*/
  • ยามเสาร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : seaengsayan@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-06-04
  • จำนวนเรื่อง : 169
  • จำนวนผู้ชม : 302781
  • จำนวนผู้โหวต : 325
  • ส่ง msg :
  • โหวต 325 คน
<< สิงหาคม 2014 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม 2557
Posted by ยามเสาร์ , ผู้อ่าน : 2831 , 20:18:21 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน หวานหวาน , สมชัย และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

 

...พระจูฬปันถกเถระ...

เอตทัคคะในทางผู้ชำนาญในมโนมยิทธิ

 

พระจูฬปันถก เป็นน้องชายร่วมมารดาบิดาเดียวกันกับท่านพระมหาปันถก เมื่อพระมหาปันถก สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วได้รับความสุขจากการหลุดพ้นสิ้นกิเลสาสวะทั้งปวงแล้ว มีความปรารถนาจะให้จูฬปันถก น้องชายมีความสุขเช่นนั้นบ้างจึงไปขออนุญาตจากธนเศรษฐีผู้เป็นคุณตา ซึ่งก็ได้รับอนุญาตและให้ความร่วมมือด้วยดี เพราะคุณตาก็เป็นผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว เมื่อจูฬปันถกได้รับการอุปสมบทเรียบร้อยแล้ว ท่านพระมหาปันถกผู้เป็นพี่ชายได้สอนคาถาพรรณนาพุทธคุณหนึ่งคาถา ความว่า...

 

ปทุมํ ยถา โกกนุทํ สุคนฺธํ

ปาโต สิยา ผุลฺลมวีตคนฺธํ

องฺคีรสํ ปสฺส วิโรจมานํ

ตปนุตมาทิจฺจมิวนฺตลฺเข ฯ

 

“ดอกปทุมชาติที่ชื่อว่าโกกนุท

ขยายกลีบแย้มบานตั้งแต่เวลารุ่งอรุณยามเช้ากลิ่นเกษรหอมระเหยไม่รู้จบ

เธอจงพินิจดูพระสักยมุนีอังคีรสผู้มีพระรัศมีแผ่ไพโรจน์อยู่ 

ดุจดวงทิวากรส่องสว่างอยู่กลางนภากาศ ฉะนั้น”

 

 

...ปัญญาทึบพี่ชายไล่สึก...

 

ด้วยคาถาเพียงคาถาเดียวเท่านั้น ปรากฏว่าพระจูฬปันถก เรียนอยู่นานถึง ๔ เดือนก็ยังจำไม่ได้ ท่านพระมหาปันถกพี่ชาย พยายามเคี่ยวเข็ญอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ในที่สุดก็เห็นว่าท่านเป็นคนโง่เขล่าปัญญาทึบ เป็นคนอาภัพในพระพุทธศาสนา ไม่สามารถจะบรรลุคุณพิเศษเจริญรุ่งเรืองในพระศาสนาได้ จึงตำหนิประณามท่านแล้วขับไล่ออกจากสำนักไป ด้วยคำว่า

 

“จูฬปันถก เธอใช้เวลาถึง ๔ เดือน ยังไม่อาจเรียนคาถาแม้เพียงบาทเดียวได้ นับว่าเธอเป็นคนอาภัพ ไม่สมควรอยู่ในพระศาสนานี้ เพียงคาถาเดียวยังเรียนไม่ได้แล้วจะทำกิจแห่งบรรพชิตให้ถึงที่สุดได้อย่างไร เมื่อเป็นเช่นนี้ เธอจงออกไปเสียจากที่นี้เถิด”

 

ในวันนั้น หมอชีวกโกมารภัจ ได้กราบอาราธนาพระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูป ไปเสวยและฉันภัตตาหารที่บ้านของตนในวันรุ่งขึ้นในฐานะที่พระมหาปันถก ผู้มีหน้าที่เป็นภัตตุทเทศก์ ได้จัดนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดในพระอารามไปฉันภัตตาหารที่บ้านของหมอชีวกโกมารภัจนั้น เว้นเฉพาะพระจูฬปันถกเพียงรูปเดียวเหลือไว้ในพระอาราม 

 

พระจูฬปันถก เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจในชีวิตและวาสนาของตนเอง คิดว่าตนเองเป็นอาภัพบุคคลในพระพุทธศาสนา ไม่สามารถที่จะบรรลุโลกุตรธรรมได้ จึงตัดสินใจที่จะสึกออกไปเป็นฆราวาสแล้วทำบุญสร้างกุศลต่างๆ ตามควรแก่ฐานะ จึงได้หลบออกจากวัดตั้งแต่เช้าตรู่

 

 

ขณะนั้นพระผู้มีพระภาคเสด็จจงกรมอยู่ ได้ทอดพระเนตรเห็นพระจูฬปันถกเดินมาจึงตรัสถามว่า:-

 

“จูฬปันถก นั้นเธอจะไปไหนแต่เช้าตรู่เช่นนี้?”

“ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระมหาปันถกได้ขับไล่ข้าพระพุทธเจ้าออกจากอาราม ดังนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจะไปลาสิกขา พระเจ้าข้า”

“จูฬปันถก เธอมิได้บวชเพื่อพี่ชาย เธอบวชเพื่อตถาคตต่างหาก เมื่อพี่ชายขับไล่เธอ เหตุไฉนเธอจึงไม่มาหาตถาคต การกลับไปอยู่ครองเรือนจะมีประโยชน์อะไร มาอยู่กับตถาคตจะประเสริฐกว่า”

 

พระบรมศาสดา พาพระจูฬปันถกไปที่พระคันธกุฏี ประทานผ้าขาวบริสุทธิ์ผืนเล็กๆ ให้พระจูฬปันถกผืนหนึ่ง แล้วทรงแนะนำให้พระจูฬปันถกบริกรรมด้วยคาถาว่า 

 

 รโชหรณํ รโชหรณํ ...

(ระโชหะระณัง ระโชหะระณัง...)

 

พร้อมกับใช้มือลูบคลำผ้าผืนนั้นไปด้วย 

 

พระจูฬปันถกรับผ้ามาด้วยความเอิบอิ่มใจ แสวงหาที่สงบสงัดแล้วเริ่มปฏิบัติบริกรรมคาถา ลูบคลำผ้าที่พระพุทธองค์ประทานให้ พระจูฬปันถกบริกรรมได้ไม่นาน ผ้าขาวที่สะอาดบริสุทธิ์ผืนนั้น ก็เริ่มมีสีคล้ำเศร้าหมองเหมือนผ้าเช็ดมือ จึงคิดขึ้นว่า 

 

“ผ้าผืนนี้เดิมทีมีสีขาวบริสุทธิ์ แต่อาศัยการถูกต้องสัมผัสกับอัตภาพของเรา จึงกลายเป็นผ้าสกปรก เศร้าหมอง สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ” 

 

แล้วเจริญวิปัสสนากรรมฐานยกผ้าผืนนั้นขึ้นเปรียบเทียบกับอัตตภาพร่างกายเป็นอารมณ์ ก็ได้บรรลุพระอรหัตผลพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาญาณ คือปัญญาอันแตกฉานมี ๔ ประการ คือ

 

๑. อัตถปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในอรรถ

๒. ธัมมปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในธรรม

๓. นิรุตติปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในนิรุตติ คือ ภาษา

๔. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในปฏิภาณ

 

ครั้งรุ่งเช้า พระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ เสด็จไปยังเรือนของหมอชีวกโกมารภัจ เพื่อเสวยภัตตาหารตามที่หมอชีวกกราบอาราธนาไว้ เมื่อหมอชีวกน้อมนำภัตตาหารเข้าไปถวายพระบรมศาสดา พระองค์ทรงปิดบาตรแล้วตรัสว่า 

 

“ยังมีพระภิกษุอีกรูปหนึ่ง อยู่ที่วัด” 

 

หมอชีวกจึงส่งคนไปนิมนต์ให้ท่านมาฉันภัตตาหาร

 

 

...ประกาศความเป็นอรหันต์...

 

ขณะนั้น พระจูฬปันถก เพื่อจะประกาศความเป็นพระอรหันต์ของตน ให้ปรากฏ จึงได้เนรมิตพระภิกษุขึ้นถึงจำนวน ๑,๐๐๐ รูป ในพระอารามอยู่ในอิริยาบถต่างๆ กัน บ้างก็สาธยายพุทธคุณ บ้างก็ซักจีวร บ้างก็ย้อมจีวร เป็นต้น เมื่อคนรับใช้มาถึงวัดได้เห็นพระภิกษุจำนวนมากมายอย่างนั้น จึงรีบกลับไปแจ้งแก่หมอชีวก พระพุทธองค์ทรงสดับอยู่ด้วย จึงรับสั่งให้คนใช้นั้นไปนิมนต์ท่านที่ชื่อจูฬปันถก คนรับใช้ไปกราบนิมนต์ตามพระดำรัสนั้น ด้วยคำว่า 

 

“ข้าแต่พระคุณเจ้า พระบรมศาสดารับสั่งให้มานิมนต์พระจูฬปันถก ขอรับ” 

 

ปรากฏว่าพระภิกษุทุกรูปต่างก็พูดเหมือนกันว่า 

 

“อาตมา ชื่อพระจูฬปันถก” 

 

คนรับใช้ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงต้องกลับไปกราบทูลพระบรมศาสดาตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีก พระพุทธองค์ ตรัสแนะว่า:-

 

“ถ้าพระภิกษุรูปใดพูดขึ้นก่อน เธอจงจับมือภิกษุรูปนั้นไว้ แล้วนำท่านมา ส่วนพระภิกษุที่เหลือก็จะหายไปเอง”

 

คนรับใช้ ปฏิบัติตามที่พระผู้มีพระภาคทรงแนะนำนั้นแล้ว ได้นำพระจูฬปันถก สู่ที่นิมนต์ เมื่อเสร็จภัตกิจแล้ว พระบรมศาสดาทรงมอบให้พระจูฬปันถกเป็นผู้กล่าวภัตตานุโมทนา อันเป็นการเสริมศรัทธาแก่ทายกทายิกา

 

 

...บุพกรรมของพระจูฬปันถก...

 

ในอดีตกาล ครั้งพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ พระจูฬปันถก ได้บวชเป็นพระภิกษุในครั้งนั้นด้วย ท่านเป็นผู้มีปัญญาดี จำทรงหลักธรรมคำสอนได้เร็วแม่นยำ ท่านเห็นเพื่อนภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งปัญญาทึบท่องสาธยายหัวข้อธรรมเพียงบทเดียวก็จำไม่ได้ จึงหัวเราะเยาะท่าน ทำให้ภิกษุรูปนั้นเกิดความอับอายเลิกเรียนสาธยายหัวข้อธรรมนั้น เพราะกรรมเก่าในครั้งนั้นจึงเป็นผลติดตามให้ท่านมีปัญญาทึบโง่เขลาในอัตภาพนี้

 

พระจูฬปันถก สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ได้เป็นกำลังช่วยกิจการพระศาสนาตามความสามารถของท่านและโดยที่ท่านเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในมโนมยิทธิ พระบรมศาสดาจึงทรงยกย่องท่านในตำแหน่งเอตทัคคะ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในทางผู้ชำนาญในมโนมยิทธิ ท่านดำรงอายุสังขาร สมควรแก่กาลเวลาแล้วก็ดับขันธปรินิพพาน

 

มโนมยิทธิ หมายถึง ฤทธิ์ทางใจ คือ นิรมิตรกายอื่นนอกจากกายนี้ได้ เหมือนชักดาบออกจากฝัก หรืองูออกจากคราบ (ข้อ ๒ ในวิชชา ๘)

อ้างถึง พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ โดย พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต)

 

 

...ความส่งท้าย...

 

กรรมใดใด ใครทำไว้ ใครหนีพ้น

ใครทุกคน มิอาจหนี กรรมนั้นได้

บุพกรรม ยอมให้ผล ในคราใด

โปรดทำใจ ด้วยนั่นคือ กฏแห่งกรรม

 

หนทางแก้ มีแต่ให้ สร้างสมบุญ-

กุศลหนุน ชั่วเลิกละ หักใจห้าม

ฝึกจิตดี ตามแนวทาง พุทธธรรม

วิบากกรรม แม้ตามทัน ไม่หวั่นใด

 

ปัจจุบัน อดีตกรรม นำเนื่องมา

ดีชั่วช้า ประกอบกัน เป็นผลให้

อดีตกรรม มิอาจแก้ แม้สิ่งใด

ทำกรรมใหม่ แก้ปรับใน ปัจจุบัน

 

บุญยังมี เกิดทันพบ พุทธโอษฐ์ 

ยังปรากฏ พุทธธรรม สงฆ์สืบสาน

จงรีบค้น ก่อนจะพ้น พุทธกาล

ศึกษาอ่าน ปรับกรรมแก้ แต่วันนี้...

 

 

อ้างอิง:-

 

๑.คัดลอกความ...พระจูฬปันถก...จาก

http://www.84000.org/one/1/35.html

 

๒.ภาพ...จากอินเตอร์เน็ต

 

๓.กลอน...ความส่งท้าย...

แต่งโดย...อย่าไปรู้เลยครับ...

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
หวานหวาน วันที่ : 02/09/2014 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong


สวัสดีค่ะคุณยามเสาร์

กำความคิดถึงมาฝากค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

ปล.ภาพสวยมากๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Chaoying วันที่ : 24/08/2014 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คิดถึงมาก ยามเสาร์ หายไปไหนมา หลายเพลาไม่เห็น
พอโผล่มา ก็ดีใจ..มาก
ไปแลผ้า..แล้ว ฮามเว้อ..ฮิๆ ขอบคุณมาก
ทีหลัง อย่าหายไปนาน..บายดีนะคะ แต่ว่าเจ้าหญิงฮานยุ่งก่อนแต่นี้ไม่ได้เข้าบล็อกเหมือนกันนิ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Chaoying วันที่ : 24/08/2014 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คิดถึงมาก ยามเสาร์ หายไปไหนมา หลายเพลาไม่เห็น
พอโผล่มา ก็ดีใจ..มาก
ไปแลผ้า..แล้ว ฮามเว้อ..ฮิๆ ขอบคุณมาก
ทีหลัง อย่าหายไปนาน..บายดีนะคะ แต่ว่าเจ้าหญิงฮานยุ่งก่อนแต่นี้ไม่ได้เข้าบล็อกเหมือนกันนิ

ความคิดเห็นที่ 9 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อิมกุดั่น วันที่ : 15/08/2014 เวลา : 07.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

สวัสดีค่ะ ท่านยามเสาร์
ไปเที่ยวดงดอยเพิ่งจะกลับมา เจอทะเลงามๆ ข้อความธรรมะ
ดีๆ อยู่ แต่เห็นข่าวรถป้ายแดงสีดำขับปาดกวนคนอื่น
ชีวิตคนมันยุ่งจริงๆ นะคะ ต้องเลือกทางกันดีๆ ชีวิตยากขึ้นทุกวันเนาะ ท่านยามเสาร์

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 05/08/2014 เวลา : 23.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ความคิดเห็นที่ 6 Chaoying

ขอบคุณครับเจ้าหญิงเห้อ
เข้าไปแล...ดอกไม้ป่า...เหลิ้นกอนเวลาแล้วครับ...

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 05/08/2014 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ความคิดเห็นที่ 5 คนเมืองพระชนกจักรี

ขอบคุณครับคนเมืองพระชนกจักรี
ครับ ทำดีผลกรรมก็ดี ทำชั่วผลกรรมก็ชั่ว
กรรมใครก็กรรมมัน ไม่อาจแบ่งปันกันได้...

ความคิดเห็นที่ 6 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 05/08/2014 เวลา : 13.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

มาเยี่ยมๆ มอง ก่อน เห็นภาพสวยๆ บาดใจ ก็เป็นสุขแล้ว ค่อยกลับมาอ่านอีกที คิดถึงจึงมาหาก่อนนิ

ความคิดเห็นที่ 5 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนเมืองพระชนกจักรี วันที่ : 03/08/2014 เวลา : 07.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

กรรมดีกรรมชั่วล้วนอยู่ที่ตัวคนกระทำกรรมนั้น กระทำกรรมดีก็ย่อมได้รับความสุข กระทำกรรมชั่วก็ย่อมได้รับความทุกข์ในที่สุด

ความคิดเห็นที่ 4 เฟื่อง , ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ยามเสาร์ วันที่ : 02/08/2014 เวลา : 20.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ความคิดเห็นที่ 2 คุณเฟื่อง

ขอบคุณครับ คุณเฟื่อง
เอ็นทรีนี้เลือกหัวเรื่องยากจริงๆ ครับ
แต่เรื่องพระจูฬปันถกนี้มีข้อคิดและองค์ธรรมมากทีเดียว
ถ้าเขียนได้สำเร็จ จะเอามาลงให้อ่านกันครับ...

ความคิดเห็นที่ 3 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามเสาร์ วันที่ : 02/08/2014 เวลา : 20.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ความคิดเห็นที่ 1 คุณยามครับ

ขอบคุณครับ คุณยามครับ
...ระโชหะระณัง...เป็นบริกรรมคาถา จากพระโอษฐ์ พระคาถาหนึ่ง
ที่มีอานุภาพมาก สามารถทะลุทะลวงแหวกวงกรรมไปได้สำเร็จ...

ความคิดเห็นที่ 2 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เฟื่อง วันที่ : 02/08/2014 เวลา : 19.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/creativeworld

ตอนแรกคิดว่าจะได้อ่านยาหม้อใหญ่เสียแล้ว แต่อ่านไปก็ต้องขอบใจคุณยามเสาร์ที่เอาเรื่องดีๆมาให้อ่าน และเลือกรูปที่ทำให้จิตใจไม่หมองเศร้า

ความคิดเห็นที่ 1 ยามเสาร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 02/08/2014 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ผมได้อ่านแต่เช้า ขณะจะเริ่มทำงาน เลยไม่ได้เม้นต์

ระโชหะระณัง ระชังหะระติ

คาถาเดียว เอาอยู่ทั้งโลก และหลุดวัฎฎะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน