• Him
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-09-18
  • จำนวนเรื่อง : 11
  • จำนวนผู้ชม : 137096
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11 คน
HIM
บทความที่มีประโยชน์ในการทำงาน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/HIM
วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2551
Posted by Him , ผู้อ่าน : 90931 , 07:18:56 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

            เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมได้มีโอกาสเข้ารับการเรียนรู้เรื่อง  "The 7 Habits of Highly Effective People" หรือ "7 อุปนิสัย พัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง"  รวมทั้งผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้มาแล้ว จึงอยากจะนำมาข้อมูลมา share ให้พวกเราเพื่อเป็นประโยชน์  ซึ่งถึงแม้เป็นหลักสูตรที่มีมานานแล้ว แต่ยังใช้ได้ดีอยู่เสมอครับ   โดยข้อความอาจจะยาวหน่อย แต่ผมคิดว่ามีประโยชน์ต่อท่านแน่นอนครับ ถ้าหมั่นฝึกกระทำ จนเป็นอุปนิสัยของเรา !!

 

The 7 Habits of Highly Effective People

            ก่อนที่จะเข้าสู่อุปนิสัยที่ดี เราต้องเริ่มจากการปรับมุมมอง หรือ มีการมีกรอบความคิดต่อสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องก่อน  เพราะคนเราแต่ละคนจะมีกรอบความคิดที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น การเลี้ยงดูที่ผ่านมา,ประสบการณ์, ทัศนคติ หรือ สภาพแวดล้อม  ซึ่งหากเรามีกรอบความคิดที่ผิดไปแล้ว เราก็จะตีความ หรือ ดำเนินชีวิตไม่ถูกต้องไปทั้งหมด  เปรียบเหมือนการมีแผนที่ที่ผิด ก็จะนำทางเราไปสู่ความผิดพลาด ดังนั้น สิ่งแรกเราต้องมั่นใจว่าเรามีกรอบความคิดที่ดี ที่ถูกต้อง ไม่มีอคติต่อสิ่งใด โดยเน้นความคิดที่สอดคล้องกับธรรมชาติ การอยู่ร่วมกันของมนุษย์ เช่น การมีความยุติธรรม, ซื่อสัตย์, จิตใจบริการ, ซื่อสัตย์ เป็นต้น

 

            หลังจากเรามีกรอบความคิดที่ดีแล้ว  เราก็จะสามารถพัฒนาอุปนิสัยที่ดี 7 ประการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอุปนิสัยทั้ง 7 ดังนี้

 

อุปนิสัยที่ 1 ฺำBe Proactive 

            คือ การที่เราเองต้องเป็นผู้ริเริ่ม กำหนด หรือ เลือก สิ่งต่าง ๆ ที่เราจะทำเอง  เนื่องจากในการดำเนินชีวิตทุกวันของเรา จะมี "สิ่งเร้า" เข้ามากระทบเราอยู่เสมอ  คนที่ Proactive จะมีสติในการคิดในการเลือกทางเลือกที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุด และพร้อมที่จะรับผลกระทบจากการตัดสินใจของตนเอง เพราะในการเลือกของตนเองได้มีการคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นแล้ว  แต่คนที่ Reactive จะตอบสนองต่อสิ่งเร้า หรือเรื่องที่มากระทบโดยไม่ได้คิดให้ดี และเมื่อทำไปแล้วก็เกิดความทุกข์ใจ รวมทั้งเมื่อเกิดผลกระทบ ก็โทษสิ่งต่าง ๆ ว่าทำให้ตนเองต้องเป็นเช่นนี้

            รวมทั้งในอุปนิสัยนี้ ยังพูดในเรื่องของสิ่งที่คนเรากังวล โดยปกติแล้วคนเรามักจะมีเรื่องกังวลมาก และทุกข์ใจไปหมด  แต่ที่ถูกแล้วเราควรกังวลเฉพาะเรื่องที่เราจัดการได้ และหาทางป้องกันหรือแก้ไขปัญหานั้น  หากเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้จริง ๆ เช่น เรื่องดินฟ้าอากาศ, เรื่องความคิดของคนอื่น เราก็ไม่ควรไปกังวลมาก เพียงแต่จัดการในสิ่งที่เราทำได้ให้ดีที่สุดเท่านั้น

เคล็ดลับ  ชีวิตเรา เราต้องเป็นผู้กำหนด อย่าให้สภาพแวดล้อมต่าง ๆ มาทำให้เราไขว้เขว ต้องมั่นใจ ต้องมี "สติ" ในการเลือกทำอะไรทุกครั้ง และพร้อมจะรับผลจากสิ่งที่เราเลือกนั้นไม่ว่าดีหรือร้ายอย่างองอาจ

 

 

อุปนิสัยที่ 2  Begin with the End in Mind

            คือ การนำผลลัพธ์สุดท้ายที่เราต้องการเป็นตัวตั้ง โดยสร้างให้เป็นภาพที่ชัดเจนในใจเรา  จากนั้นให้เขียนออกมาให้ชัดเจน  ซึ่งหากเราเห็นผลลัพธ์ที่เราต้องการได้ชัดเจนแล้ว เราก็จะสามารถแปลมาเป็นวิธีการที่จะทำให้ถึงเป้าหมายนั้นได้ง่าย เพราะเราจะเห็นว่าสิ่งใดที่จะทำให้เรามุ่งสู่เป้าหมายได้ และสิ่งใดไม่เกี่ยวข้อง  ซึ่งทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายที่เราต้องการได้อย่างรวดเร็ว และไม่หลงทาง

            ในหนังสือ "The Secret" ซึ่งมียอดขายถล่มทลายในอเมริกา และในไทย ได้พูดถึงเรื่องความลับของความสำเร็จว่า "ขอให้เรานึกถึงภาพแห่งความสำเร็จ โดยจินตนาการให้เห็นภาพนั้นอย่างชัดเจน และทำตนเองราวกลับว่าเราสำเร็จแล้ว ใช้ภาษาในการพูดกับตนเองในใจในทางบวก เช่น "เรามั่นใจ, เราเก่งขึ้น, เราสำเร็จ" หลีกเลี่ยงภาษาในทางลบ เช่น "วันนี้แย่จัง, ทำไมเราเหลวไหลอย่างนี้, เราสู้คนอื่นไม่ได้"  หากเราทำได้แบบนี้แล้ว ภาพแห่งความสำเร็จที่เราจินตนาการไว้ จะเกิดขึ้นจริงได้ ซึ่งเป็นความลับที่มีในโลก!!!)

เคล็ดลับ  คนเราต้องมีเป้าหมายในชีวิต ว่าสุดท้ายเราต้องการเป็นอะไร  โดยเราต้องสร้างภาพนั้นออกมาให้ชัดเจน พยายามจินตนาการถึงภาพแห่งความสำเร็จในวันนั้นของเราว่าจะเป็นอย่างไร เขียนออกมาให้ชัดเจน  และมุ่งมั่นตั้งใจในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่สำคัญที่สุดในชีวิตที่เราตั้งใจไว้แล้ว

 

อุปนิสัยที่ 3 Put First Things First

            คือ การเลือกทำในสิ่งที่สำคัญก่อน  ตามปกติ คนเราจะพบกับเรื่องต่าง ๆ 4 แบบ คือ

            3.1 เรื่อง "สำคัญ" และ "เร่งด่วน"

            3.2 เรื่อง "สำคัญ" แต่ "ไม่เร่งด่วน"

            3.3 เรื่อง "ไม่สำคัญ" แต่ "เร่งด่วน"

            3.4 เรื่อง "ไม่สำคัญ" และ "ไม่เร่งด่วน"

            ตามปกติเราจะเลือกทำในเรื่องที่สำคัญและเร่งด่วน ตามข้อ 3.1  แต่จะทำให้เราเหนื่อยมาก เพราะมีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องให้ทำ ให้แก้อยู่ตลอด  ดังนั้น เราต้องพยายามจัดสรรเวลามาทำในเรื่องที่ 3.2 คือเรื่องที่ "สำคัญ แต่ ไม่เร่งด่วน" ให้มาก ๆ ซึ่งเรื่องพวกนี้ได้แก่ เรื่องของการวางแผน การแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ, การป้องกันปัญหา  โดยหากเราทำเรื่องพวกนี้ดี เรื่องเร่งด่วนต่าง ๆ ก็จะลดลง ทำให้เรามีสุขภาพจิตในการทำงานที่ดีขึ้น  ทั้งนี้ ได้มีการแนะนำให้จัดทำตารางเวลาว่าจะจัดทำอะไร โดยที่ดีควรเป็นตารางประจำสัปดาห์ว่าสัปดาห์นี้เรามีเรื่องสำคัญอะไรที่ต้องทำ

เคล็ดลับ  เราทุกคนต่างมีเรื่องที่ต้องให้ทำมากมาย แต่คนที่มีประสิทธิภาพนั้น เขาจะมีการวางแผนที่ดี รู้ว่าเรื่องไหนสำคัญ เรื่องไหนไม่สำคัญ แล้วเลือกทำเรื่องที่ควรจะทำ ชีวิตเขาจึงดูไม่สับสนและวุ่นวาย แต่ผลลัพธ์ของเขากลับมีประสิทธิภาพมากกว่าคนที่ "ยุ่ง" อยู่ตลอดเวลา !

 

อุปนิสัยที่ 4 Think Win / Win

            เป็นแนวคิดในเรื่องการทำงานหรือใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ที่ต้องมีแนวคิดที่ชนะทั้งคู่

โดยไม่คิดว่า เราชนะแล้วเขาต้องแพ้ คือ เราได้เขาต้องเสีย หรือ เราเสียแล้วเขาจะได้

แนวคิดแบบ win win นี้เป็นแนวคิดในการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน ให้ความร่วมมือกัน ไม่ใช่การแข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน โดยคนที่มีแนวคิดแบบ win win นี้ต้องคุณลักษณะคือ เป็นคนซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น, มีความใจกว้าง และมีวุฒิภาวะที่ดี

            เทคนิคในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ การสร้าง "บัญชีออมใจ" คือ การปฏิบัติตนต่อผู้อื่น ด้วยความมีน้ำใจ เอื้ออาทร ซื่้อสัตย์ รักษาสัญญา  ซึ่งเหมือนเป็นการออมเงินไว้ จะทำให้ความสัมพันธ์ของเรากับผู้อื่้นเป็นไปด้วยดี ซึ่งความสัมพันธ์นี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า "ช้าแต่เร็ว"  หมายความว่า การสร้างความสัมพันธ์ และความเชื่อมั่นต่อผู้อื่น ต้องใช้เวลา แต่เมื่อทำได้แล้ว ต่อไปเรื่องต่าง ๆ ที่จะทำด้วยกันก็จะง่าย เพราะต่างฝ่ายต่างมีความไว้วางใจ และเชื่อมั่นต่อกัน

เคล็ดลับ การที่เราจะชนะได้ ไม่จำเป็นต้องทำให้คนอื่นแพ้ เราต่างชนะไปพร้อม ๆ กันได้

และที่สำคัญ วันนี้เราสร้าง "บัญชีออมใจ" กับใครไว้บ้างหรือยัง?

 

อุปนิสัยที่ 5 Seek First to Understand, Then to Be Understood

            คือ การเข้าใจผู้อื่นก่อนที่จะให้ผู้อื่นมาเข้าใจเรา  ซึ่งทักษะที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้

เรามีอุปนิสัยนี้ คือ "การฟัง"  ตามปกติคนเราจะชอบพูดมากกว่าชอบฟัง บางครั้งเราฟัง

แต่ไม่ได้ตั้งใจฟังจริง ฟังเพื่อรอคิวที่จะถึงเวลาเราพูด  ดังนั้น เราจะสามารถเข้าใจผู้อื่นได้ดี เราต้อง "ฟังเพื่อให้เข้าใจ" ไม่ใช่ "ฟังเพื่อจะตอบ หรือเพื่อจะพูด"

เคล็ดลับ  คนเรามักยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง อยากให้ใคร ๆ มาเข้าใจเรา แต่จริง ๆ แล้ว

คนที่มีเสน่ห์คือคนที่เข้าใจผู้อื่น ดังนั้น ฟังให้มากขึ้น พูดให้น้อยลง และที่สำคัญการฟังนั้น

ต้องฟังเพื่อเข้าใจผู้อื่นจริง ๆ

 

อุปนิสัยที่ 6 Synergize

            คือ การผนึกพลังผสานความต่าง โดยการร่วมมือกันกับคนอื่นอย่างสร้างสรรค์

ยอมรับในคุณค่าของตนเอง แต่ต้องประมาณตน และไม่หลงตนเอง ที่สำคัญคือเราต้องเปิดใจ เข้าใจในความแตกต่างของผู้อื่น และำใช้ความแตกต่างนั้นให้เกิดประโยชน์ เหมือนกับ 1+1 ได้มากกว่า 2

เคล็ดลับ  ยอมรับว่าความแตกต่างเป็นเรื่องธรรมดา และต้องคิดเสมอว่าเราจะนำจุดเด่นของแต่ละคน มาเสริมให้เกิดประโยชน์ซึ่งกันและกันได้อย่างไร

 

อุปนิสัยที่ 7 Sharpen the Saw

            หมายถึง การต้องหมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เปรียบดุจคนตัดต้นไม้ พอคนเข้าไปถามว่าทำอะไรอยู่ก็ตอบว่า ตัดต้นไม้ คนถามต่อว่า คุณลับเลื่อยบ้างหรือเปล่า กลับตอบว่า ผมเร่งตัดต้นไม้ ทุกวันจนเหนื่อยแทบตายอยู่แล้ว ไม่มีเวลาไปลับเลื่อยหรอก  เปรียบดุจพวกเราที่ทำงานหนักกันทุกวัน แต่ต้องหาเวลาไปพัฒนาตนเองด้วย ซึ่งจะทำให้เราสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น

            การพัฒนาตนเองสามารถทำได้ใน 4 เรื่องคือ

            - ด้านร่างกาย เช่น การออกกำลังกาย, การพักผ่อนที่เหมาะสม 

            - ด้านปัญญา  เช่น การอ่านหนังสือ, การเดินทางหาประสบการณ์

            - ด้านจิตวิญญาณ เช่น การอยู่กับธรรมชาติ, การได้ทบทวนเป้าหมายในชีวิต

            - ด้านสังคม เช่น การสร้างวุฒิภาวะในการเข้าสังคม และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

เคล็ดลับ  โลกหมุนเร็วไปทุกวัน เราต้องหมุนให้เร็วกว่าโลก หรือ อย่างน้อยต้องไม่ช้ากว่าโลก เมื่อก่อนมีคำว่า "ถ้าเราหยุด ก็เหมือนกับถอยหลัง"  แต่ตอนนี้ "แค่เราเดิน

ก็เหมือนถอยหลังแล้ว เพราะคนอื่นเขาวิ่งกัน!! "

 

          7 อุปนิสัยนี้ ทำแล้วไม่ได้บอกว่าเราจะเป็นผู้สำเร็จในชีวิต แต่จะพัฒนาเราให้มีประสิทธิผลที่สูงขึ้น โดยพัฒนาเราจากการที่เป็นคนที่ "ต้องพึ่งคนอื่น" สู่การเป็นคนที่สามารถ "พึ่งพาตนเองได้" จากนั้นพัฒนาสู่เป้าหมายการ "พึ่งพาซึ่งกันและกัน" การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นอย่างมีความสุข  ดังนั้น ต้องถามตัวเองครับว่า วันนี้อุปนิสัยของเราเป็นแบบผู้ที่มีประสิทธิผลหรือยัง ?!?





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
mar^-^ วันที่ : 11/12/2008 เวลา : 15.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mardone

ต้องทำบ้างแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ดอกดินบนถิ่นสูง วันที่ : 07/11/2008 เวลา : 11.17 น.

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 07/11/2008 เวลา : 10.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

ขอบคุณครับ
ชอบ และ เห็นด้วย กับ คุณ พิชัยลักษณ์ ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
จิ้งจอกภูเขา วันที่ : 07/11/2008 เวลา : 08.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/RealStoryNewVersion

Good บางข้อเคยได้ยินมาบ้างแล้ว

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พิชัยลักษณ์ วันที่ : 07/11/2008 เวลา : 07.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pichailux

7อุปนิสัยเป็นเรื่องที่ดีมากหากเราสามารถทำได้ ผมเคยเรียนเคยอ่านมาแล้ว รวมถึงเพื่อนๆผมอีกหลายคนล้วนเคยอ่านเคยเรียนมาแล้วทั้งสิ้น แต่หลายคนก็ยังคงเหมือนเดิมผมเคยอ่านข้อเขียนของคุณบัณฑิต อึ้งรังษี ที่ว่าหลายคนเรียน และอ่านความรู้เกียวกับการพัฒนาตนเองมามากแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ เนื่องจากทุกคนรู้ แต่ทุกคนไม่ทำ 7อุปนิสัย เป็นเรื่องที่ดีมากๆ หากคุณสามารถทำได้ 3นิสัยแรก คุณก็จะสามารถทำอีก4นิสัยหลังๆได้หมดเลย ฝรังมันเก่งมากที่เอาสิ่งนี้มาขายเอาเงินคนทั่วโลกมหาศาลแต่แท้ที่จริงแล้วของไทยเรามีดีกว่านี้มากๆเลย และสามารถทำได้ทันที เป็นวัฒนธรรมของเราโดยตรง กระทำง้ายกว่า7อุปนิสัย แต่คนไทยเรากลับไม่มอง เพราะคนส่วนมากชอบเป็นคนโกหก หลอกได้แม้แต่ตนเอง หากคุณยอมรับได้ว่าเรากำลังหลอกตนเองคุณกำลังจะพัฒนา ความรู้ที่7อุปนิสัยระบุล้วนเป็นสิ่งที่มีอยู่ใน สมบัติผู้ดี ของไทยเราทั้งสิ้น แปลก็ง้าย ทำก็ง้าย เพราะเป็นแบบไทยๆ แต่คนไทยมองข้ามอย่างน่าเสียดาย
หยุดคิดสักนิดเถิดคนไทย หันมามองตนเองเป็นตัวของตัวเองอย่าเป็นทาษความคิด วัฒนธรรม และกิเลส ที่คนอื่นเขาชี้นำเราอยู่เลย ศิล5 ที่มีอยูลองหยิบมาดูและลองทำให้ครบทุกข้อๆละสัก30%ก็เพียงพอต่อความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นกับชีวิต หากคุณสนใจอยากเรียนรู้ในเรื่องนี้ ผมยินดีให้คำชีแนะฟรีๆ ทั้งวิธีทำตาม7อุปนิสัยอย่างไรจึงจะเป็นไปได้ และวิธีสร้างความเป็นจริงของความสำเร็จให้เกิดขึ้นกับตนเองติดต่อผมที่ 081-8311530 ได้ทุกวันเวลา
หยุเถิดคนไทย หยุดความเป็นทาษของคนอื่น หยุดการหลอกลวงทั้งปวง เพื่อชีวิตแห่งตนเอง และประเทศชาติ หากเรายังเป็นทาษคนอื่นอยู่เช่นนี้ ทุกวี่ทุกวัน แล้วเราจะบอกว่าเราคือประเทศเอกราชได้อย่างไร เพราะประชาชนคนได้ส่วนมากเป็นทาษของคนอื่นทั้งสิ้น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
saleman วันที่ : 07/11/2008 เวลา : 07.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saleman

นำไปใช้กับชีวิตประจำวันเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 07/11/2008 เวลา : 07.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

แวะมาหาเรื่องดีๆไว้จดจำค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 07/11/2008 เวลา : 07.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

อรุณสวัสดิ์ค่ะ ...

เป็นบทความที่ดี และเราทุกคนควรฝึกให้มีนิสัยดีๆทั้ง 7 อย่างค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน