• ลมเพลมพัด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : umaporn@nationchannel.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-24
  • จำนวนเรื่อง : 57
  • จำนวนผู้ชม : 356226
  • ส่ง msg :
  • โหวต 191 คน
"ลม..กำลังจะพัดมา"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Fujin
วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม 2551
Posted by ลมเพลมพัด , ผู้อ่าน : 4157 , 12:35:10 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ท่ามกลางสงครามการเมืองที่ร้อนระอุจอเนชั่นแชแนล หลายท่านอาจจะมองข้ามการปะทะทางความคิดที่เกิดขึ้นในหลืบมุมอื่นๆในสังคมบ้านเราอย่างเช่น เจ๊เบียบ VS ดารา, เซนเซอร์ VS เพศศึกษา, วิทยาศาสตร์ VS ความเชื่อ ซึ่งทั้งหมดนี้มักถูกละเลยไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ผู้เขียนมองว่าสิ่งเหล่านี้ก็มีความสำคัญต่อสงครามวัฒนธรรมในบ้านเราไม่น้อย เพราะหลายๆประเด็นในสงครามวัฒนธรรมก็มีแนวโน้มขวา ซ้าย ตีลังกาหน้าหลัง ค่อนข้างชัดเจน อีกทั้งยังส่งผลต่อ“เลนส์”ที่เราใช้มองเหตุการณ์สังคมอยู่ไม่น้อย

และในบรรดาหัวข้อถกเถียงทั้งหลายแหล่ วิทยาศาสตร์ VS ความเชื่อนี่แหละที่ผู้เขียนิดว่าเห็นได้ง่ายที่สุด เพราะมันแสดงถึงแนวคิดอนุรักษ์นิยมสุดโต่งที่ละทิ้งความจริงได้เพื่อแลกกับกฏระเบียบโลกตามอุดมคติของตัวเอง

สำหรับผู้เริ่มสนใจในการถกเถียงระหว่างวิทยาศาสตร์กับกลุ่มฝักใฝ่ศาสนาแล้ว เวลาอ่านการสนทนาบนเว็บบอร์ดหรือหน้าข่าวเผินๆอาจจะรู้สึกว่ามีประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาโจมตีวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะทฤษฏีวิวัฒนาการเยอะแยะตาแป๊ะไก่ ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษซึ่งถูกโบ๊ะหน้าทาปากให้ฟังดูเป็นวิชาการอย่าง Cambrian explosion, Irreducible complexity, Micro vs Macro evolution หรือคำกล่าวหาแบบนัวๆว่าดาร์วินถอนคำพูดก่อนตาย,ลุงหนวดจิ๋มฮิตเลอร์ได้แรงบันดาลใจจากทฤษฏีวิวัฒนาการ และอะไรอีกร้อยแปดพันเก้า

แต่ถ้าจะให้พูดกันจริงๆแล้ว สาเหตุเดียวที่กลุ่มฝักใฝ่ศาสนาต่อต้านวิทยาศาสตร์แขนงวิวัฒนาการกันอย่างสุดชีวิต ก็เพราะเขาต้องการจะบอกว่า...

“ฉันไมได้มาจากลิง!!!!” ต่างหากล่ะท่านผู้ชม สำหรับใครหลายคนแล้ว การรักษาตำแหน่งยืนของมนุษย์เมื่อเทียบกับสรรพสัตว์นั้นสำคัญยิ่งยวด เพราะความรู้สึกพิเศษ อารมณ์ปลื้มปิติว่าถูกเลือกนั้นถูกผูกเข้ากับมุมมองเกี่ยวกับโลกและบรรทัดฐานที่ใช้ตัดสินสิ่งอื่นๆอย่างดิ้นไม่หลุด

ก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่หรอกที่มนุษย์เราอยากพิเศษ ยิ่งเมื่อได้เห็นวงจรธรรมชาติอันโหดร้ายของเหยื่อและนักล่าด้วยแล้ว การใช้คำอธิบาย”เหนือธรรมชาติ” อุปโลกให้มนุษย์ถูกสร้างมาพิเศษ แยกจากอาณาจักรสัตว์อื่นๆก็เป็นทางออกสไตล์นพดล ปัทมะที่พ้องกับจริตผู้ฟังอย่างพอดิบพอดี แต่ถึงตรงนี้ผู้เขียนต้องขอยกคำพูดอย่าง เมกะโปรเจคต์, รวยแล้วไม่โกง, แก้ปัญญารถติดในหกเดือนมาอ้างเสียหน่อย...ว่าสิ่งที่ฟังแล้วสบายใจอาจจะไม่เป็นจริงเสมอไปก็ได้


ต้นไม้แห่งชีวิต(ภาพจากนิตยสาร Nature)

ปัจจุบันโลกยุคศตวรรษที่ 21 (รออีกไม่ถึงร้อยปีก็จะมีโดราเอมอน) ได้แก้ปริศนาว่า มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรสัตว์ มีบรรพบุรุษร่วมกับลิงชิมแปนซี บาบูนจมูกใหญ่ หรือเป็นแค่แฝดต่างฝาที่ถูกสร้างขึ้นมาคล้ายกันด้วยผู้สร้างเดียวกันโดยใช้วัสดุเดียวกันได้สำเร็จแล้ว แต่ก่อนจะพบคำตอบเราต้องโยนความเชื่อ ศรัทธา ธรรมเนียมออกนอกหน้าต่างและเผชิญกับหลักฐานที่อยู่ต่อหน้า ไม่ว่ามันจะเหลือรับแค่ไหน

สำหรับผู้ที่ยอมรับอยู่แล้วว่าเรากับลิงเป็นญาติกัน การได้อ่านคงเพิ่มความรู้ให้ท่านได้ไม่มากก็น้อย หากขาดตกบกพร่องอะไรผู้เขียนก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย _/\_

ทำไมนักวิทยาศาสตร์ 99.8% ถึงยอมรับทฤษฏีวิวัฒนาการและบทสนุปของมันว่ามนุษย์กับลิงมีบรรพบุรุษร่วมกัน สำหรับบทความวันนี้จะขอยกสามข้อใหญ่ๆมาแบ่งปันทุกท่าน

1.หลักฐานจาก DNA

โครงการแกะรหัสพันธุกรรมมนุษย์ได้จบลงอย่างงดงามไปแล้วในปี 2003 ส่วนรหัสพันธุกรรมของเจ้าจ๋อก็ถูกแกะเมื่อปี 2005 นี่เอง ซึ่งผลที่ได้นั้นน่าทึ่งมาก นอกจาก DNA มนุษย์กับลิงจะเหมือนกันมากกว่า 98% แล้ว โครโมโซมซึ่งเป็นหน่วยรวมของ DNA ยังแสดงหลักฐานน่าทึ่งของการมีบรรพบุรุษร่วมกันอีกด้วย!

มนุษย์มีโครโมโซม 23 คู่ แต่ลิงกลับมีโครโมโซม 24 คู่ นี่เป็นจุดที่นักวิทยาศาสตร์โต้เถียงกันมานานแล้ว ว่าถ้าคนกับลิงมีบรรพบุรุษร่วมกันจริง เจ้าโครโมโซมมันหายไปไหนตั้งคู่นึง?

ผลการเทียบรหัสพันธุกรรมมนุษย์กับเจ้าจ๋อทำให้นักวิทยาศาสตร์พบว่าโครโมโซมเจ้าปัญหาไม่ได้ถูกอุ้มหรือบินหนีไปอังกฤษ แค่เขาโดดมาแปะหนึบอยู่กับโครโมโซมคู่สองด้วยผลจากการกลายพันธุ์ต่างหาก

กลุ่มต่อต้านวิทยาศาสตร์มักเถียงว่า หลักฐานทางโครโมโซมนี้แค่แสดงว่ามนุษย์กับลิงมีผู้ออกแบบเดียวกันจึงใช้วัสดุคล้ายกัน แต่นั่นแสดงถึงการไม่ศึกษาอย่างละเอียดว่าโครโมโซมที่โดดมาแปะนั้นยังมีส่วนต้น ปลายและกลางอยู่ครบถ้วน ก็น่าตลกที่จู่ๆ“ผู้ออกแบบ” จะเอาส่วนกลางโครโมโซมมายืนเด๋อด๋าอยู่ผิดที่ขนาดนี้ (ตามรูป)

 

Centromere ไปทำอะไรตรงนั้นถ้าคนกับลิงถูกสร้างมาต่างหาก 

  ไม่ใช่แค่นั้นเน้อท่านผู้ชม หลักฐานทาง DNA ยังมีอีกมาก หากมีโอกาสและทุกท่านต้องการจะเอามาเล่าอีก ^_^

 

2. หลักฐานจากไวรัส

เมื่อพูดถึงไวรัส ก็ต้องนึกถึงเจ้าตัวร้ายที่แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านพาหะต่างๆ จากนั้นทำลายร่างกายเราด้วยวิธีลึกล้ำขนาดโจ๊กเกอร์ยังอายด้วยการเขียนทับรหัสพันธุกรรมเจ้าของร่างแล้วใช้มันเป็นรังฟักไวรัสรุ่นต่อไป

แต่บางครั้งเจ้าไวรัสก็เกิดผิดแผนและต้องฝังอยู่ในรหัสพันธุกรรมเฉยๆโดยไม่มีโอกาสแพร่พันธุ์ ซึ่งต่อมาซากไวรัสในรหัสพันธุกรรม(ศัพท์วิชาการเรียกว่า ERV) ซึ่งเราได้รับจากบรรพบุรุษก็เป็นหลักฐานอย่างดีให้กับนักวิทยาศาสตร์ถึงการมีอดีตร่วมกันของมนุษย์กับชิมแปนซี เพราะผลปรากฏว่าคนกับเจ้าจ๋อมี ERV ประเภทเดียวกัน อยู่ในตำแหน่งเดียวกันมากกว่า 10 จุด! 

ไวรัสเป็นปัจจัยจากภายนอกและสอดตัวเองเข้ามาในรหัสพันธุกรรมอย่างสุ่ม ฉะนั้นการจะมี ERV อยู่ในตำแหน่งเดียวกันจึงเกิดได้จากการมีบรรพบุรุษร่วมกันเท่านั้น

ถึงตรงนี้ การจะบอกว่ามีผู้ออกแบบที่ฝังไวรัสเข้าไปในร่างกายมนุษย์เพื่อให้ดูเหมือนกับในลิงออกจะฟังดูเป็นผู้ร้ายหนังไซไฟไปสักหน่อย

 

3. มนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทรงปัญญาประเภทแรก(หรืออาจจะสุดท้าย) ที่เคยเดินบนโลกนี้

ถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าผู้เขียนหมายถึงอะไร คำตอบไม่ใช่เอเลี่ยนหรือปลาโลมา แต่คือนีแอนเดอธัลล์ต่างหาก

 
ยิ้มกว้างๆ

เอ๊ะ...แต่ในหนังสือเรียกว่ามนุษย์นีแอนเดอธัลล์ไม่ใช่รึ? ก็ต้องขอบ่นว่านี่เป็นข้อบกพร่องของตำราเรียนไทยอีกตามเคย เพราะผลวิจัย DNA ที่นักวิทยาศาสตร์กู้ได้จากไขกระดูกที่ขุดพบได้พิสูจน์แล้วว่านีแอนเดอธัลล์เป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์จริง แต่เราอยู่กันคนละสปีชีส์ประกอบด้วยพันธุกรรมแตกต่างกันค่อนข้างมากและอาจไม่เคยมีการผสมระหว่างพันธุ์เกิดขึ้น

ท่านผู้อ่านลองจินตนาการดู นีแอนเดอธัลล์ที่วิวัฒนาการจนมีวัฒนธรรมในระดับหนึ่ง เชื่อในศาสนา(มีพิธีกรรมให้คนตาย)  คิดค้นเครื่องเล่นดนตรีอย่างง่ายได้คงมีความคิดและความสงสัยคล้ายๆกับเรา แต่เส้นทางบนต้นไม้ใหญ่แห่งชีวิตได้จบลงแล้วสำหรับพวกเขาในขณะที่เราเดินต่อมาผ่านบททดสอบอันโหดร้ายและเย็นชาของธรรมชาติ หากประวัติศาสตร์ต่างไปอีกสักนิดและ Homo sapiens อย่างเราเป็นฝ่ายสูญพันธุ์แทน โลกทุกวันนี้จะอึงคะนึงด้วยเสียงรถรา กลิ่นไอเสียมอเตอร์ไซค์ และคำถามว่า “เราเป็นใคร? เกิดมาทำไม?” อย่างทุกวันนี้หรือไม่? และคำตอบจะเป็นเช่นไร?

มนุษย์นั้นมีความพิเศษแน่ แต่ไม่ได้พิเศษเพราะถูกสร้าง...ความแสนวิเศษของเราอยู่ในอวัยวะธรรมดาๆเรียกว่าสมอง ที่วิวัฒนาการมาจนเห็นความเชื่อมต่อในห่วงโซ่ใหญ่ของชีวิต และได้รู้ถึงคุณค่าของเวลาอันน้อยนิดที่มนุษย์มีโอกาสใช้บนดาวเคราะห์อายุกว่าสี่พันล้านปีดวงนี้ต่างหาก

,มีการกำเนิดและสูญพันธุ์นับครั้งไม่ถ้วนในประวัติศาสตร์โลก คงมีแต่มนุษย์เท่านั้นที่จะร้องไห้ให้กับชีวิตที่ล้มหายตายจากไป ขอบคุณทุกการเสียสละของบรรพบุรุษ และรักษาเพื่อนร่วมทางซึ่งยังหลงเหลืออยุ่บนต้นไม้แห่งชีวิต

เมื่อได้เห็นหลักฐานอย่างนี้แล้ว...เราจะยังปิดใจกับเหตุผลและสติปัญญาที่นำมาซึ่งการค้นพบสัจธรรมของธรรมชาติกันอยู่อีกหรือ?

 

ปล. บล็อกอาจได้อัพไม่บ่อยก็ต้องขออภัยผู้ติดตามทุกท่าน แต่จะพยายามให้เป็นวิชาการแนวไม่การเมืองมากนักนะคะ ^_^

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2008 เวลา : 23.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ยังไม่ตกลงใจ แต่อยากอ่านอีกเรื่อยๆครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แสงสีดำ วันที่ : 15/08/2008 เวลา : 15.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/25-27
TVXQ

คิด ว่า ... มนุษย์ก็คือมนุษย์

และลิงก็มาจากมนุษย์...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปรัตยา วันที่ : 15/08/2008 เวลา : 01.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

ลิงเป็นหนึ่งในต้นแบบที่พระเจ้าจากฟากฟ้าใช้ในการทดลองสร้างมนุษย์ครับ ส่วนสายพันธุ์อื่น ๆ ที่ไม่ประสบความสำเร็จบ้างก็ถูกทำลายไป บ้างก็เหลือรอดมา มนุษย์เรารู้จักสายพันธุ์เหล่านั้นในนามอสูรกายชนิดต่าง ๆ เช่นมนุษย์หมาป่า แวมไพร์


เจี้อโผมเต๊อะ




ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 15/08/2008 เวลา : 00.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/daniel

ถ้าเทียบสรีระของเรากับสัตว์อื่นๆ แล้ว เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอมากครับ เราไม่มีขนปกป้องความหนาว ไม่มีเขี้ยวเล็บสำหรับป้งอกันตัวและหากิน (ยกเว้นทางการเมืองครับ) เราบินม่ได้ วิ่งไม่เร็ว ดำน้ำไม่อึด แม้แต่ความสามารถในการปีนป่าย เราก็แพ้เจ้าจ๋อญาติเราอย่างหลุดลุ่ย
แต่สิ่งที่เราชนะทุกสรรพสัตว์ก็คือ สมองของเรานั่นแหละครับ และนับเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่เพียงชนะ แต่ครอบครองทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ด้วยครับ
แต่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สายธาร วันที่ : 14/08/2008 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cyberfrogy
 http://www.facebook.com/groups/dhammayatrahttps://www.facebook.com/BAAN.RAI.SAITHARN http://www.oknation.net/blog/DigitalTour



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Good Night...

หลับตาเถอะนะ ขอให้เธอหลับฝันดี คืนนี้ไม่ต้องห่วง ตรงนี้ฉันจะดูแลด้วยชีวิตของฉัน ฝากดาวบนฟ้า ร้องเพลงนี้ให้เธอฟัง หากฉันไม่ได้กลับ..อย่างน้อยให้เธอหลับสบายก็พอแล้ว

View All
<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]