• ลมเพลมพัด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : umaporn@nationchannel.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-24
  • จำนวนเรื่อง : 57
  • จำนวนผู้ชม : 356226
  • ส่ง msg :
  • โหวต 191 คน
"ลม..กำลังจะพัดมา"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Fujin
วันจันทร์ ที่ 13 ตุลาคม 2551
Posted by ลมเพลมพัด , ผู้อ่าน : 9744 , 13:16:06 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


 ความชั่วร้ายมีเสน่ห์ดึงดูดมนุษย์อย่างประหลาด ข่าวฆาตกรรม ข่มขืน ฉ้อโกงบนหน้าหนังสือพิมพ์มักกวักมือเรียกให้เราหันไปมองได้อัตโนมัติ ยิ่งถ้าเป็นทรราชย์ในหน้าประวัติศาสตร์อย่าง สตาลิน ฮิตเลอร์ พอลพต แล้วยิ่งน่าสนใจ
 
ทำไมเราถึงรู้สึกอย่างนั้น? หรือเพราะมนุษย์เชื่อว่าสังคมก้าวผ่านช่วงดำมืดไปแล้วเพราะธรรมะได้รับชัยชนะ เหนืออธรรมอย่างเด็ดขาดจนไม่ต้องห่วงอะไรอีก เมื่อคิดแบบนี้ลูกหลานของประวัติศาสตร์อย่างเราๆจึงสามารถมองเหล่าบุคคลในประวัติศาสตร์และตัดสินพวกเขาได้อย่างอุ่นใจ
 
"มันไม่มีทางเกิดขึ้นอีกแน่ เพราะเรากับมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง"  
 
แต่ถ้าเบื้องหลังหน้ากากปิศาจที่หนังสือประวัติศาสตร์สวมใส่ให้คือใบหน้าของมนุษย์ธรรมดาที่ไม่ต่างจากเราเล่า? หากต้นเหตุความชั่วร้ายไม่ใช่พลังด้านมืดแบบในการ์ตูน แต่เป็นอะไรซึ่งคลุมเครือและยังคงมีอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกวันนี้ล่ะ?
 
มนุษย์ปลอดภัยจากความชั่วร้ายจากในอดีตแล้วจริงหรือ?
 
พระเจ้าของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่จะเล่าในวันนี้อาจทำให้หลายคนช็อค  ไม่เชื่อ หรือโกรธ แต่ก็ขอให้ฟังจบก่อนแล้วค่อยด่าละกันเน้อ
 
 
เวลาเสพมีมส์เกี่ยวกับฮิตเลอร์ผ่านสื่ออย่าง Hellboy, Indian Jones หรือเกมส์ Wolftenstein เรามักได้ภาพของชายหนวดจิ๋มไร้ศาสนาที่บ้าคุณไสย เวทมนต์ จะหนังเรื่องอะไรก็ต้องแสวงหาอาวุธอาถรรพ์เพื่อยึดครองโลก
 

โครเนนแห่งสมาคมไสยเวทย์ธูล สมาคมนี้มีจริงแต่ฮิตเลอร์ไม่ได้เป็นสมาชิกอย่าง Hellboy บอกนา
 
การจะพบคำตอบว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้กับฮิตเลอร์ และทำไมชาวเยอรมันกว่า 60 ล้านคนถึงร่วมก่ออาชญากรรมกับฮิตเลอร์อย่างเต็มใจนั้น เราต้องปูพื้นกันสักเล็กน้อย
 
การจะพบคำตอบว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้ฮิตเลอร์ และทำไมชาวเยอรมันกว่า 60 ล้านคนถึงร่วมก่อกรรมทำเข็ญกับฮิตเลอร์อย่างเต็มใจนั้นเราคงต้องปูพื้นกัน สักเล็กน้อย
 
ฮิตเลอร์เกิดประเทศออสเตรียในครอบครัวแคทอลิก โดยคุณแม่ Klara Pölzl เป็นคนเคร่งศาสนาและเข้าโบสถ์แทบทุกอาทิตย์ เธอพยายามดูแลลูกๆอย่างสุดความสามารถภายใต้การปกครองของ Alois Hitler สามีอารมณ์ร้ายที่ทุบตีครอบครัวบ่อยๆช่วยบ่มเพาะอุปนิสัยรุนแรงให้กับฮิต เลอร์
 
หลังพ่อตายในปี 1903 ฮิตเลอร์ออกจากบ้านเพื่อตามความฝันเป็นศิลปินนักวาดภาพแต่กลับถูกโรงเรียนในเวียนนาปฏิเสธถึงสองหน พอถึงปี 1907 คุณแม่ที่รักก็ด่วนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านมอีกทำให้สถานะการเงินฮิตเลอร์แย่ลงทุกวัน สุดท้ายต้องไปซุกหัวนอนบ้านคนอนาถาผ่านวันเวลาด้วยการเขียนภาพประทังชีวิต
 
พระแม่มารีกับพระบุตร ฮิตเลอร์วาดภาพนี้ในปี 1913 ก็สวยดีออก ไม่รู้ทำไมโรงเรียนไม่รับ
 
เคราะห์ร้ายถาโถมเข้ามาทำให้ฮิตเลอร์เริ่มเคียดแค้นสังคมรอบข้าง ประจวบเหมาะกับที่มหาสงครามโลกครั้งที่หนึ่งปะทุในปี 1914 ฮิตเลอร์จึงถือโอกาสระบายอารมณ์และแสดงความรักประเทศเยอรมันทั้งที่ไม่ใช่ บ้านเกิดด้วยการสมัครเป็นทหาร(ถึงออสเตรียกับเยอรมันจะ คือๆกันก็เถอะนะ)
 
ในสมรภูมินรกที่คร่าชีวิตคนหนุ่มกว่าสิบล้านคน หากมีกระสุนสักนัดพุ่งมาตัดขั้วหัวใจนายทหารชั้นผู้น้อยคนนี้ประวัติศาสตร์โลกอาจเปลี่ยนไปก็ได้ แต่ฮิตเลอร์กลับรอดชีวิตจากเหตุการณ์เฉียดตายหลายครั้งมาพร้อมกับความรู้สึกว่าพระเจ้าช่วยชีวิตเขาไว้เพื่อชะตากรรมยิ่งใหญ่บางอย่างเบื้องหน้า 
 
พอสงครามสงบในปี 1918 นายทหารติดเหรียญกล้าหาญกางเขนเหล็กกลับจากแนวหน้ามาพบเยอรมันซึ่งต้องอับอายกับสนธิสัญญาแวร์ซาย เศรษฐกิจตกต่ำ กระแสคอมมิวนิสต์และความคิดอื่นๆประเดประดังเข้าสู่สังคมซึ่งบอบช้ำจนชาวเยอรมันหัวอนุรักษ์นิยมเริ่มเชื่อว่าต้องมีใครพยายามทำลายชาติอยู่แน่
 
ทุกคนเริ่มถามหาแพะ... และตามธรรมเนียมยุโรปก็ไม่มีใครเป็นแพะได้ง่ายกว่าชาวยิว ซึ่งสำหรับยุโรปแล้วความโกรธเกรี้ยวต่อยิวไม่ใช่อารมณ์ธรรมดาแต่เป็นความแค้นศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียว  (ทำไมถึงเป็นแบบนั้นถ้าใครดู The Passion of the Christ แล้วคงรู้คำตอบ ^_^)
 
พอปี 1919 อิทธิพลการเมืองฝ่ายขวาจัดเริ่มมีอำนาจ ฮิตเลอร์ถูกตำรวจมอบหมายให้ไปแทรกซึมพรรคคนงานเยอรมัน แต่ไปๆมาๆดันหลงใหลแนวคิดเข้าจึงเข้าร่วมจนได้เป็นใหญ่ในพรรค ปลายปี 1923 ฮิตเลอร์พยายามทำปฏิวัติแต่ล้มเหลวเลยโดนโยนเข้าตาราง ระหว่างนั้นเขาจึงเขียนหนังสือสุดอื้อฉาว Mein Kampf "การต่อสู้ของข้าพเจ้า" ซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจของลัทธินาซี
 
 

 
 เมื่อเราลองพลิกหน้า Mein Kampf ดูก็จะพบ"ความแค้นศักดิ์สิทธิ์"ต้นตอที่คาดไม่ถึงของค่ายกักกันและแก๊สพิษในอีกหลายปีต่อมา
 
"Hence today I believe that I am acting in accordance with the will of the Almighty Creator: by defending myself against the Jew, I am fighting for the work of the Lord."
 
"วันนี้ข้าพเจ้าเชื่อว่ากำลังทำตามประสงค์ของพระผู้สร้าง การป้องกันตัวเองจากชาวยิวคือการทำงานรับใช้พระองค์"
 
ฮิตเลอร์ไม่ใช่ตัวร้ายสองมิติที่เชื่อว่ามีเทพมารสั่งให้ครองโลก...แต่เขาเชื่อว่ากำลังทำพระบัญชาจากพระผู้เป็นเจ้าอยู่!!
 
 คนสมัยหลังอาจมองว่า ฮิตเลอร์ บุช หรือ บินลาเด็น ดูคล้ายกัน แต่ในขณะที่สองคนหลังเป็นวายร้ายบ้าศาสนา ฮิตเลอร์มักถูกสื่อสร้างภาพให้เป็นเจ้ามนต์ดำ สาวกดาร์วิน หรือไม่ก็ไร้ศาสนาไปเลย
 
...แต่ดูท่าจะไม่จริงเสียแล้ว...
 
ฮิตเลอร์ยิ่งย้ำอุดมการณ์นี้อีกในสุทรพจน์ปี 1922 ที่นครมิวนิก
 
"My feelings as a Christian points me to my Lord and Savior as a fighter. It points me to the man who once in loneliness, surrounded by a few followers, recognized these Jews for what they were and summoned men to fight against them and who, God's truth! was greatest not as a sufferer but as a fighter. In boundless love as a Christian and as a man I read through the passage which tells us how the Lord at last rose in His might and seized the scourge to drive out of the Temple the brood of vipers and adders. How terrific was His fight for the world against the Jewish poison. To-day, after two thousand years, with deepest emotion I recognize more profoundly than ever before the fact that it was for this that He had to shed His blood upon the Cross."
 
"ความรู้สึกแบบชาวคริสต์บอกข้าพเจ้าว่าองค์เยซูพระผู้รอดคือนักสู้! พระองค์เป็นผู้ที่แม้จะโดดเดี่ยวและมีสาวกห้อมล้อมเพียงหยอบมือก็ยังเห็น ธาตุแท้ของยิวและเรียกผู้คนมาต่อสู้กับพวกมัน องค์เยซูไม่ได้ยิ่งใหญ่ที่สุดในฐานะผู้ถูกทรมานแต่ในฐานะนักรบ!  ข้าพเจ้าอ่านพระคัมภีร์บทที่พระบุตรลุกขึ้นขับไล่พวกนักแลกเงินออกจากวิหาร (มัธธิว 21:12) ด้วยความซาบซึ้งและความรักจนเข้าใจแล้วว่านี่เองคือสาเหตุให้พระองค์ต้องสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน"
 
หากมีใครว่าแย้งนักการเมืองดาวรุ่งคนนี้กำลังบิดเบือนศาสนา ประวัติศาสตร์ก็ไม่ได้บันทึกไว้ อาจเพราะยังไม่มีใครกลัวพรรคนาซีที่สอบตกทุกเลือกตั้ง หรือไม่อย่างนั้นมันอาจจะไม่ใช่บิดเบือนเสียทีเดียว หากเป็นการมองส่วนที่ฮิตเลอร์อยากมอง และประจวบเหมาะว่าทุกคนเห็นด้วยกับมุมมองนี้ก็เป็นได้
 
ปีต่อมาวิกฤติเศรษฐกิจโลกครั้งใหญ่ทำลายค่าเงินเยอรมันย่อยยับ เงินเฟ้อพุ่งกระฉูดหลายล้านเท่า ในสายตาประชาชนที่โกรธแค้นรัฐบาลแวมาร์กลายเป็นหุ่นเชิดยิวที่ต้องโค่นในทันที
 

แบงค์ร้อยล้านมาร์ค แต่ขนมปังแถวนึงราคาแปดหมื่นล้านมาร์ค!!
 
 คราวนี้พรรคนาซีกวาดที่นั่งได้เต็มสภาด้วยสโลแกนกู้ชาติ/ชำระหนี้ต่าง ประเทศ(คอมโบหาเสียงเมืองไทยเลยนะนั่น) เชิดชูความเป็นหนึ่งเดียวของชาวเยอรมัน กล่าวโทษคอมมิวนิสต์ ฝ่ายซ้าย ชาวยิว พวกไร้ศาสนา
 
ทีนี้ก็ได้เวลาหล่อหลอมชาติเยอรมันขึ้นใหม่แล้ว...แต่จะทำยังไงให้คนหลายสิบล้านคนรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
 
 ความแค้นศักดิ์สิทธิ์ต่อชาวยิวนั่นเอง
 
ฮิตเลอร์และนักคิดโปรแตสแตนท์แนวหน้าเชื่อว่าปรัชญานาซีไปด้วยกันกับศาสนาคริสต์ได้ แต่ภาพลักษณ์ถ่อมตน อ่อนโยนของพระเยซูต้องถูกทดแทนด้วยพระบุตรนักรบอย่างในมัธธิวเสียก่อน และที่สำคัญความเป็นชาวยิวของพระเยซูต้องถูกหักล้างไปเพราะวีรบุรุษของชาว อารยันจะเป็นยิวไม่ได้!
 

พระเยซูผมทอง ตาฟ้ากำลังมองบาทหลวงที่ไม่ใช่อารยันอย่างรังเกียจ(Der Sturmer 1934)
 
ทูตสวรรค์ช่วยปราบมังกรยิวหลายหัว
 
ระวังพวกคอมมิวนิสต์ทำลายศาสนา! ช่วนนึกถึงแดนสารขัณฑ์ยุคหนึ่งอยุ่เหมือนกัน
 
 
เรื่องการวาดภาพพระเยซูให้เข้ากับท้องถิ่นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่นาซีไปไกลกว่านั้น พวกเขาเชื่อว่าหมู่บ้านแกลลิลีของพระเยซูไม่ใช่ชุมชนชาวยิวแต่เป็นอาณานิคม ทหารโรมัน(พระเยยซูจึงผมทอง ตาฟ้าได้) สำหรับบทในพระคัมภีร์ซึ่งเหมือนเข้าข้างชาวยิวหรือยืนยันพันธสัญญาเดิมนั้นฮิตเลอร์เชื่อว่าเป็นการบิดเบือนของนักบุญปอลหรือยิวในสมัยหลังดว้ยเหตุผลว่าพระเจ้าในพันธสัญญาเก่ากับใหม่นั้นต่างกันเกินกว่าจะเป็นองค์เดียวกันได้
 
นักคิดโปรแตสแตนท์หัวนาซีเชื่อว่าพันธสัญญาใหม่เป็นคัมภีร์ส่วนที่บริสุทธิ์ ไม่ถูกบิดเบือน โดยเฉพาะส่วนของนักบุญยอห์นซึ่งกล่าวร้ายชาวยิวตรงๆอย่าง

"You belong to your father the devil, and you want to carry out the desires of your father. He was a murderer from the beginning and has never stood for truth, since there is no truth in him. Whenever he tells a lie he speaks in character, because he is a liar and the father of lies." John 8:42
 
"ท่าน(ยิว)ทั้งหลายมาจากพ่อของท่านคือพญามารและท่านใคร่จะทำตามความปรารถนาของพ่อท่าน มันเป็นฆาตกรตั้งแต่เดิมมา และมิได้ตั้งอยู่ในความจริง เพราะความจริงมิได้อยู่ในมัน เมื่อมันพูดมุสามันก็พูดตามสันดานของมันเอง เพราะมันเป็นผู้มุสาและเป็นพ่อของการมุสา"
 
ความพยายามจะ"ชำระ"ความเป็นยิวออกจากพระคัมภีร์นี่เองทำให้วงในของพรรคนาซี เวลานั้นตั้งกลุ่มเคลื่อนไหวชื่อ Positive Christianity กับสมาคม Deutsche Christen หรือคริสเตียนเยอรมันขึ้นมา
 
Positive Christianity ให้พระเยซูเป็นนักเทศน์ผิวขาว ผู้ต่อต้านยิวคนแรก พวกหัวสุดโต่งจัดๆถึงขั้นปฏิเสธพันธสัญญาเก่ากันเลยทีเดียว ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการยอมรับจากบาทหลวงลัทธิโปรแตสแตนท์จำนวนมาก เพราะแปะกับมีมส์"ความแค้นศักดิ์สิทธิ์"ที่มีอยู่เดิมได้แนบสนิท
 

เมื่อโบสถ์ตามคนก็ไป ฮิตเลอร์วางรากฐานของจักรวรรดิไรค์ที่สามด้วยศาสนา...น่าตกใจแต่ก็เป็นความจริง
 

  งานชุมนุม Deutsche Christen หรือคริสเตียนเยอรมัพร้อมบาทหลวงโปรแตสแตนท์เป็นทิวแถว
 
 
กางเขนและสวัสดิกะ ภาพที่หลายคนอาจไม่เชื่อว่ามีจริง
 
 

 ไฮล์ ฮิตเลอร์!
รูปพระเยซูอวยพรทหารนาซีในโบสถ์ที่ระลึกมาร์ติน ลูเธอร์ บิดาแห่งลัทธิโปรแตสแตนท์
 
 แต่เนื่องจากโบสถ์โปรแตสแตนท์ค่อนข้างอิสระสูง ไม่เป็นกลุ่มก้อนเหมือนอย่างแคทอลิก ฮิตเลอร์จึงต้องแต่งตั้งไรค์บิชอปขึ้นดูแลโบสถ์คริสเตียนทั้งเยอรมัน
 
บุคคลนั้นคือ ไรค์บิชอป ลุดวิก มุลเลอร์ 
 
แต่ความพยายามรวมโบสถ์ของฮิตเลอร์ไม่ง่ายอย่างที่คิด แถมโบสถ์โปรแตสแตนท์หลายสายก็ไม่เห็นด้วยกับ Positive Christianity ที่ดูจะเชิดชูฮิตเลอร์เกินไป(แต่กลุ่มนี้ตอนแรกก็ไม่ได้ต่อต้านนโยบายรัฐบาลนาซี) พอลุดวิก มุลเลอร์ประสบความล้มเหลวในปี 1937 ฮิตเลอร์ซึ่งเอาความซื่อสัตย์เป็นใหญ่จึงเริ่มออกอาการเป็นศัตรูโบสถ์อื่นๆในเยอรมัน
 
แต่ถึงจะด่ากราดโบสถ์หรือ"คริสตศาสนา"ขนาดไหน ฮิตเลอร์และผู้นำนาซีก็ไม่เคยกล้าว่าร้ายพระเยซูทั้งในที่ลับและแจ้ง กลุ่มผู้ถือ Positive Christianity  ถือเป็นแกนศาสนาสำคัญในนาซีเยอรมันจนกระทั่งสิ้นสุดสงครามโลก ถึงภายหลังจะมีโปรแตสแตนท์หลายคนตาสว่างต่อต้านความเลวร้ายของฮิตเลอร์ก็ เป็นส่วนน้อยและสายไปเสียแล้ว
 
กระทั่งปีท้ายๆของสงคราม ฮิตเลอร์ก็ยังเสียดายความล้มเหลวของมุลเลอร์ และโทษยิวอีกตามเคย
 
"Jesus was most certainly not a Jew. The Jews would never have handed one of their own people to the Roman courts; they would have condemned Him themselves. It is quite probable that a large number of the descendants of the Roman legionaries, mostly Gauls, were living in Galilee, and Jesus was probably one of them. His mother may well have been a Jewess. Jesus fought against the materialism of His age, and, therefore, against the Jews. Paul of Tarsus, who was originally one of the most stubborn enemies of the Christians, suddenly realised the immense possibilities of using, intelligently and for other ends, an idea which was exercising such great powers of fascination. He realised that the judicious exploitation of this idea among non-Jews would give him far greater power in the world than would the promise of material profit to the Jews themselves. It was then that the future St. Paul distorted with diabolical cunning the Christian idea. out of this idea, which was a declaration of war on the golden calf, on the egotism and the materialism of the Jews, he created a rallying point for slaves of all kinds against the elite, the masters and those in dominant authority. The religion fabricated by Paul of Tarsus, which was later called Christianity, is nothing but the Communism of to-day." night of 29-30 November 1944 Hitler's table talk
 
"พระบุตรไม่ใช่ยิวแน่ๆ พวกยิวไม่มีทางส่งคนชาติเดียวกันไปให้ศาลโรมันหรอก เป็นไปได้สูงว่าเวลานั้นผู้ตัั้งรกรากในแกลลิลีเป้นทหารโรมันและพระเยซูก็ เป็นชาวโรมัน พระนางมารีอาจเป็นยิวแต่พระบุตรก็สู้กับลัทธิวัตถุนิยมในเวลานั้น ซึ่งก็คือการต่อสู้กับยิวนั่นเอง ภายหลังปอลแห่งทาซัสซึ่งแต่เดิมเคยเป็นศัตรูของชาวคริสต์แท้จริงเห็นว่าการนำความคิดดั้งเดิมของพระเยซูไปบิดเบือนจะทำให้เขามีอำนาจ ปอลจึงสร้างศาสนา คริสต์ปลอมซึ่งไม่ต่างจากคอมมิวนิสต์ขึ้นมา"
บทสนทนารอบโต๊ะชาของฮิตเลอร์
 
 ฮิตเลอร์ประสบความสำเร็จกับกลุ่มโปรแตสแตนท์อย่างสูง แต่ขณะเดียวกันก็รู้ดีว่าศาสนจักรแคทอลิกคงไม่มองมุมเดียวกับตนง่ายๆ เพราะถึงฮิตเลอร์จะเกิดในครอบครัวแคทอลิกและจ่ายภาษีให้กับโบสถ์จนวันตาย (และถึงทุกวันนี้วาติกันก็ยังไม่อัปเปหิฮิตเลอร์ออกจากศาสนา) แต่ความคิดของเขาโน้มเอียงไปทางโปรแตสแตนท์มากกว่า ที่สำคัญความสัมพันธุ์ระหว่างโปรแตสแตนท์กับแคทอลิกในเยอรมันไม่สู้จะราบ รื่น ศาสนจักรเองก็เลิกนโยบายรังเกียจชาวยิวไปหลายปีแล้ว กระนั้นฮิตเลอร์ก็จีบวาติกันจนยอมเซ็นสัญญาร่วมมือระหว่างกันสำเร็จในปี 1937 ด้วยการแสดงตนเป็นนักต่อต้านคอมมิวนิสต์

การเซ็นสัญญา Reichskonkordat
 
แคทอลิกเยอรมันไม่เห็นด้วย Positive Christianity แต่"ความแค้นศักดิ์สิทธิ์"ก็ไม่ใช่มีมส์ของโปรแตสแตนท์แต่อย่างเดียวจึงมี คณะบาทหลวงจำนวนไม่น้อยที่เห็นด้วยกับแนวคิดนาซี
 
 
 ไฮล์ ฮิตเลอร์!
 
 
คนขวาสุดคือ โจเซฟ เก็บเบิลส์ แคทอลิกหัวเอียงขวาผู้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงโฆษณาชวนเชื่อ

ด้วยความที่ศาสนจักรแคทอลิกในเยอรมันขึ้นตรงกับโรม คณะบาทหลวงจึงมีทั้งที่สนับสนุนฮิตเลอร์และต่อต้าน ผลคือระหว่างสงครามเหล่าสาธุคุณเลยโดนตำรวจลับจับไปประหารกว่าสองพันคน
 
  สำหรับองค์สันตะปาปา Pius XII ตอนแรกก็สนับสนุนฮิตเลอร์เพราะคิดว่าจะได้ผู้นำที่แข็งแกร่งมาต่อต้านลัทธิ คอมมิวนิสต์ แต่พอสงครามของเยอรมันเริ่มขยายวงกว้างจนลามไปถึงการกวาดล้างชาวยิวพระองค์ จึงเอะใจและเริ่มช่วยเหลือผู้อพยพกับชาวยิวอย่างลับๆ กระนั้นนักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่าถ้าองค์สันตะปาปาประกาศอะไรหนัก แน่นกว่านี้ อัปเปหิฮิตเลอร์ออกจากศาสนาไปเลย ชาวเยอรมันแคทอลิกอาจเลิกร่วมมือกับนาซีก็ได้
 
...หรือโป๊บอาจจะโดนเก็บแทน...
 
ตลอดการปกครองของจักรวรรดิไรค์ที่สาม มีชาวคริสต์ทั้งแคทอลิกและโปรแตสแตนท์จำนวนมากลุดขึ้นต่อต้านการกระทำของฮิตเลอร์อย่างกล้าหาญจนต้องจบชีวิตในค่ายกักกัน
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่ากองทัพนาซีที่ย่ำยี ชาติต่างๆ เข่นฆ่าคนนับสิบล้านอย่างไร้ปราณีไม่เห็นว่าศีลธรรมทางศาสนาของพวกเขาจะขัด แย้งกับ"ความแค้นศักดิ์สิทธิ์" ที่ตนมีสักนิด ตรงกันข้ามพระเจ้าของ อดอล์ฟ ฮิตเอลร์เป็นรากฐานอันมั่นคงของจักรวรรดิไรค์ที่สามซึ่งสื่อสมัยหลังยังอึดอัดในการยอมรับความจริงข้อนี้
 
 ฉะนั้นอย่าคิดว่าการล้างเผ่าพันธุ์เพื่อนมนุษย์เกิดขึ้นอีกไม่ได้  ต้นตอของมันไม่ใช่พลังลึกลับหรือด้านมืดอย่างที่เห็นในหนัง คนธรรมดากลายเป็นปิศาจร้ายไม่ใช่จากการบิดเบือนอย่างที่เราเชื่อกันหากเป็นการเลือกมองโลกอย่างที่ตรงกับจริตตัวเองเท่านั้น ขาดสีเทาหม่นซึ่งเจือปนอยู่ตรงกลางไป
 
มนุษย์ไม่ว่าศาสนาใดก็ไม่ได้อยู่เหนือความรุนแรงเลย ยิ่งดูเหตุการณ์ในบ้านเมืองช่วงนี้แล้วยิ่งขนลุกซู่

อย่าติดมีมส์โลกนี้มีสองสีดีชั่วเลยเน้อ ทุกอย่างไม่ใช่อย่างที่เห็นเสมอไป กระทั่งฮิตเลอร์เองก็ตาม พึงจำไว้เสมอว่า
 
"When you look into an abyss, the abyss also looks into you."
Friedrich Nietzsche
 
SRC : The Holy Reich: Nazi Conceptions of Christianity, 1919-1945 by Richard Steigmann-Gall 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เนวะ วันที่ : 28/05/2009 เวลา : 16.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ngvs

ท่านผู้เขียนตอบได้ไหมว่า
ท่านฮิตเลอร์นับถือศาสนาอะไร
เออ.... ทำเป็นงง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เมธา วันที่ : 17/11/2008 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
BATTY วันที่ : 14/10/2008 เวลา : 07.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/DIVING

ขอบคุณครับ ได้กำลังสติปัญญาจากบทความนี้
ขอให้กำลังใจครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 13/10/2008 เวลา : 16.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

ดีและชั่ว แท้จริงก็คือ หัวกับก้อย ที่อยู่กันคนละหน้า ของเหรียญเดียวกัน เพียงแต่จะพลิกออกหน้าไหนก็เป็นไปตามเหตุและปัจจัยที่เหมาะสม คนติดดีหารู้ไม่ตัวเองก็แค่อยู่อีกฝั่งของเหรียญเท่านั้น ซึ่งพร้อมที่จะพลิกไปอีกหน้านึง โดยเจ้าตัวอาจจะไม่รู้ตัวเลย จะให้ดีถ้าได้อยู่ในฝั่งดีแล้ว ก็เพียรหาทางทิ้งเหรียญมันไปซะ ส่วนคนที่อยู่ฝั่งไม่ดี ก็พยายามทำเหตุและปัจจัย พลิกชีวิตตัวเอง ให้มาอยู่ด้านดี เมื่อมาอยู่ด้านดีแล้วก็ทิ้งเหรียญไปด้วย...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
chedtha วันที่ : 13/10/2008 เวลา : 15.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ฮิตเลอร์ก็มาจากการเลือกตั้ง
เมื่อ เดือน กรกฎาคม 1932
พรรคนาซีได้ 13,745,800 โหวตจากประชาชน ได้ที่นั่ง 230 ที่นั่ง
เมื่อเดือน มีนาคม 1933
พรรคนาซีได้ 17,277,000 โหวตจากประชาชน ได้ที่นั่ง 288 ที่นั่ง

ประชาชนเลือกเขามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ ภาวะคนว่างงาน
ฮิตเลอร์แก้ปัญหาได้ และ สร้างงานมากมายให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ
ในส่วนดีของฮิตเลอร์ก็มีมากมาย เขาเป็นคนซื่อตรงไม่โกหก พูดคำไหนคำนั้น
ไม่เจ้าชู้ เป็นคนทำงานจริงจัง มีความตั้งใจดี มีทัศนวิสัยกว้างไกล
ไม่คอรับชั่น ตั้งใจทำงานเพื่อความอยู่ดีกินดีของคนในชาติ
แต่...ข้อเสียของเขา คือความมักใหญ่ใฝ่สูง และ ความเหี้ยมโหดต่อยิวที่เขาจงเกลียดจงชัง
ข้อเสียในส่วนนี้ นำตนเองประเทศชาติไปสู่ความหายนะ

หันกลับมามองคนในชาติเรา คนกลุ่มหนึ่งที่เอาแต่ข้อเสียของฮิตเลอร์มา
แถม ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งด้วยซ้ำไป ยังคิดจะโค่นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอีก
แถม ไม่ได้มีข้อดีอะไรเลย นอกจากการมีอคติ เสนอข่าวด้านเดียว เพื่อปลุกระดม
สร้างความแตกแยกในหมู่คนไทยด้วยกัน น่าเป็นห่วงครับ
ขอให้พี่น้องคนไทยคิดได้ เลิกทะเลาะกันได้แล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 13/10/2008 เวลา : 13.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

แปลกที่บทความนี้หลังจากนักการเมืองขวาจัด ยอร์ค ไฮเด้อ เพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คนนี้ก็ถูกไทม์แม็กกาซีนล้อเลียนว่า Heil! Haider ซึ่ง Heil แปลว่าผู้ศักดิ์สิทธิ์ คล้ายที่ฮิตเลอร์เคยถูกเรียกขาน
พิสูจน์แล้วว่า จะให้ฝูงชนมามีแนวร่วมกัน ต้องสร้างจุดร่วมทางความคิด ศาสนา หรือเชื้อชาติ ทั้งที่"อารยัน" ผมทอง ตาสีฟ้า คือชนเผ่านอร์ดิคแภวสแกนดิเนเวีย อย่างสวีเดน
ต้องเข้าใจก่อนว่า ยุโรปตอนกลางนั้น ยังเป็นหมู่บ้านชาวนาแม้ทุกวันนี้ ลองไปหมู่บ้านเล็กๆนอกเมือง คุณอาจถูกรถแทรกเตอร์วิ่งอ้อมทุ่งข้าวโพดมาชนได้ เพราะฉะนั้นความคิดขี้อิจฉา และไม่รู้จักลดละเลิก หรือรับกติกาสากล เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าคุณสอบได้90%และคนท้องถิ่นสอบได้10% เขาจะว่าได้พอๆกัน เพราะคุณก็ไม่ได้เต็มร้อย และเขาก็ไม่ได้เป็นศูนย์ (แม้คนจบปริญญาเอกจากนาเวียน)
ฮิตเล่อร์อาจจซาบซึ้งถึงนิสัยเอาเปรียบของยิว เช่นโขกดอกร้อยละยี่สิบสามสิบ แค่ขับไล่ออกนอกประเทศก็น่าจะพอแล้ว ไม่ถึงกับต้องทำลายล้าง แต่ก็อย่างว่า ไร้ปรานีเมื่อได้ที เป็นบุคลิกนึงที่ต้องระวังครับ
ดูเขาเป็นตัวอย่าง บ้านเราก็มีครับ มันถึงวุ่นวายไม่จบสิ้น...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Good Night...

หลับตาเถอะนะ ขอให้เธอหลับฝันดี คืนนี้ไม่ต้องห่วง ตรงนี้ฉันจะดูแลด้วยชีวิตของฉัน ฝากดาวบนฟ้า ร้องเพลงนี้ให้เธอฟัง หากฉันไม่ได้กลับ..อย่างน้อยให้เธอหลับสบายก็พอแล้ว

View All
<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]