอื่น


แน่นอนว่าวิทยาศาสตร์อาจไม่สามารถให้คำตอบกับทุกอย่างได้
และนักวิทยาศาสตร์ก็เปิดกว้างกับความเป็นไปได้ทุกอย่าง
ตราบใดที่อยู่บนหลักการตรรกะ หลักฐาน การทดลอง


กระทั่ง Francis Collins นักวิทยาศาสตร์ผู้นำโครงการถอดรหัสดีเอ็นเอมนุษย์ที่เป็นชาวคริสต์เคร่ง
ก็ยังสนับสนุนทฤษฏีวิวัฒนาการและเชื่อว่าพระเจ้ามีส่วนในกระบวนการ Abiogenesis
และตั้งกฎทฤษฏีวิวัฒนาการเท่านั้น ท่านยังบอกด้วยว่าแนวคิด Intelligent design
เป็นอันตรายต่อทั้งศาสนาและวิทยาศาสตร์


ปล. Francis Collins เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อว่า DNA เป็นภาษา
(และถูกเอามาอ้างผิดๆโดยกลุ่มต่อต้านวิวัฒนาการทั้งๆที่ท่านสนับสนุนความคิดวิวัฒนาการ)
ข้ออ้างว่า DNA เป็นภาษาก็ได้รับการคัดค้านจากนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่
เพราะมันเป็นการใช้กำปั้นทุบดินว่า “ไอ้สิ่งนี้ดูซับซ้อน ฉะนั้นต้องมีสติปัญญาอยู่เบื้องหลังแน่”


--------------------

 "แต่การวิวัฒนาการไม่เคยได้รับการพิสูจน์ทางธรรมชาติเลยนะ
ลิงมันอยู่ในสวนสัตว์ตั้งนานทำไมไม่กลายเป็นคน แมวไม่ออกลูกเป็นหมาแล้วล่ะ”

ตอบ:
วิวัฒนาการในสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กได้รับการพิสูจน์ในห้องแล็บ
และผลของมันก็อยู่ในยาที่เรากินเพื่อฆ่าเชื้อโรคแบบใหม่ๆ
สำหรับพัฒนาการในสัตว์ใหญ่ก็มีตั้งแต่ยุงใต้ดินในลอนดอน ต้นไม้ นก ปลา ผีเสื้อ แมลงวัน
และกิ้งก่า แน่นอนว่ามันยังเป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบเดิม
(หมากลายเป็นแมวได้ต่างหากที่ขัดแย้งทฤษฏีวิวัฒนาการที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย)
แต่สิ่งมีชีวิตประเภทใหม่ก็แตกต่างจากบรรพบุรุษจนไม่สามารถผสมพันธุ์ด้วยกันได้


ส่วนมนุษย์นั้นการวิเคราะห์ไมโตคอนเดรียทำให้เรารู้ว่ามนุษย์มีบรรพบุรุษร่วมกับลิง
(ไม่ได้มาจากลิง) ในแอฟริกา และหลักฐานทางโครโมโซมยังได้ช่วยชี้ชัด
ว่าโครโมโซมของมนุษย์คู่ที่สองเกิดจากการรวมตัวกันของโครโมโซมลิง


--------------------


คำอธิบายข้างต้นคงช่วยแก้ข้อข้องใจของหลายๆ ท่าน
และเอื้อประโยชน์ในการหักล้างข้ออ้างที่อาจพบได้บ่อย
ผู้เขียนขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้ต่อต้านการเผยแพร่ศาสนา
แต่ไม่เห็นด้วยกับการนำข้อมูลกึ่งวิทยาศาสตร์ผิดๆ มาโน้มน้าวผู้อื่น
เพื่อจุดประสงค์ทางศาสนาของตนเอง


จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องแปลกที่ศาสนากับวิทยาศาสตร์จะอยู่ร่วมกันได้
อดีตพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่สองได้ประกาศแล้วว่าทฤษฏีวิวัฒนาการเป็นความจริง
และกลมกลืนกับความเชื่อแคทอลิก นักวิทยาศาสตร์ในสาขาวิวัฒนาการหลายคน
อย่าง Francis Collins ก็เป็นโปรแตสแตนท์ที่เคร่งครัดได้
เพราะพวกเขาเห็นว่าวิทยาศาสตร์ให้คำตอบเกี่ยวกับความจริงทางโลก
ส่วนศาสนาก็ให้คำตอบกับความจริงทางจิตวิญญาณ


หากคนทั่วไปอย่างเราๆ มีแนวคิดอย่างนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้คงดี
เพราะในการเดินทางสู่สัจธรรมไม่ว่าจะในระดับใด
ต่างก็ต้องการความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลและเปิดกว้างทั้งสิ้น

Src: http://www.talkorigins.org/indexcc/list.html

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
mister_art วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 01.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/art
ชีวิตคือการเดินทาง จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ความรักคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต

ใครว่าลมเพลมพัดอ่านแต่การ์ตูน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เมธา วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

กำลังดูตาลอ่านข่าว 15.00 น. หุหุ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 16.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

ลองอ่าน Turning point ของฟริดจ๊อฟ คาปร้า ชื่อไทย เรื่อง จุดเปลี่ยนแห่งศตวรรษ หนังสือเล่มนี้ดีมากเลย เห็นเขียนเรื่องนี้ อาจจะสนใจ โดยเฉพาะเรื่อง"ขีวทัศน์แบบกระบวนระบบ"

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เคนโนะสุเกะ วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 20.41 น.
kenosuge

This is a good poem.
Hope u continued sharing new knowledge like this.
張鑫桂

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลมเพลมพัด วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 01.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Fujin
風神 ..  風塵

"คุณรู้ไหมว่าการศึกษามาจากไหน
และใครเป็นคนคิดค้นเรื่องการศึกษา
และอะไรที่เราไม่ย้อนไป ณ.จุดเริ่มต้น"

ไม่ได้เกี่ยวกับบทความเลยค่ะ ทฤษฏีวิวัฒนาการไม่ได้อธิบายว่าจักรวาลมาจากไหน
และไม่มีวิทยาศาสตร์แขนงใดจะอวดอ้างว่ารู้ทุกสิ่งเพราะ
ทฤษฏีที่เกี่ยวข้องในแต่ละสายย่อมต่างกัน

การย้อนไปจุดเริ่มต้น ต้องใช้วิชาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ค่ะ ^_^

"ค้นหาจากตรงจุดครึ่งๆกลางๆ มักจะได้แนวคิดแบบคิดเอาเอง อย่าง ดาร์วิน"

ทฤษฏีของดาร์วินไม่ได้คิดเอาเองนะคะ
และในประเด็นที่เกี่ยวกับชีวิตก็ไล่ตั้งแต่ต้นจนถึงมนุษย์)
แต่เป็นข้อสรุปที่ได้จากหลักฐานและการทดลอง แค่คำพูดว่า"เป็นการคิดเอง"โดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลว่าทฤษฏีแน่นขนาดไหน
นั้นไม่อาจลบล้างอะไรได้หรอกค่ะ

"บทความ ความล้มเหลวของทฤษฎีดาร์วิน"

ความล้มเหลวของดาร์วินหรือความล้มเหลวของคนเขียนบทความคะ เพราะบทความ evolution: a theory in crisis ถูกใช้ในคดีการไต่สวนปี 2005 และถูกหักล้างไปเรียบร้อยทุกประเด็นแล้วค่ะ

ขอบคุณที่มาแสดงความเห็นน่าสนใจเช่นกันค่ะ ^_^

ปล. เมื่อครู่ทำ comment หาย ขออภัยด้วยเน้อ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
believeone วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 08.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovenature
 It'S Not Just A Cup Of Coffee

คุณรู้มั๊ยว่าการศึกษามาจากไหน

และใครเป็นคนคิดค้นเรื่องการศึกษา

และเอไหร่ที่เราไม่ย้อนไป ณ.จุดเริ่ต้น และค้นหาจากตรง

จุดครึ่งๆกลางๆ มักจะได้แนวคิดแบบคิดเอาเอง อย่าง ดาร์วิน

ต้องอ่านบทความ ความล้มเหลวของทฤษฎีดาร์วิน

ขอบคุณบทความดีๆที่ทำให้ได้คิดและรู้บางสิ่ง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนกันเอง วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 17.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tt
...  Memory Blog  ... 

เมื่อใหร่ที่จิตใจเราอ่อนแอบางครั้งก็อาจจะตกเป็นเป้าของลัทธิบางอย่างได้ง่าย ๆ ...

เหมือนกับเวลาที่ร่างกายเราอ่อนเอก็อาจจะทำให้เราเจ็บป่วยจากเชื้อโรคได้ง่ายเหมือนกัน...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Good Night...

หลับตาเถอะนะ ขอให้เธอหลับฝันดี คืนนี้ไม่ต้องห่วง ตรงนี้ฉันจะดูแลด้วยชีวิตของฉัน ฝากดาวบนฟ้า ร้องเพลงนี้ให้เธอฟัง หากฉันไม่ได้กลับ..อย่างน้อยให้เธอหลับสบายก็พอแล้ว

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]