*/
  • ฺBigcameraTV
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mediacamerabig@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-08-23
  • จำนวนเรื่อง : 14
  • จำนวนผู้ชม : 62332
  • จำนวนผู้โหวต : 181
  • ส่ง msg :
  • โหวต 181 คน
Look@me ตัวแทนของตัวตน :SONY CYBER SHOT DSC-RX100

"Look at me" รายการถ่ายภาพเชิงสร้างสรรค์ ตอน: "ตัวแทนของตัวตน" ครั้งนี้ที่จะพาคุณไปชุบชีวิต สร้างลมหายใจและค้นหาความเป็นตัวตนที่ซ้อนอยู่ในตุ๊กตาที่บ้านตุ๊กตาบางกอกดอลล์

View All
วันเสาร์ ที่ 19 มกราคม 2556
Posted by ฺBigcameraTV , ผู้อ่าน : 4880 , 16:19:16 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

Review Tamron Lens by Big Camera

สวัสดีครับแฟนๆ รายการ Look@me รายการถ่ายภาพในเชิงสร้างสรรค์ที่จะพาทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งแล้วนะครับ ครั้งนี้ทางรายการของเราจะพาทุกท่านไปที่ ถนนเยาวราชครับ สำหรับครั้งนี้ทางรายการจะพาทุกท่านมารีวิวกันแบบจุใจและสำหรับครั้งนี้ที่เราจะรีวิวกันคือเลนส์ Tamron ที่กำลังมาแรงสุดๆในยุคนี้ครับ ใครที่กำลังมองหาเลนส์ดีๆ สักตัวต้องห้ามพลาดเลยครับ และที่สำคัญเราจะใช้เลนส์ Tamron กับเจ้า Canon EOS 6D Fullframe ความละเอียด 20.2 ล้านพิกเซล ภาพที่ได้จะสวยงามขนาดไหนไปชมกันเลยครับ

อ.ตุลย์และทีมงานเตรียมอุปกรณ์สำหรับถ่ายรายการครับ

มาเริ่มเปิดรายการกันเลยครับ "Look@me...!!!"

ถนนเยาวราชเป็นถนนที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามโครงการถนนอำเภอเพื่อส่งเสริมการค้าขาย สำเพ็งเป็นย่านการค้าที่เจริญมากแห่งหนึ่งนอกเหนือจากบริเวณถนนเจริญกรุง ถนนเยาวราชเริ่มตั้งแต่คลองรอบกรุงตรงข้ามกับป้อมมหาไชย ตัดลงไปทางทิศใต้บรรจบกับถนนราชวงศ์ซึ่งสร้างแยกจากถนนเจริญกรุงตรงไปฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (ท่าราชวงศ์) สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์กราบบังคมทูลว่าจะสร้างถนนใน พ.ศ. 2434 โดยให้ชื่อถนนว่า "ถนนยุพราช" ต่อมาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า "ถนนเยาวราช" 

อ.ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ กำลังเดินถ่ายรายการ Look@me กับทีมงาน

อ.ตุลย์  ถ่ายภาพร้านค้าที่ตั้งอยู่บริเวณย่านถนนเยาวราช

อ.ตุลย์  ถ่ายภาพร้านค้าที่ตั้งอยู่บริเวณย่านถนนเยาวราช

                การสร้างถนนเยาวราชได้ประสบอุปสรรคหลายประการนับแต่เริ่มกรุยทางในปี พ.ศ. 2435 จนถึงปี พ.ศ. 2438 ก็ยังไม่เสร็จ เพราะนอกจากราษฎรจะขัดขวางแล้วยังปรากฏว่า เจ้าของที่ดินหลายรายขวนขวายที่จะขายที่ดินให้กับคนในบังคับต่างประเทศ ทำให้การก่อสร้างค่อนข้างล่าช้า เพราะกระทรวงนครบาลไม่อาจจัดการเรื่องที่ดินที่ถนนจะต้องตัดผ่านให้กับกรมโยธาธิการได้ ปรากฏว่าพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิธาดา เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการได้มีหนังสือกราบทูลพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาลเกี่ยวกับการมอบที่ดินที่อยู่ในแนวถนนให้กระทรวงโยธาธิการ ขอให้กระทรวงนครบาลจัดการในกรณีที่คนในบังคับต่างประเทศจะมาทำหนังสือซื้อขายหรือจำนำที่ดินที่ได้กรุยทางสร้างถนนเยาวราชไว้โดยสั่งให้เจ้าพนักงานหรืออำเภอกำนันให้ทราบว่าเป็นที่ทำถนนอย่าให้รับทำหนังสือซื้อขาย "ขอกระทรวงเมืองได้โปรดประทานพระอนุญาตให้ราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดำเนินไปโดยสะดวกด้วย" แต่กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์ทรงอ้างว่าต้องทรงรอคำวินิจฉัยจากที่ประชุมเสนาบดีในเรื่องที่ราษฎรร้องเรียนกันขึ้นมาว่าการตัดถนนผ่านที่ดินเป็นไปอย่างไม่เป็นธรรม และปรากฏหนังสือโต้ตอบกันระหว่างเสนาบดีทั้ง 2 กระทรวงนี้ เพราะกระทรวงโยธาธิการก็ต้องการสร้างถนนให้เสร็จสิ้น ขณะที่กระทรวงนครบาลพยายามที่จะให้ราษฎรได้รับเงินค่าที่ดินจากรัฐบาล จึงรอพระบรมราชโองการเกี่ยวกับเรื่องนี้ และยังไม่มอบที่ดินให้กระทรวงโยธาธิการ ถึงกับกรมหมื่นพิทยาลาภพฤฒิธาดาทรงระบุว่า กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์ทรงพระเมตตากับราษฎรบริเวณถนนเยาวราชกว่าราษฎรในแนวถนนอื่น ๆ กรมโยธาธิการจึงต้องดำเนินการสร้างถนนส่วนที่ไม่มีปัญหาและที่ดินที่เป็นของหลวงก่อน

 

 

สำหรับกล้อง Canon EOS 6D  ที่เราจะใช้วันนี้ก็มีคุณสมบัติเด่นๆ ดังนี้ครับ

 

 

 

 

 

- เซ็นเซอร์CMOSขนาดFullframe ความละเอียด20.2ล้านพิกเซล

- สุดยอดระบบประมวลDIGIC 5+ ที่ทำให้ภาพสดใสเหมือนจริง

- ตั้งค่าความไวแสงได้ตั้งแต่ ISO 100-25600

- ถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุด 4.5 ภาพ/วินาที

- สามารถต่อไมโครโฟนเพิ่มได้

- ระบบออโต้โฟกัส11จุด

- ระบบวัดแสงiFCL 63โซน

- ช่องมองภาพแสดงผล97%

- ภาพใสเหมือนจริงด้วยจอClear View LCD ขนาด3นิ้ว ความละเอียด1.04ล้านจุด

- กล้องFullframeตัวแรกของค่ายที่ใช้เมมโมรี่การ์ด แบบSD

- สะดวกในการโอนข้อมูลด้วยระบบ Wi-Fi และ GPSในตัว

 

Canon EOS 6D 

            Canon EOS 6D เป็นกล้องในกลุ่มเซ็นเซอร์ขนาด Full-Frame ที่มีความละเอียดถึง 20.2 ล้านพิกเซล นำระบบประมวลผลทันสมัยอย่างDIGIC5+ มาช่วยให้ข้อมูลต่างๆในแต่ละขั้นตอนการประมวลผลเป็นไปอย่างรวดเร็วทันใจ ปรับตั้งค่า ISO ได้ตั้งแต่ 100-25,600 รองรับกับงานในทุกสภาพแสง ด้วยระบบโฟกัส 11 จุด ใช้ระบบวัดแสง iFCL แบ่งเป็น 63 โซน ที่ให้ความแม่นยำสูง เล็งภาพผ่านช่องมองภาพที่ให้พื้นที่การแสดงผล 97% และแสดงผลผ่านจอ TFT LCD Clear View II ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 1.04 ล้านจุด ดังนั้นภาพที่คุณจะเห็นจึงให้สีสันสดใสที่เหมือนจริง 
            Canon EOS 6D เพิ่มความทันสมัยด้วยการส่งข้อมูลผ่านสัญญาน WIFI และ GPS ได้ด้วยการติดตั้งมาไว้ในตัวช่วยให้สะดวกต่อการถ่ายโอนข้อมูลไปยังปลายทาง โดยข้อมูลจะเก็บไว้ใน SD Card ซึ่งถือเป็นกล้อง Full-Frame ตัวแรกของ Canon ที่นำสื่อบันทึกภาพชนิดนี้มาใช้ ในรุ่นนี้ทาง Canon ใช้แบตเตอรี่รุ่นเดียวกับ จาก EOS 5D Mark III (LP-E6) แต่ออกแบบ Battery Grip ตัวใหม่มาให้เลือกใช้เป็นรุ่น BG-E13 ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 4.5ภาพ/วินาที บันทึกภาพวิดีโอระบบ Full HD 1080p

 

Tamron Lens

 พระเอกของเราวันนี้ครับกับ Tamron Lens ที่เราจะใช้วันนี้ก็ทั้งหมด 3 ระยะด้วยกัน ไปชมคุณสมบัติของแต่ละตัวกันครับ

 

ตัวแรกครับ เลนส์ SP 24-70mm F2.8 Di VC USD

 

เลนส์ SP 24-70mm F2.8 Di VC USD

เลนส์ซูมมาตรฐาน24-70มม.ที่ปรับช่องรับแสงได้กว้างถึงF2.8พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว (Vibration Compensation) และระบบมอเตอร์โฟกัส USD (Ultrasonic Silent Drive) ซึ่งหาโฟกัสได้รวดเร็ว และแม่นยำ ภายในเลนส์เลือกใช้ชิ้นเลนส์พิเศษLD (Low Dispersion) และชิ้นเลนส์ XR (Extra Reflective Index) 2ชิ้น เพื่อให้ภาพที่ได้มีคุณภาพสูง โดดเด่นในเลนส์ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกัน การที่เปิดหน้าเลนส์ได้กว้างจึงช่วยให้ฉากหลังสวยงามและสร้างความเบลอได้อย่างนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ ด้วยรูรับแสง (Diaphragm Blades) มากถึง 9 ใบจึงเรียงตัวเป็นวงกลม บริเวณท้ายเลนส์มีขอบยางป้องกันความชื้นจากไอน้ำที่จะไปสร้างความเสียหายในส่วนของระบบไฟฟ้า ดังนั้นเลนส์รุ่นนี้จึงสมบูรณ์แบบทั้งในประสิทธิภาพ ของเทคโนโลยี และคุณภาพ ตอบสนองการถ่ายภาพได้ระดับของมืออาชีพ

 

เลนส์ SP 24-70mm F2.8 Di VC USD

มาถึงการใช้เลนส์กันแล้วครับ ก่อนอื่น อ.ตุลย์ อยากให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับระยะของเลนส์ก่อนเลยนะครับซึ่งมีหลักง่ายๆดังนี้ครับ ระยะที่ตาคนเรามองเห็นปกตินี่ก็เปรียบเสมือนเลนส์ 50 mm. และถ้าน้อยกว่า 50 mm. ก็คือเลนส์ระยะ wide angle (เลนส์มุมกว้าง) และถ้ามากกว่า 50 mm. ขึ้นไปก็คือ เลนส์ telephoto (เลนส์ซูมระยะไกล) ซึ่ง อ.ตุลย์จะเริ่มทดสอบเลนส์ Tamron SP 24-70mm F2.8 Di VC USD ก่อนเลยนะครับ โดย อ.ตุลย์เลือกที่จะถ่ายบรรยากาศริมถนนเยาวราชซึ่งจะมีสีสันของป้ายห้างร้านต่างๆและผู้คนที่เดินอยู่ทั่วไปโดยใช้เลนส์ Tamron SP 24-70mm F2.8 ซึ่งจะสามารถเก็บภาพได้กว้างกว่าที่ตาเราเห็นทำให้ภาพดูสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจขึ้นครับ

 อ.ตุลย์ กำลังทดสอบเลนส์ Tamron SP 24-70mm F2.8 Di VC USD

อ.ตุลย์ถ่ายภาพวงเวียนโอเดียนด้วย เลนส์ Tamron SP 24-70mm F2.8 Di VC USD

ภาพถนนเยาวราชที่ได้จากเลนส์ Tamron SP 24-70mm F2.8 Di VC USD

ภาพถนนเยาวราชที่ได้จากเลนส์ Tamron SP 24-70mm F2.8 Di VC USD

 

 

เลนส์ซูมเทเลโฟโต้ SP 70-300mm F4-4.5 Di VC USD

 

 

SP 70-300mm F4-4.5 Di VC USD

เลนส์ซูมเทเลโฟโต้ SP 70-300mm F4-4.5 Di VC USD

                เลนส์เทเลโฟโต้ซูมที่ออกแบบมาให้สามารถใช้ได้ทั้งเซนเซอร์รับภาพแบบFullframe และแบบAPS-C ด้วยการออกแบบเลนส์ขั้นสูงระดับSP(Super Performance)ที่ช่วยส่งผ่านทุกรายละเอียดสู่ภาพได้อย่างคมชัด พร้อมระบบมอเตอร์โฟกัสUSD (Ultrasonic Silent Drive)ซึ่งหาโฟกัสได้รวดเร็ว และแม่นยำ รวมถึงระบบป้องกันภาพสั่นไหว(Vibration Compensation)ที่เคลื่อนที่สามแกนเป็นการชดเชยการสั่นไหวที่เกิดจากการถือกล้องด้วยมือเปล่า หรือเมื่อใช้งานในสภาพแสงน้อย เลนส์รุ่นนี้เหมาะสำหรับการถ่ายภาพบุคคล ภาพกีฬา และการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ที่อยู่ในระยะไกลให้เสมือนอยู่ใกล้ เลนส์รุ่นนี้คว้ารางวัลจากหลายสถาบัน

อ.ตุลย์ ใช้เลนส์เทเลโฟโต้แคนดิดผู้คนย่านถนนเยาวราช

 

ต่อมา อ.ตุลย์ จะเปลี่ยนมาใช้เลนส์ตัวต่อไปครับนั่นคือเลนส์ ซูมเทเลโฟโต้ SP 70-300mm F4-4.5 Di VC USDซึ่งคุณสมบัติของเลนส์ตัวนี้คือการถ่ายจากระยะไกลได้ อ.ตุลย์ เลือกถ่ายภาพแคนดิดของผู้คนที่กำลังเดินจับจ่ายซื้อของอยู่ริมถนนเยาวราชซึ่งข้อดีของการใช้เลนส์เทเลโฟโต้คือทำให้ภาพของผู้คนดูเป็นธรรมชาติเพราะบางครั้งที่เราเข้าไปถ่ายใกล้กับตัวแบบมากๆ ก็มักจะทำให้ตัวแบบเกิดอาการเกร็งและไม่เป็นตัวของตัวเอง ภาพที่ได้ก็จะดูไม่เป็นธรรมชาติครับ

ภาพที่ได้จากเทเลโฟโต้ SP 70-300mm F4-4.5 Di VC USD เทคนิคการวัดแสงเฉพาะจุด

 ภาพที่ได้จากเลนส์ เทเลโฟโต้ SP 70-300mm F4-4.5 Di VC USD

เลนส์ เทเลโฟโต้ SP 70-300mm F4-4.5 Di VC USD  ตัวแรงของเราครับ

 

เลนส์มาโคร SP 90mm F2.8 Di Macro1:1 VC USD

 

 

SP 90mm F2.8 Di Macro1:1 VC USD

 

เลนส์มาโคร SP 90mm F2.8 Di Macro1:1 VC USD

เลนส์มาโครที่ออกแบบโครงสร้างเลนส์ใหม่หมด พร้อมด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหวใหม่ VC (Vibration Compensation) และมอเตอร์ปรับออโต้โฟกัสความเร็วสูงและเงียบ USD (Ultrasonic Silent Drive) โครงสร้างเลนส์ 14 ชิ้น แบ่งเป็น 11 กลุ่ม ประกอบด้วยชิ้นเลนส์พิเศษ XLD (Extra Low Dispersion) และ LD (Low Dispersion) ให้ภาพคมชัดสีสันสวยงาม และปราศจากความบิดเบือนและความคลาดสี ระบบโฟกัสแบบชิ้นเลนส์เคลื่อนที่ภายใน IF ระยะโฟกัสใกล้สุดเพียง 30 เซ็นติเมตรจากระนาบเซ็นเซอร์รับภาพ ให้อัตราขยายสูงสุด 1:1 ขนาดฟิลเตอร์ 58 มม. น้ำหนักเพียง 550 กรัม สิ่งที่โดดเด่นมากคือ eBAND การเคลือบผิวที่ พัฒนาขึ้น โดย Tamron เป็นเทคนิคการเคลือบผิวใหม่ที่ช่วยป้องกันการสะท้อนแสง(anti-reflection) มีชั้นโครงสร้างเทคโนโลยีของนาโน จึงให้ผลของภาพคมชัด สดใส

อ.ตุลย์ เปลี่ยนมาใช้เลนส์มาโคร SP 90mm F2.8 Di Macro1:1 VC USD

เลนส์อีกตัวนึงที่พลาดไม่ได้เลยครับนั่นคือเลนส์มาโคร SP 90mm F2.8 Di Macro1:1 VC USD ซึ่ง อ.ตุลย์และทีมงาน Look@me จะเข้าไปที่ย่านตลาดเก่าซึ่งมีพื้นที่แคบพอสมควรการเลือกใช้เลนส์มาโครก็จะทำให้สะดวกในการถ่ายภาพมากขึ้นและก็ทำให้มิติหลังภาพเบลอด้านหลังได้สวยมากๆ เลยครับ

อ.ตุลย์ กับ เลนส์มาโคร SP 90mm F2.8 Di Macro1:1 VC USD

ภาพที่ได้จากเลนส์มาโคร SP 90mm F2.8 Di Macro1:1 VC USD

ภาพที่ได้จากเลนส์มาโคร SP 90mm F2.8 Di Macro1:1 VC USD

 

ฝากภาพสวยๆในครั้งนี้อีกสักหน่อย

 

" บนความหลากหลายของผู้คนที่อยู่ร่วมกันไม่ว่าเชื้อสายใดๆ เราทุกคนก็ได้ชื่อว่า เป็นคนไทย"

 

คำคมๆจากเทปนี้ครับ

 

เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับภาพเบื้องหลังของรายการ Look@me กับกล้อง Canon EOS 6D และสุดยอดเลนส์จาก Tamron  ทั้งสามระยะที่คุณภาพไม่ธรรมดา ที่ Look@me เราเอามารีวิวกันแบบจุใจกันเลยทีเดียว และทราบเทคนิคการถ่ายภาพดีๆ กันไปแล้วนะครับ หากท่านใดสนใจก็มากันได้ทุกวันที่ "ถนนเยาวราช" แห่งนี้นะครับ

สามารถเข้าไปดูและติดตามรายการ Look@me ตอนอื่นๆ ของรายการได้ที่ http://www.youtube.com/user/bigcameratv แล้วมาร่วมค้นหาความงามที่ซ่อนรอบตัวเราพบกันใหม่ครั้งหน้านะครับ

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
nongkoy วันที่ : 05/04/2015 เวลา : 13.41 น.
http://www.chaichana.net/
น้องก้อยค่ะ เด็กกำแพงเพชรเข้ากรุงมาเรียนและทำงานค่ะ :)


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน