*/
  • ยามเสาร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : seaengsayan@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-06-04
  • จำนวนเรื่อง : 169
  • จำนวนผู้ชม : 303040
  • จำนวนผู้โหวต : 325
  • ส่ง msg :
  • โหวต 325 คน
<< พฤศจิกายน 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2556
Posted by ยามเสาร์ , ผู้อ่าน : 5885 , 02:27:22 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 13 คน Chaoying , เพลงธรรม และอีก 11 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

ความดี ความชั่วคืออะไร

 

ใครเคยเห็นหน้าตาของความดีและความชั่วบ้าง

เป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ หรือมีบ้านเรือนภูมิลำเนาอยู่ที่ไหน

อันความดีความชั่วนั้นไม่มีตัวตน

แต่มีคนทำดีหรือทำชั่ว และมีผลของการทำ

เหมือนอย่างความร้อนความหนาวไม่มีตัวตน

ความหิวระหายความอิ่มหนำสำราญไม่มีตัวตน

แต่มีคนร้อนหรือหนาว

มีคนที่หิวระหายหรืออิ่มหนำสำราญ

คนที่ร้อนเพราะมีความร้อน

คนที่หนาวเพราะมีความหนาว ฉันใด

คนดีจะเป็นเด็กชายดี เด็กหญิงดี นายดีนางดีก็ตาม

เพราะมีความดี

คนชั่วจะเป็นเด็กชายชั่ว เด็กหญิงชั่ว นายชั่ว นางชั่วก็ตาม

เพราะมีความชั่ว ฉันนั้น

ฉะนั้น ต้องการจะเห็นหน้าตาของความดี

จะดูหน้าของคนดีแทนก็ได้

ต้องการจะเห็นหน้าตาของความชั่ว

จะดูหน้าของคนชั่วแทนก็ได้

 

 

 

คนดีเพราะมีความดีนั้น คือคนที่ทำดีต่างๆ

ส่วนคนชั่วเพราะมีความชั่วนั้น คือคนที่ทำชั่วต่างๆ

ยกตัวอย่างตัวของเราเองทุกๆ คน

เมื่อช่วยทำการในบ้านในโรงเรียนหรือที่เป็นประโยชน์ทั่วไปต่างๆ

ก็เป็นที่สรรเสริญยกย่อง เพราะการทำนั้นก่อให้เกิดสุขประโยชน์

นี้คือความดีมีอยู่ที่ตัวเราเองซึ่งเป็นคนดีขึ้นเพราะทำดี

เมื่อยากจะดูหน้าตาของความดี

ก็จงส่องกระจกดูหน้าของตัวเราเอง

จะรู้สึกความภาคภูมิใจซึ่งแฝงอยู่ในใบหน้า

ในสายตา อันส่อไปถึงจิตใจที่ดี

อาจมีความอิ่มใจในความดีของตนเป็นอย่างมากก็ได้

แต่ถ้าตัวเราเองทุกๆ คนทำไม่ดีต่างๆ ในบ้านบ้าง ในโรงเรียนบ้าง ในที่ต่างๆ บ้าง

ก่อให้เกิดความทุกข์ร้อนเสียหายแก่ใครๆ

ก็เป็นที่ติฉินนินทาเพราะการทำนั้นก่อให้เกิดโทษ

นี้คือความชั่วมีอยู่ที่ตัวเราเองซึ่งเป็นคนชั่วขึ้นเพราะทำชั่ว

เมื่ออยากจะดูหน้าตาของความชั่ว

ก็จงส่องกระจกดูหน้าของตัวเราเอง

จะรู้สึกความอัปยศอดสูความปิดบังซ่อนเร้นแฝงอยู่ในใบหน้า

ในสายตา อันส่อเข้าไปถึงจิตใจที่ไม่ดี

อาจมีความสร้อยเศร้าตำหนิตนเองรังเกียจตนเองเป็นอย่างมาก

เพราะรู้สึกสำนึกขึ้นบ้างก็ได้

 

 

 

สรุปความว่า

การกระทำทุกอย่างที่น่านิยมชมชอบ

ก่อให้เกิดสุขประโยชน์แก่ตนเองแก่ผู้อื่นคือความดี

ส่วนการกระทำทุกอย่างที่น่าตำหนิติเตียน

ก่อให้เกิดทุกข์โทษแก่ตนเองและผู้คือความชั่ว

 

 

 

ทุกๆ คนเป็นหนี้ความดีของท่านผู้มีความมุ่งดี

 

ทุกๆ คนที่มีความสุขความเจริญอยู่ ดังเช่นที่เป็นอยู่เดี๋ยวนี้

เพราะได้รับความดีจากท่านผู้มีความมุ่งดีทั้งหลาย

เป็นต้นว่าได้รับการบำรุงเลี้ยงด้วยความรักทะนุถนอมของมารดาบิดา

หรือของญาติ หรือของผู้รับอุปการะ ตั้งแต่เกิดมาโดยลำดับ

ได้รับการสั่งสอนอบรมศิลปวิทยาจากครูอาจารย์

ได้รับการปกครองเป็นส่วนรวมจากประเทศชาติ

ท่านผู้เกี่ยวข้องเหล่านี้ล้วนได้ประกอบความดีให้แก่ตัวเราทุกๆ คน

ทำให้เราทุกๆ คน สามารถดำรงชีวิตเติบโตขึ้นมา

มีความสุขความเจริญจนถึงเพียงนี้ได้

 

 

 

ถ้าท่านเหล่านี้ ล้วนก่อความชั่วร้ายเสียหายให้

หรือแม้ไม่ก่อให้เพียงแค่หยุดอยู่เฉยๆ

ไม่ได้ทำความดีให้ตัวเรา

ทุกๆ คนเกิดมาแล้วก็คงไม่อาจดำรงชีวิตอยู่ได้

หรือแม้ดำรงชีวิตอยู่ได้ ก็คงไม่ได้รับการศึกษาให้ได้ความรู้

เป็นอันขาดทางที่จะให้เกิดความเจริญ

ฉะนั้น จึงกล่าวได้อย่างเต็มที่ว่า

ทุกๆ คนเป็นหนี้ความดีของท่าน

ซึ่งได้ประกอบก่อเกื้อให้แก่ตนมาโดยลำดับ

ความดีและความชั่วที่ตรงกันข้ามจึงเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง

และความดีของคนดีทั้งหลายเป็นเครื่องเกื้อกูลตัวเราทุกๆ คน

เฉพาะตัวเราเองนี้แหละสำคัญนัก

ถ้าทำดี ก็เป็นความดีเป็นศรีมงคลแก่ตัว

ถ้าทำชั่วก็เป็นความชั่วเป็นกาลีเป็นอัปมงคลแก่ตัว

เมื่อกล่าวให้กว้างออกไป

โลกต้องพึ่งความดีของคนดีทั้งหลายจึงเกิดความสุขความเจริญ

ส่วนความชั่วของคนชั่วทั้งหลายเป็นเครื่องทำลายโลก

 

 

 

บุญบาป

 

ความดีที่กล่าวมานั้นคือบุญ

ส่วนความชั่วที่ตรงกันข้ามคือบาป

คำว่าบุญ แปลตามศัพท์ว่า ชำระ ฟอก ล้าง

ท่านแสดงว่าแบ่งเป็น ๒ ก่อน คือ

บุญที่เป็นส่วนเหตุ ได้แก่ ความดีต่างๆ เรียกว่าเป็นบุญ

เพราะเป็นเครื่องชำระฟอกล้างความชั่ว ๑

บุญที่เป็นส่วนผล คือความสุข

ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้แปลความว่า

“ท่านทั้งหลายอย่ากลัวต่อบุญเลย เพราะคำว่าบุญนี้เป็นชื่อของความสุข” ดังนี้ ๑

บุญที่เป็นส่วนเหตุคือความดีนั้นเกิดจากการกระทำ

ถ้าอยู่เฉยๆ ไม่ทำก็ไม่เกิดเป็นบุญขึ้น

การกระทำบุญเรียกว่าบุญกิริยา

จำต้องมีวัตถุ คือสิ่งเป็นที่ตั้ง

หรือเรื่องของการกระทำซึ่งเรียกว่าบุญกิริยาวัตถุ

แปลว่า สิ่งเป็นที่ตั้งแห่งการกระทำบุญ

หรือเรื่องแห่งการกระทำบุญ

 

 

 

ทางพระพุทธศาสนาท่านแสดงไว้โดยย่อ ๓ อย่างคือ

 

(๑) ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน

(๒) สีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล

(๓) ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา

 

บุญคือความดีทั้ง ๓ ข้อนี้ เรียกว่าเป็นบุญ

เพราะเป็นเครื่องชำระล้างความชั่ว

ตลอดถึงรากเหง้าของความชั่ว

รากเง่าของความชั่วนั้นเรียกว่าอกุศลมูล (รากเหง้าของอกุศล)

มี ๓ อย่าง คือ

โลภะ อยากได้ ๑

โทสะ คิดประทุษร้ายเขา ๑

โมหะ หลงไม่รู้จริง ๑

ชำระล้างได้อย่างไร จักแสดงต่อไปโดยย่อ

 

 

 

ทานมัย

 

แปลว่า เจตนาเป็นเหตุให้ก็ได้

การให้ก็ได้

สิ่งของที่ให้ก็ได้

การให้ทานนั้นทางพระพุทธศาสนาประสงค์ให้รู้จักเลือกให้

คือเลือกบุคคลผู้รับว่าเป็นผู้สมควร

เลือกวัตถุสิ่งของให้เหมาะสม

และตั้งเจตนาให้ดีว่าเพื่อบูชาหรือเพื่อสงเคราะห์อนุเคราะห์

และให้รู้จักประมาณให้เกิดความสุขทั้งแก่ผู้ให้ทั้งผู้รับ

มิใช่ว่าเมื่อให้ไปแล้วผู้ให้เองกลับขาดแคลนเป็นทุกข์

เดี๋ยวนี้เมื่อพูดกันว่าให้ทานมักเข้าใจกันว่า คือ ให้แก่คนขอทานต่างๆ

เมื่อให้แก่พระหรือให้แก่ทางศาสนาหรือแก่วัดเรียกว่าทำบุญ

ความจริงก็เป็นการให้ทานทั้งนั้น

 

 

 

การให้ทานมีความหมายอย่างกว้างๆ ว่า

การสละบริจาคสิ่งอะไรแก่ใครๆ หรือแก่องค์การอะไรๆ ด้วยการให้เปล่า

มิใช่เป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนหรือให้เช่า

และมีความหมายตลอดถึงการให้กำลังกาย กำลังวาจา

กำลังใจ กำลังความคิดความรู้ ช่วยในทางต่างๆ

สรุปลงแล้วก็มี ๒ อย่าง คือ

อามิสทาน ให้พัสดุสิ่งของอันเป็นกำลังทรัพย์และกำลังภายนอกต่างๆ ๑

ธรรมทาน ให้ธรรมอย่างบอกศิลปวิทยาให้ บอกทางของความดีความชั่วต่างๆ ให้ ๑

ตามความหมายนี้ทานจึงมีครอบคลุมอยู่โดยทั่วๆ ไป

มารดาบิดาได้ให้ชีวิตเลือดเนื้อและ

การอุปการะเลี้ยงดูบุตรธิดามาโดยลำดับ

ครูอาจารย์ได้ให้ศิลปวิทยาแก่ศิษย์

พระมหากษัตริย์พร้อมทั้งรัฐบาลได้ให้การปกครอง

บำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาราษฎร

พระพุทธเจ้าได้ให้พระธรรมแก่โลก

และในทางตอบสนอง

บุตรธิดาก็ให้แก่มารดาบิดาด้วยการปฏิบัติตอบแทนพระคุณท่านต่างๆ

ศิษย์ให้แก่ครูอาจารย์ด้วยการตั้งใจเรียนดีประพฤติดี

และตอบแทนอย่างอื่นๆ ตามโอกาส

ประชาราษฎรก็ให้ภาษีอากรถวายเป็นราชพลีและ

ประพฤติตนให้ชอบด้วยหน้าที่ของพลเมืองดี

มีความซื่อสัตย์สุจริตจงรักภักดีในพระมหากษัตริย์และประเทศชาติ

พุทธศาสนิกชนก็บริจาคอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาและ

ปฏิบัติพระพุทธศาสนาตามสามารถ

 

 

 

เมื่อทุกฝ่ายให้แก่กันและกันในทางที่ชอบ

จึงเกิดความสุขความเจริญ

การให้ทานนี้ขัดกับ

โลภะความอยากได้

และมัจฉริยะความตระหนี่เหนียวแน่น

เพราะความโลภเป็นเหตุให้รวบรวมเข้ามา

ความตระหนี่เป็นเหตุให้หวงแหนไว้

ถ้าทุกฝ่ายต่างรวบรวมเข้ามาและหวงแหนไว้แต่อย่างเดียว

ก็จะเกิดความขาดแคลนอย่างยิ่งแก่ผู้ที่ไม่สามารถซึ่งมีอยู่เป็นอันมาก

แต่การขาดแคลนนั้นจักหายไป

ในเมื่อทุกๆ ฝ่ายต่างให้ทานแก่กันและกันตามฐานะ

และการให้ทานนั้นก็แสดงว่าเป็นการชนะใจ

คือชนะความโลภ ความตระหนี่

ให้ทานออกไปคราวหนึ่ง

ก็ชำระล้างความโลภความตระหนี่ในสิ่งที่ให้นั้นได้คราวหนึ่ง

 

 

 

สีลมัย

 

เรื่องศีลได้แสดงแล้วในกัณฑ์ก่อนๆ

เป็นความดีที่สูงกว่าทานขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง

มีความหมายกว้างๆ ว่า

ความประพฤติงดเว้นจากการเบียดเบียนกันและกันให้เดือดร้อน

เรียกว่าอภัยทาน แปลว่าให้อภัย

คือให้ความไม่มีเวรมีภัยแก่ใครๆ

เรียกว่าเป็นบุญ

เพราะเป็นเครื่องชำระล้างโทสะคือความคิดประทุษร้าย

เพราะศีลคือความเว้นจากความประทุษร้ายเขา

เมื่อรักษาศีลไว้ได้ก็เป็นอันชำระใจในข้อนี้

 

 

 

ภาวนามัย

 

คำว่า ภาวนา ไม่ใช่หมายถึง

การท่องบ่นอะไรเบาๆ ในใจอย่างไม่รู้เรื่อง

ดังที่เข้าใจกันอยู่โดยมาก

ตามศัพท์แปลว่า การทำให้มีขึ้น ให้เป็นขึ้น

จึงมีความหมายถึงการปฏิบัติให้บังเกิดผลได้อย่างจริงจัง

เหมือนอย่างเรียนมาแล้วทำไม่ได้ไม่เรียกว่าภาวนา

ต่อเมื่อมาปฏิบัติหรือทำให้มีขึ้นให้เป็นขึ้นจึงเรียกว่าภาวนา

คำว่าภาวนาจึงมีความหมายแข็งแรง เป็นภาคปฏิบัติโดยตรง

ในที่นี้หมายถึงการอบรมจิตใจให้ตั้งมั่น

จัดเป็นจิตตสิกขาหรือสมาธิ ตามที่แสดงแล้ว ๑

อบรมความรู้ความเห็นที่ถูกชอบให้มีขึ้น

จัดเป็นปัญญาสิกขา ตามที่แสดงแล้ว ๑

รวมความแล้วว่า

อบรมใจให้บริสุทธิ์สะอาดให้สว่างไสวด้วยสมาธิและปัญญา

เรียกว่าเป็นบุญคือความดีที่สูงกว่าศีลขึ้นมา

เพราะเป็นเครื่องชำระล้างโมหะคือความหลงไม่รู้จริงให้หมดไป

 

 

 

ผลของบุญ

 

บุญคือความดี

อันได้แก่ ทาน ศีล และภาวนาดังกล่าวมานี้เป็นบุญส่วนเหตุ

ให้บังเกิดผล คือความสุข ซึ่งท่านจัดเป็นบุญอีกเหมือนกัน

เรียกว่าบุญส่วนผล ซึ่งเกิดจากความบริสุทธิ์ใจ

จิตใจที่กลุ้มรุมอยู่ด้วยอกุศลมูลคือ

โลภะ โทสะ โมหะ เป็นจิตใจบาป

เมื่อจิตใจบาปไปเสียแล้ว ก็เป็นเหตุให้ทำบาปต่างๆ

ส่วนจิตใจที่ชำระโลภะ โทสะ โมหะ ออกเสียได้

หรือจะพูดว่าเป็นจิตใจที่ประกอบด้วย

อโลภะ ไม่อยากได้

อโทสะ ไม่คิดประทุษร้ายเขา

อโมหะ ไม่หลง ก็ได้

เป็นจิตใจบุญ เมื่อมีจืตใจเป็นบุญ ก็เป็นเหตุให้ทำบุญต่างๆ

อโลภะ อโทสะ อโมหะ ทั้ง ๓ นี้ ท่านเรียกว่ากุศลมูล

แปลว่ารากเหง้าของกุศล ตรงกันข้ามกับอกุศลมูล

โดยความคือจิตใจบาปและจิตใจบุญนั้นเอง

กุศลแปลว่ากิจของคนฉลาด หมายถึงความดี เช่นเดียวกับบุญ

อกุศลแปลว่ากิจของคนไม่ฉลาด หมายถึงความชั่วเช่นเดียวกับบาป

 

 

 

สรุปความว่า

ผลของบุญคือความดีนั้น

คือความสุขที่เกิดจากความบริสุทธิ์ใจ

เพราะการทำบุญคือความดีโดยตรง

มุ่งชำระฟอกล้างจิตใจให้บริสุทธิ์สะอาดจาก

โลภะ โทสะ โมหะ ซึ่งเป็นอกุศลดังกล่าวมาแล้ว

นี้เรียกว่าทำบุญเพื่อบุญ หรือทำความดีเพื่อความดี

แต่ละคนถ้าลองหัดทำบุญเพื่อบุญดังกล่าว

จะได้ความสุขอันเกิดจากความบริสุทธิ์ใจ

ซึ่งเป็นความสุขอย่างบริสุทธิ์ในปัจจุบันที่ทำนี้เอง

ทางพระพุทธศาสนามุ่งผลดีที่เป็นปัจจุบันเช่นนี้

มิใช่มุ่งผลแก่คนที่ตายไปแล้วคือผลในโลกหน้า

แต่ความดีทั้งหลายนั้นย่อมให้ผลยั่งยืน

ดังเช่นความดีที่บรรพบุรุษบรรพสตรีของชาติได้บำเพ็ญมาแล้วในอดีต

ก็ยังอำนวยผลแก่คนรุ่นเราในปัจจุบันนี้

ถ้าคนรุ่นเราในปัจจุบันนี้ไม่ช่วยกันทำลายความดีที่ท่านสร้างไว้

ช่วยกันสร้างความดีสืบต่อไป

ไม่เอาแต่โลภโกรธหลงซึ่งเป็นอกุศลมูลขึ้นหน้า

ก็จะได้ความสุขแต่ละคน และจะสืบความสุขต่อไปถึงอนุชนภายหน้า

ไม่ต้องเสียชื่อว่าเสื่อมสิ้นดี

ยังมีความดีให้คนรุ่นต่อไประลึกและนับถือ

 

 

 

 

จากส่วนหนึ่งใน...ธรรมเทศนา กัณฑ์ที่ ๒๗. ความดีความชั่ว

หนังสือ...หลักพระพุทธศาสนา…

โดย สมเด็จพระญาณสังวร (สุวฑฺฒโน)

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 06/12/2013 เวลา : 08.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ความคิดเห็นที่ 23 Chaoying

ขอบคุณครับเจ้าหญิง
ดอกสาละวัดควนวิเศษครับ
งานเลี้ยงส่งน้าสะใภ้จัดที่วัดนี้และส่งกันที่นี่ครับ...

ความคิดเห็นที่ 23 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 04/12/2013 เวลา : 07.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ทำดี ..ไม่เห็นแก่ตัว เือื้อเฟือแบ่งปัน..ความสุข
แต่ต้องขจัดความไม่ดีด้วย
ดอกไม้สวยเนอะ ไปถ่ายที่ตรงไหนมา..วัดไหนหรือคะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 25/11/2013 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ความคิดเห็นที่ 21 นายยั้งคิด

ขอบคุณครับท่านนายยั้งคิด
เมื่อยไม่เป็นไรครับ...หายเมื่อยแล้วนั่งฟังต่อ
สมเด็จฯ ท่านเทศน์ไว้ 35 กัณฑ์ครับสำหรับที่มีการรวบรวมไว้
ในหนังสือ...หลักพระพุทธศาสนา...ครับ...

ความคิดเห็นที่ 21 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 24/11/2013 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

สาธุ ครับ แหม.... ท่านเทศน์ยาวจัง ผมนั่งพับเพียบเลยเมื่อยมากครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 21/11/2013 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ความคิดเห็นที่ 10 คุณ Cat@

ขอบคุณครับคุณ Cat@
แล้วจะตามไปชิมขนมกล้วย...สูตรชาวบ้าน

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 21/11/2013 เวลา : 20.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ความคิดเห็นที่ 9 ลุงชาติ

ขอบคุณครับลุงชาติ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 21/11/2013 เวลา : 20.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ความคิดเห็นที่ 8 เชฟดงฯ

ขอบคุณครับเชฟดงฯ
โอ้...เห็นดีชั่ว ที่ตัวที่ตน...
....นั่นแหล่ะครับ...สุดยอดเลยครับ...

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 21/11/2013 เวลา : 20.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ความคิดเห็นที่ 7 คุณป้าหวานหวาน

ขอบพระคุณครับคุณป้าหวานหวาน
ดอกสาละงดงามอยู่แล้วครับ
แต่ฝีมือถ่ายภาพของหมอนั่น ไม่ค่อยเอาไหน
ที่จริงภาพน่าจะงามกว่านี้อีกครับ...

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 21/11/2013 เวลา : 20.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ความคิดเห็นที่ 6 คุณเฟื่อง

ขอบคุณครับคุณเฟื่อง
สาละไม่นิยมปลูกในบ้านครับ...นิยมปลูกไว้ในวัด ที่วัดนี้มีอยู่หลายต้นครับ...
ที่วัดควนวิเศษ...แห่งนี้ เป็นวัดเก่าและเป็นวัดเดียวที่อยู่ในตัวเมืองตรัง
วัดนี้อยู่เยื้องกับบ้านนายชวน หลีกภัยครับ...

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 21/11/2013 เวลา : 20.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ความคิดเห็นที่ 5 แม่หมี

ขอบคุณครับแม่หมี
ความดี...ทำแล้วใจเป็นสุข อิ่มเอมใจ
ทำไปเถอะครับ ยิ่งมากยิ่งดี...

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 21/11/2013 เวลา : 20.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ความคิดเห็นที่ 4 คนเมืองพระชนกจักรี

ขอบคุณครับคนเมืองพระชนกจักรี
ทั้งบุญบารมีของสมเด็จท่านและบุญบารมีของพวกเราด้วยครับ
ต้องช่วยกันให้ถึงที่สุด...

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 21/11/2013 เวลา : 20.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ความคิดเห็นที่ 3 คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว

ขอบคุณครับคนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว
เอาไปเลยครับ...มีเท่าไหร่ฝให้หมดเลยครับ...

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 21/11/2013 เวลา : 20.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ความคิดเห็นที่ 2 ครูชบาตานี

ขอบคุณครับครูชบาตานี
กรรมใครใครก่อใครก็รับกรรมของตัวไปแหล่ะครูเห้อ...

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 21/11/2013 เวลา : 20.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ความคิดเห็นที่ 1 คุณปวิภา

ขอบคุณครับคุณปวิภา...

ความคิดเห็นที่ 10 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Cat@ วันที่ : 19/11/2013 เวลา : 05.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

สาธุ


-----------------------------------------
สวัสดีค่ะ หากว่างๆ แวะมาหากันนะค่ะ
ลงเรืองใหม่
วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน 2556
ขนมกล้วย สูตรชาวบ้าน

ความคิดเห็นที่ 9 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลุงชาติ วันที่ : 18/11/2013 เวลา : 21.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongchat
http://www.facebook.com/lungchati

สาธุฯ

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 8 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ดงละดอน วันที่ : 18/11/2013 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yaya2508

สาธุ.....

ขอบคุณครับคุณยามเสาร์

*ส่วนตัวผมเห็นทั้งความดีและความชั่วแล้วครับ
จากตัวผมเอง

ความคิดเห็นที่ 7 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
หวานหวาน วันที่ : 18/11/2013 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

สาธุค่ะ

สวัสดีค่ะคุณยามเสาร์ที่เคารพ
ขอขอบพระคุณที่กรุณานำธรรมะส่งตรงถึงบ้านค่ะ
ดอกไม้สวยมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เฟื่อง วันที่ : 17/11/2013 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/creativeworld

อ่านประดับใจ
ดูภาพดอกสาละประดับตาค่ะ คุณยามเสาร์
ปลูกต้นนี้ที่บ้าน หรือไปถ่ายที่วัดคะ

ความคิดเห็นที่ 5 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 17/11/2013 เวลา : 10.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านจบ....

ตั้งใจว่าจะหมั่นทำความดีตลอดไป

แต่แอบประนามคนเลวจิ๊ดนึงได้มั๊ยคะท่าน

ความคิดเห็นที่ 4 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนเมืองพระชนกจักรี วันที่ : 16/11/2013 เวลา : 14.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

ขอดวงวิญญาณและพระบารมีของสมเด็จพระสังฆราชทรงคุ้มครองแผ่นดินไทยให้พ้นจากภัยพาลด้วยเทอญ

ความคิดเห็นที่ 3 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 16/11/2013 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

มาอ่านธรรมะเช้าวันเสาร์ สาธุครับ

ความคิดเห็นที่ 2 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 16/11/2013 เวลา : 05.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ดี - ชั่ว อยู่ที่ใจ
บาป-บุญ ก็อยู่ที่ใจ
มีคนในบ้านเมืองนี้ที่รู้ว่า ตอนนี้กำลังทำชั่ว อีกทั้งสร้าง(ตราบาป)ให้บ้านเมือง กระทำแล้วไม่ดี ก็ยังอุตส่าห์ทำ แม้นรกจะกวักมืออยู่ตรงหน้า แล้วยังไม่สาไหร
พันนี้มันสมควร.......ว่ามั๊ยท่านยามเสาร์เหอ(เอ๊ะ ว่าใครนิ?)

ความคิดเห็นที่ 1 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ปวิภา วันที่ : 16/11/2013 เวลา : 04.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...ขอบคุณค่ะ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน