*/
  • Goojoe
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : goojoey@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-30
  • จำนวนเรื่อง : 100
  • จำนวนผู้ชม : 324445
  • จำนวนผู้โหวต : 400
  • ส่ง msg :
  • โหวต 400 คน
<< มีนาคม 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 6 มีนาคม 2550
Posted by Goojoe , ผู้อ่าน : 2296 , 13:41:27 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

ขึ้นภูพาน ไปเยี่ยมจิตร ภูมิศักดิ์

  จิตร ภูมิศักดิ์ คือผู้ที่ถือได้ว่าอยู่ในชั้นแถวแนวหน้าของนักคิดนักเขียนไทย ทั้งในแง่ของวิชาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ชีวิตและผลงานของ จิตร ภูมิศักดิ์ มีความหลากหลายและล้ำลึกจนกล่าวได้ว่าเป็นสหวิทยาการ ทั้งภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ทฤษฎีการเมือง งานวิจารณ์ งานแปล วรรณคดี ศาสนา บทกวี บทเพลง เป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่มอบไว้ให้กับสังคมไทย ที่ยังไม่มีนักคิดนักเขียนคนคนไหนเคยพิชิตความกว้างใหญ่ไพศาลขององค์ความรู้ว่าด้วยสังคมไทยได้เท่า และยังคงมีบทบาทต่อสังคมรวมทั้งส่งอิทธิพลอย่างทรงพลังให้กับขบวนการนักศึกษาในเวลาต่อมา

ในท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร มีเบื้องหลังความเคลื่อนไหวและวาทกรรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมายซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นลอยๆ แต่เป็นวาทกรรมที่สมควรมีการวิพากษ์วิจารณ์ เช่นอาจสืบสาวไปได้ถึงสมัยเสรีไทย ที่เคลื่อนไหวในแถบนี้ก่อนที่จะแปรเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของทหารป่าหรือที่ฝ่ายรัฐบาลเรียกว่า ผกค. รวมทั้งอาวุธที่ใช้เกิดจากอดีตเสรีไทย เพราะครูครอง จันดาวงค์ ผู้ฝึกอาวุธให้กับเสรีไทยแถบนี้ทั้งหมด ต่อมาสภาพการเมืองที่กดดันระหว่างสายทหารและเสรีไทย ทำให้เกิดการต่อสู้ระหว่างพลเรือนสายปัญญาชนกับทหารที่ไม่อาจประณีประณอมกันได้ กดดันให้ครูครอง จันดาวงค์ และสมาชิกอีกหลายคนต้องตาย อาวุธของเสรีไทยที่สะสมไว้จึงถูกแปรมาใช้เป็นอาวุธของทหารประชาชน

ประวัติศาสตร์การเมืองบทนี้ยังโยงไปถึงแนวคิดของ "ขุนพลภูพาน" หรือครูเตียง ศิริขันธ์ ในเรื่องการต่อต้านจักรวรรดินิยมอเมริกา ด้วยแนวคิดการรวมตัวอาเซียน การต่อต้านญี่ปุ่นและผลประโยชน์ของญี่ปุ่นที่ฝ่ายทหารได้รับและยังคงอยู่แม้หลังสงคราม ทำให้ทหารต้องล้างขุมกำลังของเสรีไทยให้หมด บทบาทของจิตร ภูมิศักดิ์ จึงได้ปรากฏขึ้นมาสืบสานการต่อสู้ในภาคอีสาน และการเคลื่อนไหวของนักศึกษาจนถึงช่วงเหตุการณ์ตุลาคม 2519 เครือข่ายวาทกรรมการเมืองท้องถิ่น สามารถเชื่อมโยงเข้าด้วยกันและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ที่เชื่อมโยงถึงกันกับวาทกรรมชุดอื่นๆได้อีก

ดังนั้นแนวคิดการพัฒนา "เครือข่ายวาทกรรมการเมืองท้องถิ่น" จึงได้ถูกจุดประเด็นขึ้น เพราะเบื้องหลังของวาทกรรมต่างๆ ไม่ใช่มีเพียงแค่คำพูดแต่แฝงความคิดที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ที่ทำให้มองเห็นความสืบเนื่องกันของวาทกรรมแต่ละชุดแต่ละช่วงเวลา เชื่อมโยงสอดคล้องต่อเนื่องเป็นเหตุเป็นผลกัน

 

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจในช่วงเวลานั้นได้ใช้นโยบายปราบปรามคอมมิวนิสต์ด้วยวิธีเหวี่ยงแห ประมาณว่าจับมา 10 คนได้ตัวคอมมิวนิสต์จริงๆแค่ 1คนก็ถือว่าโอเคแล้ว ผู้ที่ถูกจับกุมในครั้งนั้นมีทั้งนักการเมืองแนวสังคมนิยม นักเขียน-นักหนังสือพิมพ์ นักศึกษา ปัญญาชน ในข้อหายัดเยียดว่า"มีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์" และ "สมคบกันกระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐทั้งภายใน และภายนอกราชอาณาจักร" ซึ่งรวมทั้ง "จิตร ภูมิศักดิ์" ถูกจับ 21 ต.ค. พ.ศ.2501

หลังถูกคุมขังอยู่นานกว่า 6 ปี จิตร ภูมิศักดิ์ ก็ได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2507 เนื่องจากศาลกลาโหมยกฟ้อง ซึ่งระหว่างถูกจองจำอยู่ก็มีผลงานเด่นที่เกิดขึ้นในคุกคืองานแปลนวนิยายเรื่อง "แม่" ของแมกซิมกอร์กี้ , โคทาน,และ "ความเป็นมาของคำสยาม ไทย ลาวและขอม และลักษณะทางสังคม ของชื่อชนชาติ"

"วันเสียงปืนแตก" คือการเริ่มต้นของสงครามประชาชน เมื่อเกิดการยิงปะทะกับฝ่ายรัฐบาลนัดแรกที่บ้านนาบัว อ.นาแก จ.นครพนม เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2508 และเดือนต่อมาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)เริ่มตอบโต้รัฐบาลด้วยกำลังอาวุธ และถือกำเนิดกองกำลังพลพรรคประชาชนไทยต่อต้านอเมริกา หรือ พล.ปตอ.

จิตร ภูมิศักดิ์ เดินทางสู่ภาคอีสานในเดือนตุลาคม พ.ศ.2508 เข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย โดยมีชื่อจัดตั้งว่า "สหายปรีชา" เขามาในฐานะคนผ่านทางซึ่งจะถูกส่งตัวไปศึกษาที่ประเทศจีน ตามคำขอของ "สหายไฟ" อัศนี พลจันทร หรือนายผี ผู้ซึ่งจิตร ภูมิศักดิ์ เชิดชูว่าเป็นมหากวีของประชาชนที่ตีแผ่ความยากเข็นของชีวิตและปลุกเร้าวิญญาณการต่อสู้ของประชาชนได้อย่างมีพลังและเพียบพร้อม

จุดหมายปลายทางของสหายปรีชา ยังไปไม่ถึงประเทศจีน แต่ต้องมาจบชีวิตลงบนผืนแผ่นดินอีสานเพราะเขาขออยู่เรียนรู้การปฏิวัติในชนบท โดยในเดือนต่อมาได้เดินทางเข้าสู่ที่มั่นกลางดงพระเจ้า รับหน้าที่ปฏิบัติงานด้านมวลชน แต่อยู่ในดงพระเจ้าได้ไม่นานกำลังทหารฝ่ายรัฐบาลเข้ากวาดล้างมาถึง พวกเขาจึงต้องถอยทัพเดินนทางรอนแรม ผ่านป่าเขาลูกแล้วลูกเล่าทั้งภูผาเหล็ก,ภูผาดง ผ่านไปถึงภูผาลม สถานที่ซึ่ง สหายปรีชา แต่งเพลงชื่อ"ภูพานปฏิวัติ" และต่อมาเป็นเพลงต่อต้านอันโดดเด่นของขบวนการคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย

วันที่ 4 พ.ค. 2509 สหายปรีชา และพลพรรคอีก 5 คน เข้าไปทำงานมวลชนที่บ้านหนองแปน และบ้านคำบ่อ วันรุ่งขึ้นได้ถูกกองกำลังฝ่ายรัฐบาลล้อมปราบ ทำให้ต้องแยกกันหลบหนีเป็นสองกลุ่ม สายปรีชา,สหายสวรรค์,สหายวาริช แตกไปทางเขาภูอ่างศอแต่เกิดหลงลงทาง จนถึงตอนค่ำมาโผล่ที่บ้านหนองกุง ต.คำบ่อ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ด้วยความหิว สหายปรีชา อาสาเข้าไปขอข้าวในหมู่บ้านและได้ข้าวเหนียวมาหนึ่งปั้นจากนางคำดี อำพล ขณะที่รีบเดินกลับออกมาหาเพื่อสหายซึ่งรออยู่ นางคำดี ให้คนไปแจ้งกำนันแหลม หรือ นายคำพล อำพน จึงได้นำกำลัง อส.ออกติดตามไปทันที่ชายป่า

กระสุนนัดแรกพุ่งออกมาจากปากกระบอกปืนของ อ.ส.นายหนึ่ง โดนเข้าที่บริเวณขาของจิตร ภูมิศักดิ์ และอีกหลายนัดตามมาทำให้เขาจบชีวิตลงที่โคนต้นแดง ชายป่าท้ายหมู่บ้าน และศพถูกเผาทันที เมื่อตอนค่ำวันที่ 5 พฤาภาคม 2509 แต่สำหรับกำนันแหลม หรือนายอำพล คำพน ยังคงมีชีวิตอยู่ที่บ้านหนองกุง ในสภาพวัยชรา ส่วน "อ.ส." ซึ่งเป็นชาวบ้านหนองกุง คนที่เปิดฉากยิงนัดแรกพึ่งจะจบชีวิตลงเมื่อไม่นานด้วยโรคมะเร็ง

เวลาผ่านล่วงมานานมีผู้สนใจใคร่รู้เรื่องราวของจิตร ภูมิศักดิ์ มีนักศึกษา ปัญญาชน ลงพื้นที่ติดต่อขอสัมภาษณ์พูดคุยกับกำนันแหลม แต่ยังไม่ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มใจนัก ลูกสาวของกำนันแหลม เคยตัดพ้อพ้อมกับตั้งคำถามกลับมาว่า "ทำไมเรื่องนี้มันยังไม่จบไม่สิ้น จนป่านนี้แล้วยังไม่จบไม่สิ้นอีกเหรอ..

ผ่านพ้นไปถึง 30 ปีถัดมาความรู้สึกของคนในครอบครัวของกำนันแหลม ยังไม่พร้อมต้อนรับผู้คนที่เดินทางมาเยี่ยมจิตร ภูมิศักดิ์ เพราะผู้ใคร่รู้ที่ดั้นด้นมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ ห้วงเวลานั้นแสดงออกทางสายตาดูจะไม่เป็นมิตร เคยมีคณะทัศนศึกษาเดินทางมาที่หมู่บ้าน เมื่อมาหยุดรถที่หน้าบ้านของกำนันแหลม นอกจากจะไม่ลงไปถามไถ่แล้ว ยังส่งสายตามองมาพร้อมกับเสียงซุบซิบ ..หลังนี้เหรอบ้านกำนันแหลมคนที่ยิงจิตร ภูมิศักดิ์..."

เข้าสู่ยุค 2540 เป็นต้นมา บรรยากาศเริ่มคลี่คลายขึ้นและดูเหมือนชาวบ้านหนองกุง รวมทั้งกำนันแหลม ต่างเข้าใจในวิถีแห่งการต่อสู้ในอดีตระหว่างซ้ายกับขวา ชาวบ้านจะร่วมกันจัดงานทำบุญในวันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปี ภาพถ่ายและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับจิตร ภูมิศักดิ์ ซึ่งถูกรวบรวมเก็บไว้อย่างดีบนศาลาวัดบ้านหนองกุง ทั้งประวัติและผลงาน ประวัติการต่อสู้ บทความที่เคยปรากฏตามสื่อสิ่งพิมพ์ ก็จะถูกนำออกมาปัดฝุ่นอีกครั้งเพื่อการจัดแสดงนิทรรศการ และมีการจัดสร้างอนุสรณ์สถานจิตร ภูมิศักดิ์ ขึ้นในบริวณที่เขาจบชีวิตลง

พระอธิการ โสภา กิตติโสภโณ เจ้าอาวาสวัดประสิทธิสังวรณ์ (วัดบ้านหนองกุง) บอกว่า อนุสรณ์สถานนี้พึ่งจะเสร็จสมบูรณ์และจัดงานฉลองไปหมาดๆพร้อมกับงานทำบุญปีที่ผ่านมา มีปฏิมากรรมหินทรายแกะสลักรูปของจิตร ภูมิศักดิ์ อยู่บนแท่นแวดล้อมด้วยสวนหย่อม บนที่ดินขนาด 100 ตรว.ซึ่งคุณภิรมย์ฯ พี่สาวของจิตร ภูมิศักดิ์ ได้ขอซื้อจากเจ้าของเดิมและมอบถวายโอนกรรมสิทธิ์ให้กับวัดประสิทธิ์สังวรณ์ นายปานชัย บวรรัตนปาน ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ในขณะดำรงค์ตำแหน่ง เป็นผู้จัดหางบประมาณสร้างอนุกรณ์สถาน ได้ติดต่อขอซื้อที่ดินเพิ่มเติมเพื่อขยายพื้นที่ แต่ทางเจ้าของทีดินข้างเคียงไม่ขาย



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนขับช้า วันที่ : 07/03/2007 เวลา : 18.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preephati

ขอคารวะด้วยคนครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Chaiyon วันที่ : 07/03/2007 เวลา : 13.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Akemongkol

สุดยอดแห่งศิลปินแห่งขุนเขาภูพาน "เขาคือจิตร ภูมิศักดิ์" นักคิดนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
บ่าวขี้เมี่ยง วันที่ : 07/03/2007 เวลา : 09.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nampol
อยู่ในสายลม....อยู่ที่โค้งรุ้งทอ.... @ ผู้ชายสีน้ำทะเล

ชอบงานเขียนของจิตรมากครับ ตอนนี้กำลังอ่านไปเรื่อยๆ( แต่หลับหนีตัวหนังสือทุกที)อิอิ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
naive วันที่ : 06/03/2007 เวลา : 21.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wickedgirl

"ชื่อจิตรภูมิศักดิ์เป็นนักคิดนักเขียน..ดั่งเทียนทีส่องแท้แก่คน".. ขอคารวะด้วยคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
GPEN วันที่ : 06/03/2007 เวลา : 20.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/comicbook

ขอคารวะด้วยความเคารพ
".....เขาตายในชายป่า เลือดแดงทาดินอีสาน......ชื่อจิตร ภูมิศักดิ์ เป็นนักคิด นักเขียน...."

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 06/03/2007 เวลา : 16.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ขอคารวะจิตร ภูมิศักดิ์

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน